Share

แผนดึงตัวพร้อมดึงใจ

Penulis: Dragon Author
last update Tanggal publikasi: 2026-03-03 18:38:11

"แม่เลี้ยงเดี่ยวเหรอ..." ณัฐพึมพำหลังจากที่เขาแอบเช็กประวัติคร่าวๆ จากโปรไฟล์ของเธอ ความประทับใจในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น เขาตกหลุมรักในความแกร่ง และความอ่อนโยนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวในตัวนิสา

เช้าวันรุ่งขึ้น ณัฐเรียกเลขาส่วนตัวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเขาดูกระตือรือร้นผิดปกติ

"คุณก้อย ช่วยติดต่อเจ้าของแบรนด์ Nisa & Lukkhwan ให้ผมหน่อย บอกเขาว่าห้างเรามีโปรเจกต์ 'Empowering Moms' และผมต้องการให้สินค้าของเขาเป็นแบรนด์ชูโรงในโซนออร์แกนิก"

"ได้ค่ะคุณณัฐ จะให้ส่งเอกสารเสนอเงื่อนไขไปเลยไหมคะ?" มือบางของเลขาสาวจดทุกอย่างที่เจ้านายสั่งก่อนจะเสยใบหน้าถามท่านประธานถึงเงื่อนไขของทางห้าง

"ยังไม่ต้อง...นัดเขาเข้ามาพบผมที่นี่ ผมอยากคุยรายละเอียด...ทุกอย่างด้วยตัวเอง"ประธานหนุ่มรีบเอ่ยปฎิเสธและเน้นย้ำ ไม่ใช่อะไรเพราะเขามีแผนการอยู่ในหัวเขาอยู่แล้ว 

“ได้คะ”เลขาสาวขานรับก่อนออกจากห้องรีบจัดงานที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้างานทันที

 ติ้ง ติ้ง ! เสียงแจ้งเตือนอีเมลในโทรศัพท์มือถือทำให้นิสาที่กำลังนั่งเช็กสต็อกสินค้าถึงกับชะงัก เมื่อเห็นชื่อหัวข้อจาก ‘ฝ่ายจัดซื้อและบริหารพื้นที่ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ’ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก มือที่สั่นเทาค่อยๆ กดเปิดสายตาคู่สวยไล่อ่านข้อความข้างในทุกบรรทัดอย่างละเอียด

วินาทีที่สายตากวาดไปถึงประโยคที่ว่า ‘มีความสนใจในผลิตภัณฑ์ Nisa & Lukkhwan และขอเชิญเข้ามาพูดคุยเพื่อเตรียมการวางจำหน่าย…’ เสียงหวานกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ

“รดา! รดา! ดูนี่!” มือบางคว้าตัว รดา เพื่อนสนิทที่กำลังช่วยแพ็กของอยู่ข้างๆ เข้ามากอดแน่นจนตัวลอย “เขาติดต่อมาแล้วรดา! ห้างยักษ์ใหญ่ติดต่อมาหาฉันแล้ว!”

“จริงเหรอสา! ฉันบอกแล้วว่าแกทำได้!” รดากอดตอบเพื่อนพลางกระโดดโลดเต้นไปด้วย “ความพยายามของแกไม่เสียเปล่าแล้วนะ”ใช่เธอจำได้ดีว่าเพื่อนส่งอีเมลไปห้างหลายที่ นิสาเพื่อนเธอรออีเมลตอบกลับอยู่ทุกวันแต่ทว่าในทุกวันกล่องข้อความอีเมลช่างเงียบสนิท จนเพื่อนเธอเริ่มถอดใจจนมาวันนี้ ที่เหมือนว่าฟ้าจะเห็นถึงความดีของเพื่อนเธอถึงได้ที่ส่งรางวัลชิ้นใหญ่มาให้เพื่อนเธอ

“รดา…ฉันต้องโทรบอกพ่อแม่ด้วย ท่านต้องดีใจมากแน่ ๆ”นิสาบอกเพื่อนเมื่อเริ่มตั้งสติได้ ก่อนมือบางจะหยิบโทรศัพท์ปลายนิ้วเลื่อนหาชื่อแม่ และจัดการต่อสาย…ทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์ นิสาก็กรอกเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขลงไป

“พ่อคะ แม่คะ! สาทำสำเร็จแล้วค่ะ! ห้างที่กรุงเทพฯ เขาขอเอาแบรนด์ของสาไปวางขายแล้วนะคะแม่!”

เสียงของแม่ที่ดังลอดมาตามสายเสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุขอิ่มเอมใจ “จริงเหรอสา... โถ่ลูกแม่ แม่รู้ว่าลูกแม่เก่ง พ่อเขานั่งยิ้มแก้มปริอยู่ข้างๆ นี่ไงลูก พ่อบอกเสมอว่าลูกสาวพ่อสู้คนเดียวในเมืองกรุงได้อยู่แล้ว”

“ดีใจด้วยนะลูก” เสียงพ่อแทรกเข้ามาด้วยน้ำเสียงทุ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรัก “กลับมาหาพ่อกับแม่เมื่อไหร่ พ่อจะฉลองให้ลูกสาวคนเก่งอย่างดีเลยนะ”

นิสาน้ำตาคลอเมื่อได้รับกำลังใจจากครอบครัว ความเหนื่อยล้าจากการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและการสู้ชีวิตมาตลอดหลายเดือนหายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอหันไปมอง น้องลูกขวัญ ที่กำลังหลับสนิทอยู่ใกล้ๆ แล้วสัญญากับตัวเองในใจว่านี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มั่นคงเพื่อลูกสาวของเธอจริงๆ

วันนัดหมายสำคัญ…นิสาที่ส่วมใส่ชุดสูทสีฟ้าอ่อนที่ดูเป็นมืออาชีพแต่ยังคงความละมุนอ่อนหวาน เธอจูงมือน้อยของลูกสาวเดินไปตามทางเดินก่อนจะพาลูกสาวในชุดนางฟ้าสีฟ้าอ่อนขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นเป้าหมาย ทั้งคู่มาหยุดที่โต๊ะทำงานเลขาหน้าห้องประธานของห้าง

ขณะก้อยเลขาหน้าห้องเงยใบหน้าขึ้นเธอยิ้มให้ทั้งสองแม่ลูกอย่างเป็นมิตร นิสาเลยยิ้มตอบรับส่งให้เช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้นเด็กน้อยที่แม่สอนมาดีว่าเจอผู้ใหญ่ให้ไหว้ทุกครั้ง มือน้อย ๆ จึงยกขึ้นพรมมือพร้อมก้มหัวก่อนจะย่อตัวไหว้อย่างน่ารัก จนคนที่รับไหว้ยิ้มให้เด็กน้อยด้วยความเอ็นดูและเป็นก้อยเลขาสาวเอ่ยถามขึ้นมาก่อน “คุณนิสาที่ท่านประธานนัดไว้ใช่ไหมคะ”

“คะ”นิสาตอบรับ

“ ท่านประธานบอกว่าถ้าคุณนิสามาให้เข้าไปได้เลยคะ”

นิสายิ้มบาง ๆ ให้เลขาก่อนจะหันไปตามองศาประตูไม้สีน้ำตาลที่ปิดสนิท เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความตื่นเต้นและประหม่า ก่อนจะยกมือเคาะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ! เพื่อเป็นสัณญาณและเพื่อมารยาท

“เชิญครับ”เสียงทุ้มดังออกมาจากข้างใน นิสากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะดันประตูเข้าไปในห้อง

ณัฎฐกิตติ์หรือณัฎลุกขึ้นต้อนรับทันทีเมื่อเห็นคนหน้าหวานกับเด็กหญิงตัวน้อยเข้ามาในห้อง ใบหน้าหล่อยิ้มให้อย่างเป็นมิตรไม่แสดงอาการตื่นเต้นที่เจอคนหน้าหวานตรงหน้า แต่ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกับเต้นโครมคราม เขาคิดในใจว่าในจอดูสวยน่ารักแล้วแต่เมื่อเห็นตัวจริงกับสวยกว่าในจอเป็นร้อยล้านเท่า ขอบอกเลยว่าคนหน้าหวานตรงหน้าเขาจอง เขาจองแล้ว เธอต้องเป็นของเขาแค่คนเดียว

"สวัสดีครับคุณนิสา ผมณัฐครับ... ผมเป็น แฟนคลับ ไลฟ์สดของคุณเมื่อคืนนี้เอง" คนที่เป็นแฟนคลับที่พร้อมจะเป็นแฟนตัวจริงกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นจน

คนที่อยู่ดี ๆ ก็มีแฟนคลับหัวใจสั่นไหวขึ้นมา แต่ทว่าก็อดแปลกใจไม่ได้ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะมาดูอะไรแบบนี้ด้วย"คุณณัฐดูไลฟ์ของสาด้วยเหรอคะ? ขอโทษด้วยนะคะถ้าบางช่วงลูกขวัญจะวุ่นวายไปบ้าง"

"นั่นคือส่วนที่ผมชอบที่สุดครับ" แฟนคลับที่อยากเป็นแฟนจริง ๆ ตอบด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง เขาเดินไปคุกเข่าต่อหน้าน้องลูกขวัญแล้วยื่นกล่องขนมเจ้าดังให้ "สำหรับนางแบบตัวน้อยครับ ลุงณัฐจองตัวหนูมาเป็นพรีเซนเตอร์ที่ห้างลุงด้วยนะ"

มือน้อยยื่นมือรับกล่องกระดาษสีชมพูสีหวานก่อนจะขอบคุณคนให้อย่างน่ารัก “ขอบคุณนะคะคุณลุง ลูกขวัญมีของมาฝากคุณลุงด้วยคะ”มือน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบเล็กสีฟ้าที่ลูกขวัญสะพายมาด้วยก่อนที่มือน้อยจะดึงพ่วงกุญแจตุ๊กตาหมีสีฟ้าขนนุ่มนิ่มออกมาแล้วยื่นให้คุณลุงใจดี ณัฎยื่นมือรับก่อนที่เขาจะวางตุ๊กตาไว้บนโต๊ะทำงาน “ขอบใจนะครับ…ถ้าแบบนี้สงสัยต้องพาพรีเซนเตอร์คนใหม่ไปเลี้ยงขอบคุณกับของขวัญที่นำมาให้ลุงแล้วมั่ง”

“ได้คะ”มือน้อยปิดปากแล้วหัวเราะ คริ คริ แลดูน่ารัก

นิสามองดูลูกสาวยื่นกุญแจหมีที่นำมาให้ประธานห้างก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กน้อยไปหยิบมาตอนไหนทำไมเธอไม่รู้แต่นิสาก็เก็บความสงสัยนี้ไว้รอให้ถึงบ้านแล้วค่อยถามลูก

“ใกล้เที่ยงแล้ว…ผมว่าเราเซ็นสัญญากันดีกว่าครับเดี๋ยวพรีเซนเตอร์ผมจะหิว…นี่ครับสัญญาคุณนิสาอ่านถ้าไม่เข้าใจตรงไหนถามผมได้เลยนะครับ”ณัฎฐกิตติ์บอกพรางหยิบแฟ้มสัญญาที่เลขาเตรียมมาให้ มือหนากางสัญญาออกแล้วดันไปตรงหน้านิสา

ขณะนิสาอ่านสัญญาทีละบรรทัดอย่างละเอียดเมื่อเห็นว่าทุกอย่างตรงตามที่ตกลงไว้มือบางจึงจรดปากกาเซ็นชื่อและวางปากกาลงเมื่อเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว 

“ยินดีที่ร่วมงานกันนะครับคุณนิสา… เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะครับ... น้องลูกขวัญขา ลุงณัฐรู้มาว่ามีร้านไอศกรีมกับพาสต้าที่อร่อยมากอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง คุณแม่นิสาจะอนุญาตให้ลุงพาน้องลูกขวัญกับคุณแม่ไปลองทานดูไหมครับ?"คนที่อยากอยู่กับสาวนาน ๆ รีบเอ่ยชวน

“เย้…ไปคะ…ลูกขวัญอยากกินไอติม/ไปนะคะแม่”เด็กน้อยที่จะได้กินของโปรดโห้ร้องดีใจ ใบหน้าเล็กหันไปทางแม่พลางทำตา ปิ๊ง ปิ๊ง อ้อนแม่ จนคนที่แพ้ทางลูกอ้อนของลูกสาวยอมตกลงในที่สุด

"ได้คะ...แต่มื้อนี้สาขอเป็นคนเลี้ยงขอบคุณนะคะ”

ขณะคนเจ้าแผนการยิ้มแทบแก้มปริบที่เขาชวนสาวที่ชอบไปทานข้าวด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   บทส่งท้าย

    บ่ายวันอาทิตย์ที่แสนสดใส ภายในคฤหาสน์นราวิชญ์ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเจ้าของห้องนอนเล็กอย่าง น้องกวิน ที่วันนี้ลุกขึ้นมาแต่งหล่อตั้งแต่ไก่โห่ เด็กน้อยตัวอ้วนกลมในวัย 8 ขวบ สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตทับด้วยสเวตเตอร์สีครีม ดูสะอาดสะอ้านและหล่อเหลาถอดแบบปะป๊าวิชมาเป๊ะ ๆ"ปะป๊าครับ ผมเซตผมตรงนี้หล่อหรือยัง" กวินเอ่ยถามพลางส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยรอบที่สิบ"หล่อแล้วครับลูกพี่ แต่นี่เรานัดสาวมาบ้านนะ ไม่ได้ไปงานพรมแดง ใจเย็น ๆ ลูก" วิชหัวเราะร่าพลางตบบ่าลูกชายเบา ๆทันทีที่เสียงรถของครอบครัวณัฎเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้าน กวินก็แทบจะพุ่งตัวออกไปรอที่ประตูหน้าบ้านทันที นิสาที่เดินอุ้มเจ้าตัวเล็กลูกชายคนรองที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นานเข้ามาในบ้าน โดยมี น้องลูกขวัญ เดินจูงมือของพ่ออย่างณัฎตามเข้ามาด้วยท่าทางเขินอาย"น้องลูกขวัญครับ! พี่กวินซื้อดอกไม้มาฝาก"กวินวิ่งเข้าไปหาเป้าหมายทันที พร้อมกับชูดอกกุหลาบสีแดงสดที่เขาอ้อนวอนให้ปะป๊าพาไปซื้อจากหน้าโรงเรียนเมื่อวานนี้ส่งให้เด็กหญิงตัวน้อย น้องลูกขวัญรับดอกไม้ไปด้วยท่าทางเก้อเขินก่อนจะขอบใจเบา ๆ ทำให้พี่กวินยิ้มแก้มปริจนเห็นลักยิ้มภาพเด็กสองคนจูงมือกัน

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   งานแต่งงาน ( รดา - นราวิชญ์ )

    สามเดือนต่อมา... กาลเวลาหมุนผ่านนำพาความสุขมาสู่ชายหาดสีครามที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอรัก รดาในชุดเจ้าสาวแสนสวยเดินเคียงคู่มากับนราวิชญ์ เจ้าบ่าวที่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต โดยมีไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมอย่าง น้องกวิน ในชุดสูทจิ๋วรับหน้าที่สำคัญเป็นผู้เชิญแหวน เดินเตาะแตะนำหน้าด้วยท่าทางขึงขังจนแขกเหรื่อต่างพากันเอ็นดูในกลุ่มแขกเหรื่อที่มาร่วมยินดี นิสา เพื่อนรักของรดาเดินควงคู่มากับ ณัฎ สามีของเธอ พร้อมกับลูกสาวตัวน้อยอย่างน้องลูกขวัญ ถึงแม้นิสากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ จนดูอิดโรยไปบ้าง แต่ใบหน้าเธอกลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง"ดีใจด้วยนะรดา ในที่สุดแกก็มีความสุขจริงๆ เสียที" นิสาเอ่ยพลางกุมมือเพื่อนรักไว้แน่นขณะรดามองเพื่อนอย่างซึ้งใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเพื่อนจะมางานของตัวเองก็ดูสิเพื่อนของเธอแพ้ท้องจนใบหน้าซีดเซียวเหมือนคนไม่มีแรงยังอุตส่าห์ หอบตัวเองมาร่วมงานอีก "ขอบใจมากนะนิสาที่อุตส่าห์มา ทั้งที่ยังแพ้ท้องอยู่แท้ๆ รดาเกรงใจจังเลย""เกรงใจอะไรกัน เพื่อนรักแต่งงานทั้งที ต่อให้แพ้ท้องจนเดินไม่ไหว ฉันก็นั่งรถเข็นมาหาแกจนได้แหละ!" นิสาบอกปนขำ ทำเอาสองสาวหัวเราะออกมาพร้อมกันในขณะที่ผู้ใหญ่กำล

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   ค่ำคืนแสนหวาน

    ทันทีที่ถึงคอนโด นราวิชญ์ก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาจัดการช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในวงแขนกว้างแล้วสาวเท้าฉับๆ ตรงดิ่งเข้าห้องนอนด้วยความเร็วสูงจนรดาตั้งตัวไม่ทัน ทว่าทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของที่นอน คนตัวเล็กก็รีบเบี่ยงตัวหลบสัมผัสร้อนแรงนั้นทันควัน"ไหนว่าจะเล่าให้ฟังไงคะ! ตั้งแต่ขึ้นรถจนถึงห้อง พี่วิชยังไม่ยอมเล่าสักคำเลยนะคะ" รดาเอ่ยท้วงเสียงหลงพลางใช้มือยันหน้าอกเขาไว้ "ตกลงพี่รู้เรื่องที่สามีเขาตามมาได้ยังไง""โธ่... รดาครับ ขอพี่ก่อนได้ไหม พี่อยากทำรักกับรดาจะแย่แล้วเนี่ย”คนหน้าหล่อเอ่ยบอกเสียงอ้อนวอนใบหน้าที่ดี้ด้าในคราวแรกกับเศร้าสร้อยราวกับเด็กถูกขัดใจ แต่รดากลับลุกขึ้นนั่งตัวตรงกอดอก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า"ถ้าไม่เล่าให้ฟังตอนนี้ ก็เชิญพี่วิชกลับไปนอนที่บ้านเลยค่ะ! รดาจะล็อกห้องด้วย" เธอสั่งเสียงเข้มพลางชี้นิ้วไล่ไปทางประตู"โอเคครับๆ เล่าแล้วครับ ยอมแพ้แล้ว" วิชหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูพลางเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นๆ ของคนช่างซักอย่างหยิกแกมหยอกนราวิชญ์จำต้องยอมจำนน เขาขยับขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียงแล้วรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก ก่อนจ

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   กำจัดศัตรู

    ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันจนน่าอึดอัด นราวิชญ์ ประธานหนุ่มผู้นิ่งขรึมนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เรียบเฉยทว่านัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยรังสีคุกคาม เขาต่อสายเรียก ‘ชัย’ ลูกน้องคนสนิทให้เข้ามาพบทันที"ไปสืบเรื่องวิไลลักษณ์มาให้ละเอียดที่สุด... ฉันต้องการรู้ทุกย่างก้าวของเขานับตั้งแต่ทิ้งกวินไปจนถึงวินาทีที่เหยียบสนามบินสุวรรณภูมิ หาจุดอ่อนของเขามาให้ได้!" น้ำเสียงทุ้มสั่งการเฉียบขาดขณะลูกน้องคนสนิทรับปากก่อนจะเดินออกไปทำงานตามที่เจ้านายสั่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง ร่างสูงของชัยก็กลับเข้ามาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึก ข้อมูลภายในทำให้รอยยิ้มเย็นเยือกปรากฏขึ้นบนมุมปากของนราวิชญ์ทีละน้อย"ได้เรื่องแล้วครับนาย... เรื่องที่เธออ้างว่าเลิกกับสามีฝรั่งเพราะเข้ากันไม่ได้น่ะเรื่องโกหกทั้งนั้น จริงๆ แล้วเธอไปแอบมีชู้เป็นหนุ่มบาร์จนสามีมหาเศรษฐีชาวเยอรมันจับได้ รายนั้นโหดเอาเรื่องครับ เขาซ้อมเธอจนปางตายแล้วสั่งขังไว้ในคฤหาสน์ตัดขาดการติดต่อทุกทาง"ชัยรายงานและเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะขยับแว่นตา "แต่เมื่อเดือนก่อน เธออาศัยจังหวะที่การ์ดเผลอ

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   ความสุขกลับมาอีกครั้ง

    รดาหัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู เธอใช้มือบางประคองใบหน้ากลมพ่วงของเด็กน้อยขึ้นมาแล้วกดจมูกหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกชายเป็นการตอบแทนอย่างหนักแรง จนคนตัวโตที่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้งเข้าเสียแล้ว"หอมแต่ลูก... แล้วปะป๊าไม่ได้รับอนุญาตให้หอมบ้างเหรอครับ?"นราวิชญ์แกล้งทำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้หวังจะได้รับส่วนแบ่งความรักบ้างรดาเหลือบมองคนขี้อ้อนก่อนจะหลุดยิ้มหวาน เธอโน้มตัวไปประทับจูบแผ่วเบาที่แก้มสากที่มีไรหนวดจาง ๆ ของเขา "หอมแล้วค่ะ... พอใจหรือยังคะ?""นิดหน่อยครับ แต่ถ้าได้ทานฝีมือรดาด้วย พี่คงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย"คนที่ได้รับจูบพูดออกมาพลางยิ้มออกมาจนตาหยี"ถ้าอย่างนั้น เช้านี้รดาทำอาหารให้ทานนะคะ" รดาเสนอพลางลุกขึ้นยืนเตรียมตัวเข้าครัวทว่าไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมที่นั่งอยู่ตรงกลางกลับรีบชูมือสลอน "น้องกวินช่วยด้วย! น้องกวินอยากเป็นลูกมือหมามี้รดาครับ แล้วหมามี้รู้ไหม... ปะป๊าทำไข่เจียวอร่อยที่หนึ่งในโลกเลยนะ!"ไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมพูดพลางยกมือชูนิ้วโป้งสั้นป้อมชมปะป๊าตัวเองขณะที่คำชมของลูกชายทำเอานราวิชญ์ยืดอกอย่างภูมิใจ "ในเมื่อลูกเชียร์ขนาดนี้ พี่คงต้องโช

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   ปลอบขวัญ

    เมื่อเห็นว่ารดาเริ่มสงบลงและยอมซุกหน้ากับอกเขาอย่างคนยอมจำนน นราวิชญ์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เขาค่อยๆ ช้อนอุ้มร่างบางที่ยังคงสะอื้นเบาๆ ไปวางลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม โดยมีร่างของน้องกวินนอนหลับสนิทอยู่อีกฟากหนึ่งคนตัวโตไม่ได้ถอยห่าง แต่เขากลับทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง รั้งร่างบางของคนขี้แยเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง คราวนี้รดาไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแต่ซบหน้าลงกับไหล่หนา ปล่อยให้เขาลูบผมปลอบประโลมอย่างนุ่มนวล"ร้องข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ พี่ใจจะขาดนะรู้ไหม" เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู "รดาสำคัญกับพี่มากนะ... มากจนพี่ไม่มีวันยอมให้เรื่องบ้าๆ พวกนี้มาทำให้เราหลุดมือไปเด็ดขาด"ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองคนหน้าหล่อที่จ้องเธออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาของเขาไม่มีแววล้อเล่น มีเพียงความรักและความอ้อนวอนที่เปี่ยมล้น "รดาขอโทษคะ... รดาแค่กลัว กลัวว่ารดาจะเป็นได้แค่คนคั่นเวลาตอนที่พี่เหงา"เสียงหวานพูดอย่างแผ่วเบาในสิ่งที่ตัวเองคิด"คนคั่นเวลาที่ไหนจะทำให้พี่คลั่งได้ขนาดนี้ครับ?" นราวิชญ์ยิ้มบางๆ พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มเธอออกอย่างเบามือ "คืนนี้พี่จะไม่ไปไหน พี่จะอยู่ตรงนี้... กอดรดาไว้แบบนี้ทั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status