ลุงเหมือง ภารโรงพันล้าน

ลุงเหมือง ภารโรงพันล้าน

last updateآخر تحديث : 2025-06-12
بواسطة:  Bosskerrمستمر
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
لا يكفي التصنيفات
32فصول
863وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ใครจะคิดว่าแค่มะเขือเทศที่ปลูกเอาไว้เก็บกิน จะกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต จากภารโรงประจำโรงเรียนเล็ก ๆ ในหมู่บ้านที่แทบจะไม่มีคนรู้จัก กลับถูกมะเขือเทศนำพาให้กลายมาเป็นเจ้าของบริษัทส่งออกมะเขือเทศรายใหญ่ ระดับพันล้าน ที่มีผู้คนรู้จักมากมาย!

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 ทำหน้าที่ด้วยใจ

ช่วงสายของทุกวันที่โรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนา หลังจากที่เด็กนักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จเรียบร้อยและขึ้นเรียนกันแล้ว ลุงเหมือง ชายวัย 49 ปี ภารโรงประจำโรงเรียนแห่งนี้ก็จะทำงานของตนเองต่อไปอย่างขยันขันแข็ง วันนี้เองก็เช่นกัน ลุงเหมืองเดินถืออุปกรณ์สำหรับกวาดพื้นไปกวาดพื้นที่โรงประชุมของโรงเรียน ด้านหลังของโรงประชุมคือแปลงผักริมรั้วขนาดไม่ใหญ่มากที่ลุงเหมืองได้ปลูกพืชผักสวนครัวเอาไว้กิน

“บ้านดอนแดงพัฒนา” เป็นหมู่บ้านชนบทเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 38 กิโลเมตร ในหมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านอาศัยอยู่ร่วมกันแบบพี่แบบน้อง พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันดั่งน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า อาชีพส่วนใหญ่ของคนในหมู่บ้านก็คือทำการเกษตรที่เน้นหนักไปที่การปลูกข้าว

โรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนาเป็นโรงเรียนประจำชุมชนขนาดเล็ก ซึ่งมีตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เด็ก ๆ ที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว ก็จะไปเรียนต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนในตัวอำเภอ

ลุงเหมืองยืนกวาดพื้นโรงประชุม มือหนึ่งจับไม้กวาด มืออีกข้างจับที่ตักขยะ เขาเป็นภารโรงที่โรงเรียนแห่งนี้มา 12 ปีแล้ว กิจวัตรของลุงเหมืองในแต่ละวัน นอกจากจะทำงานต่าง ๆ ในโรงเรียนตามหน้าที่แล้ว เขายังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ชอบทำอยู่เป็นประจำ นั่นก็คือการปลูกผักตามริมรั้ว เพราะนอกจากลุงเหมืองจะได้เก็บผักพวกนั้นไปประกอบอาหารที่บ้านหลังเลิกเรียนได้แล้ว บางวันแม่ครัวประจำของโรงเรียนก็ยังเก็บผักเหล่านี้ไปทำอาหารกลางวันให้เด็ก ๆ ได้อีกด้วย

“วันนี้อากาศดีจัง แดดไม่ค่อยร้อน” ลุงเหมืองพำพึมกับตัวเองขณะที่กวาดพื้นไปด้วย

“คะน้ากับผักบุ้งที่แปลงน่าจะพอเก็บแล้ว”

เขาพูดพร้อมกับชะเง้อคอมองไปที่ด้านหลังโรงประชุม มือที่หยาบกร้านรีบกวาดพื้นอย่างขะมักเขม้นจนเสร็จสรรพ เมื่อเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ลุงเหมืองจึงเดินตรงดิ่งไปที่แปลงผักที่อยู่ด้านหลังโรงประชุม บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ว่าง ลุงเหมืองจึงขุดแปลงผักขึ้นมาและล้อมรั้วไม้ไผ่เอาไว้ปลูกผัก

“โอ้โห ผักบุ้งแตกยอดสวยเชียว ดีเลยหลังเลิกเรียนแวะมาเก็บไปทำผัดผักบุ้งดีกว่า”

ลุงเหมืองตาโตเมื่อเดินมาถึงแปลงผักและเห็นว่าผักบุ้งที่ตนได้หว่านเมล็ดเอาไว้เมื่อหลายวันก่อนนั้นแตกยอดเติบโตพอที่จะเก็บกินได้แล้ว

“อ้าวลุงเหมือง มาดูผักเหรอจ๊ะ”

“ใช่ ผักบุ้งแตกยอดพอเก็บแล้ว เย็นนี้จะเก็บไปผัดสักหน่อย เอ็งมีอะไรเรอะนังสา”

“ฉันว่าจะมาเอากวางตุ้งไปทำผัดกวางตุ้งใส่หมูให้เด็ก ๆ เพิ่มน่ะลุง ขอเก็บหน่อยนะ”

“เอาสิ กวางตุ้งอยู่ด้านโน้นน่ะ เอ็งไปเลือกเก็บเอาเลย”

“ขอบคุณจ้ะลุง”

ลุงเหมืองตอบสาไปเท่านั้นก็หันกลับไปสนใจผักในแปลงต่อ ในใจพลางคิดว่าหลังเลิกเรียนจะมาเก็บผักไปขายที่ตลาดตอนเย็นด้วย หลังจากดูผักในแปลงเสร็จ ลุงเหมืองก็กลับไปทำงานของตนต่อ เริ่มจากกวาดพื้นอาคาร กวาดเศษใบไม้แห้ง และตัดหญ้าที่บริเวณสนาม

เวลาบ่ายสามครึ่ง

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เด็กนักเรียนเลิกเรียนแล้ว จะเหลือเพียงเด็กบางคนที่เล่นเตะฟุตบอลอยู่ตามสนามเท่านั้น ลุงเหมืองเดินไล่ตรวจสอบห้องเรียนทุกห้องและปิดล็อกห้องเรียนอย่างเรียบร้อย เมื่องานทุกอย่างเสร็จสิ้นลงและเก็บของทุกอย่างเสร็จแล้ว ลุงเหมืองก็ถือตระกร้าไม้ไผ่สานคู่ใจเดินตรงไปยังแปลงผักหลังโรงประชุม

“โอ้ ได้หลายกำเลย เอาไปขายที่ตลาดด้วยดีกว่า” ลุงเหมืองพึมพำกับตัวเอง

ในตระกร้าไม้ไผ่สานเต็มไปด้วยผักหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง ผักชี ทั้งยังมีมะเขือเปราะ และตำลึงจากริมรั้ว

ตลาดประจำหมู่บ้าน ตอนเย็น

ลุงเหมืองเดินตรงไปยังแคร่ไม้ไผ่เก่า ๆ ซึ่งเป็นแผงขายผักประจำของเขาเอง บรรจงวางผักลงเรียงรายบนแคร่ไม้ไผ่ ปากก็ร้องตะโกนเรียกลูกค้า

“ผักจ้า ผักสวย ๆ เก็บมาสด ๆ กำละ 5 บาท 10 บาท ผักจ้า”

“นังหนู เอาผักไหม สวย ๆ สด ๆ เลยนะ เพิ่งเก็บมาเลย”

“ผักชีกำเท่าไหร่ลุง”

“ผักชีกำละ 5 บาท”

“แล้วคะน้าล่ะลุง”

“คะน้า 10 บาท เอากี่กำนังหนู”

“งั้นหนูเอาผักชี 2 กำ คะน้า 2 กำนะลุง นี่เงินจ้ะ 30 บาทนะ”

            “ขอบใจมากนังหนู วันหลังมาอุดหนุนใหม่นะ”

นี่คือรายได้เสริมของลุงเหมืองและยังเป็นกิจวัตรที่เขาทำอยู่เป็นประจำในช่วงวันจันทร์ถึงวันศุกร์ที่เป็นวันทำงาน นอกจากนั้นในช่วงเสาร์และอาทิตย์ที่เป็นวันหยุด ลุงเหมืองก็จะเก็บผักไปขายที่ตลาดประจำสัปดาห์ในตัวอำเภอด้วย บางครั้งก็ยังมีปู มีหอย มีปลา ที่หาได้จากทุ่งนาไปขายเพิ่ม

กลับจากตลาดมาถึงบ้าน

“เหมือง เอ็งไปขายผักมาเรอะ”

ยายคำแดง หญิงชราวัย 82 ปี เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าลูกชายคนเดียวของตนปั่นจักรยานมาจอดอยู่ตรงใต้ถุงบ้านแล้ว

“ใช่แม่ วันนี้เก็บผักได้หลายกำเลย ได้เงินมาหลายตังค์ด้วยนะ อ่ะนี่ แม่เก็บไว้นะ”

“เอ็งเก็บไว้เถอะ แม่แก่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรอก”

“แม่ก็ต้องเก็บไว้บ้าง เผื่อตอนฉันไปทำงาน เขามาเก็บค่าน้ำค่าไฟ”

“เออ ๆ แล้ววันนี้จะทำอะไรกินเย็นล่ะ”

“นี่แม่ ฉันแบ่งผักบุ้งมาผัดกินกำหนึ่ง และซื้อหมูมาจากตลาดด้วย ฉันไปทำกับข้าวก่อนนะ”

กิจวัตรการงานของวันได้เสร็จสิ้นลง ซึ่งในทุก ๆ  วันของลุงเหมืองก็ประมาณนี้ ไปทำงานหน้าที่ภารโรงประจำโรงเรียน เก็บผักไปขายที่ตลาด และกลับบ้านมาทำอาหารกินกับแม่สองคน

ฐานะทางบ้านของลุงเหมืองไม่ได้ร่ำรวย ต้องทำงานดิ้นรนหากินเลี้ยงชีพ นับตั้งแต่ที่พ่อของลุงเหมืองเสียชีวิตไปตั้งแต่ลุงเหมืองอายุ 15 ปี ลุงเหมืองก็ช่วยทำงานแบ่งเบาภาระของผู้เป็นแม่มาโดยตลอด ถึงแม้ว่าตอนนี้ลุงเหมืองจะเป็นเพียงภารโรงของโรงเรียนประจำชุมชนเล็ก ๆ แต่เขาก็มีความฝัน ซึ่งเป็นฝันที่ยิ่งใหญ่ที่เขาใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก

ลุงเหมืองใฝ่ฝันมาเสมอ ว่าสักวันหนึ่งเขาจะได้เป็นเจ้าของธุรกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ทางบ้านดีขึ้น ได้เป็นเจ้าของโรงงานหรือธุรกิจอะไรสักอย่างที่จะทำให้ทั้งเขาและยายคำแดงผู้เป็นแม่มีชีวิตที่ดีขึ้นได้

ถึงแม้ว่าตอนนี้ลุงเหมืองจะเป็นเพียงภารโรงธรรมดาในโรงเรียนประจำหมู่บ้านขนาดเล็ก แต่เขาก็ไม่เคยหยุดฝัน และยังคงทำหน้าที่ของตัวเองทุกอย่างได้ดีมาเสมอโดยไม่มีขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย...

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
32 فصول
บทที่ 1 ทำหน้าที่ด้วยใจ
ช่วงสายของทุกวันที่โรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนา หลังจากที่เด็กนักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จเรียบร้อยและขึ้นเรียนกันแล้ว ลุงเหมือง ชายวัย 49 ปี ภารโรงประจำโรงเรียนแห่งนี้ก็จะทำงานของตนเองต่อไปอย่างขยันขันแข็ง วันนี้เองก็เช่นกัน ลุงเหมืองเดินถืออุปกรณ์สำหรับกวาดพื้นไปกวาดพื้นที่โรงประชุมของโรงเรียน ด้านหลังของโรงประชุมคือแปลงผักริมรั้วขนาดไม่ใหญ่มากที่ลุงเหมืองได้ปลูกพืชผักสวนครัวเอาไว้กิน“บ้านดอนแดงพัฒนา” เป็นหมู่บ้านชนบทเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 38 กิโลเมตร ในหมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านอาศัยอยู่ร่วมกันแบบพี่แบบน้อง พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันดั่งน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า อาชีพส่วนใหญ่ของคนในหมู่บ้านก็คือทำการเกษตรที่เน้นหนักไปที่การปลูกข้าวโรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนาเป็นโรงเรียนประจำชุมชนขนาดเล็ก ซึ่งมีตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เด็ก ๆ ที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว ก็จะไปเรียนต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนในตัวอำเภอลุงเหมืองยืนกวาดพื้นโรงประชุม มือหนึ่งจับไม้กวาด มืออีกข้างจับที่ตักขยะ เขาเป็นภารโรงที่โรงเรียนแห่งนี้มา 12 ปีแล
اقرأ المزيد
บทที่ 2 เมล็ดพันธ์ที่กำลังเติบโต
ในเช้าวันเสาร์ที่แสนพิเศษ นอกจากจะเป็นวันหยุดแล้ว ในทุกวันเสาร์ ลุงเหมืองมักจะออกไปทุ่งนาในช่วงสายเพื่อหาปูหาปลา แต่วันนี้ในระหว่างที่เขาปั่นจักรยานไปทุ่งนานั้น ลุงเหมืองได้เจอกับครูแอ๋วระหว่างทาง “ครูแอ๋วจะไปไหนเหรอ” “อ้าว สวัสดีจ้ะลุงเหมือง ฉันเพิ่งกลับจากซื้อของน่ะ” “ตั้งแต่ลาออกไปไม่เจอกันนานเลยนะครูแอ๋ว ธุรกิจใหม่เป็นยังไงบ้าง” “วันนี้ร้านปิดเลยแวะมาบ้านจ้ะลุง ที่ร้านก็ดีนะลุง ร้านกาแฟคนเยอะดี ฉันว่าจะทำพวกเค้กเพิ่มด้วย เพราะเด็กนักเรียนชอบกัน” “ดี ๆ ๆ ขอให้ธุรกิจราบรื่น ร่ำรวยนะครูแอ๋ว” “ขอบคุณนะจ๊ะลุงเหมือง” ครูแอ๋วคือครูที่เคยสอนวิชาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนา ภายหลังได้ลาออกจากราชการไปเปิดร้านกาแฟในตัวอำเภอเพราะมองเห็นลู่ทางในการทำธุรกิจร้านกาแฟ “อ้อ ลุงเหมือง ตอนเย็นไปหาฉันที่บ้านหน่อยนะลุง พอดีว่าฉันเห็นลุงชอบปลูกผัก ฉันได้เมล็ดพันธ์มะเขือเทศมาน่ะ เลยว่าจะเอาให้ลุง เพราะอยู่กับฉันก็คงได้วางไว้เฉยๆ ฉันคงไม่ได้ปลูก กลัวเสียของ” “ได้เลยครูแอ๋ว เดี๋ยวตอนเย็นจะแวะ
اقرأ المزيد
บทที่ 3 กลิ่นหอมในกล่องข้าว
เช้าวันพฤหัสบดี ลุงเหมืองตื่นแต่เช้ามาทำกับข้าวใส่ปิ่นโตเพื่อเอาไปกินที่โรงเรียนในช่วงพักกลางวัน เป็นเมนูง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้ นั่นก็คือไข่เจียว แต่วันนี้ลุงเหมืองหั่นมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปด้วย กลิ่นหอมของไข่เขียวใส่มะเขือเทศแดงหวานตะวันออกแตะจมูกชวนให้น้ำลายสอ นี่เป็นสิ่งที่หาในมะเขือเทศตามตลาดไม่ได้ กลิ่นที่หอมชวนหิว และรสชาติที่หวานอร่อยอย่างลงตัว เมื่อทำอาหารใส่ปิ่นโตเสร็จเรียบร้อย ลุงเหมืองก็ปั่นจักรยานไปโรงเรียนตั้งแต่ 6 โมงเช้า เปิดห้องเรียน ปัดกวาดทำความสะอาดตามห้องเรียนและอาคารเรียน หลังเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จ เด็ก ๆ เข้าเรียน ลุงเหมืองก็ไปเก็บกวาดเศษใบไม้ ตัดหญ้า เก็บขยะ เผาขยะตามที่เคยทำ วันนี้ที่โรงครัวของโรงเรียนทำเมนูต้มจืดและไข่เจียงเป็นอาหารกลางวันให้เด็ก ๆ ในช่วงพักเที่ยง เด็ก ๆ ต่างมาเข้าแถวเข้ารับอาหารกลางวัน ส่วนลุงเหมืองก็มานั่งกินมื้อกลางวันกับเด็ก ๆ ซึ่งเป็นแบบนี้อยู่เป็นประจำทุกวัน “ลุงเหมือง ไข่เจียวลุงหอมจัง” เด็กคนหนึ่งทำจมูกฟุดฟิดพลางยื่นหน้าเข้าไปทางปิ่นโตอาหารของลุงเหมือง
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ตลาดนัดวันศุกร์
วันศุกร์สุดสัปดาห์ เป็นวันสุดท้ายของการทำงาน ลุงเหมืองตื่นแต่เช้าอย่างกระปรี้กระเปร่า ปั่นจักรยานคู่ใจพร้อมปิ่นโตอาหารกลางวันไปโรงเรียนดั่งเช่นทุกวัน ชายวัยกลางคนไล่เดินเปิดห้องเรียนและห้องพักครูจนครบทุกห้อง จากนั้นก็ทำการปัดกวาดทำความสะอาด ในช่วงเวลาที่เด็กนักเรียนเข้าแถวเคารถธงชาติและทำกิจกรรมหน้าเสาธง ลุงเหมืองก็ไปรดน้ำผักที่แปลงผักหลังโรงประชุมก่อนที่จะมีเก็บกวาดขยะและใบไม้บริเวณโรงเรียน “ลุงเหมือง ฉันเห็นที่แปลงผักที่ลุงปลูกมีมะเขือเทศลูกใหญ่มากเลย วันนี้ฉันว่าจะทำผัดเปรี้ยวหวานให้เด็ก ๆ เป็นมื้อกลางวันน่ะ แต่มะเขือเทศที่ซื้อมาจากตลาดมันน้อย ฉันขอเก็บมะเขือเทศมาเพิ่มสักหน่อยนะลุง” “เออเอาสิ เอ็งเอากรรไกรไปตัดล่ะ อย่าเอามือเด็ด” “ได้จ้ะลุง ฉันได้ยินเด็ก ๆ พูดกันว่ามะเขือเทศลุงอร่อย ใช่อันที่ฉันเห็นไหมจ๊ะ” “ก็อันเดียวกันนั่นแหละ ข้าปลูกไว้ที่บ้านน่ะ เลยแบ่งมาปลูกที่โรงเรียนด้วยนิดหน่อย” “ขอบคุณนะจ๊ะลุง งั้นฉันไปก่อนนะ ต้องรีบไปเตรียมมื้อกลางวันของเด็ก ๆ ต่อ” ทั้งสองจบบทสนทนากันเพียงเท่านั้น ต่างคนก็
اقرأ المزيد
บทที่ 5 เสียงร่ำลือจากแม่ค้าและชาวบ้าน
ช่วงเช้าของวันถัดมา ตลาดประจำอำเภอในตลาดเริ่มคึกคักตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง เสียงพ่อค้าแม่ค้าพูดจาหยอกล้อกันดังไปทั่วซอยทางเดินเล็ก ๆ ระหว่างแผงขายของ กลิ่นของข้าวเหนียวหมูปิ้งและกลิ่นหอมของกาแฟโบราณโชยมาแตะจมูก อีกทั้งผักสดที่เพิ่งเก็บจากสวนผสมผสานกันเป็นกลิ่นเฉพาะของที่นี่ ทั้งอบอุ่น เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา บางคนมาที่ตลาดตั้งแต่ตีห้าครึ่ง แม้จะไม่ได้มาซื้อของอะไรเป็นพิเศษ แค่อยากเดินเล่นรับลมเย็น ๆ ของบรรยากาศยามเช้าและสังเกตหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว และทันทีที่เดินผ่านแผงผักของป้าดาว ก็ได้ยินบทสนทนาที่ทำให้หยุดฟังโดยไม่ตั้งใจพลางเลือกดูผักที่แผงไปด้วย“วันก่อนฉันไปซื้อมะเขือเทศตาเหมืองคนในหมู่บ้านเดียวกันมากิน อร่อยมากเลยนะ เห็นบอกเป็นมะเขือเทศพันธุ์ใหม่”ป้าดาวเอ่ยขึ้นในขณะที่มือก็จัดเรียงผักในแผงขายให้เป็นระเบียบ“มันก็คงไม่ต่างกับที่เรา ๆ ขายอยู่หรอกมั้ง ยังไงก็มะเขือเทศเหมือนกัน”“ไม่เหมือน ๆ ฉันกล้ารับรองเลย มันอร่อยมากจริง ๆ นะ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสหวานกำลังดี เอาไปทำอาหารก็อร่อยกลมกล่อม ลูกสาวฉันเอาไปปั่นทำน้ำมะเขือเทศกิน รสชาติดีสุด ๆ เลย ต้องลองนะ วันนี้ฉันรั
اقرأ المزيد
บทที่ 6 คุณนายพันดาว
แดดอ่อน ๆ ยามสายส่องผ่านกระจกหน้ารถเบนซ์สีดำมันวาวคันหรูที่แล่นมาตามถนนลาดยางในอำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง หญิงวัยกลางคนผมสั้นเซตเข้าทรงอย่างประณีตนั่งอยู่บนเบาะหนังสีครีม ในมือถือแก้วอเมริกาโนเย็นจากร้านกาแฟชื่อดังไว้แน่นไม่ให้หก ถึงแม้จะขับออกมาต่างจังหวัดต่างอำเภอ แต่เธอก็ยังคงแต่งตัวเนี้ยบเรียบร้อยด้วยเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวสะอาดตาและกางเกงขายาวสีน้ำตาลอ่อนดูดีเธอชื่อ “พันดาว” หรือที่ใคร ๆ ในแวดวงร้านอาหารรู้จักกันในนาม “คุณนายพันดาว” เจ้าของร้านอาหารชื่อดังในตัวเมืองจังหวัดใกล้เคียง ร้านอาหารของเธอไม่ใช่แค่ร้านอาหารธรรมดา แต่เป็นร้านที่เน้นวัตถุดิบพรีเมียม ปรุงด้วยความประณีตและใส่ใจในรสสัมผัสจนได้รับรางวัลมานับไม่ถ้วนวันนี้คุณนายพันดาวไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยว แต่มีธุระต้องมาตรวจร้านกาแฟที่เปิดแฟรนไชส์ไว้ในอำเภอนี้ หลังจากที่จัดการเรื่องงานเสร็จ เธอก็ให้คนขับรถพาแวะตลาดประจำอำเภอเพื่อหาของสดติดไม้ติดมือกลับบ้าน เพราะเธอเป็นคนที่ชอบลงมือทำกับข้าวกินเองในเวลาว่าง และที่สำคัญ คุณนายพันดาวเชื่อมาเสมอว่าแรงบันดาลใจในอาหารดี ๆ มักจะซ่อนอยู่ในของธรรมดา“คุณนายจะให้รอที่เดิมหรือวนรถไปจอดฝั่งโน้นด
اقرأ المزيد
บทที่ 7 คิดคำนวณ
เช้าวันจันทร์วันนี้เป็นวันหยุดนักขัติฤกษ์ลุงเหมืองจึงไม่ต้องไปทำงานที่โรงเรียน เป็นวันที่อากาศไม่ร้อนจัดเกินไป แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านม่านไม้ที่หน้าต่างครัว ลุงเหมืองนั่งจิบกาแฟดำที่ชงเองจากกาต้มน้ำเก่า ๆ เขาไม่ได้ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมใด ๆ เพราะชอบรสขมเข้มแบบที่กระตุกความคิดให้ตื่นตัววันนี้ไม่ใช่เช้าแบบธรรมดา เพราะเมื่อวานหลังจากที่คุณนายพันดาวกลับไป ลุงเหมืองก็เอาแต่นั่งคิด นอนพลิกตัวไปมายังไงก็ไม่หลับอยู่เกือบชั่วโมงเต็มข้อเสนอของคุณนายพันดาวนั้นไม่ได้มีเพียงแค่คำชม แต่มาพร้อมตัวเลขราคากิโลกรัมละ 55 บาท สำหรับมะเขือเทศที่ลุงเหมืองเคยขายให้แม่ค้าในตลาดที่อำเภอก็เพียงแค่กิโลละ 40 บาทเท่านั้นนั่นหมายถึงว่า ส่วนต่างที่คุณนายพันดาวเสนอให้นั้น ได้มากกว่าถึง 55 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว นี่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ถ้าคิดจริงจังขึ้นมา มันไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย"ลุง ถ้าจะปลูกเพิ่ม หนูช่วยได้นะ"เสียงของแพรยังชัดเจนอยู่ในความคิดของลุงเหมืองเขาหยิบสมุดเล่มเล็ก ๆ ที่หน้าปกเปื้อนดินขึ้นมา แล้วเปิดหน้าว่างหน้าใหม่ ดินสอไม้แท่งสั้น ๆ ถูกเหลาจนพร้อมใช้งานบรรจงจ่อลงบนหน้ากระดาษลุงเหมืองเริ่
اقرأ المزيد
บทที่ 8 เลือกเส้นทางที่ไม่มีใครเลือก
ดินสอไม้แท่งเดิมกับสมุดปกขาดที่ขอบยังคงวางอยู่บนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าทอดผ่านใบมะละกอหน้าบ้านตกกระทบกับหน้าโต๊ะอย่างพอดิบพอดี เสียงไก่ขันแว่วมาเป็นระยะ บรรยากาศยามเช้าในหมู่บ้านก็ยังคงเหมือนเดิมทุกวัน แต่ภายในหัวใจของลุงเหมืองกลับเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่กลับมาจากจังหวัดข้างเคียง ลุงเหมืองยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอเรื่องขอซื้อพันธุ์มะเขือเทศของคุณนายพันดาวทันที แม้จะเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจและให้เกียรติลุงเหมืองเป็นอย่างมาก แต่บางอย่างในใจลึก ๆ กลับกระซิบให้เขาลังเล กระซิบบอกว่า นี่ไม่ใช่ทางของเขา ลุงเหมืองคิดหนักอยู่หลายวัน คิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และในที่สุด เขาก็ตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่และหนักแน่น ลุงเหมืองกดมือถือโทรหาคุณนายพันดาวในตอนเช้าวันหนึ่ง ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นสูงน้ำเสียงของเขาไม่มีความลังเล“ผมขอบคุณคุณนายมากนะครับสำหรับโอกาสและความกรุณาทุกอย่าง แต่เรื่องขอซื้อพันธุ์ ผมขอเก็บไว้กับตัวเองดีกว่าครับ เพราะสำหรับผมแล้วมันไม่ใช่แค่เมล็ดพันธุ์ แต่มันคือรากของผมกับครอบครัว”ปลายสายเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเข้าใจ“ฉันเข้าใจค่ะลุง ขอบคุ
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ฟาร์มเหมืองแดง
ท้องฟ้าในเช้าวันอาทิตย์นั้นสดใสอย่างน่าประหลาด เมฆสีขาวลอยล่องบนท้องฟ้ากว้าง มีแสงแดดอบอุ่นทอผ่านต้นไม้ที่ยืนต้นเงียบงันมาหลายปี ลุงเหมืองยืนมองผืนดินเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดอะไรบางอย่าง มีทั้งความผูกพัน ความคาดหวัง และความฝันที่เคยหล่นหายไปตามกาลเวลาที่ดินผืนนี้ไม่ใหญ่ มีพื้นที่เพียงราว ๆ หนึ่งไร่เท่านั้น อยู่เลยหลังบ้านของลุงเหมืองออกไปแค่หน่อยเดียว เมื่อก่อนพ่อของลุงเหมืองใช้ปลูกข้าว ปลูกพริก ปลูกถั่ว แต่แล้วหลังจากที่พ่อของลุงเหมืองเสียชีวิต พื้นที่ตรงนั้นก็ถูกปล่อยว่างไว้มาตลอดถ้าหากจะถามว่าทำไมลุงเหมืองไม่ใช้พื้นที่ตรงนั้นปลูกข้าว คำตอบง่าย ๆ ก็คือการปลูกข้าวต้องมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ไหนจะต้องมีแรงกำลัง แต่ลุงเหมืองตัวคนเดียว ยายคำแดงผู้เป็นแม่ก็แก่มากแล้ว จะให้มาทำนาปลูกข้างก็คงไม่ไหว พื้นที่ตรงนี้ลุงเหมืองเลยทำเพียงปลูกพืชผักสมุนไพรเล็กน้อยไว้กินไว้ใช้เท่านั้น ส่วนข้าวสารที่กินอยู่ทุกวัน ก็ใช้เงินเดือนภารโรงซื้อมากิน เพียงแค่สองคนแม่ลูกก็ไม่ได้กินใช้อะไรมากมายแต่ตอนนี้ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว พื้นที่ตรงนี้กำลังจะได้รับการฟื้นฟูใหม่ เปลี่ยนแปลงใหม่“ลุงแน่ใจนะ ว
اقرأ المزيد
บทที่ 10 สงครามในฤดูฝน
เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าสีหม่น บรรยากาศทั่วทั้งหมู่บ้านคล้ายกับถูกปกคลุมไปด้วยม่านสีเทาเข้ม ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ห้าแล้ว น้ำฝนไหลรินลงมาตามชายคา สาดซัดใส่พื้นดินจนเละเป็นโคลน และลมก็พัดแรงขึ้นทุกวันเหมือนกับว่าโกรธเคืองบางสิ่งบางอย่างลุงเหมืองยืนมองฟาร์มเหมืองแดงจากใต้ชายคาบ้าน ร่างกายเปียกโชกจากฝนที่พึ่งกลับมาจากการตรวจแปลงตอนเช้า“ห้าวันติด มันตกไม่หยุดเลยจริง ๆ” เขาพึมพำกับตัวเองพลางส่ายหัวไปมาต้นมะเขือเทศที่ออกผลแล้วหลายสิบต้นถูกลมแรงกระโชกพัดจนโยกซ้ายเอนขวาเหมือนจะหักคาแปลง ฝนตกกระหน่ำโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยสักนิด ใบไม้ปลิวว่อนร่วงหล่นจากต้นลงสู่พื้นอย่างไร้ความปรานีในคืนวันที่หก เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาใกล้ ๆ ราวกับส่งสัญญาณสงครามจากฟากฟ้า พายุลมหมุนที่ตามมาต่อจากฝนได้กวาดเอาทุกอย่างที่ขวางหน้า ลุงเหมืองวิ่งออกไปถึงฟาร์มในความมืดโดยมีเพียงไฟฉายในมือ วิ่งฝ่าฝนและลมไปอย่างไม่คิดชีวิต“ขอให้ไม่เป็นอะไรมากนะ” เขาท่องในใจมาตลอดทางแต่เมื่อมาถึง สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้หัวใจของลุงเหมืองแทบหยุดเต้น แปลงมะเขือเทศที่เคยเขียวชอุ่มมีดอกออกผลให้ชื่นชม กล
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status