เข้าสู่ระบบบทที่ 8 กรงทอง
กวางจ้องมองนัยน์ตาของเขา หัวใจตื่นตระหนกกับความคิดที่น่ากลัวของชายหนุ่ม เขาไม่ใช่แค่คนฉลาด แต่เขาเป็นนักจิตวิทยาที่มองทะลุจิตใจคนอื่นได้อย่างเยือกเย็น “รวมถึงความกลัวของกวางด้วยไหมคะ” กวางย้อนถาม นัยน์ตาประสานกับเขาอย่างท้าทาย “บอสคิดว่าบอสกำลังควบคุมความกลัวของกวางอยู่เหรอคะ?” คัตเตอร์เลื่อนมือจากริมฝีปากลงมาจับที่ข้อมือเล็กของเธอ ออกแรงดึงเบาๆ ให้ร่างบางขยับเข้ามาใกล้ๆ กลิ่นน้ำหอมและกลิ่นซิการ์ลอยอบอวลไปทั่ว “ฉันไม่ได้ควบคุมความกลัวของเธอหรอกกวาง...” คัตเตอร์เอียงใบหน้าลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินแก้มเนียน “แต่ฉันกำลังรอ... รอวันที่เธอจะเผยตัวตนจริงออกมา รอวันที่เธอจะเดินเข้ามาในกับดักของฉันด้วยตัวเธอเอง” “กวางไม่มีตัวตนอื่นหรอกค่ะบอส กวางก็คือเลขาของบอส...” “งั้นเหรอ?” ความเงียบครอบงำรถยนต์อีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานเบาๆ กวางสบตากับชายหนุ่มตรงหน้า เขาโน้มตัวลงมาประชิดใบหน้าสวย มือหนาบีบคางของเธอไว้เบาๆ “ค่ะ” กวางเอ่ยตอบสั้นๆ สะบัดหน้าออกจากมือหนา แล้วหันหน้าหนีเขา หลบสายตาจับผิดของเขา “หึ!” คัตเตอร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอเล็กน้อย ก่อนที่จะเลิกสนใจเธอ ความเงียบครอบงำภายในรถหรูอีกครั้ง แต่ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่ผ่อนคลาย มันเต็มไปด้วยกระแสคลื่นความตึงเครียด สายตาที่ต่างฝ่ายต่างพยายามจับจ้องและค้นหาความจริงของกันและกัน กวางสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามกดหัวใจที่เต้นรัวให้กลับมาเป็นปกติ คำพูดของเขาเมื่อครู่ ‘รอวันที่เธอจะเผยตัวตนจริงออกมา... รอวันที่เธอจะเดินเข้ามาในกับดัก’ มันยังคงดังซ้ำไปซ้ำมาในหัว ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้แค่ออกมารับศึกภายนอก แต่เขากำลังมองทะลุเข้ามาถึงเกมภายในของเธอ แต่ถึงอย่างนั้น... มนศิชาคนนี้ก็ถอยไม่ได้อีกแล้ว “บอสดูมั่นใจจังเลยนะคะ” กวางตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้นมาเอง เธอหมุนตัวกลับมาสบตากับเขาตรงๆ ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มจางๆ ที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งท้าทาย “มั่นใจว่าตัวเองเป็นฝ่ายกางกับดักอยู่คนเดียว” คัตเตอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองริมฝีปากสีสดที่เอื้อนเอ่ยคำพูดตอกกลับอย่างไม่กลัวเกรง “แล้วเธอคิดว่ามีใครหน้าไหนในเมืองนี้ กล้ากางกับดักจับฉันงั้นเหรอ?” “คนเราเวลามีอำนาจมากเกินไป มักจะลืมมองพื้นใต้เท้าตัวเองค่ะ” กวางย้อนเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบ “กับดักบางอย่าง... ไม่ได้ถูกสร้างด้วยกำลังหรือเงินทองหรอกนะคะ แต่มันถูกสร้างด้วยความนิ่งนอนใจของตัวบอสเองต่างหาก” คัตเตอร์เหยียดยิ้มกว้างขึ้น ชายหนุ่มเอียงคอมองเธอด้วยสายตาพิจารณา “ตอกกลับได้ไม่เลว... แต่กวาง การที่เธอพยายามพูดขู่ฉันแบบนี้ มันยิ่งทำให้เธอเหมือนคนที่ฉันรู้จักเข้าไปทุกที” กวางชะงักไปครู่หนึ่ง มือเรียวที่กุมจี้รูปหยดน้ำไว้แน่นเริ่มเกร็งจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เธอพยายามรักษาสีหน้าให้สงบนิ่งที่สุด “คนรู้จักคนไหนเหรอคะ? บอสพูดถึงเรื่องอดีตอีกแล้วนะคะ” “รุ่นพี่ที่ฉันเคารพ เธอเหมือนกับเขามากเลยนะกวาง” คัตเตอร์เอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “บอสคิดมากไปเองแล้วล่ะค่ะ” กวางเค้นเสียงหัวเราะเบาๆ “กวางจะเหมือนเขาได้ไง” “ยิ่งเธอปฏิเสธ เธอก็ยิ่งเหมือน” คัตเตอร์เอ่ย “บอสนี่~ เป็นคนที่ยึดติดนะคะ” “แน่นอน ยิ่งกับเธอ ฉันก็ยิ่งยึดติด” เขาคลี่รอยยิ้มเล็กน้อย “ว่าแต่... คาสิโนของฉันมีจุดอ่อนอะไรบ้างล่ะ ฉันเห็นเธอมองสำรวจอยู่นานเลยนะกวาง” “กวางก็แค่มองด้วยความทึ่งค่ะ” กวางยืดตัวขึ้น นั่งตรง สบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ “คนเราพอเห็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ มันก็ต้องมีความสงสัยเป็นธรรมดา ว่าคนที่สร้างมันขึ้นมา ต้องผ่านอะไรมาบ้าง... ต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง” “อยากรู้เหรอว่าฉันแลกมาด้วยอะไร?” คัตเตอร์โน้มตัวเข้ามาหาเธออีกครั้ง กลิ่นซิการ์และน้ำหอมราคาแพงลอยแตะจมูกเธอ “ฉันแลกมาด้วยความเด็ดเดี่ยว และการกำจัดทุกคนที่คิดจะมาเป็นก้างขวางคอ” “คำก็กำจัด สองคำก็กำจัด...” กวางเค้นยิ้มมุมปาก “สมกับเป็นเจ้าพ่อคาสิโนและมาเฟียใหญ่จริงๆ ค่ะ แต่บอสไม่กลัวบ้างเหรอคะ?” “กลัวอะไร?” “กลัวว่าสักวัน... คนที่บอสเคยเหยียบย่ำไว้ หรือคนที่บอสคิดว่ากำจัดไปหมดแล้ว จะกลับมาเอาคืน” กวางจ้องมองเข้าไปในดวงตาของคัตเตอร์ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าแฝงความหมายซ่อนเร้นอย่างเปิดเผย “บาปกรรมมันมีจริงนะคะบอส คนเราเวลามีอำนาจมักจะคิดว่าตัวเองอยู่เหนือทุกอย่าง... จนกระทั่งวันหนึ่งที่ลมเปลี่ยนทิศ” คัตเตอร์ยิ้มรับคำพูดนั้นอย่างไม่เกรงกลัว “ลมจะเปลี่ยนทิศหรือไม่... มันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนควบคุมลมกวาง และตราบใดที่ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ ไม่มีลมทิศไหนจะพัดฉันล้มได้ง่ายๆ โดยเฉพาะลมปากจากศัตรูที่แฝงตัวเข้ามา” กวางเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมประสาทที่ตึงเครียด ชายหนุ่มตรงหน้าฉลาดเกินไป เลือดเย็นเกินไป และคาดเดาความคิดได้ยากเหลือเกิน เขารู้จักการลองเชิงและกดดันเธอให้หลุดปากออกมา แต่เธอก็รู้ดีว่าตราบใดที่เขายังไม่มีหลักฐานมัดตัวที่ชัดเจน เธอต้องสวมหน้ากากนี้ต่อไปให้ถึงที่สุด “แล้วถ้าศัตรูคนนั้น... อยู่ใกล้ตัวบอสมากกว่าที่บอสคิดล่ะคะ?” กวางย้อนถาม นัยน์ตาแพรวพราวไปด้วยความท้าทาย “ฉันก็แค่...” คัตเตอร์เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “ดึงศัตรูคนนั้นเข้ามาไว้ข้างกาย ขังไว้ในกรงของฉัน... แล้วดูว่าเธอจะดิ้นรนหาทางรอดได้ยังไง” “บอสพูดเหมือนกำลังหมายถึงกวางเลยนะคะ” “คิดว่าหมายถึงใครล่ะ?” คัตเตอร์กระซิบเสียงต่ำ “ในเมื่อเธออยากจะเล่นบทเลขาแสนดีต่อไป... ฉันก็จะเล่นตามน้ำไปกับเธอ แต่จำไว้นะกวาง อย่าให้ฉันจับได้แม้นิดเดียวว่าเธอแอบทำอะไรลับหลังฉัน... เพราะถ้าถึงวันนั้น บทลงโทษของฉัน มันจะไม่ใช่แค่การไล่ออกแน่ๆ” กวางรู้สึกเย็นวาบไปถึงแผ่นหลัง แต่เธอก็ยืดอกสบตาเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน “กวางไม่มีอะไรต้องซ่อนค่ะบอส และกวางก็บริสุทธิ์ใจพอที่จะทำงานให้บอสต่อไป... ตราบใดที่บอสยังจ่ายเงินเดือนตรงเวลา” “ปากกล้าแบบนี้สิดี” คัตเตอร์ยิ้มอย่างพอใจ “งั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป... เตรียมตัวรับงานหนักได้เลย เพราะฉันจะให้เธอติดตามฉันไปทุกที่ ไม่ว่าจะในคาสิโน ท่าเรือ หรือแม้แต่ในห้องนอน” “ห้องนอน?” “งานเลขาส่วนตัวไงกวาง... เอกสารด่วนบางอย่าง มันต้องเซ็นกันกลางดึก เธอไม่รู้เหรอ?” คัตเตอร์เหยียดยิ้มกวนประสาท “กวางคิดว่างานเซ็นเอกสารในห้องนอน... คงไม่ใช่หน้าที่ของเลขาหรอกมั้งคะบอส” กวางย้อนตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “หรือว่าบอสเริ่มแยกแยะระหว่าง ‘เลขา’ กับ ‘หญิงสาวคู่นอน’ ไม่ออกแล้วคะ?” “หึ!” คัตเตอร์หัวเราะออกมาเสียงดัง “ฉลาดตอบกลับดีนี่ แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ของเธอ”บทที่ 99 บ้านพักในเงามืดสายลมเย็นจากภูเขาพัดผ่านแนวต้นสนสูงที่ล้อมรอบบ้านพักเก่าของตระกูลวรเศรษฐ์ บ้านหลังใหญ่ตั้งอยู่ห่างจากถนนสายหลักหลายกิโลเมตร ประตูรั้วเหล็กขึ้นสนิมเปิดค้างอยู่ครึ่งหนึ่ง สนามหญ้ารกทึบจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน และตัวบ้านถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ที่เลื้อยพันไปตามผนังราวกับไม่มีใครเข้ามาดูแลเป็นเวลานานรถของคัตเตอร์จอดลงบริเวณหน้าอาคารพร้อมรถรักษาความปลอดภัยอีกสองคัน กวางมองบ้านหลังนั้นผ่านกระจกหน้าต่างด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ บรรยากาศเงียบเกินไป ไม่มีเสียงคน ไม่มีรถจอดอยู่ด้านใน แต่ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดกลับระบุว่ารถตู้สีดำเคยมาที่นี่เมื่อสองเดือนก่อนคัตเตอร์ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันมามองเธอ“กวางพร้อมไหมครับ?” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“พร้อมค่ะ แต่บ้านหลังนี้ทำให้กวางรู้สึกเหมือนกำลังจะเดินเข้าไปเจออดีตอีกครั้ง” กวางตอบพร้อมมองประตูรั้ว“ถ้ากวางรู้สึกไม่ไหว เราจะหยุดทันทีครับ”“พี่จะไม่บอกให้กวางกลับไปรอที่รถใช่ไหมคะ?”“พี่จะไม่บอกครับ” คัตเตอร์ตอบพร้อมยื่นมือมาหาเธอ“แต่พี่จะขอให้กวางอยู่ใกล้พี่ตลอดเวลา”กวางวางมือลงบนมือเขา ความรู้สึกอบอุ่นช่วยให้หัวใจสงบลงเล็กน้อย
บทที่ 98 ร่องรอยของคนที่ตายไปแล้วเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางแฟ้มเอกสารจำนวนมากบนโต๊ะทำงานของคัตเตอร์ หลักฐานการเสียชีวิตของคุณทศถูกนำมาวางเรียงเป็นชุด ตั้งแต่ใบรับรองการเสียชีวิต รายงานจากโรงพยาบาล ภาพถ่ายในงานศพ ไปจนถึงเอกสารการโอนหุ้นที่เกิดขึ้นหลังวันที่เขาถูกประกาศว่าเสียชีวิตกวางนั่งอยู่ข้างคัตเตอร์ ดวงตาคู่สวยไล่อ่านเอกสารทีละหน้า แม้จะพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ความรู้สึกมุ่งมั่นกลับทำให้เธอยังนั่งอยู่ตรงนี้ได้ เธอไม่อาจลืมเสียงในไฟล์บันทึก และไม่อาจลืมคำพูดของคุณปรีชาที่บอกว่าคุณทศยังมีชีวิตอยู่“เอกสารการเสียชีวิตออกโดยโรงพยาบาลเดียวกันทั้งหมดค่ะ” กวางเอ่ยพร้อมวางใบรับรองลงบนโต๊ะ“แต่ลายเซ็นของแพทย์ในเอกสารแต่ละฉบับไม่เหมือนกัน” คัตเตอร์รับเอกสารไปตรวจดูอย่างละเอียด“ฉบับแรกเป็นใบรับรองการเสียชีวิต ฉบับที่สองเป็นเอกสารขอเคลื่อนย้ายศพ และฉบับที่สามเป็นเอกสารยืนยันตัวตน”“มีเอกสารยืนยันตัวตนด้วยเหรอคะ?” กวางถามพร้อมขมวดคิ้ว“ถ้าครอบครัวเป็นคนรับศพ ปกติจะต้องมีการยืนยันตัวตนครับ แต่เอกสารนี้ไม่ได้ลงชื่อโดยญาติ” คัตเตอร์ตอบพร้อมชี้ไปยังช่องลายเซ็น“เป็นคุณอธิคมครับ”กวางนิ่งไป คว
บทที่ 97 เสียงจากวันที่ถูกพรากมีีเสียงของผู้ชายดังขึ้นอีกครั้ง แล้วเสียงนี้ที่ได้ยิน กลับทำให้กวางน้ำตาเอ่อคลอ“พอได้แล้วครับ เราไม่มีเวลาเถียงกัน”คุณปรีชาขยับตัวทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น“เสียงนี้…” เขาเอ่ยพร้อมเบิกตากว้าง“เสียงนี้เป็นของคุณประวิทย์ครับ”“คุณพ่อยังอยู่ในห้องนั้นเหรอคะ?” กวางหันไปมองเขาทันทีคุณปรีชาพยักหน้าอย่างช้าๆ“ครับ คุณประวิทย์ไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลในคืนนั้น เขาอยู่ในโกดัง และเป็นคนบันทึกเสียงทั้งหมด”กวางรู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าหายไป ความรู้สึกตกตะลึงทำให้เธอแทบไม่ได้ยินเสียงไฟล์ที่กำลังเล่นต่อ“เราต้องทำให้กวางเชื่อว่าเธอถูกทอดทิ้ง” เสียงของบิดาดังชัดเจน“ถ้าเธอรู้ว่าผมถูกคนในบริษัทบีบให้เซ็นเอกสาร เธอจะกลับมาสู้ และจะตกเป็นเป้าหมาย”“คุณจะให้ลูกเกลียดคุณไปตลอดชีวิตหรือ?” คุณน้าพิมพ์ถาม“ถ้าการที่ลูกเกลียดผมทำให้ลูกมีชีวิตรอด ผมยอมครับ”กวางปล่อยน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจควบคุม ความเจ็บปวดที่เธอเก็บไว้มานานกำลังเปลี่ยนรูปร่าง แต่ไม่ได้หายไป“แล้วใครเป็นคนอยู่เหนือคุณอธิคม?” เสียงของมารดาถามความเงียบเกิดขึ้นหลายวินาที ก่อนเสียงของบิดาจะตอบกลับ“คนที่เป็นเจ้าของ
บทที่ 96 เสียงจากวันที่ถูกพรากความเงียบภายในห้องทำงานของคัตเตอร์หนักอึ้งกว่าทุกคืนที่ผ่านมา กล่องหลักฐานสีดำถูกวางอยู่กลางโต๊ะพร้อมเครื่องบันทึกเสียงและการ์ดความจำขนาดเล็กที่อาจเก็บความจริงทั้งหมดเอาไว้ กวางนั่งอยู่ข้างคัตเตอร์ มือเรียววางทับบนมือใหญ่ของเขาแน่น ความรู้สึกหวาดหวั่นปรากฏอยู่ในแววตา แม้เธอจะพยายามเตรียมใจไว้แล้วก็ตามคุณปรีชานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยมีคุณวิทย์และทีมกฎหมายอยู่ร่วมฟังด้วย ทุกคนสวมถุงมือและเตรียมอุปกรณ์บันทึกสำเนาไฟล์อย่างละเอียด ไม่มีใครพูดอะไรเกินจำเป็น เพราะทุกคนรู้ว่าเสียงในเครื่องนี้อาจเปลี่ยนทิศทางของคดี และเปลี่ยนความเข้าใจของกวางที่มีต่อครอบครัวไปตลอดชีวิตคัตเตอร์ตรวจสอบอุปกรณ์อีกครั้ง ก่อนจะหันมามองเธอ“ถ้ากวางไม่พร้อม เราเลื่อนไปก่อนได้นะครับ” คัตเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“กวางพร้อมค่ะ” กวางตอบพร้อมสูดลมหายใจลึกๆ“กวางรอคำตอบนี้มานานเกินไปแล้ว”คัตเตอร์กระชับมือเธอเบาๆ ก่อนจะกดปุ่มเปิดไฟล์เสียงแรกที่ดังออกมาคือเสียงฝนตกกระทบหลังคา เสียงนั้นเก่ากว่าไฟล์จากเครื่องบันทึกของนายสมชายมาก แต่ยังพอฟังออกว่าเป็นคืนเดียวกับคืนที่กวางถูกส่งออกจากบ้าน เสี
บทที่ 95 หลักฐานเสียงในคืนอันตรายกลุ่มคนของพิมพ์ถูกควบคุมตัวไว้ทั้งหมด แต่ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มยังพยายามส่งสายตาเตือนคุณปรีชา“ถ้าคุณเปิดไฟล์นั้น คุณหนูจะไม่มีวันปลอดภัย” เขาพูดพร้อมยิ้มเย็น“คุณน้าพิมพ์ไม่ได้กลัวคุณหนูครับ เธอกลัวคนที่อยู่เหนือเธอ” คุณปรีชาตอบพร้อมเงยหน้าขึ้น“และวันนี้ผมจะไม่ปกป้องคนที่ทำร้ายครอบครัวคุณหนูอีกแล้ว” ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ“คุณคิดว่าพูดความจริงแล้วจะรอดหรือ?”“ผมไม่รู้ครับ” คุณปรีชาตอบพร้อมมองกวาง“แต่ผมรู้ว่าถ้าผมเงียบต่อไป คุณหนูจะไม่มีวันได้ชีวิตของตัวเองคืน”กวางมองเขานิ่ง น้ำตาค่อยๆ คลอขึ้นในดวงตา“คุณปรีชาคะ กวางยังโกรธคุณอยู่”“ผมรู้ครับ”“กวางยังไม่รู้ว่าจะให้อภัยคุณได้ไหม”“คุณหนูไม่ต้องให้อภัยผมก็ได้ครับ” คุณปรีชาตอบพร้อมก้มหน้าลง“แค่คุณหนูเอาหลักฐานไปเปิดเผย ผมก็พอใจแล้วครับ”กวางมองเครื่องบันทึกเสียงในถุงหลักฐาน ก่อนจะหันไปหาคัตเตอร์“พี่คัตเตอร์คะ เราเปิดฟังที่บริษัทได้ไหมคะ?”“ได้ครับ แต่ต้องให้ทีมกฎหมายทำสำเนาและตรวจสอบไฟล์ก่อน” คัตเตอร์ตอบพร้อมวางมือบนไหล่เธอ“พี่รู้ว่ากวางอยากฟังทันที แต่เราต้องทำให้หลักฐานชิ้นนี้ใช้ในคดีได้จริงครับ”
บทที่ 94 หลักฐานเสียงในคืนอันตรายเสียงลูกบิดประตูห้อง 208 ถูกหมุนช้าๆ ก่อนประตูไม้จะเริ่มเปิดออกทีละน้อย ลมเย็นจากทางเดินพัดเข้ามาปะทะกับใบหน้าของทุกคน กระดาษเอกสารบนโต๊ะปลิวกระจัดกระจายลงบนพื้น กวางกำซองสีดำไว้แน่น ความรู้สึกหวาดกลัวแล่นขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง แต่เธอยังคงยืนอยู่ข้างคุณปรีชาคัตเตอร์ขยับตัวมาบังด้านหน้าเธออย่างเป็นธรรมชาติ มือข้างหนึ่งยกขึ้นส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเตรียมพร้อม อีกข้างยังคงจับมือกวางไว้แน่น“กวางอยู่ข้างหลังพี่ก่อนนะครับ” คัตเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำและจริงจัง“กวางจะอยู่ข้างพี่ค่ะ แต่กวางจะไม่หลบอยู่ข้างหลัง” กวางตอบพร้อมขยับมายืนเคียงข้างเขาคัตเตอร์หันมามองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า“ได้ครับ แต่อย่าขยับออกจากพี่”“ค่ะ”ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ชายสามคนในชุดสีเข้มก้าวเข้ามาในห้อง คนแรกถือไม้กระบองสั้นไว้ในมือ อีกสองคนปิดประตูด้านหลังทันที แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความกดดันและไม่เป็นมิตร“ส่งซองกับอุปกรณ์บันทึกเสียงมา แล้วพวกเราจะไม่ทำให้ใครเจ็บตัว”ชายที่ยืนอยู่ตรงกลางเอ่ยพร้อมมองไปยังคุณปรีชาคุณปรีชาถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ สีหน้าซีดเผ







