INICIAR SESIÓN"แม่เลี้ยงเดี่ยวเหรอ..." ณัฐพึมพำหลังจากที่เขาแอบเช็กประวัติคร่าวๆ จากโปรไฟล์ของเธอ ความประทับใจในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น เขาตกหลุมรักในความแกร่ง และความอ่อนโยนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวในตัวนิสา
เช้าวันรุ่งขึ้น ณัฐเรียกเลขาส่วนตัวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเขาดูกระตือรือร้นผิดปกติ "คุณก้อย ช่วยติดต่อเจ้าของแบรนด์ Nisa & Lukkhwan ให้ผมหน่อย บอกเขาว่าห้างเรามีโปรเจกต์ 'Empowering Moms' และผมต้องการให้สินค้าของเขาเป็นแบรนด์ชูโรงในโซนออร์แกนิก" "ได้ค่ะคุณณัฐ จะให้ส่งเอกสารเสนอเงื่อนไขไปเลยไหมคะ?" มือบางของเลขาสาวจดทุกอย่างที่เจ้านายสั่งก่อนจะเสยใบหน้าถามท่านประธานถึงเงื่อนไขของทางห้าง "ยังไม่ต้อง...นัดเขาเข้ามาพบผมที่นี่ ผมอยากคุยรายละเอียด...ทุกอย่างด้วยตัวเอง"ประธานหนุ่มรีบเอ่ยปฎิเสธและเน้นย้ำ ไม่ใช่อะไรเพราะเขามีแผนการอยู่ในหัวเขาอยู่แล้ว “ได้คะ”เลขาสาวขานรับก่อนออกจากห้องรีบจัดงานที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้างานทันที ติ้ง ติ้ง ! เสียงแจ้งเตือนอีเมลในโทรศัพท์มือถือทำให้นิสาที่กำลังนั่งเช็กสต็อกสินค้าถึงกับชะงัก เมื่อเห็นชื่อหัวข้อจาก ‘ฝ่ายจัดซื้อและบริหารพื้นที่ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ’ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก มือที่สั่นเทาค่อยๆ กดเปิดสายตาคู่สวยไล่อ่านข้อความข้างในทุกบรรทัดอย่างละเอียด วินาทีที่สายตากวาดไปถึงประโยคที่ว่า ‘มีความสนใจในผลิตภัณฑ์ Nisa & Lukkhwan และขอเชิญเข้ามาพูดคุยเพื่อเตรียมการวางจำหน่าย…’ เสียงหวานกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ “รดา! รดา! ดูนี่!” มือบางคว้าตัว รดา เพื่อนสนิทที่กำลังช่วยแพ็กของอยู่ข้างๆ เข้ามากอดแน่นจนตัวลอย “เขาติดต่อมาแล้วรดา! ห้างยักษ์ใหญ่ติดต่อมาหาฉันแล้ว!” “จริงเหรอสา! ฉันบอกแล้วว่าแกทำได้!” รดากอดตอบเพื่อนพลางกระโดดโลดเต้นไปด้วย “ความพยายามของแกไม่เสียเปล่าแล้วนะ”ใช่เธอจำได้ดีว่าเพื่อนส่งอีเมลไปห้างหลายที่ นิสาเพื่อนเธอรออีเมลตอบกลับอยู่ทุกวันแต่ทว่าในทุกวันกล่องข้อความอีเมลช่างเงียบสนิท จนเพื่อนเธอเริ่มถอดใจจนมาวันนี้ ที่เหมือนว่าฟ้าจะเห็นถึงความดีของเพื่อนเธอถึงได้ที่ส่งรางวัลชิ้นใหญ่มาให้เพื่อนเธอ “รดา…ฉันต้องโทรบอกพ่อแม่ด้วย ท่านต้องดีใจมากแน่ ๆ”นิสาบอกเพื่อนเมื่อเริ่มตั้งสติได้ ก่อนมือบางจะหยิบโทรศัพท์ปลายนิ้วเลื่อนหาชื่อแม่ และจัดการต่อสาย…ทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์ นิสาก็กรอกเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขลงไป “พ่อคะ แม่คะ! สาทำสำเร็จแล้วค่ะ! ห้างที่กรุงเทพฯ เขาขอเอาแบรนด์ของสาไปวางขายแล้วนะคะแม่!” เสียงของแม่ที่ดังลอดมาตามสายเสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุขอิ่มเอมใจ “จริงเหรอสา... โถ่ลูกแม่ แม่รู้ว่าลูกแม่เก่ง พ่อเขานั่งยิ้มแก้มปริอยู่ข้างๆ นี่ไงลูก พ่อบอกเสมอว่าลูกสาวพ่อสู้คนเดียวในเมืองกรุงได้อยู่แล้ว” “ดีใจด้วยนะลูก” เสียงพ่อแทรกเข้ามาด้วยน้ำเสียงทุ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรัก “กลับมาหาพ่อกับแม่เมื่อไหร่ พ่อจะฉลองให้ลูกสาวคนเก่งอย่างดีเลยนะ” นิสาน้ำตาคลอเมื่อได้รับกำลังใจจากครอบครัว ความเหนื่อยล้าจากการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและการสู้ชีวิตมาตลอดหลายเดือนหายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอหันไปมอง น้องลูกขวัญ ที่กำลังหลับสนิทอยู่ใกล้ๆ แล้วสัญญากับตัวเองในใจว่านี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มั่นคงเพื่อลูกสาวของเธอจริงๆ วันนัดหมายสำคัญ…นิสาที่ส่วมใส่ชุดสูทสีฟ้าอ่อนที่ดูเป็นมืออาชีพแต่ยังคงความละมุนอ่อนหวาน เธอจูงมือน้อยของลูกสาวเดินไปตามทางเดินก่อนจะพาลูกสาวในชุดนางฟ้าสีฟ้าอ่อนขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นเป้าหมาย ทั้งคู่มาหยุดที่โต๊ะทำงานเลขาหน้าห้องประธานของห้าง ขณะก้อยเลขาหน้าห้องเงยใบหน้าขึ้นเธอยิ้มให้ทั้งสองแม่ลูกอย่างเป็นมิตร นิสาเลยยิ้มตอบรับส่งให้เช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้นเด็กน้อยที่แม่สอนมาดีว่าเจอผู้ใหญ่ให้ไหว้ทุกครั้ง มือน้อย ๆ จึงยกขึ้นพรมมือพร้อมก้มหัวก่อนจะย่อตัวไหว้อย่างน่ารัก จนคนที่รับไหว้ยิ้มให้เด็กน้อยด้วยความเอ็นดูและเป็นก้อยเลขาสาวเอ่ยถามขึ้นมาก่อน “คุณนิสาที่ท่านประธานนัดไว้ใช่ไหมคะ” “คะ”นิสาตอบรับ “ ท่านประธานบอกว่าถ้าคุณนิสามาให้เข้าไปได้เลยคะ” นิสายิ้มบาง ๆ ให้เลขาก่อนจะหันไปตามองศาประตูไม้สีน้ำตาลที่ปิดสนิท เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความตื่นเต้นและประหม่า ก่อนจะยกมือเคาะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ! เพื่อเป็นสัณญาณและเพื่อมารยาท “เชิญครับ”เสียงทุ้มดังออกมาจากข้างใน นิสากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะดันประตูเข้าไปในห้อง ณัฎฐกิตติ์หรือณัฎลุกขึ้นต้อนรับทันทีเมื่อเห็นคนหน้าหวานกับเด็กหญิงตัวน้อยเข้ามาในห้อง ใบหน้าหล่อยิ้มให้อย่างเป็นมิตรไม่แสดงอาการตื่นเต้นที่เจอคนหน้าหวานตรงหน้า แต่ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกับเต้นโครมคราม เขาคิดในใจว่าในจอดูสวยน่ารักแล้วแต่เมื่อเห็นตัวจริงกับสวยกว่าในจอเป็นร้อยล้านเท่า ขอบอกเลยว่าคนหน้าหวานตรงหน้าเขาจอง เขาจองแล้ว เธอต้องเป็นของเขาแค่คนเดียว "สวัสดีครับคุณนิสา ผมณัฐครับ... ผมเป็น แฟนคลับ ไลฟ์สดของคุณเมื่อคืนนี้เอง" คนที่เป็นแฟนคลับที่พร้อมจะเป็นแฟนตัวจริงกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นจน คนที่อยู่ดี ๆ ก็มีแฟนคลับหัวใจสั่นไหวขึ้นมา แต่ทว่าก็อดแปลกใจไม่ได้ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะมาดูอะไรแบบนี้ด้วย"คุณณัฐดูไลฟ์ของสาด้วยเหรอคะ? ขอโทษด้วยนะคะถ้าบางช่วงลูกขวัญจะวุ่นวายไปบ้าง" "นั่นคือส่วนที่ผมชอบที่สุดครับ" แฟนคลับที่อยากเป็นแฟนจริง ๆ ตอบด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง เขาเดินไปคุกเข่าต่อหน้าน้องลูกขวัญแล้วยื่นกล่องขนมเจ้าดังให้ "สำหรับนางแบบตัวน้อยครับ ลุงณัฐจองตัวหนูมาเป็นพรีเซนเตอร์ที่ห้างลุงด้วยนะ" มือน้อยยื่นมือรับกล่องกระดาษสีชมพูสีหวานก่อนจะขอบคุณคนให้อย่างน่ารัก “ขอบคุณนะคะคุณลุง ลูกขวัญมีของมาฝากคุณลุงด้วยคะ”มือน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบเล็กสีฟ้าที่ลูกขวัญสะพายมาด้วยก่อนที่มือน้อยจะดึงพ่วงกุญแจตุ๊กตาหมีสีฟ้าขนนุ่มนิ่มออกมาแล้วยื่นให้คุณลุงใจดี ณัฎยื่นมือรับก่อนที่เขาจะวางตุ๊กตาไว้บนโต๊ะทำงาน “ขอบใจนะครับ…ถ้าแบบนี้สงสัยต้องพาพรีเซนเตอร์คนใหม่ไปเลี้ยงขอบคุณกับของขวัญที่นำมาให้ลุงแล้วมั่ง” “ได้คะ”มือน้อยปิดปากแล้วหัวเราะ คริ คริ แลดูน่ารัก นิสามองดูลูกสาวยื่นกุญแจหมีที่นำมาให้ประธานห้างก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กน้อยไปหยิบมาตอนไหนทำไมเธอไม่รู้แต่นิสาก็เก็บความสงสัยนี้ไว้รอให้ถึงบ้านแล้วค่อยถามลูก “ใกล้เที่ยงแล้ว…ผมว่าเราเซ็นสัญญากันดีกว่าครับเดี๋ยวพรีเซนเตอร์ผมจะหิว…นี่ครับสัญญาคุณนิสาอ่านถ้าไม่เข้าใจตรงไหนถามผมได้เลยนะครับ”ณัฎฐกิตติ์บอกพรางหยิบแฟ้มสัญญาที่เลขาเตรียมมาให้ มือหนากางสัญญาออกแล้วดันไปตรงหน้านิสา ขณะนิสาอ่านสัญญาทีละบรรทัดอย่างละเอียดเมื่อเห็นว่าทุกอย่างตรงตามที่ตกลงไว้มือบางจึงจรดปากกาเซ็นชื่อและวางปากกาลงเมื่อเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว “ยินดีที่ร่วมงานกันนะครับคุณนิสา… เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะครับ... น้องลูกขวัญขา ลุงณัฐรู้มาว่ามีร้านไอศกรีมกับพาสต้าที่อร่อยมากอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง คุณแม่นิสาจะอนุญาตให้ลุงพาน้องลูกขวัญกับคุณแม่ไปลองทานดูไหมครับ?"คนที่อยากอยู่กับสาวนาน ๆ รีบเอ่ยชวน “เย้…ไปคะ…ลูกขวัญอยากกินไอติม/ไปนะคะแม่”เด็กน้อยที่จะได้กินของโปรดโห้ร้องดีใจ ใบหน้าเล็กหันไปทางแม่พลางทำตา ปิ๊ง ปิ๊ง อ้อนแม่ จนคนที่แพ้ทางลูกอ้อนของลูกสาวยอมตกลงในที่สุด "ได้คะ...แต่มื้อนี้สาขอเป็นคนเลี้ยงขอบคุณนะคะ” ขณะคนเจ้าแผนการยิ้มแทบแก้มปริบที่เขาชวนสาวที่ชอบไปทานข้าวด้วยเช้าวันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ "Nisa & Lukkhwan" บรรยากาศบริเวณลานโปรโมชันของห้างสรรพสินค้าถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนในเทพนิยาย เน้นโทนสีพาสเทลและวัสดุธรรมชาติที่ดูละมุนตา สมกับที่เป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิกสำหรับเด็กที่นิสาตั้งใจปั้นมากับมือ คุณหญิงดารินทร์ ในชุดลำลองที่ดูหรูหราแต่กลมกลืนกับลูกค้าทั่วไป เดินก้าวเข้ามาในห้างพร้อมกับ ณิชา ทั้งคู่เลือกมุมนั่งในร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามที่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ในบูธได้อย่างชัดเจน ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคุณหญิงคือ นิสา ในชุดเดรสสีเขียวใบไม้ขจี เธอกำลังก้มลงไปคุยกับเด็กเล็กๆ ที่มาร่วมงานด้วยระดับสายตาเดียวกัน มือบางลูบศีรษะเด็กอย่างอ่อนโยนขณะอธิบายคุณสมบัติของแป้งออแกนิกให้คุณแม่ท่านหนึ่งฟัง "แม่ดูสิคะ" ณิชากระซิบพลางชี้ให้ดู "สายตาที่คุณนิสามองเด็กๆ มันคือความจริงใจนะคะแม่ คนที่มีลูกเองเขาจะรู้ซึ้งถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากกว่าใครเพื่อน" คุณหญิงดารินทร์นิ่งเงียบ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มมีความลังเล เธอสังเกตเห็นว่านิสาไม่ได้ทำเพียงแค่หน้าที่เจ้าของแบรนด์ แต่เธอยังช่วยพนักงานยกของ จัดเรียงสินค้า และรับมือกับลูกค้าที่จู้จี้ด้วยความใจเย็นและรอยยิ้มที่สุภาพตลอดเ
ภายในบริเวณบูธขายของที่เพิ่งผ่านพายุอารมณ์มาหมาดๆ รดาเดินเข้ามาโอบไหล่บางของเพื่อนไว้เพื่อปลอบใจ เวลานี้นิสายังคงยืนตัวสั่นเทาด้วยความกลัว "สา... แกพาลูกขวัญกลับไปพักผ่อนที่คอนโดก่อนเถอะ ทางนี้เดี๋ยวฉันกับทีมงานจัดการเคลียร์สต็อกและจัดร้านต่อเอง พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากัน" คนเป็นเพื่อนเอ่ยบอกเสียงนุ่มด้วยความเป็นห่วงก่อนจะหันไปฝากฝังกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ที่ไว้ใจที่สุดในตอนนี้ "คุณณัฎคะ รดาฝากไปส่งสาและหลานหน่อยนะคะ สภาพจิตใจสาตอนนี้ไม่น่าจะขับรถไหว" "ไม่ต้องห่วงครับคุณรดา ผมจะดูแลอย่างดีที่สุด" ณัฎตอบรับทันที เขาประคองนิสาและอุ้มน้องลูกขวัญมุ่งหน้าไปยังรถส่วนตัวเพื่อส่งเธอกลับสู่พื้นที่ปลอดภัย ในขณะที่โลกของนิสากำลังจะเริ่มสงบลง อีกด้านหนึ่งของเมือง ภายในคฤหาสน์หรูที่เงียบสงัด คุณหญิงดารินทร์แม่ของณัฐ นั่งอยู่บนเก้าอี้หลุยส์ตัวโปรด มือเหี่ยวที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดงามสั่นเล็กน้อยขณะเลื่อนหน้าจอมือถืออ่านพาดหัวข่าวบันเทิงที่กำลังเป็นไวรัล ‘หลุดช็อตฟิน! ไฮโซทายาทห้างดังรุกจีบเจ้าของแบรนด์แม่ลูกอ่อนกลางห้าง สายตาแบบนี้... แฟนแน่นอนไม่ต้องสืบ!’ คุณหญิงดารินทร์ขมวดคิ้วมุ่น หัวใจขอ
สภาพห้องเช่าหลังตลาดที่ทั้งแคบและอับชื้นคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าและบุหรี่ ร่างหนาของเจน คลานกลับเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง ใบหน้าบวมเป่งและเขียวช้ำจนเสียโฉม เขาพยายามพยุงตัวไปนั่งที่มุมห้องอย่างหมดแรงเมย์ ที่นั่งไขว่ห้างทาเล็บสีแดงสดอยู่บนโซฟาเก่าๆ ปรายหางตามองสามีคนใหม่ด้วยความรำคาญใจ แทนที่จะเป็นห่วง เธอกลับแค่นยิ้มเยาะและพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ"โถ่... สภาพ! ไปหาเมียเก่าท่าไหนถึงได้สะบักสะบอมกลับมาเป็นหมาถูกรถชนแบบนี้ฮะ?" เมย์จีบปากจีบคอถามพลางสะบัดมือให้เล็บแห้ง "แล้วเงินล่ะ? ห้าแสนที่คุยไว้น่ะ ได้มาสักบาทไหม!""มึงหุบปากไปเลยเมย์!" เจนตะคอกกลับเสียงพร่า แต่มันแฝงไปด้วยความหวาดกลัวที่ยังฝังใจ "ก็เพราะมึงนั่นแหละยุกู! ดีเท่าไหร่แล้วที่พวกมันไม่ลากกูไปส่งตำรวจ!"เจนหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ในมุมมืดหลังห้างยังคงตามหลอกหลอนเขา บอดี้การ์ดร่างยักษ์ของณัฎไม่ได้แค่ขู่ แต่พวกมันลงมือหนักหน่วงจนเขาแทบขาดใจ ทุกหมัดที่กระแทกเข้ามาเหมือนจะย้ำเตือนถึงความโอหังของเขา ก่อนที่หัวหน้าบอดี้การ์ดจะกระชากคอเสื้อเขาขึ้นมาพูดประโยคที่ทำให้เขาชาไปทั้งตัว"เจ้านายฉันบอกว่า... ท
นิสากำมือแน่นจนเริ่มซึมไปด้วยเหงื่อ ความกังวลฉายชัดในแววตาจน รดา เพื่อนสนิทต้องดึงตัวเธอไปสงบสติอารมณ์ที่หลังร้าน"สา... ฉันว่าเรื่องนี้มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ" รดาเอ่ยด้วยความเป็นห่วง "ที่ไอ้เจนมันขู่เรียกเงินน่ะเรื่องหนึ่ง แต่ที่ฉันห่วงที่สุดคือมันจะเข้าถึงตัวลูกขวัญ แกต้องระวังตัวนะ"รดาเตือนเพื่อนด้วยความหวังดีคำพูดของรดาเหมือนปลุกสัญชาตญาณแม่ นิสารีบดูนาฬิกาแล้วตัดสินใจไปรับลูกขวัญที่โรงเรียนไวกว่าปกติทันที เธออุ้มลูกสาวขึ้นรถด้วยความระแวงสายตาคนรอบข้าง ก่อนจะพามุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าเพื่อเช็กพื้นที่วางสินค้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันเปิดตัวจริง โดยหวังว่าระบบรักษาความปลอดภัยของห้างจะช่วยให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นทว่าในขณะที่เธอกำลังยืนเช็กการวางดิสเพลย์ด้วยท่าทางเหม่อลอยและสีหน้าตึงเครียดร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่ามาดเนี้ยบก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ"คุณนิสาครับ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำให้คนที่ยืนเหม่อลอยสะดุ้งโหยงตกใจ มือบางหยุดชะงักก่อนจะค่อย ๆ หันไปมองอย่างช้า ๆ ทว่าคนที่เอ่ยเรียกกับมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังจ้องมองเขาไปดวงตาที่วูบไหวและเหมือนเขาจะค้นพบอะไรบ้างอย่างที่เ
บรรยากาศในมุมกึ่งส่วนตัวของห้างสรรพสินค้ากำลังเต็มไปด้วยมวลความสุขที่ชวนให้คนมองใจฟั่นเฟือน ณัฎที่สวมใส่ชุดลำลองแสนสบาย กลับใช้สายตาที่แพรวพราวและน้ำเสียงทุ้มนุ่มคอยรุกจีบนิสาอย่างไม่ลดละ ร่างสูงโน้มตัวต่ำลงมาหาคนเขินเล็กน้อยจนระยะห่างลดน้อยลงทุกที"ถ้าคุณนิสาเอาแต่เขินหน้าแดงแบบนี้ ผมจะถือว่าคุณเริ่มเปิดใจให้ผมแล้วนะครับ" ณัฎกระซิบเบา ๆ คนได้ฟังถึงกับไปไม่เป็น เธอได้แต่ยืนก้มหน้า บิดชายเสื้อตัวเองเบาๆ และเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่ร้อนแรงคู่นั้น ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนนวลแก้มจนซับสีแดงระเรื่อ ท่าทางประหม่าราวกับสาวน้อยแรกรักของเธอทำเอาณัฎถึงกับหลุดยิ้มด้วยความเอ็นดูแต่ทว่า ในจังหวะที่โลกทั้งใบเหมือนจะมีแค่เขาสองคน ช่างภาพปาปารัสซี่ จากสำนักข่าวบันเทิงชื่อดังที่แอบซุ่มอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ก็ไม่ปล่อยให้ภาพ "ช็อตเด็ด" หลุดมือไป เขาบรรจงกดชัตเตอร์รัวบันทึกภาพทุกอิริยาบถ ทั้งตอนที่ณัฎโน้มตัวเข้าใกล้ และตอนที่นิสาหันหน้าหนีด้วยความอายเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น รูปภาพเหล่านั้นก็ถูกอัปโหลดขึ้นโลกโซเชียลพร้อมหัวข้อข่าวที่ร้อนแรงที่สุดของวัน:‘หลุดช็อตฟิน! ไฮโซทายาทห้างดังรุกจ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณัฐไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาใช้ข้ออ้างเรื่อง ‘การสำรวจพื้นที่จริง’ เพื่อที่จะได้เห็นใบหน้าหวานๆ ของเจ้าของแบรนด์อีกครั้ง เขาต่อสายตรงหานิสาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นงานเป็นการ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน"คุณนิสาครับ วันนี้ช่วงบ่ายพอจะมีเวลาไหม? ผมอยากให้คุณเข้ามาดูทำเลที่จะวางเคาน์เตอร์ Nisa & Lukkhwan ด้วยตัวเอง เราจะได้ปรึกษาเรื่องการตกแต่งร้านให้ตรงกับคอนเซปต์ของคุณที่สุด... อ้อ พานางแบบตัวน้อยมาวิ่งเล่นด้วยก็ได้นะครับ ผมเตรียมโซนรับรองไว้ให้แล้ว"นิสาตกปากรับคำ ก่อนนิสาจัดการเปลี่ยนจากชุดลำลองสำหรับแพ็กของ มาเป็นชุดที่ดูภูมิฐานแต่ยังคงความอ่อนหวาน เธอเลือกสวม ชุดเดรสสีครีมเข้ารูป ตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อดีที่ดูเรียบหรู เสริมบุคลิกด้วยรองเท้าส้นสูงสีนู๊ดที่ทำให้เธอดูเป็นนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ส่วน น้องลูกขวัญ เธอก็จับแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อน พร้อมติดโบสีเข้าชุดกันจนดูเหมือนตุ๊กตาเดินได้"รดา แกแน่ใจนะว่าไม่ไปดูด้วยกัน?" นิสาหันไปถามเพื่อนสนิทอีกครั้งขณะที่กำลังเช็กความเรียบร้อยของเครื่องสำอางหน้ากระจกรดา เงยหน้าขึ้นจากกองกล่องพัสดุแล้วโบกมื







