LOGINบทที่ 7 เดินเกมรุก
ความเงียบครอบคลุมเคาน์เตอร์บาร์VIP เพียงชั่วครู่ กลิ่นหอมเข้มข้นของซิการ์คละคลุ้งไปพร้อมกับความตึงเครียดที่ลอยอบอวลในอากาศ กวางสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว สายตาคมสวยที่เคยสั่นระริกเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง
“สร้อยเส้นนี้ เป็นของสำคัญชิ้นเดียวที่แม่ทิ้งไว้ค่ะ” กวางผละนิ้วมือออกจากจี้หยดน้ำ
ก่อนที่จะขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงอีกหนึ่งก้าวอย่างไม่เกรงกลัว เธอยกมือเรียวสวยขึ้นแตะที่ปกสูทสีเข้มของคัตเตอร์เบาๆ ลูบไล้ลงมาตามแผงอกแกร่ง
“กวางใส่ติดตัวไว้ตลอด เพื่อเตือนใจตัวเองค่ะ... ว่าชีวิตกวางเคยลำบากขนาดไหน และกวางจะไม่ยอมกลับไปอยู่ในจุดที่ตกต่ำแบบนั้นอีก”
“เตือนใจ... หรือเตือนแค้น?” คัตเตอร์เอ่ยถามเสียงเรียบต่ำ เขารับรู้ได้ถึงความอุ่นร้อนจากฝ่ามือเล็กที่กำลังลูบไล้อยู่บนอกเขา
“ความแค้นกินไม่ได้หรอกค่ะบอส แต่เงินของบอสกินได้” กวางเอียงคอสบตากับเขาตรงๆ นัยน์ตาแพรวพราว “บอสบอกว่ากวางซ่อนความเกลียดชังไว้ในสายตา... งั้นบอสลองมองดีๆ สิคะ ว่าในสายตาคู่นี้ มันมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่”
คัตเตอร์ก้มมองใบหน้าสวยเนียนที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ นัยน์ตาคู่สวยของเธอสะท้อนภาพแสงไฟนีออนและเงาร่างของเขาอย่างชัดเจน มันมีความท้าทาย ความทะเยอทะยาน และความลับมากมายที่ซ่อนอยู่ใต้เงาเงียบสงบ
“สิ่งที่ฉันเห็น... มีแต่ความโกหก” คัตเตอร์เอ่ย เสียงทุ้มแหบพร่า “แต่ก็นั่นแหละกวาง ยิ่งเธอโกหกเนียนเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้เกมนี้สนุกมากขึ้นเท่านั้น”
“ถ้าบอสคิดว่านี่คือเกม... บอสก็ต้องเตรียมรับมือกับผู้เล่นคนนี้นะคะ เพราะกวางไม่ใช่หมากที่คุณจะเดินรุกอยู่ฝ่ายเดียว” กวางผละออกจากอกเขาช้าๆ
เธอคว้าแก้วบรั่นดีของคัตเตอร์ขึ้นมาถือไว้ แล้วยกขึ้นจิบต่อหน้าเขาอย่างท้าทาย รสชาติร้อนผ่าวของแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียมบาดลึกในลำคอ แต่เธอกลับยิ้มออกมาได้ “รสชาติไม่เลวนี่คะ สมกับเป็นเครื่องดื่มของเจ้าพ่อคาสิโน”
“เธอเป็นเลขาคนแรกที่กล้ากินแก้วเดียวกับฉัน”
“และกวางจะเป็นเลขาคนเดียวที่บอสไม่สามารถสลัดทิ้งได้ง่ายๆ ค่ะ” กวางคืนแก้วเหล้าใส่ในมือหนาของเขา ก่อนจะหันหลังกลับไปมองบรรยากาศภายในคาสิโนอีกครั้ง “เรากลับไปที่โต๊ะโป๊กเกอร์กันดีกว่าค่ะบอส ป่านนี้คุณมาร์คัสกับพันธมิตรจีนรัสเซียคงรอบอสนานแล้ว”
คัตเตอร์มองตามแผ่นหลังบางในชุดเดรสสีแดงสดที่ก้าวเดินนำหน้าเขาไปด้วยท่าทางสง่างาม เขายกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบตรงบริเวณขอบแก้วที่ริมฝีปากสีสดของเธอเพิ่งสัมผัสไปเมื่อครู่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ฉายชัดที่มุมปากของชายหนุ่ม
“หงส์สีแดง... ที่แท้ก็เป็นเสือซ่อนเล็บ” เขารำพึงกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะก้าวตามเธอไป
ที่โต๊ะโป๊กเกอร์VIP เสียงหัวเราะและบทสนทนาภาษาต่างประเทศดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อคัตเตอร์และกวางเดินกลับเข้ามา มาร์คัสที่กำลังจิบค็อกเทลหันมาส่งยิ้มแพรวพราวให้กวางทันที
“โอ้~ เลดี้กวาง กลับมาแล้วเหรอครับ ผมนึกว่าคุณคัตเตอร์พาคุณไปซ่อนซะแล้ว” มาร์คัสเอ่ยแซว
“กวางแค่ไปเติมพลังมาค่ะคุณมาร์คัส” กวางตอบกลับด้วยรอยยิ้มเสน่ห์ “เพราะดูเหมือนคืนนี้ โต๊ะนี้จะดุเดือดน่าดู”
“ดุเดือดแน่นอนครับ” ชายหนุ่มชาวจีนร่างท้วมวัยกลางคนสวมนาฬิกาเรือนทองราคานับสิบล้านเอ่ยขึ้นเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงติดจีน “คุณคัตเตอร์ครับ คืนนี้เรายังไม่ได้ลงเดิมพันก้อนใหญ่กันเลย เลวินกรุ๊ปจะใจๆ หน่อยไม่ได้เหรอครับ?”
“คุณเฉินครับ... คนระดับเลวินกรุ๊ป ไม่เคยทำให้แขกVIP ผิดหวังอยู่แล้ว” คัตเตอร์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวเดิม กวางขยับไปยืนเคียงข้างไหล่กว้างของเขาอย่างรู้หน้าที่ “คืนนี้อยากเล่นใหญ่ขนาดไหนล่ะครับ”
“บลายด์ละหนึ่งล้านดอลลาร์ เป็นไงครับ?” ชายชาวรัสเซียรูปร่างบึกบึน หน้าตาเยือกเย็น ‘อเล็กเซ’ เสนอขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นัยน์ตาดุดันจ้องมองคัตเตอร์อย่างวัดใจ
บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบลงทันที นักธุรกิจและมาเฟียข้ามชาติที่ล้อมรอบต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดิมพันระดับนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันคือเงินมหาศาลที่สามารถซื้อบริษัทขนาดกลางได้สบายๆ
กวางก้มลงมองคัตเตอร์เพียงเล็กน้อย ชายหนุ่มไม่มีแม้แต่ความตื่นตระหนก เขายังคงจุดซิการ์มวนใหม่ด้วยท่าทางใจเย็น มือหนาเคาะขอบโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ
“หนึ่งล้านดอลลาร์...” คัตเตอร์ทวนคำ “ก็น่าสนใจดีครับ แต่ถ้าจะให้สนุกกว่านั้น... ผมขอเพิ่มเงื่อนไขพิเศษหน่อยไหม?”
“เงื่อนไขอะไรครับคุณคัตเตอร์” มาร์คัสเอ่ยถามด้วยความสนใจ นัยน์ตาเป็นประกาย
“ถ้าใครแพ้ในตานี้ นอกจากจะต้องเสียเงินเดิมพันแล้ว... จะต้องมอบสิทธิ์การใช้น่าท่าเรือพาณิชย์ฝั่งตะวันออกให้ผู้ชนะเป็นเวลาสามปี” คัตเตอร์เอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสร้างความฮือฮาไปทั่วบริเวณ
เฉินและอเล็กเซมองหน้ากัน รังสีความตึงเครียดแผ่กระจายไปทั่วโต๊ะ การเดิมพันด้วยสิทธิ์ท่าเรือไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มันคือการขยายอิทธิพลทางธุรกิจสีเทา
“หึ! คุณคัตเตอร์นี่สมคำเล่าลือจริงๆ ใจถึงและกล้าได้กล้าเสีย” อเล็กเซยิ้มเหี้ยม “ตกลง! ผมรับคำท้า”
“ผมก็เอาด้วยครับ” เฉินพยักหน้ารับอย่างไม่ยอมตกเป็นรอง
พนักงานแจกไพ่ระดับมืออาชีพเริ่มสับไพ่ด้วยความคล่องแคล่ว เสียงใบไพ่กรีดผ่านอากาศท่ามกลางความเงียบสงบที่น่าอึดอัด ไพ่สองใบแรกถูกแจกให้ผู้เล่นทุกคนบนโต๊ะ
คัตเตอร์เปิดดูไพ่ในมือเล็กน้อยด้วยสีหน้านิ่งเฉย ไร้ความรู้สึกใดๆ กวางที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้มลงมองไพ่ในมือของเขาเบาๆ
‘แจ็คเก้าดอกจิก...’
กวางวิเคราะห์ในหัวทันที ไพ่คู่แรกในมือของคัตเตอร์ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้สูงพอที่จะมั่นใจได้ว่าจะชนะไพ่ชุดใหญ่ อย่างไรก็ตาม สายตาของคัตเตอร์กลับสงบนิ่ง
“คอลหนึ่งล้านดอลลาร์” อเล็กเซวางชิปมหาศาลลงกลางโต๊ะ
“ผมก็คอลครับ” เฉินวางชิปตาม
“คอลครับ” คัตเตอร์เอ่ยเรียบๆ พลางเลื่อนชิปสีดำทองมูลค่าหนึ่งล้านดอลลาร์ลงไปกองรวมกัน
ดีลเลอร์เปิดไพ่สามใบแรกกลางโต๊ะ ‘เอซดอกจิก, คิงดอกจิก, สี่โพดำ’
อเล็กเซยิ้มมุมปากอย่างมีชัย
“เช็คครับ”
เฉินมองไพ่กลางโต๊ะก่อนจะเอ่ย “ผมขอเกทับ เพิ่มอีกสองล้านดอลลาร์”
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้น กวางที่ยืนมองเกมอยู่รู้ดีว่าตอนนี้ในโต๊ะมีทั้งเอซและคิง หากใครถือเอซหรือคิงในมือ ย่อมได้เปรียบ คัตเตอร์มีแจ็คและเก้าดอกจิก หากไพ่ใบต่อไปออกดอกจิกอีกเพียงใบเดียว คัตเตอร์จะได้ ฟลัช ชุดไพ่ดอกเดียวกันที่แข็งแกร่งมาก แต่ความเสี่ยงก็สูงลิบลิ่ว
“บอสคะ...” กวางแกล้งกระซิบข้างหูคัตเตอร์ด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แต่แท้จริงแล้วเธอต้องการลองเชิงความคิดเขา “สองล้านดอลลาร์เลยนะคะ ไพ่กลางโต๊ะดูอันตรายมาก จะตามจริงเหรอคะ?”
คัตเตอร์เอียงหน้ามามองกวาง นัยน์ตาคมเข้มฉายแววหยอกเย้าเล็กน้อย
“เธอคิดว่าฉันควรสู้ หรือควรยอมแพ้ล่ะกวาง?”
“ถ้าเป็นกวาง... กวางคงไม่เสี่ยงกับเกมที่มีโอกาสแพ้สูงหรอกค่ะ” กวางตอบพลางสบสายตา “คนฉลาดมักจะถอยเมื่อเห็นว่าเสียเปรียบ”
“นั่นคือเหตุผลที่เธอเป็นได้แค่เลขาไงกวาง” คัตเตอร์เอ่ยเสียงเบา ทว่าเน้นย้ำทุกคำ “เพราะในโลกของฉัน... คนที่ถอยหลัง คือคนที่ยอมยกคอตัวเองให้ศัตรูฟัน”
คัตเตอร์หันกลับไปที่โต๊ะ แล้วใช้นิ้วเคาะชิปมหาศาลลงกลางโต๊ะ
“คอลสองล้านดอลลาร์... และผมขอเรสเพิ่มอีกห้าล้านดอลลาร์”
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นรอบโต๊ะโป๊กเกอร์ ห้าล้านดอลลาร์ นั่นคือการทุ่มหมดหน้าตักเพื่อบีบให้คู่แข่งถอย
อเล็กเซสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขามองคัตเตอร์อย่างระแวง ไพ่ในมือของอเล็กเซคือเอซและคิง ซึ่งถือเป็นสองคู่ใหญ่แล้ว แต่การที่คัตเตอร์กล้าบลัฟ หรือกล้าสู้ด้วยเงินห้าล้านดอลลาร์อย่างไม่เกรงกลัว ทำให้เขาเริ่มลังเล
“คุณคัตเตอร์... คุณมีไพ่ฟลัชรอยัลในมือหรือไง ถึงได้กล้าทุ่มขนาดนี้?” เฉินเหงื่อตก เขามองไพ่ในมือตนเองก่อนจะถอนหายใจยาวๆ “ผมหมอบ”
เฉินหมอบไพ่ทิ้งทันที เหลือเพียงอเล็กเซและคัตเตอร์สองคนเท่านั้น
“เหลือแค่เราสองคนแล้วครับคุณอเล็กเซ” คัตเตอร์ประสานมือไว้บนโต๊ะ ท่าทางสงบนิ่งราวกับพญามัจจุราช “จะสู้ต่อ... หรือจะถอย?”
อเล็กเซกัดฟันแน่น นัยน์ตาแดงขุ่นด้วยความสับสนและกดดัน ไพ่สองคู่ของเขามันใหญ่มาก แต่สายตาที่ว่างเปล่าและลึกลับของคัตเตอร์ทำให้เขาไม่กล้าเสี่ยงเงินก้อนโตและสิทธิ์ท่าเรือ
“ผม... หมอบ!” อเล็กเซโยนไพ่ทิ้งลงบนโต๊ะอย่างอารมณ์เสีย
ดีลเลอร์กวาดชิปมหาศาลกองโตกลางโต๊ะมาทางคัตเตอร์ทันที ชัยชนะเป็นของคัตเตอร์โดยที่ยังไม่ต้องเปิดไพ่ใบที่สี่และใบที่ห้าเสียด้วยซ้ำ
“เป็นเกมที่ตื่นเต้นมากครับคุณคัตเตอร์” มาร์คัสปรบมือเบาๆ ด้วยความทึ่ง “คุณชนะใจทุกคนในห้องนี้จริงๆ”
“ขอบคุณครับ” คัตเตอร์ตอบกลับราบเรียบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับสูทให้เนี๊ยบ ก่อนจะหันมามองกวางที่ยืนตะลึงเล็กน้อย “ไปกันเถอะกวาง ฉันเล่นสนุกพอแล้ว”
ทั้งสองคนเดินออกจากโซนVIP ลงมายังลานจอดรถชั้นล่าง คาสิโนยามดึกยังคงคึกคักไปด้วยผู้คนและเสียงแสงสี ธีร์บอดี้การ์ดคนสนิท เดินมารอเปิดประตูรถคันหรูให้คัตเตอร์และกวางอย่างรู้หน้าที่
เมื่อประตูรถปิดลง ความเงียบสงัดก็ครอบคลุมภายในรถอีกครั้ง รถยนต์ขับเคลื่อนออกสู่ท้องถนนใหญ่ยามค่ำคืน ไฟถนนส่องสว่างกระทบใบหน้าคมคายของคัตเตอร์เป็นระยะ
กวางนั่งข้างๆ เขา สมองยังคงประมวลผลเหตุการณ์ที่โต๊ะโป๊กเกอร์อย่างหนัก
“บอสคะ...” กวางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
“ว่าไง?” คัตเตอร์หลับตาพิงเบาะรถ
“ตานั้น... บอสไม่ได้มีไพ่ใหญ่ใช่ไหมคะ?” กวางเอ่ยถามสิ่งที่ติดค้างในใจ “ไพ่ในมือบอสมีแค่แจ็คกับเก้าดอกจิก ไพ่บนโต๊ะก็ยังไม่ครบดอกจิกสามใบด้วยซ้ำ บอสกำลัง บลัฟใช่ไหมคะ?”
คัตเตอร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคมกริบหันมามองใบหน้าเนียนของเลขาสาว ชายหนุ่มเหยียดยิ้มบางๆ
“ใช่... ฉันบลัฟ”
“บอสเสี่ยงเงินตั้งหลายล้านดอลลาร์กับสิทธิ์ท่าเรือ เพียงเพราะการบลัฟงั้นเหรอคะ?” กวางทำหน้าไม่เข้าใจ “ถ้าคุณอเล็กเซสู้ขึ้นมา บอสอาจจะแพ้และเสียทุกอย่างเลยนะคะ”
“กวาง...” คัตเตอร์ขยับตัวเข้ามาใกล้เธอ มือหนายกขึ้นแตะริมฝีปากบางของเธอเบาๆ เชิงให้เงียบ “ในการเล่นโป๊กเกอร์... สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การมีไพ่ดีที่สุดในมือ”
“แล้วมันคืออะไรคะ?”
“มันคือการทำให้ศัตรูเชื่อ... ว่าเราถือไพ่ที่สามารถทำลายล้างพวกมันได้” คัตเตอร์เอ่ยเสียงต่ำ “ในโลกธุรกิจ หรือแม้แต่ในชีวิตจริง คนที่ชนะไม่ใช่คนที่มีอาวุธร้ายแรงที่สุดเสมอไป แต่คือคนที่ควบคุมความกลัวของคนอื่นได้ต่างหาก”
บทที่ 57 คืนรังรถสปอร์ตสีดำคันหรูเลี้ยวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดขนาดใหญ่ เข้าสู่เขตบ้านพักตระกูลเดิมของกวาง บรรยากาศรอบข้างที่เคยเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความทรงจำที่เจ็บปวด ตอนนี้กลับดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ไฟสวนตลอดสองข้างทางเปิดสว่างไสว ต้นไม้ใหญ่และแปลงดอกไม้ได้รับการตัดแต่งอย่างสวยงามสมบูรณ์แบบ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของคนที่คอยดูแลรักษาบ้านหลังนี้ไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมากวางมองลอดกระจกรถออกไป นัยน์ตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน ความทรงจำวัยเด็กยามที่มีพ่อกับแม่คอยโอบอุ้มหลั่งไหลเข้ามาในความคิด แต่คราวนี้มันไม่ได้นำพาความโกรธแค้นหรือบาดแผลมาให้อีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นความอบอุ่นใจที่ได้กลับคืนสู่ ‘บ้าน’ ที่แท้จริงคัตเตอร์จอดรถที่หน้าเรือนใหญ่ ชายหนุ่มก้าวลงมารับและกุมมือเรียวของกวางไว้แน่น ประคองพาเธอเดินขึ้นบันไดหินอ่อนเข้าไปภายในตัวบ้านภายในบ้านถูกทำความสะอาดอย่างหมดจด เฟอร์นิเจอร์เดิมของครอบครัวถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งเดิมอย่างเป๊ะๆ ราวกับกาลเวลาไม่เคยหมุนผ่าน คัตเตอร์พากวางเดินตรงไปยังห้องโถงกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโต๊ะหมู่บูชาและรูปถ่ายของพ่อและแม่ของเธอที่ถูกทำความสะอาดจนไม
บทที่ 56 ร่มเงาช่วงบ่ายของวันเดียวกันกลิ่นหอมอบอวลของกาแฟเอสเปรสโซและความวุ่นวายเล็กๆ ในห้องประชุมใหญ่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบ กวางเดินถือแฟ้มสรุปการประชุมเดินตามหลังคัตเตอร์กลับเข้ามาในห้องทำงานประธานบริหาร ทันทีที่ประตูห้องกระจกหนาปิดลง ความเป็นทางการทั้งหมดก็คล้ายจะเจือจางไปในอากาศคัตเตอร์ปลดกระดุมเสื้อสูทออกแล้วพาดไว้กับเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ก่อนจะเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าบานกระจกทรงสูงที่มองเห็นวิวเมืองหลวงกว้างไกล สายตาคมเข้มทอดมองออกไปภายนอกด้วยความรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกวางวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของเขาอย่างเบามือ แล้วเดินก้าวเข้าไปหยุดยืนข้างๆ ร่างสูง“เหนื่อยไหมคะวันนี้? ประชุมตั้งสองชั่วโมง แถมยังต้องตอบคำถามบอร์ดบริหารอีก” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางเอียงคอมองใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างคัตเตอร์หมุนตัวกลับมาหาเธอ นัยน์ตาคมเข้มฉายแววอ่อนโยน ชายหนุ่มยื่นมือหนาไปคว้าเอวบางของกวางแล้วรั้งเข้ามาชิดตัวเบาๆ โดยที่คนตัวเล็กไม่ได้ขัดขืนแม้แต่น้อย“ถ้าบอกว่าเหนื่อย... จะได้รางวัลอะไรไหม?” เสียงทุ้มเอ่ยเย้ากระซิบชิดใบหูใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อทันที กวางสบสายต
บทที่ 55 จุดเริ่มต้นใหม่หลายวันผ่านไปแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของวันทำงานวันแรกหลังจากผ่านพ้นมรสุมใหญ่ ส่องสว่างผ่านกระจกบานโตของตึกสูงใจกลางเมือง กวางในชุดทำงานสีพาสเทลเรียบหรูเดินก้าวเข้ามาในตึกด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปความหมองเศร้า ความระแวง และแววตาที่เคยอมความแค้นบดบังไว้ ได้ถูกแทนที่ด้วยความสดใส มั่นใจ และรอยยิ้มจางๆ ที่ประดับบนใบหน้าหวานพนักงานในบริษัทที่เดินผ่านไปมาต่างทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม กวางยิ้มรับทุกคนด้วยความอ่อนโยน หัวใจของเธอเบาหวิว ราวกับยกภูเขาลูกใหญ่ออกจากอกลิฟต์ผู้บริหารเคลื่อนตัวขึ้นมาถึงชั้นสูงสุด ประตูกระจกเปิดออกเผยให้เห็นโต๊ะทำงานประจำตำแหน่งเลขาที่คุ้นเคย กวางวางกระเป๋าลง เตรียมจัดแจงเอกสารและชงกาแฟดำซึ่งเป็นของโปรดของประธานบริหารตามหน้าที่ที่ทำมาตลอดทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเดินไปถึงประตูห้องทำงานใหญ่ก็ถูกเปิดออกเสียก่อน ร่างสูงของคัตเตอร์ในชุดสูทสีเข้มเดินก้าวออกมา สายตาคมเข้มที่เคยเย็นชา ทว่าตอนนี้กลับฉายแววอ่อนโยนอย่างเปิดเผย ชายหนุ่มหยุดยืนมองเลขาสาวตรงหน้า พลางยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย“มาทำงานสายไปสามนาทีนะ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายเรียบๆ ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงไปความเ
บทที่ 54 สัญญาสายลมยามค่ำคืนพัดผ่านระเบียงร้านอาหารบนเนินเขา นำพาความเย็นฉ่ำมาปะทะผิวแก้มเนียน คัตเตอร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อยกับคำตอบของเลขาสาว มือหนายังคงกุมมือเรียวของกวางไว้แน่นไม่ยอมปล่อยนัยน์ตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อภายใต้แสงไฟเหลืองนวล“แน่ใจนะว่าจะไม่เปลี่ยนใจ?” คัตเตอร์เอ่ยเย้า น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความหยอกล้อ “ประธานบริหารหน้าซีเรียสคนนี้ดุมากนะ แถมชอบใช้งานเลขาข้ามเวลาด้วย”“กวางชินแล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ยกลั้วหัวเราะ ดวงตากลมโตฉายแววสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “อีกอย่าง... ถ้ากวางไม่อยู่ คอยดูสิคะว่าใครจะยอมทนรับอารมณ์เย็นชาของบอสได้”“ก็คงไม่มี” ชายหนุ่มตอบทันควัน “เพราะฉันก็ไม่คิดจะเปิดโอกาสให้ใครเข้ามายืนตรงนี้แทนเธอเหมือนกัน”ประโยคสั้นๆ แต่ทว่าหนักแน่น ทำเอาหัวใจของกวางเต้นระรัวอย่างรุนแรง ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านมือที่กุมกันอยู่ตรงไปถึงหัวใจคำว่า ‘ตรงนี้’ ของเขา ไม่ได้หมายถึงแค่ตำแหน่งเลขาหน้าห้องทำงาน แต่หมายถึงพื้นที่ข้างกายและพื้นที่ในหัวใจของเขาอีกด้วยมื้ออาหารยามค่ำดำเนินไปอย่างผ่อนคลาย ไร้ซึ่งรังสีแห่งความกดดัน ความแค้น หรือเรื่องราวที่หนักอึ้งใ
บทที่ 53 รุ่งอรุณใหม่แสงแดดยามเช้าทอดผ่านม่านขาวนวลเข้ามาในห้องนอน หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธอลุกขึ้นนั่งบนเตียง สายตามองไปยังแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน แม้ความจริงเรื่องการจากไปของพ่อแม่และโฉมหน้าแท้จริงของอาอนันต์จะยังคงทิ้งร่องรอยบาดแผลไว้ในใจ แต่การได้รู้ว่าเธอไม่ได้สู้เพียงลำพัง และมีใครบางคนคอยยืนหยัดปกป้องเธออยู่เสมอ ก็ทำให้บาดแผลนั้นเริ่มได้รับการเยียวยากวางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ก็พบข้อความสั้นๆ จากคัตเตอร์ที่ส่งมาตั้งแต่ช่วงเช้า‘อย่าลืมกินข้าวเช้า วันนี้พักผ่อนให้เต็มที่ มีอะไรด่วนโทรหาฉันได้ตลอด’รอยยิ้มจางๆ จุดขึ้นบนใบหน้าเนียนอย่างห้ามไม่ได้ กวางพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความรู้สึกปลอดภัย ก่อนที่จะตัดสินใจใช้เวลาในวันหยุดยาวนี้เพื่อจัดระเบียบชีวิตใหม่เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า นำกล่องเก็บของเก่าที่เคยเต็มไปด้วยเอกสารสืบสวนและภาพถ่ายความทรงจำที่เจ็บปวดออกมา เธอค่อยๆ จัดเก็บมันไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่ใช่เพื่อซ่อนความแค้นอีกต่อไป แต่เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำว่าเธอได้ผ่านพ้นฝันร้ายนั้นมาแล
บทที่ 52 ปิดฉากเงา“คิดว่ากระดาษแผ่นเดียวกับคลิปเสียงงี่เง่าพวกนี้จะทำอะไรฉันได้เหรอ!”อนันต์ที่กำลังตื่นตระหนกตะคอกขึ้นเสียงดัง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เขาตระหนักดีว่าหากก้าวออกจากร้านอาหารนี้ไปแบบเปล่ามือ อนาคตและอิสรภาพของเขาจะจบลงทันที ชายวัยกลางคนตัดสินใจล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูท หมายจะคว้าบางอย่างออกมาเพื่อใช้เป็นไพ่ใบสุดท้ายในการดิ้นรนทว่าคัตเตอร์กลับนิ่งสงบ ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมเข้มเรียบเฉยดุจแผ่นน้ำแข็ง เขาเพียงแค่ยื่นมืออีกข้างไปกอดกระชับร่างบางของกวางให้ขยับมาอยู่ด้านหลังของตัวเอง ก่อนที่จะยกมือขึ้นส่งสัญญาณเบาๆพริบตาเดียว ชายฉกรรจ์ในชุดสากลสองคนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่ซุ่มรออยู่รอบๆ ก็ก้าวพรวดเข้ามา ล็อกท่อนแขนทั้งสองข้างของอนันต์ไว้แน่นพร้อมใส่กุญแจมือทันที“ปล่อยฉัน! พวกแกเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาจับฉัน!” อนันต์ดิ้นรนโวยวายด้วยความคลั่ง“คุณอนันต์ครับ คุณถูกจับกุมในข้อหาพยายามยักยอกทรัพย์ และข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” นายตำรวจหัวหน้าชุดก้าวออกมาชูหมายจับต่อหน้าเขา “หลักฐานการเดินบัญชี ภาพถ่ายในคืนเกิดเหตุ รวมถึงคลิปบันทึกเส







