Share

บทที่ 4

Penulis: PinkPenguin
last update Tanggal publikasi: 2024-11-21 18:18:19

ก๊อกๆๆๆ

เสียงเคาะประตูจากท่านชายทำให้พุดต้องลุกขึ้นไปเปิดประตูแบบเสียไม่ได้ ท่านชายเดินตามเข้ามาในห้อง ส่วนเจ้าของห้องกลับไปนั่งทำท่าอ่านหนังสือไม่รู้ไม่ชี้ที่ปลายเตียง

“เป็นอะไรไป วิ่งหนีกลับมาคนเดียวทำไม ถือขนมมาให้พี่มิใช่หรือ?”

“ใครวิ่งหนี? กระหม่อมแค่เป็นคนมีมารยาท”

คนตอบเสียงบูดบึ้งทำให้ท่านชายเดินไปนั่งลงข้าง ๆ แย่งหนังสือออกมาวาง และจับไหล่คนตัวเล็กให้หันหน้ามาทางตน

“มองหน้าพี่แล้วตอบมา พ่อพุดกำลังน้อยใจพี่ ใช่หรือไม่”

พุดเริ่มรู้สึกประหม่าเพราะโดนพี่ชายไม่แท้พูดจี้ใจดำ

“นะ...น้อยใจอะไรกระหม่อม ฝ่าบาทเข้าพระทัยผิดแล้ว กระหม่อมเป็นชายชาตรีไม่น้อยใจอะไรไร้สาระเช่นนั้นหรอก”

“ฝ่าบาท? กระหม่อม?...เจ้ารู้หรือไม่ เวลาเจ้าน้อยใจพี่ มักจะใช้ถ้อยคำห่างเหินเช่นนี้เป็นประจำ เด็กน้อย...”

“กระหม่อมมิใช่เด็กน้อยแล้ว ครบ 20 ปีบริบูรณ์ไปเมื่อเดือนก่อน ฝ่าบาทจำมิได้หรือ? เพื่อน ๆ ของกระหม่อมแต่งงานมีลูกกันไปหลายคนแล้ว”

“งั้นหรือ? พูดเช่นนี้...พ่อพุดอยากแต่งงานแล้ว?”

“มิใช่เสียหน่อย”

“แต่พี่อยากแต่ง...”

“ไหนเคยตรัสว่ายังไม่อยากเสกสมรสไง?!!”

“ไหนว่าไม่น้อยใจไง? คนปากแข็ง หวงพี่ก็บอกมาเถิด”

“ใครจะหวงฝ่าบาทกัน ฝ่าบาทจะเสกสมรสกับใครก็ตามใจเถิด ไม่เกี่ยวกับกระหม่อม”

“งั้นแม่วิลาก็ไม่เลวนัก ชาติตระกูลดี กิริยามารยาทงาม เหมาะจะมาเป็นพี่สะใภ้เจ้า เจ้าว่าดีหรือไม่?...”

ท่านชายแกล้งพูดยั่วคนปากแข็งที่หวงพี่ชายไม่แท้คนนี้อย่างกับอะไรดี ซึ่งท่านชายเองก็ชอบให้พ่อพุดหวงเขาแบบนี้ ความรู้สึกลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายในใจนั้นท่านชายรู้ตัวดีว่ามันคืออะไร เพียงแต่เขายังไม่แน่ใจว่าเด็กน้อยของเขาคิดแบบเดียวกัน หรือแค่หวงเขาตามประสาน้องหวงพี่ชายกันแน่

“แล้วแต่องค์เองเถิด กระหม่อมง่วงจะงีบแล้ว”

พุดว่าพลางเอนตัวลงนอนหันหลังให้คนพี่แล้วทำเป็นแกล้งหลับเพราะขี้เกียจเถียงต่อ ตอนนี้เขาหงุดหงิดเกินไปประเดี๋ยวจะโดนจับไต๋ได้แล้วจะแย่เอา

“พรุ่งนี้เป็นวันเกิดแม่วิลา พี่คงไม่พ้นโดนเสด็จพ่อรับสั่งให้ไปร่วมงานเป็นแน่ พ่อพุดต้องไปกับพี่ เตรียมตัวด้วย”

ท่านชายพูดจบก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่รอฟังคำตอบ เพราะเขาไม่ได้ถาม แต่เป็นคำสั่งที่พุดห้ามปฏิเสธ

“เชอะ!!! เห็นเราเป็นไม้กันหมาตลอด”

พุดที่กำลังยืนดูเหตุการณ์อย่างตั้งใจถูกท่านชายพาไปโผล่อีกสถานที่

“ที่นี่วังใครอีกเนี่ย ใหญ่โตขนาดนี้”

พุดถูกพามายังสถานที่แห่งหนึ่งที่ดูใหญ่โตไม่แพ้วังรัชนีพงษ์ แต่ถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้และดวงไฟสว่างไสว มีนักดนตรีกำลังบรรเลงไวโอลินและเปียโนในบทเพลงคลาสสิคไพเราะสบายหู แขกเหรื่อในงานแต่งตัวสวยงามแปลกตาด้วยชุดย้อนยุคเหมือนละครพีเรียดที่พุดเคยดู ผู้ชายส่วนใหญ่ใส่สูท บางคนก็ใส่เสื้อสูทผูกหูกระต่ายกับโจงกระเบนผ้าไหมชั้นดี ส่วนผู้หญิงใส่ชุดกระโปรงบานฟูฟ่องตัดเย็บด้วยผ้าแพรพรรณชั้นดีที่นำเข้าจากต่างประเทศ บ้างก็กำลังยืนคุยกัน บ้างก็เต้นรำกันอย่างเพลิดเพลิน

“ที่นี่คือวังเทวลักษณ์”

คำตอบจากท่านชายทำให้พุดเริ่มเข้าใจได้ทันทีว่าตัวเองมาที่ช่วงเวลาใด

“คุณพุด สวัสดีครับ”

เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เรียกชื่อพุดในนิมิต เรียกความสนใจจากทั้ง 2 คนที่กำลังยืนดูเหตุการณ์อยู่

“อ้าว...สวัสดีครับพี่ชายเล็ก”

“คุณพุดมากับท่านชายพัฒน์หรือครับ?”

คุณชายเล็ก หรือหม่อมราชวงศ์พีระกุล เอ่ยถามพุดที่ยืนกินขนมตุ้ย ๆ อยู่คนเดียว

“ครับ”

“แล้วท่านชายล่ะครับ?”

ปกติเห็นพุดที่ไหนต้องเห็นท่านชายหน้าเย็นชาที่นั่น คุณชายเล็กจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“คงกำลังคุยสนุกอยู่กับเจ้าของวันเกิดอยู่กระมังครับ”

พุดพูดด้วยความประชดประชันเล็ก ๆ เพราะถูกท่านชายทิ้งให้อยู่คนเดียวมาสักพักแล้ว เลยระบายความหงุดหงิดด้วยการหาของกินเข้าปากถึงค่อยอารมณ์ดีขั้นมาหน่อย คุณชายเล็กได้รับคำตอบเช่นนั้นก็รู้สึกโล่งใจ ทางสะดวก จึงชวนคนตรงหน้าคุยต่อ

“เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ คุณพุดโตขึ้นเยอะเลยนะ”

“ก็ 2 ปีแล้วนี่ครับที่พี่ชายเล็กไปเรียนต่อเฉพาะทาง เป็นไงครับพุดหล่อขึ้นใช่มั้ยล่ะ”

“หล่อมากครับ สาว ๆ คงเข้าหาเยอะเป็นแน่”

“แหม สู้พี่ชายเล็กไม่ได้หรอก ดีกรีว่าที่คุณหมอสุดหล่อ ได้ยินว่าพยาบาลสาว ๆ พากันขายขนมจีบให้ตลอดเลยหนิครับ”

พุดแซวเพื่อให้บรรยากาศเป็นกันเอง เล่นเอาคนตรงข้ามหูแดงเลยทีเดียว

“คุณพุดก็...ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ เอ่อ...ขอโทษนะครับ”

คุณชายเล็กเอ่ยขอโทษพุดพร้อมกับเอื้อมมือมาหยิบเศษขนมที่เลอะขอบปากของพุดออก

“อ้อ...ขอบคุณครับ แหะ ๆ ขายหน้าเลย”

พุดเอ่ยขอบคุณโดยที่ไม่ได้คิดอะไรเลย แต่คนที่มาใหม่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ใบหน้าเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลับฉายแววไม่พอใจออกมา

“พ่อพุด...”

เสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคยแต่เคลือบด้วยความเย็นยะเยือกมากกว่าปกติทำพุดสะดุ้งเล็กน้อย

“อ้าว...ฝ่าบาท”

คุณชายเล็กเอ่ยทักทายท่านชายปกรณ์ณพัฒน์ด้วยรอยยิ้ม พร้อมโค้งตัวทำความเคารพตามปกติ ท่านชายพัฒน์ก้มหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ซึ่งคุณชายเล็กคุ้นเคยกับภาพแบบนี้ดี กิตติศัพท์ของท่านชายปกรณ์ณพัฒน์ที่หวงน้องชายมากเป็นที่เลื่องลือ แม้แต่เพื่อนผู้ชายก็เข้าถึงตัวพุดยากมาก เป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็ก ๆ แม้ตอนนี้จะโต ๆ กันแล้ว ท่านชายก็ยังคงหวงน้องไม่เปลี่ยนแปลง ไม่สิ...เขารู้สึกว่ามันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“กลับวังกัน”

“แต่กระหม่อมกำลังสนุก”

พุดตอบท่านชายด้วยอารมณ์หงุดหงิด อะไรกัน ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวแต่ตัวเองไปคุยสนุกกับคุณหญิงวิลาตั้งนานสองนาน ตอนนี้เขากำลังเพลิดเพลินกับอาหารตรงหน้าแถมมีเพื่อนคุยสนุกสนาน จู่ ๆ มาบอกให้กลับวัง ทำเอาพุดหงุดหงิดที่สุด

“แหม...จะรีบกลับไปไหนเพคะเด็จพี่ ยังไม่ดึกเลย แล้วดูสิ คุณพุดยังสนุกอยู่เลย”

คุณหญิงวิลาที่เห็นว่าท่านชายพัฒน์จะกลับแล้วก็อยากจะรั้งให้อยู่ต่อ และที่สำคัญยังไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้เลย

“นาน ๆ คุณพุดจะได้ออกงานสังคมสักที เด็จพี่ก็อย่าเพิ่งรีบกลับเลยเพคะ จริงไหมคะคุณพุด”

กล่าวจบ คุณหญิงวิลาก็หันไปยิ้มหวาน ๆ ให้กับพุด จนพุดขนลุกเกรียว เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล เพราะปกติคุณหญิงวิลาไม่เคยยิ้มให้เขาเลยสักครั้ง เจอกันทีไรมีแต่มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ไม่เคยเป็นมิตรเลย

“เอ่อ...ครับ...”

พุดตอบรับแบบเบา ๆ เพราะความเคลือบแคลงใจ

“จริงสิ...วิลาได้ยินมาว่าคุณพุดเล่นเปียโนเก่งมาก วันนี้วันเกิดวิลา ถ้าจะกรุณา คุณพุดเล่นให้ฟังเป็นของขวัญวันเกิดได้ไหมคะ”

นั่นปะไร!!! พุดถึงบางอ้อแล้วว่ากำลังจะโดนคุณหญิงวิลาหักหน้า เพราะตั้งแต่สมัยเรียน มีใครไม่รู้บ้างว่าพุดห่วยแตกเรื่องดนตรีที่สุด เรียกได้ว่าคะแนนเกือบตกมาโดยตลอด และที่ผ่านมาได้ เพราะมีศักดิ์เป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์เจ้าพงษ์จักรพรรณ เลยได้คะแนนพิศวาสมาช่วยให้สอบผ่าน

“เอ่อ...กระผมไม่เก่งเรื่องดนตรี ขอผ่านดีกว่าครับ”

“จะเป็นไปได้อย่างไรคะ คุณพุดอย่าถ่อมตัวเลยค่ะ ทั้งเด็จพ่อของคุณพุด ทั้งเด็จพี่อย่างท่านชายพัฒน์เองเป็นถึงอัจฉริยะทางด้านดนตรีเลยนะคะ”

เอาแล้วไง ซวยแล้ว พุดคิดในใจว่าจะทำอย่างไรดี ไม่ว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธก็มีแต่จะทำให้ทั้งตัวเองและวังรัชนีพงษ์ขายหน้า

“ไม่มีปัญหา ในเมื่อแม่วิลาอยากฟัง”

พุดตกใจกับคำกล่าวของพี่ชายของตน คิดไม่ตกว่าไปทำอะไรให้ท่านพี่ไม่พอใจ ถึงกับต้องผลักให้เขาออกไปทำเรื่องขายหน้าเช่นนี้ แต่ยังไม่ได้ทันคิดอะไรต่อ ท่านชายพัฒน์ก็ยกมือขึ้นมาลูบหัวพุดที่กำลังยืนทำตาโตอยู่

“เพลงที่พี่แต่งให้เจ้า”

กล่าวจบท่านชายพัฒน์ก็โอบไหล่พุดเดินขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้เปียโนคู่กัน ซึ่งสาว ๆ ในงานมองว่าเป็นมิตรภาพพี่น้องที่น่าหลงใหลมาก ๆ อีกคนสูงใหญ่ สมาร์ต หล่อเหลาราวเทพบุตร อีกคนแม้จะตัวเล็กกว่าแต่ก็เป็นหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักและมีเสน่ห์มาก ๆ สองหนุ่มหล่อจากตระกูลสูงศักดิ์ที่มีแต่สาว ๆ หมายปอง กำลังจะเล่นเปียโนด้วยกัน ช่างเป็นภาพที่หาดูได้ยากมาก ๆ แต่ไม่ใช่กับวิลา เพราะวิลามองแค่ท่านชายพัฒน์คนเดียวมาตั้งแต่เด็ก ๆ และดูถูกชาติกำเนิดของพุดในใจมาโดยตลอด ด้วยความที่หลงใหลในตัวท่านชายพัฒน์ วิลายิ่งไม่ชอบใจที่เห็นท่านชายพัฒน์ให้ความสนใจและเอาใจใส่แค่พุดเพียงคนเดียว ทั้ง ๆ ที่ชาติกำเนิดพุดสู้ตัวเธอไม่ได้เลย จึงริษยาพุดมาตั้งแต่เด็ก ๆ

ท่านชายพัฒน์เริ่มกดโน้ตแรกด้วยมือขวาข้างเดียว หลังจากนั้นพุดก็เริ่มกดโน้ตมือซ้ายคู่กัน เสียงเปียโนถูกบรรเลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นบทเพลงง่าย ๆ แต่กลับทำให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้มและซาบซึ้ง พุดเริ่มยิ้มออกพร้อมกับน้ำที่คลอในดวงตา ที่แท้ท่านชายกำลังปกป้องตนเองอยู่ บทเพลงนี้เป็นเพลงที่ท่านชายแต่งให้พุดตอนที่ท้อแท้มาก ๆ กับการเรียนวิชาเปียโนสมัยเด็ก ๆ ทำให้พุดสนุกและมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นเพลงนี้กับท่านชาย โน้ตทุกตัวจดจำได้จนขึ้นใจ จึงบรรเลงออกมาได้พลิ้วไหวและไพเราะ พุดซึ้งใจที่ผ่านไปหลายปีแล้ว ท่านชายยังจำบทเพลงนี้ไม่ลืมเลือน

แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ

เสียงปรบมือดังกึกก้อง แขกในงานต่างพากันประทับใจกับบทเพลงที่สองพี่น้องบรรเลงจบไป

“ไพเราะมากเพคะ”

“เพลงอะไรหรือกระหม่อม พวกกระหม่อมไม่เคยได้ยินมาก่อน”

บรรดาเหล่าคุณหญิงคุณชายและเพื่อน ๆ ของท่านชายต่างชื่นชมและสอบถามถึงบทเพลงที่เพิ่งบรรเลงจบไปเมื่อครู่

“เป็นความลับน่ะ”

ท่านชายกล่าวพร้อมกับยิ้มอ่อน ๆ ออกมา ทำเอาสาว ๆ ในงานพากันกรี๊ดในใจแทบจะเป็นลม และเพ้อฝันไปถึงว่าอยากจะออกเดตกับท่านชาย แต่ก็โดนคุณหญิงวิลาดับความฝันด้วยการเดินเข้ามาควงแขนท่านชายอย่างแนบชิด

“เก่งที่สุดเลยเพคะ วิลาจะให้รางวัลด้วยการเป็นคู่เต้นรำนะเพคะ”

แม้จะขัดใจที่ไม่สามารถหักหน้าพุดได้ แต่อย่างไรคืนนี้ทุกคนในงานต้องรู้ว่าตำแหน่งคู่หมายของท่านชายต้องเป็นเธอเท่านั้น คุณหญิงวิลาลากตัวท่านชายออกไปยืนกลางฟลอเต้นรำ นักดนตรีเริ่มบรรเลงบทเพลงใหม่ในจังหวะช้า ๆ โรแมนติก ท่านชายไม่อาจปฏิเสธคำชวนเต้นรำต่อหน้าแขกเหรื่อในงานได้ เพราะยังคงเกรงใจเสด็จพ่อของคุณหญิงวิลาหากจะหักหน้าบุตรีของท่านในงานวันเกิดเช่นนี้อาจจะทำให้ผู้ใหญ่ผิดใจกันได้ จึงเต้นรำตามน้ำไปก่อน และอีกใจก็หวังอยากจับสังเกตปฏิกิริยาของน้องชายแสนดื้อของตนเองไปด้วย คุณหญิงวิลาได้ทีจึงเข้าไปแนบชิดแผงอกของท่านชายพัฒน์พร้อมส่งสายตาไปหาสาว ๆ ในงานเพื่อบ่งบอกว่าท่านชายเป็นของตนเท่านั้น

ตัดมาที่ฝั่งของพุดที่ตอนนี้ถูกรุมจากทั้งคุณหญิงคุณชาย บ้างก็เพิ่งเคยเห็นพุดแล้วเกิดสะดุดตาในความน่ารัก บ้างก็เป็นคนรู้จักกันมาก่อนที่อยากจะเข้าหา พอสบโอกาสที่พี่ชายสุดเย็นชาของพุดโดนคุณหญิงวิลาลากตัวไปเต้นรำ จึงได้ทีเข้ามาทักทาย แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าพุดเอาแต่มองไปทางท่านพี่ของตนที่เต้นรำกับสาวสวยด้วยความไม่สบอารมณ์

“ไหนว่าไม่ชอบ เต้นรำสนุกสนานเชียว แถมถึงเนื้อถึงตัวกันอีก...”

พุดได้แต่บ่นในใจ แถมยังต้องปั้นหน้ายิ้มทักทายบรรดาหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่เข้ามาหาตน

“คุณพุดวันนี้หล่อจังเลยนะคะ”

“น้องพุดไม่เจอกันนานเลยนะครับ จำพี่ได้ไหมครับ”

การโดนรุมจากคุณหญิงคุณชายทำให้พุดเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วน บวกกับอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดมาก

“ขอโทษนะครับ ผมขอตัวพาคุณพุดไปคุยธุระก่อนนะครับ”

“พี่ชายเล็ก...”

คุณชายเล็กฝ่าวงล้อมเข้ามาจูงแขนพุดออกไปอีกทาง และทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของท่านชายพัฒน์...

“ต้องเสียมารยาทแล้ว พี่ขอตัวกลับวังก่อนนะครับ”

ท่านชายพัฒน์เอ่ยกับคุณหญิงวิลาและรีบผละออกมาจากการเต้นรำเพื่อตามทั้งสองคนไปอย่างรวดเร็ว

ทางฝั่งเจ้าของวันเกิดอย่างคุณหญิงวิลาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ยืนกำมือแน่นด้วยความริษยา เธออุตส่าห์อ้างชื่อท่านพ่อเพื่อกักตัวท่านชายไว้ แต่ท่านชายก็ยังมัวแต่สนใจน้องชายนอกไส้คนนั้น เดินหนีเธอไปเสียดื้อ ๆ คิดแล้วมันก็น่าเจ็บใจ ทั้ง ๆ ที่ใคร ๆ ต่างมองว่าเธอเหมาะสมคู่ควรจะเป็นคู่หมายของท่านชาย แต่ทำไมท่านชายไม่ให้ความสำคัญกับเธอเลย

“ขอบคุณมาก ๆ นะครับพี่ชายเล็ก”

พุดกล่าวขอบคุณคนที่พาตนเองออกมาจากความอึดอัดในงาน ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ในสวนกุหลาบหลังฟลอเต้นรำที่ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน

“ไม่เป็นไรครับคุณพุด พี่เห็นว่าสีหน้าไม่ค่อยดีแล้วน่ะครับ”

“ถ้าไม่ได้พี่ชายเล็ก ผมคงได้เป็นลมกลางงานแน่ ๆ ครับ ฮ่าๆๆๆ”

พุดพูดติดตลกให้คนตรงหน้าขำ ทั้งสองคนหัวเราะอย่างเป็นกันเอง คุณชายพีเห็นพุดผ่อนคลายขึ้นก็รู้สึกดีใจ และอยากจะเข้าใกล้พุดให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

“เอ่อ...คุณพุดครับ ไว้ว่าง ๆ เราไปตีเทนนิสกันมั้ยครับ จำได้ว่าคุณพุดชอบตีเทนนิส”

“โห จำได้ด้วยเหรอครับ แต่ว่าผมต้องไปขอ...”

ยังพูดไม่ทันขาดคำ ท่านชายพัฒน์ก็เดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนพร้อมกับสีหน้าที่เรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยไอสังหารผ่านสายตา

“เราคงต้องขอตัวกลับวังก่อนนะครับ”

“...”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รอยรักหวนคืน   บทที่ 25

    “อื้อ...”ณภัทรกัดฟันแน่นร้องครางในลำคอเพราะมือใหญ่ของอีกฝ่ายค่อย ๆ ดันนิ้วกลางเข้าไปภายในรูจีบหลังจากที่วนนวดคลึงมาสักพัก“เสียวก็ร้องออกมาดัง ๆ สิครับ”“เชอะ ไม่ร้องหรอก เดี๋ยวได้ใจ”รอยยิ้มอ่อนโยนแต่แววตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายทำให้ณภัทรหมั่นไส้ พยายามอดกลั้น พยายามไม่ส่งเสียง แต่มือใหญ่กลับสอดนิ้วนา

  • รอยรักหวนคืน   บทที่ 24

    “ตั้งแต่วันนี้ พ่อฝากตาภีมด้วยนะลูก”ผู้เป็นพ่อเอ่ยกับว่าที่ลูกเขยด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอพร้อมกับส่งตัวลูกชายสุดที่รักให้กับว่าที่ลูกเขยที่หน้าแท่นพิธี ความจริงเขามีความห่วงและหวงลูกชายคนนี้มาก ในครั้งแรกที่ได้รับรู้ว่าลูกชายกำลังคบหาดูใจกับผู้ชายด้วยกัน เขาก็ยากที่จะยอมรับ และไม่ไว้ใจธีรภพเพราะได้ยินชื

  • รอยรักหวนคืน   บทที่ 23

    ณ บ้านทรงไทยกึ่งยุโรปที่คุ้นตา“วันนี้เป็นวันรับปริญญาของผม ผมเรียนจบแล้วนะครับ”ณภัทรยืนยิ้มคุยกับกรอบรูป 2 ใบ ที่บุคคลในรูปหนึ่งมีใบหน้าเหมือนตนเองอย่างกับแกะกับอีกรูปที่เป็นภาพวาดของชายหนุ่มคนหนึ่งตั้งเคียงคู่กัน ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ทุก ๆวันณภัทรจะมาคุยกับบุคคลในรูปนี้เสมอ แม้จะไม่เคยรู้จ

  • รอยรักหวนคืน   บทที่ 22

    วันเวลาผ่านไปหลายปี ณ งานรับปริญญามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ผู้คนถือช่อดอกไม้เดินกันขวักไขว่ บ้างก็ถือช่อตุ๊กตา บ้างก็ถือช่อเงินช่อใหญ่ที่ดูแล้วน่าจะหลายบาท บ้างก็จับกลุ่มกันถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้นใบหยกในวัย 70 กว่า ๆ ยืนจูงมือมากับผู้เป็นสามี โดยมีลูกชายและลูกสะใภ้ถือ

  • รอยรักหวนคืน   บทที่ 21

    ณ บ้านสวนหลังใหญ่ ชานเมืองเชียงใหม่ ตัวบ้านถูกล้อมรอบไปด้วยสวนกุหลาบพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ แม้จะสร้างจากไม้ทั้งหลัง แต่ก็ดูทันสมัยสวยงามน่าอยู่และร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้บริเวณรอบ ๆ ตัวบ้าน รถแฟมิลี่คาร์สีดำยี่ห้อหรูแล่นเข้ามาจอดตรงประตูหน้าบ้าน เด็กชายตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มวัย 5 ขวบวิ่งลง

  • รอยรักหวนคืน   บทที่ 20

    เช้าวันรุ่งขึ้น...“ป้าเห็นเขามาด้อม ๆ มอง ๆ ตั้งแต่ช่วงกลางวันแล้ว ดูไม่น่าไว้ใจเลย ถึงบ้านนี้จะไม่มีคนอยู่มาเป็นปี ๆ แล้ว แต่ทรัพย์สินของมีค่าอะไรก็ยังอยู่ครบ ป้าเลยกลัวว่าจะเป็นพวกโจร เลยโทรไปแจ้งตำรวจไว้ สายตรวจเลยออกมาตรวจในพื้นที่เมื่อคืนนี้แล้วได้ยินเสียงไอ้พวกโจรมันร้องโหยหวนพอดี”ป้าแมว ป้า

  • รอยรักหวนคืน   บทที่ 6

    “ร้ายกาจที่สุด” พุดเอ่ยออกมาด้วยความหมั่นไส้คนด้านบน“ร้ายก็เพราะรักเจ้า รู้หรือไม่ว่าพี่อยากทำแบบนี้กับเจ้ามานานเพียงใด”ท่านชายเอ่ยเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แต่ทว่ากลับดูเย้ายวนและน่าหลงใหลมากในสายตาของพุด มือหนาเริ่มรูดรั้งแก่นกายคนตัวเล็กเบา ๆ ลิ้นหนาโลมเลียตั้งแต่โคนจรดปลาย“อื้ออ...สะ...เสียว

  • รอยรักหวนคืน   บทที่ 8

    “อะไรนะ?!! เรือนหอ? ของเรา?”“ใช่...พี่ปลูกเรือนหลังนี้ก่อนที่จะไปเรียนต่อ หวังว่ากลับมาแล้วจะได้อยู่กับพ่อพุดที่เรือนหลังนี้จนถึงบั้นปลายชีวิต”“ท่านชายจะบอกว่าผมกับท่านชายเคยเป็นคนรักกัน?”พุดเอ่ยถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ“ใช่...ทุกเหตุการณ์ที่เจ้าฝัน มันเคยเกิดขึ้นจริงมาก่อน”คำตอบของท่านชายทำให้

  • รอยรักหวนคืน   บทที่ 7

    “อ๊า...สดชื่นนนน สงสัยนอนหลับสนิทเพราะยาคลายเครียดของหมอแน่ ๆ เลย”พุดเข้าออฟฟิศมาด้วยความสดใสเพราะหลับสนิทตลอดคืน วันนี้จึงทำงานด้วยความกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ“พุด ๆ พี่ฝากเอาเอกสารไปให้คุณดินหน่อยดิ เที่ยงแล้วพี่นัดกับแฟนไปกินข้าวอะ ถ้าไปช้าโดนบ่นหูชาแน่เลย”“ได้ครับพี่แม็ค”พุดมักจะถูกเอาเปรียบ

  • รอยรักหวนคืน   บทที่ 1

    “อาส์...คุณนี่...ยังเก่งเหมือนเดิมเลยนะครับ”“เก่งแล้วชอบมั้ยคะ...”เสียงสนทนาสุดสยิวของชายหญิงคู่หนึ่งภายในห้องทำงานขนาดใหญ่โดยไม่กลัวกว่าใครจะมาได้ยิน เพราะห้องนี้เก็บเสียงได้เป็นอย่างดี ถ้ามองจากประตูทางเข้าจะเห็นโต๊ะทำงานระดับผู้บริหารที่สั่งทำด้วยไม้อย่างดี โดยมีชายหนุ่มหน้าตี๋ ความหล่อระดับพระ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status