LOGIN“เธอ..เคยลองทำ..ในรถรึเปล่า” “คุณ..คุณพูดเรื่องอะไร” “หึ เธอไม่เข้าใจเหรอ? งั้น..ฉันพูดอีกครั้ง..ฉันอยากเล่นกับเธอในรถ” "!!" "อ้าส์~ มิลิน..ไม่มีใครตายจากการโดนกระแทกหรอกนะ เธอ..ต้องกลัว.." "กรี๊ดด!!" ✨ ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปทันที ที่ได้เจอกับมาเฟียหนุ่มอีกครั้ง 'เพราะเขาเพียงพร่ำบอกว่าเธอ.....เป็นของเขาเพียงคนเดียว✨ “วันนี้....ฉันมีเวลาไม่มาก” พูดจบมาเฟียหนุ่มก็ดูดเลียนิ้วมือที่เปอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำหวานของหญิงสาวอย่างหน้าไม่อาย “ระ..โรคจิต” “หึ ฉัน....มีเวลาชิมเธอแค่นี้ล่ะ” “ฮึก...ฮือออ” “ถ้าฉันว่าง..เดี๋ยวฉันจะมาหาใหม่” “!!”
View More@คอนโดมิลิน
มิลิน นักศึกษาสาววัยยี่สิบเอ็ดปี ผู้ที่มีใบหน้าน่ารักและไร้เดียงสา ที่ใครๆต่างเห็นก็พากันหลงไหลในรอยยิ้มของเธอ
เธอกำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาสีขาวสะอาดด้วยความสบาย แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ก็ดังปลุกเธอตื่นจากนิทรา
Rrrrr Rrrrr
มิลินเอื้อมมือหาโทรศัพท์ ก่อนจะอ่านชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้เธอตัดสินใจที่จะกดรับปลายสายอย่างไม่ลังเล
“คะ..พี่ริชชี่ โทรปลุกลินแต่เช้าเลย”
“เช้าอะไรของเธอยัยลิน นี่มันสิบโมงกว่าแล้วจ้า”
“คิก..คิก..เหรอคะ สงสัยเมือคืน...ลินดื่มเยอะไปหน่อย”
“เออ..พี่มีเรื่องอยากให้ลินช่วยน่ะ และต้องเป็นลินเท่านั้นนะที่จะช่วยพี่ได้”
“หืมมม อะไรหรือคะ”
“พอดีว่าวันนี้ MCที่พี่จ้างมาเปิดงาน รถยนต์ตัวใหม่ของบริษัท K เกิดอุบัติเหตุตกบันไดมาไม่ได้น่ะสิ พี่ก็ไม่รู้ว่าจะหาใครมาแทนได้ทัน พี่เลยอยากให้ลินมาช่วยพี่อีกสักครั้งจะได้ไหม พี่อยากได้คนเป็นงานเลย งานนี้สำคัญมากๆ ถ้ามีอะไรผิดพลาด พี่จะต้องโดนฆ่าตายแน่ๆ”
“คิกๆ ขนาดนั้นเลยเหรอคะพี่ริชชี่ เวอร์ไปรึเปล่าคะ ใครจะไปฆ่าพี่ริชชี่ คนสวยได้ลง”
“คุณ..คาร์เตอร์ ไง”
“คุณคาร์เตอร์..?”
มิลินทวนชื่อซ้ำด้วยน้ำเสียงแผ่วสับสน เพียงแค่ได้ยินชื่อเท่านั้น หัวใจก็ไหววูบเหมือนถูกสะกิดบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก รู้สึกแปลกประหลาด คล้ายความคุ้นเคยที่ไม่ควรคุ้น หรือความหน่วงที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน
และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งสติ เสียงของพี่สาวก็ดังแทรกขึ้นมา…
“ใช่ คุณคาร์เตอร์ นักธุรกิจหนุ่ม เจ้าของบริษัทK หล่อมากนะ กาวใจสุดๆ แต่พี่ขอบายค่ะ คนอะไรน่ากลัวเกิ๊น มิลินก็ต้องระวังด้วยนะ ไปทำงานก็อย่าเข้าไปยุ่งหรือทำอะไรขัดใจเชียว คนนี้ยิ่งไม่ชอบให้ผู้หญิงมาวอแวอยู่ด้วย”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“อืม...วงในเขาเมาส์กัน แต่พี่ไม่ได้พูดเวอร์นะ พี่พูดจริงๆ ลินก็ระวังๆ อย่าเข้าใกล้คุณคาร์เตอร์ด้วยล่ะ”
“อืม..ก็ได้ค่ะ แล้ววันนี้งานกี่โมงคะ”
“ห้าโมงเย็นจ๊ะ แต่ลินต้องมาหาพี่บ่ายสามนะ ต้องมาซ้อมบทพูดกันก่อน แต่เดี๋ยวพี่ส่งข้อมูลรถยนต์และงานให้ทางไลน์อีกทีนะ”
“ได้ค่ะ ลินมีเรียนบ่ายโมงถึงบ่ายสอง เรียนเสร็จแล้วจะรีบเข้าไปหานะคะ”
“ขอบคุณมากนะ น้องเลิฟ เดี๋ยวพี่เลี้ยงขอบคุณอีกที”
“ไม่เป็นไร ค่า..”
หลังจากวางสายจากริชชี่พี่สาวคนสนิท มิลินก็ได้หยิบมือถือเปิดหาข้อมูล ประวัติของคาร์เตอร์ ที่พี่สาวเธอย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าเข้าใกล้
“คุณคาร์เตอร์ อายุแค่ยี่สับหกปีเองเหรอเนี่ย นึกว่าอายุจะมากกว่านี้ซะอีก”
“อ่า..เก่งจัง ทำธุรกิจเยอะมากเลย” มิลินอ่านข้อมูลของนักธุรกิจหนุ่มอย่างละเอียด แอบรู้สึกชื่นชมกับความสามารถของคาร์เตอร์ ไม่ใช่น้อย
“ลูกครึ่ง...โสด...ดูเหมือนจะเป็นที่ต้องการของผู้หญิงหลายคยเลยนะ”
“แต่อืม...หน้าตาคุณคาร์เตอร์ ถึงจะหล่อมากๆแต่ก็น่ากลัวอย่างที่พี่ริชชี่พูดจริงๆ ด้วยแฮะ แล้วผู้หญิงที่ไหนจะกล้าเข้าใกล้กันนะ”
มิลินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ทั้งที่สายตายังไม่ยอมผละไปไหน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมสีเทาเข้มนั้น ดวงตาที่ทั้งเย็นชาและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน มันดึงดูดให้เธอเหม่อมองอยู่นานจนลืมหายใจ ราวกับว่าภายในนั้นซ่อนอะไรบางอย่างที่เธอไม่ควรรับรู้…แต่กลับอยากค้นหาอย่างประหลาด
@โกดังร้าง
“ใครส่งมึงมา” เสียชายฉกรรจ์ ในชุดสูทสีดำกำลังทำหน้าที่สอบสวนคนทรยศ ที่เข้ามาเป็นหนอนบ่อนไส้เพื่อมาล้วงความลับแก๊งของพวกเขา
“......”
เพียะ! เพียะ!
เสียง เพียะ! ดังสนั่น เมื่อปลายกระบอกปืนหนาหนักฟาดเข้ากับแก้มของชายทรยศอีกครั้ง แรงกระแทกทำให้ศีรษะของเขาหงายไปด้านหลัง เลือดสีแดงเข้มไหลอาบแก้มลงมาถึงคาง โซ่ตรวนที่พันธนาการอยู่ทั้งแขนทั้งขาเสียดสีกันจนเกิดเสียงแกร่งกรัง
ชายคนนั้นแทบจำไม่ได้แล้วว่าใบหน้าของตัวเองเคยมีหน้าตาอย่างไรทุกอย่างบวมปูด ช้ำเขียว มีแต่เลือดที่เกรอะกรังจนแทบไม่เหลือเค้าโครงดั้งเดิมให้มองเห็น
“กูถาม—ว่าใคร...ส่งมึงมา!”
เสียงคำรามกร้าวดังสะท้อนทั่วโกดังร้าง คำแต่ละคำถูกเหวี่ยงออกมาด้วยแรงโทสะ ที่ยังคงสอบสวนต่ออย่างไม่คิดลดความรุนแรงแม้แต่น้อย
แต่ทว่า
เงียบ..
ควันบุหรี่สีเทาถูกพ่นออกอย่างเชื่องช้า จากริมฝีปากของผู้ทรงอิทธิพล ที่เพียงแค่ชื่อก็ทำให้ใครต่อใครรู้สึกหนาววาบขึ้นสันหลัง
คาร์เตอร์ มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทั้งในโลกธุรกิจและในเงามืด คือชื่อที่ใครได้ยินก็ต้องชะงัก เขาเป็นบุคคลอันตรายที่ผู้คนต่างหวาดกลัว เล่าลือกันไปทั่วว่าเป็นชายเลือดเย็น ไร้ความรู้สึก…ไร้หัวใจโดยสิ้นเชิง
และสำหรับคาร์เตอร์แล้ว ถ้าเขาอยากได้อะไรมันก็ต้องได้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ ไม่ใช่ทีหลัง แต่ต้องได้...เดี๋ยวนี้!
“หึ”
เขานั่งสูบบุหรี่มองดูบทสนทนาระหว่างลูกน้องและคนทรยศอยู่นาน รู้สึกป่วยการที่ถามคนอย่างพวกมัน และเขาก็ฉลาดมากพอที่จะเดาได้ไม่ยากว่าใครส่งพวกมันมา
“ตัดลิ้นมัน!”
“นะ...นายครับ ต่อไปผมจะไม่หักหลังนายแล้วครับ ดะ...ได้โปรดให้อภัยผมเถอะ”
เสียงของชายทรยศ รีบขอร้องอ้อนวอนมาเฟียหนุ่มตรงหน้าทั้งน้ำตา เมื่อลูกน้องคนอื่นๆ เข้ามาล็อกตัวและดันใบหน้าของเขาแนบลงไปกับพื้นที่เย็นเฉียบ
“หึ” มาเฟียหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปาก มองคนตรงหน้าที่กล้าขอให้เขาให้อภัย
“กูฝากพวกมึงด้วยแล้วกัน อย่าให้มันพึ่งตายล่ะ”
“ครับ!” เสียงรับคำสั่งที่ดังขึ้นพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง
“ค่อย ๆ…ตัดแขนตัดขามันออกทีละชิ้น”
เสียงทุ้มเย็นเยียบเอ่ยออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับเพียงสั่งให้เก็บขยะกองหนึ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนหมุนตัวเดินออกจากโกดังไปอย่างเนิบช้า ไม่แม้แต่จะเหลียวมองเสียงกรีดร้องโหยหวนหรือคำวิงวอนแตกพร่าที่ดังตามหลังมา
เจ้าของเสียงนั้นคือคาร์เตอร์ มาเฟียหนุ่มผู้ขึ้นชื่อด้านอิทธิพลและความเหี้ยมเกรียมชนิดไร้ผู้ทัดทาน สำหรับเขา…คนที่กล้าคิดจะเป็นศัตรู ไม่มีวัน ได้รับการปล่อยผ่าน
และคาร์เตอร์ไม่เคยเสียเวลาฆ่าใครด้วยวิธีง่าย ๆความตาย…สำหรับเขานั้นเร็วเกินไป
เขาเลือกจะทรมานศัตรูและคนทรยศให้ตายทั้งเป็นให้พวกมันรู้สึกถึงความเจ็บปวดทุกวินาที จนสุดท้ายต้องร้องขอความตายจากปากของตัวเอง…
และนั่นแหละคือสิ่งที่คาร์เตอร์ต้องการ..
“อ้าวเฮีย...มาตามพราวเหรอคะ” ฉันมองสำรวจสามีหนุ่มทั้งสองคนที่วันนี้ พวกเขาใส่เสื้อเชิ้ตสีดำลายเสือ ปลดกระดุมสองสามเม็ดชวนให้มองเห็นกล้ามหน้าอกแกร่งขาวผ่อง “ใช่ เฮียคิดถึงเมีย....และก็คิดถึงลูกด้วย” ไบรอันต์ช้อนตัว ไบร์ทตันขึ้นมาแนบอก แอบหอมแก้มนวลของพริบพราวไปด้วย “บ้า~” “ลินหายมาอยู่ตรงนี้นี่เอง พี่ก็ตามหาหนูตั้งนาน” คาร์เตอร์ “ลินมาเฝ้าลูกค่ะ ลูกซื้อหนังสือมาให้ไบร์ทตัน คนเก่ง” มิลิน “อาเธอร์มาสอนหนังสอนน้องเหรอครับ” คาร์เตอร์ “คับ เธอร์มาสอนน้อง น้องเก่งมากเลยคับ” อาเธอร์ “หนูกลับเข้าไปในงานได้แล้ว เด็กๆ อยากกินเค้กกันแล้ว” เซนเอ่ยขึ้นขัดจังหวะแทนลูกชายตัวแสบ และสาวน้อยอาบิเกล ที่รบเร้าร้องแต่จะเป่าเทียนและกินเค้กไม่หยุด “อ้าวเด็กๆ อยากกินเค้กแล้วเหรอคะ คิก...คิก..ได้ค่ะ งั้นพวกเราไปเป่าเค้กกันดีกว่านะ / ไปกันยัยลิน” “เย้! ปัยเป่าเค้กกัน” ซอว์เยอร์ “ปัย ปัย เป่าเจ้กกัน เกลหิวววว~” อาบิเกล “ไปกันเลยเด็กๆ ไปเป่าเค้กกัน!” ฉันเดินนำทีมหน้าขบวนทุกคนโดยไม่ลืมคล้องแขนสา
“สบายตัวเลยสิมึง” มาร์โค กระแนะกระแหนขึ้นทันทีที่เห็น2มาเฟียหนุ่มเดินลงมาจากบันได ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ในขณะที่เขารับบทเป็นพี่เลี้ยงเล่นของเล่นกับลูกๆ ของเพื่อนรัก “เออ! สบายมากเลยแหละ” เซนตอบแบบไม่ยี่หระ เขาแทบไม่ได้สนใจหน้าตาขอมาร์โค ที่แสดงความไม่พอใจออกมา “เหอะ ไม่มึงควรทำหน้าแบบนี้ให้กูเห็นนะ” มาร์โค “กูว่ามึงมันขี้อิจฉานะ” ไบรอันต์ “เออ!” มาร์โค “แล้วเมียมึงไปไหน” เซน “อยู่ในครัว ช่วยทำอาหารอยู่” “อืม...” เซน “พ่อฮับ แม่ไปไหน~” ซอว์เยอร์วางหุ่นยนต์ในมือลง คิ้วเล็กขมวดยุ่ง เอ่ยถามเซนขึ้นมาอย่างขัดจังหวะ "....แม่ขอนอนหลับสักชั่วโมงนะครับ" เซนเดินเข้าไปรัก ย่อตัวลงนั่งที่พื้นตรงหน้าลูกชาย มือหนาลูบหัวทุยเล็กเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ซอว์เยอร์มักจะติดและคิดถึงแม่อยู่เสมอ “จำมัย ถึงน้อนฮับ” ซอว์เยอร์ยังคงเอ่ยถามตามประสาเด็กช่างพูด "......" เซน “หึ ก็เพราะว..ว่า....” มาร์โค “มาร์โค!” เป็นไบรอันต์ที่เอ่ยห้ามปรามเพื่อนสนิทที่กำลังจะตอบคำถามแทนเซนทิ่นิ่
3ปีต่อมา..... @คฤหาสน์พริบพราว 11.30น. วันนี้เป็นวันเป็นเกิดของพริบพราว ที่ทุกคนลงความเห็นกันว่าจะทำการจัดงานเลี้ยงกันที่บ้านโดยเชิญเฉพาะผู้ใหญ่และคนสนิทมาเท่านั้น “ทำไมมาเร็วจังว่ะ” เซนเอ่ยถามทันทีที่เห็นมาร์โค เดินเข้ามาพร้อมหญิงสาวข้างกาย “บัวอยากมาเล่นกับลูกมึงไวๆ เลยขอกูมาก่อนเวลา” มาร์โค “สวัสดีค่ะ คุณเซน คุณไบรอันต์” ใบบัวยกมือพนมไหว้คนที่อายุมากกว่าที่นั่งกลางบ้านด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม ถึงจะเจอกันได้หลายครั้งแล้ว เธอก็ยังรู้สึกกลัวไม่ต่างจากครั้งแรกที่เจอ “อืม / อืม” ไบรอันต์ เซน “แล้วเมียมึง ลูกมึงอยู่ไหน” มาร์โค “อยู่บนห้องกับเมียกู คงกำลังจะลงกันมาแล้ว” ไบรอันต์เอ่ยตอบไม่ทันขาดคำ เสียงของคนที่พูดถึงก็ดังขึ้น “น้าใบบัวววววววววววววว~” ซอว์เยอร์ “เย้! น้าบัวมาแล้ว” ไบรท์ตัน เสียงเด็กชายตัวเล็กที่พึ่งลงมาจากบ้านพร้อมผู้เป็นแม่ ตะโกนดังลั่นเมื่อใบหน้าสวยของคนที่อยากเจอ “สวัสดีค่ะ พี่พราว” ใบบัวพนมมือไหว้เจ้าของบ้าน พร้อมย่อตัวลง นั่งอ้าแขนรอรับเด็กๆ ที
1ปีต่อมา..... @คฤหาสน์ “อุแว้ๆ / อุแว้ๆ” “อย่าร้อง...” ไบรอันต์ “อุแว้ๆ!! / อุแว้ๆ!!” เสียงเด็กเล็กตัวน้อยเพศชาย ชื่อ ไบร์ทตัน และ ซอว์เยอร์ ทั้งสองคนตะเบ็งเสียงร้องดังขึ้นมาผสานกันด้วยความสามัคคี ปลุกคุณแม่ยังสวยที่นอนหลับใหลด้วยความอ่อนเพลียให้ตื่นขึ้นมาอย่างง่ายดาย เธอพยายามลุกขึ้นนั่งปรือตามองเพ่งไปไปยังภาพเบื้องหน้าที่เห็นผู้ชายร่างใหญ่สองคนยืนอยู่รางๆ “ชู่...อย่าร้องนะลูก แม่หลับอยู่ หิวใช่ไหมครับเดี๋ยวพ่อป้อนนมให้” เซน ประคองกอดอุ้ม....เด็กชายตัวป้อมขึ้นมาแนบอกแกร่ง พลางส่ายตัวเบาๆ หวังปลอบประโลมด้วยความชำนาญจากการเข้าคอร์สฝึกเลี้ยงทารกแรกเกินมา “พ่อขอโทษที่เสียงดังนะครับ...ไม่ร้องนะครับ” เช่นเดียวกับไบรอันต์ที่อุ้มลูกรักขึ้นมาแนบออกย่างระมัดระวัง ปรับโทนเสียงให้นุ่มขึ้นเพื่อหวังให้ลูกน้อยหายร้องไห้ และหยิบถุงนมแม่ที่พริบพราวปั๊มทิ้งไว้ในขวดนมอย่างคล่องแคล่ว “ฮึก..ฮึก.../ ฮึก...ฮึก” เซนและไบรอันต์ยกยิ้มมุมปากอย่างพร้อมเพรียงกัน เพียงแค่จุกนมเล็กเข้าปากลูกรักทั้งสองคนก็มีท่าทีที่สงบ
reviews