ลุงเหมือง ภารโรงพันล้าน

ลุงเหมือง ภารโรงพันล้าน

last updateLast Updated : 2025-06-12
By:  BosskerrCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
32Chapters
1.0Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ใครจะคิดว่าแค่มะเขือเทศที่ปลูกเอาไว้เก็บกิน จะกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต จากภารโรงประจำโรงเรียนเล็ก ๆ ในหมู่บ้านที่แทบจะไม่มีคนรู้จัก กลับถูกมะเขือเทศนำพาให้กลายมาเป็นเจ้าของบริษัทส่งออกมะเขือเทศรายใหญ่ ระดับพันล้าน ที่มีผู้คนรู้จักมากมาย!

View More

Chapter 1

บทที่ 1 ทำหน้าที่ด้วยใจ

وجهة نظر كاساندر

10:27 صباحا.

صباح الاثنين.

...

"التالي،"

سمعت الرئيس التنفيذي يقول من داخل مكتبه بعد لحظات من خروج شقراء طويلة كانت قد دخلت بغطرسة بثقة في كل مكان، من المكتب بنظرة غير سعيدة.

نظرت إلي ثم غضبت قبل المغادرة، وسارعت وتيرتها ومشيتها غير لائقة.

كنت آخر شخص على هذا المقعد.

خلال الدقائق القليلة الماضية، كنت أشاهد المتقدمين الآخرين؛ يدخل كل من الذكور والإناث ويخرجون أحيانا في أقل من دقيقة مع تعبيرات سلبية مختلفة.

كل مقدم طلب غادر مكتئبا لم يعمل إلا على زيادة قلقي.

كل هؤلاء الناس ... بدوا أكثر أناقة مما كنت عليه ومع ذلك تم رفضهم.

فكر جزء مني، "لماذا لا تتخطى المقابلة بدلا من التعرض للندبات داخليا مثل الآخرين؟"

للابتعاد - بدا هذا الاختيار سهلا.

"ولكن ماذا لو كانت هناك فرصة كبيرة لقبولي؟" على الرغم من أن هذا الاختيار بدا مغريا جدا، خاصة بالنسبة لشخص مثلي ورث ديون المقامرة لوالدتها الراحلة وكان مدينا لمدة ثلاثة أشهر من الإيجار بالفعل.

لن تكون هذه الوظيفة أقل من اختراق بالنسبة لي في وضعي الحالي.

"التالي!"

اتصل الصوت الذكوري مرة أخرى، هذه المرة مع آثار الدهون من الانزعاج ونفاد الصبر.

تلاقت عشرات الفراشات في أمعائي عندما نهضت من مقعد الانتظار وأمسك المظروف في يدي إلى صدري عدلت نظارتي قبل التوجه إلى المكتب.

قلت لنفسي في ذهني قبل عبور العتبة: "يمكنك فعل ذلك يا كاساندرا".

ومع ذلك، لم يعدني شيء لما سأراه بعد ذلك.

هذا...

انفتحت عيناي على مصراعيها وأصبحت شفتاي مفتوحتين قليلا.

لكنني سرعان ما جمعت نفسي، ممتنا لأن الرئيس التنفيذي لم يكن ينظر إلى الأعلى بعد.

"لا، لا تفقدي الأمل بعد يا كاساندرا"، قلت لنفسي على الرغم من أن لدي شعورا بعدم الارتياح في أمعائي." شعور بأن الأمور بالتأكيد لن تسير على ما يرام.

لا تضرب نفسك يا كاس. هناك فرصة كبيرة لا تتذكرك. قلت لنفسي مرة أخرى في ذهني.

"اجلس. السيرة الذاتية،"

أخبرني ببرود، دون حتى تمزيق نظرته من حاسوبه المحمول.

"نعم يا سيدي!" اقتربت من المكتب، وأخذت مقعدا على أحد الكرسيين المخصصين للضيوف. ثم جعدت شفتي بينما وضعت سيرتي الذاتية أمامه.

قلت بصوت منخفض: "ها هو يا سيدي".

أخذ الأوراق وذهب لفترة وجيزة قبل وضعها جانبا والتركيز على الكمبيوتر المحمول مرة أخرى.

جلست هناك، وصل القلق في داخلي بالفعل إلى ذروة جديدة، مما جعل قلبي ينبض بغضب ضد قفصي الصدري.

انتظرت لدقائق، دون كلمة بيننا. كان التوتر في الهواء كثيفا جدا لدرجة أنني شعرت بحرارته على وجهي.

أخيرا، نظر إلي، وأغلق غطاء جهاز الكمبيوتر المحمول الخاص به.

اللعنة، لقد كان هو حقا.

لم أره منذ حوالي عام الآن ولم يكن أقل روعة مما أتذكر.

عيون مثل لون المحيط الهادئ، الفك الذي من شأنه أن يجعل العديد من الذكور يشعرون بالغيرة من التحيز الواضح للمبدع عليه.

اكتشاف لحية مشذبة جيدا وارتداء بدلة زرقاء من ثلاث قطع مع قميص بدلة سوداء بنصف زر، مما يكشف عن صدره الخالي من الشعر.

السماء!

كيف يتعامل الموظفون في الشركة؟ كان عمليا إغراء للمشي لكلا الجنسين.

مجرد رؤية شفتيه الكستناء الممتلئتين جعلني أرغب في نشر ساقي، واحتضان ركبتي والتوسل إليه لامتصاص البظر كما اعتاد. في الماضي.

آه، فكرة هذا المشهد الفاحش جعلت مهبلي يبدأ في الخفقان، معربا عن دعمه لحشو قضيب هذا الرجل بداخله بشفاهه النضرة الممتدة تماما والملفوفة حوله، وقبض على أداته اللعينة وابتلاعها بشكل كبير.

يا إلهي، ما الذي تفكر فيه يا كاس؟ إنه خطأ. هذا هو رئيسك المحتمل. يجب أن تترك انطباعا جيدا عليه حتى يوظفك. لا أشعر بالإثارة وأتذكر براعة خصره، على الرغم من أنني وبخت نفسي داخليا، إلا أن مهبلي رفض الاستماع إلى العقل.

يا إلهي، لقد كنت مبللا بالفعل من أجله. ولم يفعل أو يقول لي أي شيء بذيء.

اللعنة، شعرت برغبة في لمس نفسي الآن. أمامه.

"الآنسة ويدجفورث،"

أعادني صوته العميق أجش إلى الواقع.

ركزت بسرعة على الرجل الذي حمل مصيري لهذا اليوم بين يديه. "سيدي..."

هل ستكون منفتحا على وظيفة جانبية؟

"هاه...؟" كنت في حيرة. لم يكن هذا هو نوع السؤال الذي كنت أتوقعه. وظيفة جانبية؟

كنت أتوقع على غرار ذلك، لماذا تعتقد أننا يجب أن نوظفك؟

لكنه هنا كان يتحدث عن وظيفة جانبية!؟

هذا...

أريدها أن تصدق، أن تفكر في الإيجابية على أمل أنه ربما كان يفكر في تقديم الوظيفة الرئيسية التي تقدمت بطلب للحصول عليها في البداية.

أن تكون سكرتيرته.

ربما كان هذا اختبارا.

ولم أكن أعتقد أنني يجب أن أقول لا لسؤاله على الرغم من أنني لم أفهم تماما ما يقصده بهذا السؤال.

وهكذا، بعد أن شكلت داخليا، ارتديت الابتسامة الأكثر تهذيبا التي يمكنني حشدها وأجبت، "نعم يا سيدي،"

"حتى لو كانت هذه الوظيفة الجانبية لا تجلب أي فوائد للشركة نفسها؟"

سؤال آخر غير متوقع.

كيف يجب أن أجيب؟

قلت بنبرة حازمة: "إذا كانت هذه الوظيفة الجانبية التي تتحدث عنها، سيدي، ستفيدك على الأقل، فأنا على استعداد للقيام بذلك".

"أوه؟" رفع حاجبه، "ماذا لو لم تحصل على أجر مقابل هذه الوظيفة الجانبية التي تنطوي على احتمالية العمل بعد ساعات العمل المطلوبة؟"

أجبت دون حتى التفكير مرتين: "ما زلت سأفعل ذلك".

أولا، كانت هذه الشركة تقدم بالفعل ما يقرب من ثلاثة أضعاف المبلغ الذي دفعه لي مكان عملي السابق. إذن ما هو العمل الإضافي للرئيس؟

عند سماع ردي، أومأ الرئيس التنفيذي برأسه بحكمة.

ولكن قبل أن أتمكن حتى من التنهد بارتياح، طرح سؤالا آخر.

لماذا ستفعل ذلك؟ هل أنت يائس من الوظيفة؟"

هل يسأل الرئيس التنفيذي مقدم الطلب مثل هذا السؤال؟

لو كنت طفلا ثريا، دون قلق من الحياة اليومية، هل سأظهر هنا؟

لسوء الحظ، لم أتمكن من إظهار أي أثر للانزعاج على وجهي. حافظت على الابتسامة المهذبة.

سيدي، صحيح أنني بحاجة إلى هذه الوظيفة ونعم، أنت على حق. أنا يائس لترك غرفة البطالة إلى غرفة العمل المجيدة. أريد أن أكون قادرا على رفع رأسي عاليا وشركتك توفر فرصة. حتى الأحمق سيمسك بها." أجبت.

إذن، ماذا لو كانت هذه الوظيفة الجانبية التي أقدمها لك أيضا لا تتعلق بمسائل الشركة على الإطلاق. ماذا لو لم يتطلب منك حتى ارتداء تلك الملابس الداخلية المثيرة التي أنا متأكد من أنك يجب أن ترتديها الآن؟"

مرة أخرى... كنت في حيرة.

"سيدي...؟"

هل ما زلت تقومين بالعمل الجانبي يا آنسة كاساندرا ويدجفورث أم يجب أن أقول... كس حبيبي؟"

عند سماع آخر كلمتين له، اتسعت عيناي وتراجع فكي.

ما كنت أخشاه حدث حقا!

لقد تذكر. لقد تذكرني بالفعل!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
32 Chapters
บทที่ 1 ทำหน้าที่ด้วยใจ
ช่วงสายของทุกวันที่โรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนา หลังจากที่เด็กนักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จเรียบร้อยและขึ้นเรียนกันแล้ว ลุงเหมือง ชายวัย 49 ปี ภารโรงประจำโรงเรียนแห่งนี้ก็จะทำงานของตนเองต่อไปอย่างขยันขันแข็ง วันนี้เองก็เช่นกัน ลุงเหมืองเดินถืออุปกรณ์สำหรับกวาดพื้นไปกวาดพื้นที่โรงประชุมของโรงเรียน ด้านหลังของโรงประชุมคือแปลงผักริมรั้วขนาดไม่ใหญ่มากที่ลุงเหมืองได้ปลูกพืชผักสวนครัวเอาไว้กิน“บ้านดอนแดงพัฒนา” เป็นหมู่บ้านชนบทเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 38 กิโลเมตร ในหมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านอาศัยอยู่ร่วมกันแบบพี่แบบน้อง พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันดั่งน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า อาชีพส่วนใหญ่ของคนในหมู่บ้านก็คือทำการเกษตรที่เน้นหนักไปที่การปลูกข้าวโรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนาเป็นโรงเรียนประจำชุมชนขนาดเล็ก ซึ่งมีตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เด็ก ๆ ที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว ก็จะไปเรียนต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนในตัวอำเภอลุงเหมืองยืนกวาดพื้นโรงประชุม มือหนึ่งจับไม้กวาด มืออีกข้างจับที่ตักขยะ เขาเป็นภารโรงที่โรงเรียนแห่งนี้มา 12 ปีแล
Read more
บทที่ 2 เมล็ดพันธ์ที่กำลังเติบโต
ในเช้าวันเสาร์ที่แสนพิเศษ นอกจากจะเป็นวันหยุดแล้ว ในทุกวันเสาร์ ลุงเหมืองมักจะออกไปทุ่งนาในช่วงสายเพื่อหาปูหาปลา แต่วันนี้ในระหว่างที่เขาปั่นจักรยานไปทุ่งนานั้น ลุงเหมืองได้เจอกับครูแอ๋วระหว่างทาง “ครูแอ๋วจะไปไหนเหรอ” “อ้าว สวัสดีจ้ะลุงเหมือง ฉันเพิ่งกลับจากซื้อของน่ะ” “ตั้งแต่ลาออกไปไม่เจอกันนานเลยนะครูแอ๋ว ธุรกิจใหม่เป็นยังไงบ้าง” “วันนี้ร้านปิดเลยแวะมาบ้านจ้ะลุง ที่ร้านก็ดีนะลุง ร้านกาแฟคนเยอะดี ฉันว่าจะทำพวกเค้กเพิ่มด้วย เพราะเด็กนักเรียนชอบกัน” “ดี ๆ ๆ ขอให้ธุรกิจราบรื่น ร่ำรวยนะครูแอ๋ว” “ขอบคุณนะจ๊ะลุงเหมือง” ครูแอ๋วคือครูที่เคยสอนวิชาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนา ภายหลังได้ลาออกจากราชการไปเปิดร้านกาแฟในตัวอำเภอเพราะมองเห็นลู่ทางในการทำธุรกิจร้านกาแฟ “อ้อ ลุงเหมือง ตอนเย็นไปหาฉันที่บ้านหน่อยนะลุง พอดีว่าฉันเห็นลุงชอบปลูกผัก ฉันได้เมล็ดพันธ์มะเขือเทศมาน่ะ เลยว่าจะเอาให้ลุง เพราะอยู่กับฉันก็คงได้วางไว้เฉยๆ ฉันคงไม่ได้ปลูก กลัวเสียของ” “ได้เลยครูแอ๋ว เดี๋ยวตอนเย็นจะแวะ
Read more
บทที่ 3 กลิ่นหอมในกล่องข้าว
เช้าวันพฤหัสบดี ลุงเหมืองตื่นแต่เช้ามาทำกับข้าวใส่ปิ่นโตเพื่อเอาไปกินที่โรงเรียนในช่วงพักกลางวัน เป็นเมนูง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้ นั่นก็คือไข่เจียว แต่วันนี้ลุงเหมืองหั่นมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปด้วย กลิ่นหอมของไข่เขียวใส่มะเขือเทศแดงหวานตะวันออกแตะจมูกชวนให้น้ำลายสอ นี่เป็นสิ่งที่หาในมะเขือเทศตามตลาดไม่ได้ กลิ่นที่หอมชวนหิว และรสชาติที่หวานอร่อยอย่างลงตัว เมื่อทำอาหารใส่ปิ่นโตเสร็จเรียบร้อย ลุงเหมืองก็ปั่นจักรยานไปโรงเรียนตั้งแต่ 6 โมงเช้า เปิดห้องเรียน ปัดกวาดทำความสะอาดตามห้องเรียนและอาคารเรียน หลังเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จ เด็ก ๆ เข้าเรียน ลุงเหมืองก็ไปเก็บกวาดเศษใบไม้ ตัดหญ้า เก็บขยะ เผาขยะตามที่เคยทำ วันนี้ที่โรงครัวของโรงเรียนทำเมนูต้มจืดและไข่เจียงเป็นอาหารกลางวันให้เด็ก ๆ ในช่วงพักเที่ยง เด็ก ๆ ต่างมาเข้าแถวเข้ารับอาหารกลางวัน ส่วนลุงเหมืองก็มานั่งกินมื้อกลางวันกับเด็ก ๆ ซึ่งเป็นแบบนี้อยู่เป็นประจำทุกวัน “ลุงเหมือง ไข่เจียวลุงหอมจัง” เด็กคนหนึ่งทำจมูกฟุดฟิดพลางยื่นหน้าเข้าไปทางปิ่นโตอาหารของลุงเหมือง
Read more
บทที่ 4 ตลาดนัดวันศุกร์
วันศุกร์สุดสัปดาห์ เป็นวันสุดท้ายของการทำงาน ลุงเหมืองตื่นแต่เช้าอย่างกระปรี้กระเปร่า ปั่นจักรยานคู่ใจพร้อมปิ่นโตอาหารกลางวันไปโรงเรียนดั่งเช่นทุกวัน ชายวัยกลางคนไล่เดินเปิดห้องเรียนและห้องพักครูจนครบทุกห้อง จากนั้นก็ทำการปัดกวาดทำความสะอาด ในช่วงเวลาที่เด็กนักเรียนเข้าแถวเคารถธงชาติและทำกิจกรรมหน้าเสาธง ลุงเหมืองก็ไปรดน้ำผักที่แปลงผักหลังโรงประชุมก่อนที่จะมีเก็บกวาดขยะและใบไม้บริเวณโรงเรียน “ลุงเหมือง ฉันเห็นที่แปลงผักที่ลุงปลูกมีมะเขือเทศลูกใหญ่มากเลย วันนี้ฉันว่าจะทำผัดเปรี้ยวหวานให้เด็ก ๆ เป็นมื้อกลางวันน่ะ แต่มะเขือเทศที่ซื้อมาจากตลาดมันน้อย ฉันขอเก็บมะเขือเทศมาเพิ่มสักหน่อยนะลุง” “เออเอาสิ เอ็งเอากรรไกรไปตัดล่ะ อย่าเอามือเด็ด” “ได้จ้ะลุง ฉันได้ยินเด็ก ๆ พูดกันว่ามะเขือเทศลุงอร่อย ใช่อันที่ฉันเห็นไหมจ๊ะ” “ก็อันเดียวกันนั่นแหละ ข้าปลูกไว้ที่บ้านน่ะ เลยแบ่งมาปลูกที่โรงเรียนด้วยนิดหน่อย” “ขอบคุณนะจ๊ะลุง งั้นฉันไปก่อนนะ ต้องรีบไปเตรียมมื้อกลางวันของเด็ก ๆ ต่อ” ทั้งสองจบบทสนทนากันเพียงเท่านั้น ต่างคนก็
Read more
บทที่ 5 เสียงร่ำลือจากแม่ค้าและชาวบ้าน
ช่วงเช้าของวันถัดมา ตลาดประจำอำเภอในตลาดเริ่มคึกคักตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง เสียงพ่อค้าแม่ค้าพูดจาหยอกล้อกันดังไปทั่วซอยทางเดินเล็ก ๆ ระหว่างแผงขายของ กลิ่นของข้าวเหนียวหมูปิ้งและกลิ่นหอมของกาแฟโบราณโชยมาแตะจมูก อีกทั้งผักสดที่เพิ่งเก็บจากสวนผสมผสานกันเป็นกลิ่นเฉพาะของที่นี่ ทั้งอบอุ่น เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา บางคนมาที่ตลาดตั้งแต่ตีห้าครึ่ง แม้จะไม่ได้มาซื้อของอะไรเป็นพิเศษ แค่อยากเดินเล่นรับลมเย็น ๆ ของบรรยากาศยามเช้าและสังเกตหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว และทันทีที่เดินผ่านแผงผักของป้าดาว ก็ได้ยินบทสนทนาที่ทำให้หยุดฟังโดยไม่ตั้งใจพลางเลือกดูผักที่แผงไปด้วย“วันก่อนฉันไปซื้อมะเขือเทศตาเหมืองคนในหมู่บ้านเดียวกันมากิน อร่อยมากเลยนะ เห็นบอกเป็นมะเขือเทศพันธุ์ใหม่”ป้าดาวเอ่ยขึ้นในขณะที่มือก็จัดเรียงผักในแผงขายให้เป็นระเบียบ“มันก็คงไม่ต่างกับที่เรา ๆ ขายอยู่หรอกมั้ง ยังไงก็มะเขือเทศเหมือนกัน”“ไม่เหมือน ๆ ฉันกล้ารับรองเลย มันอร่อยมากจริง ๆ นะ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสหวานกำลังดี เอาไปทำอาหารก็อร่อยกลมกล่อม ลูกสาวฉันเอาไปปั่นทำน้ำมะเขือเทศกิน รสชาติดีสุด ๆ เลย ต้องลองนะ วันนี้ฉันรั
Read more
บทที่ 6 คุณนายพันดาว
แดดอ่อน ๆ ยามสายส่องผ่านกระจกหน้ารถเบนซ์สีดำมันวาวคันหรูที่แล่นมาตามถนนลาดยางในอำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง หญิงวัยกลางคนผมสั้นเซตเข้าทรงอย่างประณีตนั่งอยู่บนเบาะหนังสีครีม ในมือถือแก้วอเมริกาโนเย็นจากร้านกาแฟชื่อดังไว้แน่นไม่ให้หก ถึงแม้จะขับออกมาต่างจังหวัดต่างอำเภอ แต่เธอก็ยังคงแต่งตัวเนี้ยบเรียบร้อยด้วยเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวสะอาดตาและกางเกงขายาวสีน้ำตาลอ่อนดูดีเธอชื่อ “พันดาว” หรือที่ใคร ๆ ในแวดวงร้านอาหารรู้จักกันในนาม “คุณนายพันดาว” เจ้าของร้านอาหารชื่อดังในตัวเมืองจังหวัดใกล้เคียง ร้านอาหารของเธอไม่ใช่แค่ร้านอาหารธรรมดา แต่เป็นร้านที่เน้นวัตถุดิบพรีเมียม ปรุงด้วยความประณีตและใส่ใจในรสสัมผัสจนได้รับรางวัลมานับไม่ถ้วนวันนี้คุณนายพันดาวไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยว แต่มีธุระต้องมาตรวจร้านกาแฟที่เปิดแฟรนไชส์ไว้ในอำเภอนี้ หลังจากที่จัดการเรื่องงานเสร็จ เธอก็ให้คนขับรถพาแวะตลาดประจำอำเภอเพื่อหาของสดติดไม้ติดมือกลับบ้าน เพราะเธอเป็นคนที่ชอบลงมือทำกับข้าวกินเองในเวลาว่าง และที่สำคัญ คุณนายพันดาวเชื่อมาเสมอว่าแรงบันดาลใจในอาหารดี ๆ มักจะซ่อนอยู่ในของธรรมดา“คุณนายจะให้รอที่เดิมหรือวนรถไปจอดฝั่งโน้นด
Read more
บทที่ 7 คิดคำนวณ
เช้าวันจันทร์วันนี้เป็นวันหยุดนักขัติฤกษ์ลุงเหมืองจึงไม่ต้องไปทำงานที่โรงเรียน เป็นวันที่อากาศไม่ร้อนจัดเกินไป แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านม่านไม้ที่หน้าต่างครัว ลุงเหมืองนั่งจิบกาแฟดำที่ชงเองจากกาต้มน้ำเก่า ๆ เขาไม่ได้ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมใด ๆ เพราะชอบรสขมเข้มแบบที่กระตุกความคิดให้ตื่นตัววันนี้ไม่ใช่เช้าแบบธรรมดา เพราะเมื่อวานหลังจากที่คุณนายพันดาวกลับไป ลุงเหมืองก็เอาแต่นั่งคิด นอนพลิกตัวไปมายังไงก็ไม่หลับอยู่เกือบชั่วโมงเต็มข้อเสนอของคุณนายพันดาวนั้นไม่ได้มีเพียงแค่คำชม แต่มาพร้อมตัวเลขราคากิโลกรัมละ 55 บาท สำหรับมะเขือเทศที่ลุงเหมืองเคยขายให้แม่ค้าในตลาดที่อำเภอก็เพียงแค่กิโลละ 40 บาทเท่านั้นนั่นหมายถึงว่า ส่วนต่างที่คุณนายพันดาวเสนอให้นั้น ได้มากกว่าถึง 55 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว นี่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ถ้าคิดจริงจังขึ้นมา มันไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย"ลุง ถ้าจะปลูกเพิ่ม หนูช่วยได้นะ"เสียงของแพรยังชัดเจนอยู่ในความคิดของลุงเหมืองเขาหยิบสมุดเล่มเล็ก ๆ ที่หน้าปกเปื้อนดินขึ้นมา แล้วเปิดหน้าว่างหน้าใหม่ ดินสอไม้แท่งสั้น ๆ ถูกเหลาจนพร้อมใช้งานบรรจงจ่อลงบนหน้ากระดาษลุงเหมืองเริ่
Read more
บทที่ 8 เลือกเส้นทางที่ไม่มีใครเลือก
ดินสอไม้แท่งเดิมกับสมุดปกขาดที่ขอบยังคงวางอยู่บนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าทอดผ่านใบมะละกอหน้าบ้านตกกระทบกับหน้าโต๊ะอย่างพอดิบพอดี เสียงไก่ขันแว่วมาเป็นระยะ บรรยากาศยามเช้าในหมู่บ้านก็ยังคงเหมือนเดิมทุกวัน แต่ภายในหัวใจของลุงเหมืองกลับเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่กลับมาจากจังหวัดข้างเคียง ลุงเหมืองยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอเรื่องขอซื้อพันธุ์มะเขือเทศของคุณนายพันดาวทันที แม้จะเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจและให้เกียรติลุงเหมืองเป็นอย่างมาก แต่บางอย่างในใจลึก ๆ กลับกระซิบให้เขาลังเล กระซิบบอกว่า นี่ไม่ใช่ทางของเขา ลุงเหมืองคิดหนักอยู่หลายวัน คิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และในที่สุด เขาก็ตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่และหนักแน่น ลุงเหมืองกดมือถือโทรหาคุณนายพันดาวในตอนเช้าวันหนึ่ง ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นสูงน้ำเสียงของเขาไม่มีความลังเล“ผมขอบคุณคุณนายมากนะครับสำหรับโอกาสและความกรุณาทุกอย่าง แต่เรื่องขอซื้อพันธุ์ ผมขอเก็บไว้กับตัวเองดีกว่าครับ เพราะสำหรับผมแล้วมันไม่ใช่แค่เมล็ดพันธุ์ แต่มันคือรากของผมกับครอบครัว”ปลายสายเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเข้าใจ“ฉันเข้าใจค่ะลุง ขอบคุ
Read more
บทที่ 9 ฟาร์มเหมืองแดง
ท้องฟ้าในเช้าวันอาทิตย์นั้นสดใสอย่างน่าประหลาด เมฆสีขาวลอยล่องบนท้องฟ้ากว้าง มีแสงแดดอบอุ่นทอผ่านต้นไม้ที่ยืนต้นเงียบงันมาหลายปี ลุงเหมืองยืนมองผืนดินเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดอะไรบางอย่าง มีทั้งความผูกพัน ความคาดหวัง และความฝันที่เคยหล่นหายไปตามกาลเวลาที่ดินผืนนี้ไม่ใหญ่ มีพื้นที่เพียงราว ๆ หนึ่งไร่เท่านั้น อยู่เลยหลังบ้านของลุงเหมืองออกไปแค่หน่อยเดียว เมื่อก่อนพ่อของลุงเหมืองใช้ปลูกข้าว ปลูกพริก ปลูกถั่ว แต่แล้วหลังจากที่พ่อของลุงเหมืองเสียชีวิต พื้นที่ตรงนั้นก็ถูกปล่อยว่างไว้มาตลอดถ้าหากจะถามว่าทำไมลุงเหมืองไม่ใช้พื้นที่ตรงนั้นปลูกข้าว คำตอบง่าย ๆ ก็คือการปลูกข้าวต้องมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ไหนจะต้องมีแรงกำลัง แต่ลุงเหมืองตัวคนเดียว ยายคำแดงผู้เป็นแม่ก็แก่มากแล้ว จะให้มาทำนาปลูกข้างก็คงไม่ไหว พื้นที่ตรงนี้ลุงเหมืองเลยทำเพียงปลูกพืชผักสมุนไพรเล็กน้อยไว้กินไว้ใช้เท่านั้น ส่วนข้าวสารที่กินอยู่ทุกวัน ก็ใช้เงินเดือนภารโรงซื้อมากิน เพียงแค่สองคนแม่ลูกก็ไม่ได้กินใช้อะไรมากมายแต่ตอนนี้ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว พื้นที่ตรงนี้กำลังจะได้รับการฟื้นฟูใหม่ เปลี่ยนแปลงใหม่“ลุงแน่ใจนะ ว
Read more
บทที่ 10 สงครามในฤดูฝน
เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าสีหม่น บรรยากาศทั่วทั้งหมู่บ้านคล้ายกับถูกปกคลุมไปด้วยม่านสีเทาเข้ม ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ห้าแล้ว น้ำฝนไหลรินลงมาตามชายคา สาดซัดใส่พื้นดินจนเละเป็นโคลน และลมก็พัดแรงขึ้นทุกวันเหมือนกับว่าโกรธเคืองบางสิ่งบางอย่างลุงเหมืองยืนมองฟาร์มเหมืองแดงจากใต้ชายคาบ้าน ร่างกายเปียกโชกจากฝนที่พึ่งกลับมาจากการตรวจแปลงตอนเช้า“ห้าวันติด มันตกไม่หยุดเลยจริง ๆ” เขาพึมพำกับตัวเองพลางส่ายหัวไปมาต้นมะเขือเทศที่ออกผลแล้วหลายสิบต้นถูกลมแรงกระโชกพัดจนโยกซ้ายเอนขวาเหมือนจะหักคาแปลง ฝนตกกระหน่ำโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยสักนิด ใบไม้ปลิวว่อนร่วงหล่นจากต้นลงสู่พื้นอย่างไร้ความปรานีในคืนวันที่หก เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาใกล้ ๆ ราวกับส่งสัญญาณสงครามจากฟากฟ้า พายุลมหมุนที่ตามมาต่อจากฝนได้กวาดเอาทุกอย่างที่ขวางหน้า ลุงเหมืองวิ่งออกไปถึงฟาร์มในความมืดโดยมีเพียงไฟฉายในมือ วิ่งฝ่าฝนและลมไปอย่างไม่คิดชีวิต“ขอให้ไม่เป็นอะไรมากนะ” เขาท่องในใจมาตลอดทางแต่เมื่อมาถึง สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้หัวใจของลุงเหมืองแทบหยุดเต้น แปลงมะเขือเทศที่เคยเขียวชอุ่มมีดอกออกผลให้ชื่นชม กล
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status