เข้าสู่ระบบ"แม่เลี้ยงเดี่ยวเหรอ..." ณัฐพึมพำหลังจากที่เขาแอบเช็กประวัติคร่าวๆ จากโปรไฟล์ของเธอ ความประทับใจในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น เขาตกหลุมรักในความแกร่ง และความอ่อนโยนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวในตัวนิสา
เช้าวันรุ่งขึ้น ณัฐเรียกเลขาส่วนตัวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเขาดูกระตือรือร้นผิดปกติ "คุณก้อย ช่วยติดต่อเจ้าของแบรนด์ Nisa & Lukkhwan ให้ผมหน่อย บอกเขาว่าห้างเรามีโปรเจกต์ 'Empowering Moms' และผมต้องการให้สินค้าของเขาเป็นแบรนด์ชูโรงในโซนออร์แกนิก" "ได้ค่ะคุณณัฐ จะให้ส่งเอกสารเสนอเงื่อนไขไปเลยไหมคะ?" มือบางของเลขาสาวจดทุกอย่างที่เจ้านายสั่งก่อนจะเสยใบหน้าถามท่านประธานถึงเงื่อนไขของทางห้าง "ยังไม่ต้อง...นัดเขาเข้ามาพบผมที่นี่ ผมอยากคุยรายละเอียด...ทุกอย่างด้วยตัวเอง"ประธานหนุ่มรีบเอ่ยปฎิเสธและเน้นย้ำ ไม่ใช่อะไรเพราะเขามีแผนการอยู่ในหัวเขาอยู่แล้ว “ได้คะ”เลขาสาวขานรับก่อนออกจากห้องรีบจัดงานที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้างานทันที ติ้ง ติ้ง ! เสียงแจ้งเตือนอีเมลในโทรศัพท์มือถือทำให้นิสาที่กำลังนั่งเช็กสต็อกสินค้าถึงกับชะงัก เมื่อเห็นชื่อหัวข้อจาก ‘ฝ่ายจัดซื้อและบริหารพื้นที่ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ’ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก มือที่สั่นเทาค่อยๆ กดเปิดสายตาคู่สวยไล่อ่านข้อความข้างในทุกบรรทัดอย่างละเอียด วินาทีที่สายตากวาดไปถึงประโยคที่ว่า ‘มีความสนใจในผลิตภัณฑ์ Nisa & Lukkhwan และขอเชิญเข้ามาพูดคุยเพื่อเตรียมการวางจำหน่าย…’ เสียงหวานกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ “รดา! รดา! ดูนี่!” มือบางคว้าตัว รดา เพื่อนสนิทที่กำลังช่วยแพ็กของอยู่ข้างๆ เข้ามากอดแน่นจนตัวลอย “เขาติดต่อมาแล้วรดา! ห้างยักษ์ใหญ่ติดต่อมาหาฉันแล้ว!” “จริงเหรอสา! ฉันบอกแล้วว่าแกทำได้!” รดากอดตอบเพื่อนพลางกระโดดโลดเต้นไปด้วย “ความพยายามของแกไม่เสียเปล่าแล้วนะ”ใช่เธอจำได้ดีว่าเพื่อนส่งอีเมลไปห้างหลายที่ นิสาเพื่อนเธอรออีเมลตอบกลับอยู่ทุกวันแต่ทว่าในทุกวันกล่องข้อความอีเมลช่างเงียบสนิท จนเพื่อนเธอเริ่มถอดใจจนมาวันนี้ ที่เหมือนว่าฟ้าจะเห็นถึงความดีของเพื่อนเธอถึงได้ที่ส่งรางวัลชิ้นใหญ่มาให้เพื่อนเธอ “รดา…ฉันต้องโทรบอกพ่อแม่ด้วย ท่านต้องดีใจมากแน่ ๆ”นิสาบอกเพื่อนเมื่อเริ่มตั้งสติได้ ก่อนมือบางจะหยิบโทรศัพท์ปลายนิ้วเลื่อนหาชื่อแม่ และจัดการต่อสาย…ทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์ นิสาก็กรอกเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขลงไป “พ่อคะ แม่คะ! สาทำสำเร็จแล้วค่ะ! ห้างที่กรุงเทพฯ เขาขอเอาแบรนด์ของสาไปวางขายแล้วนะคะแม่!” เสียงของแม่ที่ดังลอดมาตามสายเสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุขอิ่มเอมใจ “จริงเหรอสา... โถ่ลูกแม่ แม่รู้ว่าลูกแม่เก่ง พ่อเขานั่งยิ้มแก้มปริอยู่ข้างๆ นี่ไงลูก พ่อบอกเสมอว่าลูกสาวพ่อสู้คนเดียวในเมืองกรุงได้อยู่แล้ว” “ดีใจด้วยนะลูก” เสียงพ่อแทรกเข้ามาด้วยน้ำเสียงทุ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรัก “กลับมาหาพ่อกับแม่เมื่อไหร่ พ่อจะฉลองให้ลูกสาวคนเก่งอย่างดีเลยนะ” นิสาน้ำตาคลอเมื่อได้รับกำลังใจจากครอบครัว ความเหนื่อยล้าจากการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและการสู้ชีวิตมาตลอดหลายเดือนหายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอหันไปมอง น้องลูกขวัญ ที่กำลังหลับสนิทอยู่ใกล้ๆ แล้วสัญญากับตัวเองในใจว่านี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มั่นคงเพื่อลูกสาวของเธอจริงๆ วันนัดหมายสำคัญ…นิสาที่ส่วมใส่ชุดสูทสีฟ้าอ่อนที่ดูเป็นมืออาชีพแต่ยังคงความละมุนอ่อนหวาน เธอจูงมือน้อยของลูกสาวเดินไปตามทางเดินก่อนจะพาลูกสาวในชุดนางฟ้าสีฟ้าอ่อนขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นเป้าหมาย ทั้งคู่มาหยุดที่โต๊ะทำงานเลขาหน้าห้องประธานของห้าง ขณะก้อยเลขาหน้าห้องเงยใบหน้าขึ้นเธอยิ้มให้ทั้งสองแม่ลูกอย่างเป็นมิตร นิสาเลยยิ้มตอบรับส่งให้เช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้นเด็กน้อยที่แม่สอนมาดีว่าเจอผู้ใหญ่ให้ไหว้ทุกครั้ง มือน้อย ๆ จึงยกขึ้นพรมมือพร้อมก้มหัวก่อนจะย่อตัวไหว้อย่างน่ารัก จนคนที่รับไหว้ยิ้มให้เด็กน้อยด้วยความเอ็นดูและเป็นก้อยเลขาสาวเอ่ยถามขึ้นมาก่อน “คุณนิสาที่ท่านประธานนัดไว้ใช่ไหมคะ” “คะ”นิสาตอบรับ “ ท่านประธานบอกว่าถ้าคุณนิสามาให้เข้าไปได้เลยคะ” นิสายิ้มบาง ๆ ให้เลขาก่อนจะหันไปตามองศาประตูไม้สีน้ำตาลที่ปิดสนิท เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความตื่นเต้นและประหม่า ก่อนจะยกมือเคาะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ! เพื่อเป็นสัณญาณและเพื่อมารยาท “เชิญครับ”เสียงทุ้มดังออกมาจากข้างใน นิสากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะดันประตูเข้าไปในห้อง ณัฎฐกิตติ์หรือณัฎลุกขึ้นต้อนรับทันทีเมื่อเห็นคนหน้าหวานกับเด็กหญิงตัวน้อยเข้ามาในห้อง ใบหน้าหล่อยิ้มให้อย่างเป็นมิตรไม่แสดงอาการตื่นเต้นที่เจอคนหน้าหวานตรงหน้า แต่ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกับเต้นโครมคราม เขาคิดในใจว่าในจอดูสวยน่ารักแล้วแต่เมื่อเห็นตัวจริงกับสวยกว่าในจอเป็นร้อยล้านเท่า ขอบอกเลยว่าคนหน้าหวานตรงหน้าเขาจอง เขาจองแล้ว เธอต้องเป็นของเขาแค่คนเดียว "สวัสดีครับคุณนิสา ผมณัฐครับ... ผมเป็น แฟนคลับ ไลฟ์สดของคุณเมื่อคืนนี้เอง" คนที่เป็นแฟนคลับที่พร้อมจะเป็นแฟนตัวจริงกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นจน คนที่อยู่ดี ๆ ก็มีแฟนคลับหัวใจสั่นไหวขึ้นมา แต่ทว่าก็อดแปลกใจไม่ได้ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะมาดูอะไรแบบนี้ด้วย"คุณณัฐดูไลฟ์ของสาด้วยเหรอคะ? ขอโทษด้วยนะคะถ้าบางช่วงลูกขวัญจะวุ่นวายไปบ้าง" "นั่นคือส่วนที่ผมชอบที่สุดครับ" แฟนคลับที่อยากเป็นแฟนจริง ๆ ตอบด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง เขาเดินไปคุกเข่าต่อหน้าน้องลูกขวัญแล้วยื่นกล่องขนมเจ้าดังให้ "สำหรับนางแบบตัวน้อยครับ ลุงณัฐจองตัวหนูมาเป็นพรีเซนเตอร์ที่ห้างลุงด้วยนะ" มือน้อยยื่นมือรับกล่องกระดาษสีชมพูสีหวานก่อนจะขอบคุณคนให้อย่างน่ารัก “ขอบคุณนะคะคุณลุง ลูกขวัญมีของมาฝากคุณลุงด้วยคะ”มือน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบเล็กสีฟ้าที่ลูกขวัญสะพายมาด้วยก่อนที่มือน้อยจะดึงพ่วงกุญแจตุ๊กตาหมีสีฟ้าขนนุ่มนิ่มออกมาแล้วยื่นให้คุณลุงใจดี ณัฎยื่นมือรับก่อนที่เขาจะวางตุ๊กตาไว้บนโต๊ะทำงาน “ขอบใจนะครับ…ถ้าแบบนี้สงสัยต้องพาพรีเซนเตอร์คนใหม่ไปเลี้ยงขอบคุณกับของขวัญที่นำมาให้ลุงแล้วมั่ง” “ได้คะ”มือน้อยปิดปากแล้วหัวเราะ คริ คริ แลดูน่ารัก นิสามองดูลูกสาวยื่นกุญแจหมีที่นำมาให้ประธานห้างก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กน้อยไปหยิบมาตอนไหนทำไมเธอไม่รู้แต่นิสาก็เก็บความสงสัยนี้ไว้รอให้ถึงบ้านแล้วค่อยถามลูก “ใกล้เที่ยงแล้ว…ผมว่าเราเซ็นสัญญากันดีกว่าครับเดี๋ยวพรีเซนเตอร์ผมจะหิว…นี่ครับสัญญาคุณนิสาอ่านถ้าไม่เข้าใจตรงไหนถามผมได้เลยนะครับ”ณัฎฐกิตติ์บอกพรางหยิบแฟ้มสัญญาที่เลขาเตรียมมาให้ มือหนากางสัญญาออกแล้วดันไปตรงหน้านิสา ขณะนิสาอ่านสัญญาทีละบรรทัดอย่างละเอียดเมื่อเห็นว่าทุกอย่างตรงตามที่ตกลงไว้มือบางจึงจรดปากกาเซ็นชื่อและวางปากกาลงเมื่อเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว “ยินดีที่ร่วมงานกันนะครับคุณนิสา… เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะครับ... น้องลูกขวัญขา ลุงณัฐรู้มาว่ามีร้านไอศกรีมกับพาสต้าที่อร่อยมากอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง คุณแม่นิสาจะอนุญาตให้ลุงพาน้องลูกขวัญกับคุณแม่ไปลองทานดูไหมครับ?"คนที่อยากอยู่กับสาวนาน ๆ รีบเอ่ยชวน “เย้…ไปคะ…ลูกขวัญอยากกินไอติม/ไปนะคะแม่”เด็กน้อยที่จะได้กินของโปรดโห้ร้องดีใจ ใบหน้าเล็กหันไปทางแม่พลางทำตา ปิ๊ง ปิ๊ง อ้อนแม่ จนคนที่แพ้ทางลูกอ้อนของลูกสาวยอมตกลงในที่สุด "ได้คะ...แต่มื้อนี้สาขอเป็นคนเลี้ยงขอบคุณนะคะ” ขณะคนเจ้าแผนการยิ้มแทบแก้มปริบที่เขาชวนสาวที่ชอบไปทานข้าวด้วยบ่ายวันอาทิตย์ที่แสนสดใส ภายในคฤหาสน์นราวิชญ์ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเจ้าของห้องนอนเล็กอย่าง น้องกวิน ที่วันนี้ลุกขึ้นมาแต่งหล่อตั้งแต่ไก่โห่ เด็กน้อยตัวอ้วนกลมในวัย 8 ขวบ สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตทับด้วยสเวตเตอร์สีครีม ดูสะอาดสะอ้านและหล่อเหลาถอดแบบปะป๊าวิชมาเป๊ะ ๆ"ปะป๊าครับ ผมเซตผมตรงนี้หล่อหรือยัง" กวินเอ่ยถามพลางส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยรอบที่สิบ"หล่อแล้วครับลูกพี่ แต่นี่เรานัดสาวมาบ้านนะ ไม่ได้ไปงานพรมแดง ใจเย็น ๆ ลูก" วิชหัวเราะร่าพลางตบบ่าลูกชายเบา ๆทันทีที่เสียงรถของครอบครัวณัฎเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้าน กวินก็แทบจะพุ่งตัวออกไปรอที่ประตูหน้าบ้านทันที นิสาที่เดินอุ้มเจ้าตัวเล็กลูกชายคนรองที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นานเข้ามาในบ้าน โดยมี น้องลูกขวัญ เดินจูงมือของพ่ออย่างณัฎตามเข้ามาด้วยท่าทางเขินอาย"น้องลูกขวัญครับ! พี่กวินซื้อดอกไม้มาฝาก"กวินวิ่งเข้าไปหาเป้าหมายทันที พร้อมกับชูดอกกุหลาบสีแดงสดที่เขาอ้อนวอนให้ปะป๊าพาไปซื้อจากหน้าโรงเรียนเมื่อวานนี้ส่งให้เด็กหญิงตัวน้อย น้องลูกขวัญรับดอกไม้ไปด้วยท่าทางเก้อเขินก่อนจะขอบใจเบา ๆ ทำให้พี่กวินยิ้มแก้มปริจนเห็นลักยิ้มภาพเด็กสองคนจูงมือกัน
สามเดือนต่อมา... กาลเวลาหมุนผ่านนำพาความสุขมาสู่ชายหาดสีครามที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอรัก รดาในชุดเจ้าสาวแสนสวยเดินเคียงคู่มากับนราวิชญ์ เจ้าบ่าวที่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต โดยมีไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมอย่าง น้องกวิน ในชุดสูทจิ๋วรับหน้าที่สำคัญเป็นผู้เชิญแหวน เดินเตาะแตะนำหน้าด้วยท่าทางขึงขังจนแขกเหรื่อต่างพากันเอ็นดูในกลุ่มแขกเหรื่อที่มาร่วมยินดี นิสา เพื่อนรักของรดาเดินควงคู่มากับ ณัฎ สามีของเธอ พร้อมกับลูกสาวตัวน้อยอย่างน้องลูกขวัญ ถึงแม้นิสากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ จนดูอิดโรยไปบ้าง แต่ใบหน้าเธอกลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง"ดีใจด้วยนะรดา ในที่สุดแกก็มีความสุขจริงๆ เสียที" นิสาเอ่ยพลางกุมมือเพื่อนรักไว้แน่นขณะรดามองเพื่อนอย่างซึ้งใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเพื่อนจะมางานของตัวเองก็ดูสิเพื่อนของเธอแพ้ท้องจนใบหน้าซีดเซียวเหมือนคนไม่มีแรงยังอุตส่าห์ หอบตัวเองมาร่วมงานอีก "ขอบใจมากนะนิสาที่อุตส่าห์มา ทั้งที่ยังแพ้ท้องอยู่แท้ๆ รดาเกรงใจจังเลย""เกรงใจอะไรกัน เพื่อนรักแต่งงานทั้งที ต่อให้แพ้ท้องจนเดินไม่ไหว ฉันก็นั่งรถเข็นมาหาแกจนได้แหละ!" นิสาบอกปนขำ ทำเอาสองสาวหัวเราะออกมาพร้อมกันในขณะที่ผู้ใหญ่กำล
ทันทีที่ถึงคอนโด นราวิชญ์ก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาจัดการช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในวงแขนกว้างแล้วสาวเท้าฉับๆ ตรงดิ่งเข้าห้องนอนด้วยความเร็วสูงจนรดาตั้งตัวไม่ทัน ทว่าทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของที่นอน คนตัวเล็กก็รีบเบี่ยงตัวหลบสัมผัสร้อนแรงนั้นทันควัน"ไหนว่าจะเล่าให้ฟังไงคะ! ตั้งแต่ขึ้นรถจนถึงห้อง พี่วิชยังไม่ยอมเล่าสักคำเลยนะคะ" รดาเอ่ยท้วงเสียงหลงพลางใช้มือยันหน้าอกเขาไว้ "ตกลงพี่รู้เรื่องที่สามีเขาตามมาได้ยังไง""โธ่... รดาครับ ขอพี่ก่อนได้ไหม พี่อยากทำรักกับรดาจะแย่แล้วเนี่ย”คนหน้าหล่อเอ่ยบอกเสียงอ้อนวอนใบหน้าที่ดี้ด้าในคราวแรกกับเศร้าสร้อยราวกับเด็กถูกขัดใจ แต่รดากลับลุกขึ้นนั่งตัวตรงกอดอก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า"ถ้าไม่เล่าให้ฟังตอนนี้ ก็เชิญพี่วิชกลับไปนอนที่บ้านเลยค่ะ! รดาจะล็อกห้องด้วย" เธอสั่งเสียงเข้มพลางชี้นิ้วไล่ไปทางประตู"โอเคครับๆ เล่าแล้วครับ ยอมแพ้แล้ว" วิชหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูพลางเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นๆ ของคนช่างซักอย่างหยิกแกมหยอกนราวิชญ์จำต้องยอมจำนน เขาขยับขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียงแล้วรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก ก่อนจ
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันจนน่าอึดอัด นราวิชญ์ ประธานหนุ่มผู้นิ่งขรึมนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เรียบเฉยทว่านัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยรังสีคุกคาม เขาต่อสายเรียก ‘ชัย’ ลูกน้องคนสนิทให้เข้ามาพบทันที"ไปสืบเรื่องวิไลลักษณ์มาให้ละเอียดที่สุด... ฉันต้องการรู้ทุกย่างก้าวของเขานับตั้งแต่ทิ้งกวินไปจนถึงวินาทีที่เหยียบสนามบินสุวรรณภูมิ หาจุดอ่อนของเขามาให้ได้!" น้ำเสียงทุ้มสั่งการเฉียบขาดขณะลูกน้องคนสนิทรับปากก่อนจะเดินออกไปทำงานตามที่เจ้านายสั่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง ร่างสูงของชัยก็กลับเข้ามาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึก ข้อมูลภายในทำให้รอยยิ้มเย็นเยือกปรากฏขึ้นบนมุมปากของนราวิชญ์ทีละน้อย"ได้เรื่องแล้วครับนาย... เรื่องที่เธออ้างว่าเลิกกับสามีฝรั่งเพราะเข้ากันไม่ได้น่ะเรื่องโกหกทั้งนั้น จริงๆ แล้วเธอไปแอบมีชู้เป็นหนุ่มบาร์จนสามีมหาเศรษฐีชาวเยอรมันจับได้ รายนั้นโหดเอาเรื่องครับ เขาซ้อมเธอจนปางตายแล้วสั่งขังไว้ในคฤหาสน์ตัดขาดการติดต่อทุกทาง"ชัยรายงานและเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะขยับแว่นตา "แต่เมื่อเดือนก่อน เธออาศัยจังหวะที่การ์ดเผลอ
รดาหัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู เธอใช้มือบางประคองใบหน้ากลมพ่วงของเด็กน้อยขึ้นมาแล้วกดจมูกหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกชายเป็นการตอบแทนอย่างหนักแรง จนคนตัวโตที่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้งเข้าเสียแล้ว"หอมแต่ลูก... แล้วปะป๊าไม่ได้รับอนุญาตให้หอมบ้างเหรอครับ?"นราวิชญ์แกล้งทำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้หวังจะได้รับส่วนแบ่งความรักบ้างรดาเหลือบมองคนขี้อ้อนก่อนจะหลุดยิ้มหวาน เธอโน้มตัวไปประทับจูบแผ่วเบาที่แก้มสากที่มีไรหนวดจาง ๆ ของเขา "หอมแล้วค่ะ... พอใจหรือยังคะ?""นิดหน่อยครับ แต่ถ้าได้ทานฝีมือรดาด้วย พี่คงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย"คนที่ได้รับจูบพูดออกมาพลางยิ้มออกมาจนตาหยี"ถ้าอย่างนั้น เช้านี้รดาทำอาหารให้ทานนะคะ" รดาเสนอพลางลุกขึ้นยืนเตรียมตัวเข้าครัวทว่าไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมที่นั่งอยู่ตรงกลางกลับรีบชูมือสลอน "น้องกวินช่วยด้วย! น้องกวินอยากเป็นลูกมือหมามี้รดาครับ แล้วหมามี้รู้ไหม... ปะป๊าทำไข่เจียวอร่อยที่หนึ่งในโลกเลยนะ!"ไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมพูดพลางยกมือชูนิ้วโป้งสั้นป้อมชมปะป๊าตัวเองขณะที่คำชมของลูกชายทำเอานราวิชญ์ยืดอกอย่างภูมิใจ "ในเมื่อลูกเชียร์ขนาดนี้ พี่คงต้องโช
เมื่อเห็นว่ารดาเริ่มสงบลงและยอมซุกหน้ากับอกเขาอย่างคนยอมจำนน นราวิชญ์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เขาค่อยๆ ช้อนอุ้มร่างบางที่ยังคงสะอื้นเบาๆ ไปวางลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม โดยมีร่างของน้องกวินนอนหลับสนิทอยู่อีกฟากหนึ่งคนตัวโตไม่ได้ถอยห่าง แต่เขากลับทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง รั้งร่างบางของคนขี้แยเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง คราวนี้รดาไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแต่ซบหน้าลงกับไหล่หนา ปล่อยให้เขาลูบผมปลอบประโลมอย่างนุ่มนวล"ร้องข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ พี่ใจจะขาดนะรู้ไหม" เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู "รดาสำคัญกับพี่มากนะ... มากจนพี่ไม่มีวันยอมให้เรื่องบ้าๆ พวกนี้มาทำให้เราหลุดมือไปเด็ดขาด"ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองคนหน้าหล่อที่จ้องเธออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาของเขาไม่มีแววล้อเล่น มีเพียงความรักและความอ้อนวอนที่เปี่ยมล้น "รดาขอโทษคะ... รดาแค่กลัว กลัวว่ารดาจะเป็นได้แค่คนคั่นเวลาตอนที่พี่เหงา"เสียงหวานพูดอย่างแผ่วเบาในสิ่งที่ตัวเองคิด"คนคั่นเวลาที่ไหนจะทำให้พี่คลั่งได้ขนาดนี้ครับ?" นราวิชญ์ยิ้มบางๆ พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มเธอออกอย่างเบามือ "คืนนี้พี่จะไม่ไปไหน พี่จะอยู่ตรงนี้... กอดรดาไว้แบบนี้ทั






![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
