INICIAR SESIÓNเมื่อภัยธุรกิจคืบคลานเข้ามา เขาต้องอยู่ใกล้เธอตลอด 24 ชั่วโมง และเธอจงใจทำลายทุกกำแพงที่เขาสร้างไว้
Ver másณ ศูนย์ฝึกยุทธวิธีพิเศษ (Unclosed Location) อิสราเอล
บรรยากาศภายในโรงงานร้างที่ถูกดัดแปลงเป็นสนามฝึกซ้อมตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้น กลิ่นสนิมและกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ แสงไฟสปอตไลต์ดวงใหญ่สาดส่องลงมากลางลานคอนกรีตกระทบฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งราวกับหมอกควันแห่งความตาย
เสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังประสานไปกับเสียงรองเท้าคอมแบทที่บดขยี้ลงบนพื้นหินกรวด
“ฆ่ามัน!” เสียงตะโกนสั่งการเป็นภาษาฮีบรูดังกึกก้องปลุกสัญชาตญาณดิบของชายฉกรรจ์สี่คนที่ยืนล้อมกรอบเหยื่ออยู่กลางวง
แต่ทว่า เหยื่อรายนั้นกลับยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นไร้ความรู้สึกใด
ราม ไรวินท์ ปาดเหงื่อเม็ดเป้งที่ไหลย้อยลงมาตามโครงหน้าคมเข้ม นัยน์ตาสีฟ้าครามที่ได้รับมรดกมาจากพ่อฉายแวววาวโรจน์และเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่ไม่มีใครเอื้อมถึง เส้นผมสีน้ำตาลทองเปียกชุ่มลู่ไปกับกรอบหน้า เสื้อกล้ามสีดำแนบเนื้อเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่เกร็งเขม็งทุกสัดส่วน รอยแผลเป็นจาง ๆ ตามท่อนแขนคือเครื่องการันตีความโหดหินของหลักสูตรที่เขาเผชิญมาตลอดสองปี
นี่ไม่ใช่การซ้อมเต้นรำ แต่มันคือ The Kill House บททดสอบจบหลักสูตรบอดี้การ์ดระดับ High - Risk Protection ที่โหดที่สุดในโลก
ฟึ่บ
สิ้นเสียงสัญญาณ ชายฉกรรจ์คนแรกพุ่งเข้าใส่พร้อมมีดสั้นวาววับในมือ หมายจะแทงเข้าที่จุดตายบริเวณสีข้าง
กระนั้น รามก็ไม่ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว เขาเบี่ยงตัวหลบด้วยความเร็ว ปล่อยให้คมมีดเฉือนผ่านอากาศไปอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้ท่อนแขนซ้ายปัดการโจมตีออกด้านข้าง แล้วสวนกลับด้วยวิชา Krav Maga (คราฟ มากา) ศาสตร์การต่อสู้ระยะประชิดที่ถูกออกแบบมาเพื่อหยุดคู่ต่อสู้ให้เร็วที่สุด
มือหนาคว้าข้อมือศัตรูแล้วบิดสวนทางข้อต่ออย่างรุนแรง
กร๊อบ
เสียงกระดูกลั่นดังสนั่นบาดหูพร้อมเสียงร้องโหยหวน รามไม่คิดปล่อยจังหวะให้เสียเปล่า เขาหมุนตัวใช้ศอกขวาสับเข้าที่กกหูของอีกฝ่ายเต็มแรง
ปึก!
ร่างยักษ์นั้นร่วงลงไปกองกับพื้นในพริบตา สลบเหมือดเหมือนถูกใครบางคนเตะปลั๊กออกจากเต้าเสียบ
“หนึ่ง” รามนับเสียงเรียบ สายตายังคงจับจ้องไปที่ศัตรูที่เหลือ
คนที่สองและสามพุ่งเข้ามาพร้อมกันจากด้านหลังและด้านข้าง คนหนึ่งถือกระบองดิ้วเหล็ก อีกคนมือเปล่าแต่ท่าทางเหมือนนักมวยปล้ำ
รามย่อตัวลงต่ำหลบวิถีกระบองที่ฟาดลงมาเฉียดหัวไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เขาตวัดขาเตะตัดข้อพับคนที่สองจนเสียหลักหน้าทิ่ม แล้วใช้จังหวะที่อีกฝ่ายกำลังพยุงตัว พุ่งเข้าประชิดตัวคนที่สาม แย่งกระบองเหล็กมาจากมือด้วยเทคนิคการปลดอาวุธที่รวดเร็วจนตาเปล่ามองแทบไม่ทัน
ผัวะ
ด้ามกระบองกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของเจ้าของเดิมจนตัวงอเป็นกุ้ง รามตามซ้ำด้วยการแทงเข่าลอยเข้าที่ปลายคาง ตุบ!
ร่างนั้นหงายหลังตึงแน่นิ่งไปอีกราย รามโยนกระบองทิ้งอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนสุดท้าย ครูฝึกร่างยักษ์เจ้าของฉายา The Bear ที่ยืนแสยะยิ้มรออยู่
“ไม่เลวเลยนี่ไอ้หนู” ครูฝึกขยับคอจนกระดูกลั่น “แต่ของจริงมันเพิ่งเริ่ม” พูดจบครูฝึกก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับขนาดตัว หมัดขวาหนัก ๆ แหวกอากาศเข้ามาตรงหน้า รามยกการ์ดขึ้นรับแรงกระแทก
ปัง!
แรงปะทะหนักหน่วงจนรามถอยหลังไปสองก้าว แต่สีหน้าเขายังคงเรียบเฉย ‘แรงเยอะฉิบหาย แต่ช้าไป’
รามอาศัยจังหวะที่ครูฝึกง้างหมัดซ้ำ มุดตัวเข้าวงใน ล็อกแขนข้างนั้นไว้แล้วใช้สะโพกเป็นจุดหมุน ทุ่มร่างยักษ์ข้ามหัวด้วยท่า Ippon Seoi Nage ที่สมบูรณ์แบบ
โครม!
ร่างของครูฝึกกระแทกพื้นคอนกรีตจนฝุ่นตลบ ก่อนที่รามจะตามลงไปล็อกคอด้วยท่า Rear Naked Choke ทันที ท่อนแขนแกร่งรัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ตัดขาดอากาศหายใจอย่างสมบูรณ์
ครูฝึกดิ้นพราด ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตบพื้นรัวเป็นสัญญาณยอมแพ้
แปะ แปะ แปะ
รามคลายวงแขนออกทันที เขาผลุดลุกขึ้นยืน หอบหายใจหนัก ๆ เพื่อโกยออกซิเจนเข้าปอด เหงื่อท่วมตัวจนเสื้อกล้ามเปียกชุ่มแนบเนื้อพร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังเกรียวกราวจากเหล่าผู้ชมวีไอพีและครูฝึกคนอื่น ๆ ที่ยืนดูอยู่บนอัฒจันทร์ชั้นลอย
“สอบผ่าน ยินดีด้วยไอ้ลูกชาย” เสียงตะโกนห้าว ๆ คุ้นหูดังแทรกเสียงปรบมือขึ้นมา
รามเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของเสียง แล้วยกยิ้มบาง ๆ ที่หาได้ยากยิ่งขึ้นที่มุมปาก เมื่อเห็น ลุค พ่อบังเกิดเกล้าของเขากำลังยืนกอดอกยิ้มกว้างจนแก้มปริด้วยความภาคภูมิใจ
‘จบสักทีนะ นรกสองปี’
ฝนหลับตาปี๋ เตรียมรับแรงกระแทกที่อาจจะทำให้เสียโฉมไปตลอดชีวิตปึก!เสียงของแข็งกระทบกับเนื้อหนัก ๆ ดังขึ้น แต่แปลกที่ฝนกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยสักนิด ไม่มีความเย็นของแก้ว ไม่มีเลือดอุ่น ๆ ไหลอาบหน้ามีเพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำหอมผู้ชายที่ผสมกลิ่นสะอาดของสบู่และไออุ่นจากแผ่นหลังกว้างที่เข้ามายืนบดบังเธอไว้จนมิดฝนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆภาพแรกที่เห็นคือแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อสูทสีดำสนิทที่ดูแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็ก ชายหนุ่มปริศนายืนจังก้าขวางระหว่างเธอกับชายขี้เมา ท่อนแขนแกร่งข้างซ้ายยกขึ้นรับแรงกระแทกจากขวดเหล้าแทนใบหน้าของเธอเต็ม ๆขวดวิสกี้ร่วงลงพื้นกลิ้งขลุกขลัก ไม่แตก แต่แรงกระแทกนั่นคงทำให้กระดูกร้าวได้เลยหากมันปะทะเข้าหน้าเธอ“มึงเป็นใครวะ เสือกอะไรด้วยวะ” ชายขี้เมาตะโกนลั่นเมื่อเห็นว่ามีมารขวางคอชายหนุ่มปริศนาไม่ตอบคำถาม เขาค่อย ๆ ลดแขนลง สะบัดข้อมือเบา ๆ เหมือนแค่ปัดแมลงวัน ทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งรับแรงฟาดระดับโฮมรันแล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูในวินาทีนั้น ฝนเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา สันกรามคมกริบที่ขบแน่นจนเป็นสันนูน บ่งบอกถึงความโกรธที่พยายามข่มกลั้นไว้“ลูกพี่ สั่งส
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ดเสียงเบสหนักหน่วงจากเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือนผสานไปกับแสงเลเซอร์หลากสีที่สาดส่องตัดผ่านความมืดสลัว สร้างบรรยากาศเร้าใจให้สมกับเป็นค่ำคืนวันศุกร์แห่งชาติณ ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ ไม่มีใครไม่รู้จัก Elysia บาร์โฮสต์ระดับท็อปคลาสที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัวและความพรีเมียม สถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนรันเวย์ของเหล่าเซเลบริตี้และลูกหลานไฮโซกระเป๋าหนักที่ต้องการปลดปล่อยความเครียดและเงินในบัญชีให้เหือดหายไปและตรงนั้น กลางฟลอร์เต้นรำที่ถูกยกสูงขึ้นเล็กน้อยราวกับเวทีคอนเสิร์ตก็มีร่างระหงของหญิงสาวสองคนกำลังตกเป็นเป้าสายตาของทุกชีวิตในร้านฟ้า ฟ้าลดา แฝดผู้พี่ในชุดเดรสสั้นสีดำปักเลื่อมระยับวับวาว ขยับกายโยกย้ายไปตามจังหวะเพลงอย่างมีจริตจะก้าน ผมยาวดัดลอนคลาย ๆ สะบัดพลิ้วไหวดูโฉบเฉี่ยวสมตำแหน่งผู้บริหารรุ่นใหม่แต่ทว่า คนที่ขโมยซีนที่สุดในค่ำคืนนี้ กลับเป็นหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกันฝน ฝนธิดา วันนี้เธอมาในลุคที่ใครเห็นเป็นต้องร้องขอชีวิต ดูได้จากชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงเพลิงที่ทั้งรัดรูปและผ่าหลังลึกจนเกือบถึงบั้นเอว เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดที่เปล่งประกายท้า
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ประเทศไทยบรรยากาศของบ้านสไตล์ทรอปิคอลที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ช่างแตกต่างจากสนามรบในค่ายฝึกอย่างสิ้นเชิง กลิ่นหอมของอาหารไทยฝีมือแม่บ้านลอยอบอวลไปทั่ว รามวางกระเป๋าเดินทางใบโตลงบนพื้นหินอ่อน แต่ยังไม่ทันจะได้ถอดรองเท้าดี ๆ เสียงแหลมใสระดับแปดหลอดก็ดังพุ่งเข้ามาปะทะโสตประสาท“พี่รามมมมมมม”ตึก ตึก ตึกร่างเล็กของหญิงสาวในชุดนักศึกษาวัยใสวิ่งถลันลงมาจากบันไดด้วยความเร็วแสง ก่อนจะกระโดดกอดคอพี่ชายเต็มแรงจนรามเกือบจะเซหงายหลัง“โอ๊ยเบา ๆ หน่อย เดี๋ยวคอพี่หัก” รามบ่นอุบ แต่แขนแกร่งก็กอดตอบน้องสาวแน่นรดา รดารินทร์ ผละออกมามองหน้าพี่ชาย แล้วทำตาโตเท่าไข่ห่าน “โห พี่ราม ไปฝึกหรือไปเข้าคอร์สศัลยกรรมมาเนี่ย ทำไมหล่อขึ้นเบอร์นี้อะ ผิวแทนขึ้น กล้ามแน่นเปรี๊ยะ โอ๊ย น้องใจบ่ดี” รดาจิ้มกล้ามแขนพี่ชายเล่นอย่างมันเขี้ยว“เพ้อเจ้อ” รามผลักหัวน้องสาวเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู “แล้วป๊าล่ะ”“อยู่ในห้องพระ เอ้ย ห้องทำงาน” รดาทำหน้าทะเล้น “ป๊ารอพี่อยู่นานแล้ว เห็นบอกว่ามีเรื่องด่วนระดับชาติจะคุยด้วย”“ระดับชาติ” รามเลิกคิ้ว “คงไม่ใช่ให้ไปกู้ระเบิดที่ไหนอีกนะ” ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเดินตรง
ณ ศูนย์ฝึกยุทธวิธีพิเศษ (Unclosed Location) อิสราเอลบรรยากาศภายในโรงงานร้างที่ถูกดัดแปลงเป็นสนามฝึกซ้อมตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้น กลิ่นสนิมและกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ แสงไฟสปอตไลต์ดวงใหญ่สาดส่องลงมากลางลานคอนกรีตกระทบฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งราวกับหมอกควันแห่งความตายเสียงลมหายใจหอบกระเส่าดังประสานไปกับเสียงรองเท้าคอมแบทที่บดขยี้ลงบนพื้นหินกรวด“ฆ่ามัน!” เสียงตะโกนสั่งการเป็นภาษาฮีบรูดังกึกก้องปลุกสัญชาตญาณดิบของชายฉกรรจ์สี่คนที่ยืนล้อมกรอบเหยื่ออยู่กลางวงแต่ทว่า เหยื่อรายนั้นกลับยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นไร้ความรู้สึกใดราม ไรวินท์ ปาดเหงื่อเม็ดเป้งที่ไหลย้อยลงมาตามโครงหน้าคมเข้ม นัยน์ตาสีฟ้าครามที่ได้รับมรดกมาจากพ่อฉายแวววาวโรจน์และเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่ไม่มีใครเอื้อมถึง เส้นผมสีน้ำตาลทองเปียกชุ่มลู่ไปกับกรอบหน้า เสื้อกล้ามสีดำแนบเนื้อเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่เกร็งเขม็งทุกสัดส่วน รอยแผลเป็นจาง ๆ ตามท่อนแขนคือเครื่องการันตีความโหดหินของหลักสูตรที่เขาเผชิญมาตลอดสองปีนี่ไม่ใช่การซ้อมเต้นรำ แต่มันคือ The Kill House บททดสอบจบหลักสูตรบอดี้การ์ดระดับ High - Risk Prote