LOGINเมื่อครอบครัวล่มสลายและพ่อแม่ฆ่าตัวตายเพราะถูกหักหลัง “มนศิชา” ฝังใจแค้น “คันเตอร์” มาเฟียหนุ่มทรงอิทธิพลที่ยืนมองศพพ่อแม่เธอในวันนั้น เธอปลอมตัวเป็นเลขาส่วนตัว ใกล้ชิดคันเตอร์เพื่อขโมยเอกสารลับไปให้ศัตรู หมายทำลายล้างเขา แต่ในวินาทีที่ศัตรูบุกโจมตี คันเตอร์กลับเอาตัวเข้าแลกรับกระสุนปกป้องเธอจนบาดเจ็บสาหัส ความจริงปรากฏเมื่อมนศิชาพบว่า คนหักหลังพ่อแม่แท้จริงคือคนสนิทของพ่อเธอ ส่วนคันเตอร์คือคนที่พยายามช่วยบริษัทไว้ และเขารู้มาตลอดว่าเธอเป็นใคร แต่ยอมให้เธอแก้แค้นเพราะรู้สึกผิดที่ช่วยพ่อแม่เธอไม่ได้ หัวใจที่แตกสลายเปลี่ยนเป็นพลัง มนศิชาร่วมมือกับคนของคันเตอร์ตลบหลังลากศัตรูเข้าคุกและกอบกู้ธุรกิจคืนมา เมื่อคันเตอร์ฟื้น เขาให้อภัยพร้อมยื่นเงื่อนไขสุดแซ่บ... ให้เธอชดใช้ความผิดด้วยการเป็น ‘ผู้หญิงของเขา’ ไปตลอดชีวิต ลบเลือนรอยแค้นด้วยความรักที่แท้จริง
View Moreบทที่ 1 แผลเป็นที่ไม่เคยจาง
ภาพสะท้อนที่กระจกบานใหญ่ ร่างเล็กของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิท ใบหน้าคม สวยนัยน์ตาคมกริบ แต่ทว่ามันว่างเปล่าจนน่ากลัว มือเรียวเอื้อมไปแตะที่สร้อยคอเส้นเล็กที่มีจี้รูปหยดน้ำ สิ่งดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายจากครอบครัวของเธอ “เธอต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ... มนศิชา” มนศิชา คือชื่อเดิมที่พ่อแม่ตั้งให้เธอ ทว่าตอนนี้เธอเปลี่ยนชื่อแซ่หมดแล้ว เปลี่ยนทุกๆ อย่าง ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยแม้แต่น้อย ชื่อปัจจุบันของเธอคือ ‘กวาง’ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานจะก้าวเข้ามา เขาคือ ‘คุณอนันต์’ ทนายความเก่าแก่ของตระกูลเธอ และเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ “หนูกวางแน่ใจจริงๆ เหรอ ที่จะเดินเส้นทางนี้?” อนันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเธอคือคนสุดท้ายของตระกูลแล้ว “หนูไม่มีทางเลือกอื่นแล้วค่ะอา” กวางหันกลับมาเผชิญหน้า “สิบกว่าปีที่ผ่านมา หนูอยู่เพื่อรอวันนี้ วันที่หนูจะลากคอคนที่ทำลายชีวิตพ่อกับแม่ลงนรกด้วยมือของหนูเอง” “แต่อีกฝ่ายคือ คัตเตอร์ เลวิน นะกวาง เขาไม่ใช่มาเฟียกระจอกๆ ที่หนูจะเดินเข้าไปแทงข้างหลังได้ง่ายๆ ผู้ชายคนนั้นน่ากลัวกว่าที่หนูคิดไว้มาก” “หนูรู้ค่ะว่าเขาไม่ธรรมดา เขาคุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บังหน้า แต่เบื้องหลังคุมเส้นทางสีเทาทั้งหมดในแถบนี้ คนที่เลือดเย็นขนาดยืนมองพ่อแม่คนอื่นตายต่อหน้าได้โดยไม่กระพริบตา หนูไม่มีวันลืมแน่นอน!” หญิงสาวกำหมัดแน่นจนเล็บแทบฝังลงไปในเนื้อ “อาเข้าใจ แต่อดีตมันผ่านมานานแล้ว หลักฐานที่ชี้ไปที่เขาตอนนั้นมันก็...” “หลักฐานทุกอย่างมันชัดเจนค่ะอาอนันต์! บริษัทของพ่อถูกโกงจนล้มละลายภายในข้ามคืน หุ้นทั้งหมดถูกโอนไปเป็นของเลวินกรุ๊ป แล้วภาพสุดท้ายที่หนูเห็นคืนที่พ่อกับแม่ตาย ก็คือผู้ชายคนนั้นยืนอยู่กลางบ้านหนู เขามองดูศพพ่อแม่หนูด้วยสายตาเฉยชาเหมือนเห็นผักเห็นปลา!” “แล้วแผนของหนูล่ะ? การเปลี่ยนชื่อจาก มนศิชา เป็น กวาง แล้วปรับลุคตัวเองแบบนี้ มันจะทำให้เขาจำไม่ได้จริงๆ เหรอ?” อนันต์ถาม พลางมองใบหน้าสวยคมที่ดูต่างจากเด็กหญิงแก้มป่องในอดีตอย่างสิ้นเชิง “ตอนนั้นหนูเพิ่งจะสิบขวบ แถมคืนนั้นไฟก็มืด เขาไม่เคยสนใจหนูด้วยซ้ำ สายตาของเขามองเห็นแค่ผลประโยชน์และอำนาจค่ะ เขาจำหนูไม่ได้แน่” กวางเหยียดยิ้ม แววตาซ่อนความเด็ดเดี่ยวเอาไว้ “และตอนนี้ หนูพร้อมแล้วสำหรับตำแหน่งเลขาของเขาแล้วค่ะ” “อาสืบมาให้แล้วนะ พรุ่งนี้จะเป็นวันสัมภาษณ์รอบสุดท้าย คัตเตอร์เป็นคนขี้ระแวงมาก เลขาสองคนก่อนหน้านี้ถูกไล่ออกเพราะแอบสืบเรื่องส่วนตัวของเขา หนูต้องระวังตัวให้ดีนะ” อนันต์ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้กับเธอ “ขอบคุณค่ะอา... ข้อมูลพวกนี้แหละที่จะเป็นใบเบิกทางของหนู” กวางรับซองมาเปิดดู ในนั้นมีตารางเวลา ข้อมูลความชอบ และพฤติกรรมส่วนตัวของชายหนุ่ม “กวาง... สัญญากับอาอย่างหนึ่งได้ไหม?” อนันต์มองสบตาหญิงสาวตรงหน้า “อะไรคะ?” “ถ้าเกิดอะไรขึ้น หนูต้องหนีทันที อย่าเอาชีวิตไปทิ้ง” “หนูไม่กลัวตายค่ะอา สิ่งเดียวที่หนูกลัวคือ... ไม่ได้ล้างแค้นให้พ่อแม่” กวางตอบน้ำเสียงเรียบ นัยน์ตาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว ด้านคัตเตอร์ บริษัท เลวินกรุ๊ป ภายในห้องทำงานกว้างขวางชั้นบนสุด บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มกำลังยืนมองออกไปนอกกระจกบานยักษ์ แววตาคู่คมดูดุดันและแสนจะเย็นชา เขาทอดสายตามองเมืองหลวงราวกับเสือร้ายที่กำลังมองดูเหยื่อ “นายครับ รายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์เลขาวันพรุ่งนี้ครับ” ‘ธีร์’ มือขวาคนสนิทเดินเข้ามารายงาน พร้อมวางไอแพดลงบนโต๊ะทำงานของผู้เป็นเจ้านาย “กี่คน?” เขาเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะหันกลับมองที่ไอแพดเลยด้วยซ้ำ “สามคนครับนาย สองคนแรกเป็นคนของพันธมิตรเราที่ส่งมาเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ ส่วนคนสุดท้าย...” ธีร์เว้นจังหวะไปเล็กน้อย “ทำไม? มีอะไรแปลกงั้นเหรอ” คัตเตอร์หันกลับมามองมือขวาของเขาทันที “เธอชื่อ กวาง ครับ ประวัติการทำงานดีเยี่ยม จบโทจากต่างประเทศด้วยคะแนนเกียรตินิยม แต่อดีตค่อนข้างลึกลับ ประวัติก่อนอายุยี่สิบเหมือนถูกลบหรือทำขึ้นมาใหม่ครับนาย” ธีร์เอ่ยพูดรายงานตามตรง ตามที่เขาสืบมาได้ คัตเตอร์เหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย นัยน์ตาคมเข้มฉายแววถูกใจบางอย่าง ยิ่งปกปิด ยิ่งน่าค้นหา ยิ่งหลบซ่อน เขาก็ยิ่งอยากจะเปิดเผย “ประวัติสะอาดเกินไป หรือลึกลับเกินไป... ก็น่าสนใจดีทั้งนั้น” “ให้ผมตัดชื่อเธอออกไหมครับ? ในเมื่อเราไม่รู้ที่มาที่ไปของเธออย่างชัดเจน มันอาจจะเป็นอันตราย” “ไม่ต้อง! ปล่อยให้เธอเข้ามา” คัตเตอร์เดินกลับมานั่งที่เก้าอี้หนังตัวใหญ่ “ถ้าเธอเป็นหนอนบ่อนไส้ที่ศัตรูส่งมา ฉันจะได้บดขยี้มันด้วยมือของฉันเอง แต่ถ้าเธอมีความสามารถจริงๆ... ฉันก็อยากจะเห็นว่าผู้หญิงคนนี้จะเล่นเกมอะไร” “รับทราบครับ ผมจะเตรียมการสัมภาษณ์วันพรุ่งนี้ให้พร้อมที่สุด” ธีร์โค้งศีรษะเตรียมตัวจะเดินออกไป “อ้อ... ธีร์” คัตเตอร์เอ่ยเรียกไว้ “ครับ?” “สั่งคนของเราให้จับตาดูผู้หญิงที่ชื่อกวางไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตึกนี้ อย่าให้คลาดสายตา” “ครับ” เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง คัตเตอร์หยิบไอแพดขึ้นมาดูรูปถ่ายของหญิงสาวทันที ใบหน้าสวยคม นัยน์ตาคมที่ซ่อนความเศร้าและเด็ดเดี่ยวในรูปนั้นทำให้หัวใจของมาเฟียใหญ่รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาทันที “แววตาแบบนี้... เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน” คัตเตอร์เอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ นิ้วหนาลูบไล้ไปที่หน้าจอตรงดวงตาของเธอ “กวางงั้นเหรอ... อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ” เช้าวันต่อมา บริษัทเลวินกรุ๊ป จำกัด หญิงสาวก้าวเข้ามาในตึกเลวินกรุ๊ปด้วยท่าทางสง่างามและมั่นใจ ชุดเดรสทำงานสีเทาเข้มขับให้เธอดูสวย และน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน สายตาของพนักงานชายหลายคนจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว แต่กวางไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะเป้าหมายของเธออยู่ชั้นบนสุดของตึกนี้เท่านั้น หญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับรองร่วมกับผู้สมัครอีกสองคนที่เป็นลูกสาวนักธุรกิจตระกูลใหญ่ ทั้งสองคนมองกวางด้วยสายตาเหยียดๆ “คิดยังไงถึงมาสมัครงานที่นี่จ๊ะ รู้ไหมว่าคุณคัตเตอร์เขาเลือกคนจากระดับไหน?” หนึ่งในผู้สมัครเอ่ยจิกกัดน้ำเสียงแหลม กวางไม่ได้หันไปมอง เธอยังคงเปิดแฟ้มเอกสารอ่านทบทวนเรียบๆ ก่อนที่จะเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “คุณคัตเตอร์เลือกเลขามาทำงานค่ะ... ไม่ได้เลือกคู่ขา ถ้าเน้นระดับหรือชาติตระกูล ป่านนี้พวกคุณคงได้นั่งโต๊ะทำงานไปแล้ว ไม่ต้องมานั่งรอสัมภาษณ์แบบนี้หรอกค่ะ” “นี่แก!! กล้าดียังไงมาปากดีใส่ฉัน” หญิงสาวคนเดิมลุกขึ้นยืนชี้หน้ากวางด้วยความโกรธ “คุณกวางครับ คุณคัตเตอร์เรียกพบครับ” เสียงของธีร์ที่เดินเข้ามาขัดจังหวะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยุติลงทันควัน หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นยืน จัดแจงชุดเดรสให้เรียบร้อยแล้วหันไปยิ้มบางๆ ให้ผู้สมัครทั้งสองคน “ขอตัวก่อนนะคะ... หวังว่าจะไม่ได้เจอกันอีก” ธีร์มองท่าทางของกวางแล้วลอบยิ้มในใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เขาผายมือเชิญเธอเดินไปยังห้องทำงานส่วนตัวของผู้เป็นเจ้านายทันที “คุณคัตเตอร์รออยู่ด้านในครับ ขอให้โชคดี” ธีร์เปิดประตูให้ กวางสูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงความกล้าทั้งหมดที่มีขึ้นมา ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ประตูข้างหลังปิดลง พร้อมกับหัวใจของเธอที่เต้นรัวอย่างห้ามไม่อยู่ หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่เธอเกลียดเข้าไส้ เขากำลังนั่งกอดอก สายตาคมเข้มปัดมองมาที่เธอตั้งหัวจรดเท้า “นั่งลงสิ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเป็นเชิงอนุญาต หญิงสาวเดินไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างมีมารยาทที่สุด เธอสบตาเขาตรงๆ ไม่มีอาการหลบสายตาหรือตื่นกลัวเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เคยเจอเขา “ฉันอ่านประวัติของเธอแล้ว... กวาง” คัตเตอร์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ “ประวัติสวยหรู เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ความสามารถรอบด้าน แต่... ทำไมประวัติก่อนอายุยี่สิบของเธอถึงว่างเปล่าเหมือนคนไม่มีตัวตน?” คำถามแรกก็แทงใจดำทันที แต่เธอเตรียมใจมาแล้ว เธอเหยียดยิ้มบางๆ ก่อนที่จะเอ่ยตอบเขาน้ำเสียงเรียบ “คุณต้องการเลขาที่ทำงานเก่ง ข้อมูลไม่รั่วไหล หรือต้องการสืบประวัติครอบครัวของฉันไปทำทะเบียนราษฎร์คะ?” คัตเตอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาอันตรายฉายแววความพึงพอใจในความใจกล้าของเธอ “ปากดี หยอกย้อน” “ฉันไม่ได้ย้อนค่ะ ฉันแค่ชี้แจง ความเป็นส่วนตัวในอดีตของฉันไม่มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของเลวินกรุ๊ปแน่นอนค่ะ คุณสามารถทดสอบฉันได้ทุกเรื่อง... ถ้าฉันทำไม่ได้ตามที่พูด ฉันจะเดินออกไปเอง” “ทุกเรื่องงั้นเหรอ?” คัตเตอร์ลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่เดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของกวาง ความเงียบและรังสีความกดดันจากมาเฟียใหญ่ ทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง เขาซ่อนความอันตรายไว้ภายใต้ท่าทางนิ่งสงบ คัตเตอร์ก้มลงมาใกล้จนหญิงสาวได้ยินเสียงลมหายใจของเขา กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาโชยเข้าจมูกเธอ ยิ่งกระตุ้นความทรงจำในคืนวันนั้น... คืนที่ครอบครัวเธอต้องพินาศ “ถ้าฉันบอกว่า... งานของเลขาฉัน ไม่ใช่แค่การจัดการเอกสาร แต่ต้องรวมถึงการ เก็บความลับ ที่อาจจะทำให้เธอติดคุกหรือตายได้ทุกเมื่อล่ะ เธอจะยังอยากทำงานนี้อยู่ไหม?” คัตเตอร์กระซิบเอ่ยถามที่ข้างหู เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความเย้ายวนและข่มขวัญเธอบทที่ 50 เงาเผชิญหน้ามือเรียวที่กำลังสั่นเทาค่อยๆ กดปุ่มโทรออก เสียงสัญญาณรอสายดังก้องอยู่ในความเงียบของห้องทำงานที่ผู้คนเริ่มทยอยกลับบ้าน หัวใจของกวางเต้นแรงด้วยความตึงเครียด ไม่กี่วินาทีต่อมา น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นที่คุ้นเคยของชายผู้เป็นเหมือนญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ก็ดังมาจากปลายสาย(เย็นป่านนี้แล้ว โทรหาอา มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า?)น้ำเสียงเอ็นดูและห่วงใยที่แสนจะธรรมชาตินั้น ทำให้กวางชะงักไปชั่วครู่ ความอบอุ่นที่เคยได้รับมาหลายปีฉายวนขึ้นมาในความคิด จนเธอเริ่มสับสนว่าสิ่งที่คัตเตอร์พูดอาจเป็นเพียงกลอุบายล่อลวง แต่เมื่อนึกถึงแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินที่กอดไว้แน่น กวางก็สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ“อาอนันต์คะ... เย็นนี้อาพอจะสะดวกไหมคะ? กวางมีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วยค่ะ”“สะดวกสิ สำหรับกวาง อาว่างเสมออยู่แล้ว งั้นเจอกันที่ร้านอาหารเดิมตรงริมน้ำไหม? เดี๋ยวอาออกไปตอนนี้เลย”“ได้ค่ะอา อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันนะคะ”กวางกดวางสายพลางถอนหายใจยาวๆ หญิงสาวรวบรวมเอกสารทั้งหมดใส่กระเป๋า รวมถึงแฟ้มสีน้ำเงินของคัตเตอร์ด้วย เธอตัดสินใจว่าจะต้องเผชิญหน้าและสังเกตปฏิกิริยาของอาอนันต์ด้วยตาตัวเอง วันนี้ทุกอย่างต
บทที่ 49 รอยร้าวในใจคำพูดทุกถ้อยคำของคัตเตอร์ยังคงดังก้องอยู่ในหัว กวางจ้องมองแฟ้มเอกสารตรงหน้า นัยน์ตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา แต่ในความสับสนกลับเริ่มมีสายตาแห่งความระแวงคลุมเครือแล่นผ่าน หญิงสาวค่อยๆ ถอยห่างจากอ้อมแขนของประธานบริหารหนุ่ม ดึงตัวเองออกจากสัมผัสอบอุ่นที่เคยทำให้หัวใจสั่นคลอน“กวาง... ขอกลับไปตั้งสติก่อนค่ะ” เสียงหวานเอ่ย แม้จะฟังดูอ่อนแรง แต่ทว่ากลับมีความเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่ภายในคัตเตอร์ชะงักมือที่กำลังจะยื่นไปไขว่คว้า นัยน์ตาคมเข้มมองตามร่างบางที่ก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวัง ชายหนุ่มถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ“ฉันรู้ว่ามันยากที่จะเชื่อทันที... แต่หลักฐานทุกอย่างอยู่ในแฟ้มนี้ ถ้าเธออยากอ่าน หรืออยากให้คนกลางช่วยตรวจเช็ก ฉันก็ยินดี”กวางไม่ได้เอ่ยตอบอะไร หญิงสาวทำเพียงยื่นมือที่ยังคงสั่นเทาไปหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินบนโต๊ะมากอดไว้แน่น ก้มหัวให้ชายหนุ่มเล็กน้อยตามมารยาทของเลขา ก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้งตลอดทั้งวัน การทำงานเต็มไปด้วยความเงียบสงบจนชวนอึดอัด กวางนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานหน้าห้องประธานบริหาร พยายามก้มหน้าก้มตาจัดก
บทที่ 48 ไม่จริงดวงตากลมโตคู่สวยมองประสานกับสายตาคมเข้มของชายหนุ่มตรงหน้า หยดน้ำตาอุ่นร้อนที่คลอเบ้าค่อยๆ ไหลรินผ่านแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกมากมายตีรวนขึ้นมาในหัวใจ ความสับสน และความตื้นตันที่ก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ภาพความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับคุณพ่อประวิทย์และคุณแม่อันเป็นที่รักฉายชัดขึ้นมาในหัวมือหนาของคัตเตอร์ค่อยๆ ยกขึ้น สัมผัสผิวนุ่มบริเวณแก้มใสอย่างเบามือ นิ้วโป้งเรียวยาวปาดหยาดน้ำตาที่ไหลเปรอะแก้มของหญิงสาวออกให้อย่างนุ่มนวล ท่าทางที่แสนอ่อนโยนผิดกับบุคลิกแข็งกร้าวที่เขาชอบแสดงออกต่อหน้าคนอื่น“ร้องไห้ทำไม...” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม แฝงไปด้วยความรู้สึกหนักแน่น “คิดว่าฉันจะทำร้ายเธอเหมือนคนพวกนั้นเหรอ?”“เปล่า...” กวางส่ายหน้าช้าๆ เค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก “กวางแค่...”คัตเตอร์ถอนหายใจยาวเบาๆ ชายหนุ่มดึงมือกลับไปประสานไว้ที่ด้านหลัง นัยน์ตาคมเข้มทอดมองไปทางหน้าต่างกระจกบานโตของห้องประชุมที่มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองใหญ่“คุณประวิทย์เป็นรุ่นพี่ที่ฉันนับถือมาก ในวันที่บริษัทของฉันยังเป็นแค่บริษัทเล็กๆ พ่อของเธอคือคนที่คอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือฉันมาตลอด” ชายหนุ่มหย
บทที่ 47 มนศิชา“กวาง... แค่แปลกที่น่ะค่ะ” หญิงสาวรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ รอยยิ้มหวานถูกจุดขึ้นบนใบหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก “นอนต่างที่ครั้งแรกก็เลยนอนหลับไม่ค่อยสนิทนิดหน่อยค่ะ”คัตเตอร์จ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะหายไป ชายหนุ่มไม่ได้เค้นถามอะไรต่อ แต่กลับยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง“งั้นก็รีบกินอาหารเช้า... ประชุมเช้านี้มีเรื่องน่าปวดหัวรออยู่อีกเยอะ”กวางพยักหน้ารับ เดินไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพลางจัดการอาหารเช้าร้อนๆ ตรงหน้าด้วยความเงียบสงบ ทว่าในหัวกลับหมุนวนไม่หยุด ความง่วงงุนที่มีเมื่อครู่หายไปจนหมด เหลือเพียงความระมัดระวังตัวที่ตื่นตัวเต็มที่เวลา 08:00 น.รถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดที่หน้าอาคารสำนักงานใหญ่ในเวลาแปดโมงตรง กวางและคัตเตอร์ก้าวลงจากรถพร้อมกัน บรรยากาศภายในบริษัทเต็มไปด้วยความเร่งรีบ พนักงานทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาเตรียมตัวสำหรับการประชุมใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกครึ่งชั่วโมงหญิงสาวเดินตามหลังประธานบริหารหนุ่มขึ้นมายังชั้นบนสุด เธอรีบตรงไปจัดเตรียมแฟ้มเอกสารประชุมที่โต๊ะทำงานของตัวเอง จนเวลาล่วงเลยไปถึงแปดโมงสา
reviews