LOGINเธอ ร้ายเพราะอยากได้เขามาครอบครองโดยไม่สนวิธี หารู้ไหมว่าใจเขานั้นอยู่กับผู้หญิงอีกคน ยั่วก็แล้ว เปลี่ยนนิสัยก็แล้ว ทำดีด้วยก็แล้วภูวดลกลับไม่เคยเหลียวแลชนัญชิดาสักนิด ในเมื่อไม่รัก งั้นก็หย่าไปให้จบๆ
View Moreบทนำ
เสียงรองเท้าส้นสูงดังเป็นจังหวะยามที่เจ้าของเดินลงน้ำหนัก หญิงสาวในชุดเดรสสั้นเข้ารูปสีแดงเพลิง แม้จะไม่โชว์เนื้อหนังอย่างวาบหวิว แต่เมื่ออยู่บนตัวหล่อนมันกลับดูเซ็กซี่อย่างน่าประหลาด เธอผู้มีเรือนร่างเพรียวบาง ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมโตถูกแต่งแต้มไว้อย่างประณีต ขนตาหนาเป็นแพงอนงาม ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกเนื้อดีสีน้ำตาลนู้ด เพียงแค่เดินลงจากรถก็เรียกร้องความสนใจจากผู้พบเห็นทันที ไม่ใช่ความแค่ความสวยที่คนพวกนั้นประจักษ์ หากแต่เธอคนนั้นกลับมีเสน่ห์ชวนลุ่มหลง ผมย้อมสีน้ำตาลหม่นเทา ดัดลอนใหญ่คลอเคลียใบหน้างามสะบัดไปมาตามจังหวะเคลื่อนไหว เธอโชว์บัตรประชาชนเมื่อถึงทางเข้าผับหรูแห่งนี้ ทุกการกระทำล้วนดึงดูดให้คนมอง ลำแสงไฟหลากสีสาดส่องไปมาชวนเวียนหัวในความรู้สึกคนมาใหม่ เสียงเพลงดังกระหึ่มจากวงร็อกชื่อดังระดับประเทศทักทายโสตประสาทเมื่อก้าวผ่านเข้ามาภายใน ผู้คนเบียดเสียดกันแน่นร้าน แม้จะเป็นผับหรูที่มีชื่อเสียงค่าเข้าสูงลิบทว่าวันนี้เป็นวันหยุด นักท่องราตรีเลยเนืองแน่นจนไม่เหลือที่ว่างจะเดิน เหล่าฝูงผีเสื้อกลางคืนทั้งหลายต่างออกสเต็ปลวดลายไม่มีใครยอมใคร ผับแห่งนี้มีสองชั้น โดยชั้นบนจะเป็นโซนระดับลูกค้าวีไอพีกระเป๋าเงินหนา โซนที่สามารถมองเห็นทุกอย่างภายในฮอล์นี้ได้เกือบร้อยแปดสิบองศา บรรดาหนุ่มๆ ต่างเหล่ตามองหญิงสาวผู้มาใหม่อย่างโดดเดี่ยว พลางพยักพเยิดหน้าใส่กันยามเจอเป้าหมาย พยายามเบียดกายเข้าหาเมื่อเจอสาวที่ถูกใจ เธอตวัดสายตามองมือปลาหมึกที่ถือวิสาสะแตะที่สะโพกอย่างจาบจ้วง แถมยังดันตัวเข้ามาถูไถสีข้างอย่างหน้าไม่อาย “ฉันให้โอกาสนาย จะเอามือออกไปดีๆ หรือจะให้ฉันเอาออกให้” เสียงหวานทว่าเฉียบขาดหันไปถามคนตัวสูงที่ทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยใส่เธออย่างน่ารังเกียจ “อย่าทำเป็นเล่นตัวหน่อยเลยน่า มาสนุกด้วยกันกับพวกพี่เถอะ โต๊ะพี่ว่างนะครับ” หึ ทำเป็นเล่นตัวไปเถอะแม่สาวน้อย “ปล่อย” เสียงนั้นเริ่มแข็งกระด้างขึ้น มือที่แตะสะโพกยังไม่ยอมออกห่าง “ปล่อยแน่ ถ้าคนสวยยอมไปนั่งเป็นเพื่อนพี่” มันยังไม่ยอมแพ้ หว่านล้อมสาวสวยตรงหน้า ยิ้มหวานยั่วเย้าหวังจะทำให้หล่อนหลงใหลอย่างที่เคยทำกับสาวคนอื่นแล้วได้ผล “ถ้าไม่ปล่อยฉันกดลึกกว่านี้แน่ ไม่อยากไส้ขาด เอามือสกปรกๆ ของนายออกไปซะ” มือเรียวอาศัยจังหวะผู้คนเบียดเสียดเปิดกระเป๋าถือล้วงเอามีดสั้นพกพาโดยไม่มีใครทันสังเกตกดลงสะโพกชายผู้เคราะห์ร้ายจนมันสะดุ้งโหยงโดดตัวออกห่าง มันหน้าซีดเผือดลงเมื่อสัมผัสความเจ็บแสบด้วยของมีคม นัยน์ตาคู่นั้นมองมาด้วยความวาวโรจน์ปนหวาดกลัวเมื่อสบสายตากับมีดสีเงินเงาวับในมือหล่อน สาวสวยคนที่เขาคิดจะแอ้มแล้วพาเธอไปต่อที่อื่นด้วยความมั่นใจว่าหล่อนจะยอมเล่นด้วย แต่เรื่องกลับตาลปัตร โดนยัยนี่ใช้มีดกรีดเสื้อเขาเป็นทางยาวแถมยังได้เลือดซิบ ให้ตายเถอะ เสียชื่อเสือผู้หญิงหมด ถ้าเพื่อนเขารู้มีล้อยันลูกบวชแน่ๆ “ไง ยังอยากให้ฉันไปเป็นเพื่อนอยู่ไหมคะ” เธอถามเสียงหวานทว่าแววตากลับเยือกเย็น มันคนนั้นส่ายหน้าดิกไปมาแล้วรีบเดินแทรกผู้คนจากไป รอยยิ้มผุดขึ้นอีกครั้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอแต่นับครั้งไม่ถ้วน เลยจำเป็นต้องพกอาวุธติดตัวเสมอไม่เคยขาด เกิดเป็นคนสวยก็ดี แต่ก็เป็นภัยแก่ตัวเช่นกัน ดังนั้นหล่อนจำเป็นที่ต้องเรียนรู้การป้องกันตัวเอง เจ้าของร่างเพรียวระหงเดินเชิดหน้าคอตั้งราวกับนางพญา สายตามองตรงไม่ว่อกแว่กดึงดูดสายตาผู้ที่พบเห็น ดวงตาติดความเย็นชาดุจน้ำแข็งทำเหมือนไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตาของเธอทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาทัก “ฉันมาวันเกิดพี่เธียรค่ะ” หล่อนบอกกับพนักงานหญิงที่ทำท่าจะเดินผ่าน เธอหันมามองลูกค้าสาวสวยด้วยแววตายิ้มๆ เป็นมิตรแม้เธอผู้นั้นจะไม่ยิ้มตอบ วันนี้มีลูกค้าพวกวีไอพีจัดปาร์ตี้วันเกิดอยู่ชั้นสอง ไม่แปลกถ้าสาวสวยคนตรงหน้าจะเป็นแขกในงานนี้ “อ๋อ เชิญลูกค้าขึ้นชั้นสองเลยค่ะ” พนักงานผายมือไปยังเชิงบันไดวน เดินอีกสิบก้าวก็ถึง “ขอบคุณค่ะ” ไม่ลืมที่จะกล่าวคำนั้นพอเป็นมารยาท “ยินดีค่ะ ลูกค้า” พนักงานหญิงเดินจากไป เธอจึงเดินก้าวขึ้นบันไดเพื่อไปยังจุดประสงค์ที่พาเธอมายังที่นี่ เพียงแค่หญิงสาวปรากฏตัวบนชั้นสอง ผู้คนนับสิบก็หันมามองด้วยความสนใจละคนแปลกใจกับการมาของเธอ เสียงที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานแข่งกับนักร้องบนเวทีก็เงียบลงถนัดตา ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นน้องสาวของเชนเพื่อนในกลุ่ม ซึ่งยัยนี่ชอบเอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้ง เหวี่ยง วีน ครบจบในคนเดียว เห็นสวยๆ ก็พยายามแย่งกันดาหน้าเข้าไปขายขนมจีบแม้จะโดนไอ้เชนหมายหัวก็เถอะ แต่เพราะความสวยมาดนางพญาแถมยังมากเสน่ห์ของลูกหว้าทำให้กลุ่มเพื่อนของเขายื้อแย่งกันจีบ แต่ไม่มีใครทนหล่อนได้เกินสัปดาห์ ทุกคนก็พากันส่ายหน้ากับนิสัยที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อของหล่อน วีนทุกอย่างที่ขัดตาแม้กระทั่งเสียงนก เจ้าอารมณ์ขนาดนั้นคงมีผู้ชายคนไหนทนได้หรอก สวยน่ะสวยอยู่หรอก แต่นิสัยไม่ไหว เธียรผู้เป็นเจ้าของงานขมวดคิ้ว งงตาแตกเพราะไม่ได้เชิญเธอมาร่วมปาร์ตี้วันเกิด แถมพี่ชายหล่อน ไอ้เชนมันก็เรียนต่ออยู่ต่างประเทศนู้น ถึงช่วงหลังๆ ยัยนี่จะวิ่งตามตอแยภูวดลแต่บ้างทว่าเพื่อนเขาก็ไม่ได้มีทีท่าจะเล่นด้วยซะหน่อย อีกอย่างตอนนี้มันกำลังคุยๆ กับน้องปริม มันไม่มีทางชวนเธอมาแน่ๆ แล้วเธอมาทำไม นั่นเป็นคำถามที่ทุกคนในงานคาใจอย่างยิ่ง ######################################################################## มาตอนแรก มาพูดคุยกันได้นะคะ นางเอกเปิดตัวอลังการมาก แถมยังเดือดได้เลือดมาก ลูกสาวสวยก็เงี้ยรอไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ปรมินทร์ก็มาพร้อมตะกร้าใบขนาดกลาง เขาเดินหิ้วมันขึ้นมายังบ้านพักผู้จัดการสาว เคาะห้องเธอเพียงสามครั้ง ประตูก็เปิดออกกว้าง ชายหนุ่มยื่นตะกร้าให้หล่อน“ในนี้มีข้าวต้ม แก้วเก็บอุณหภูมินี้เป็นน้ำขิงครับ แล้วนี่ยาแก้หวัด แก้เจ็บคอเผื่อระคายเคือง แล้วนี่ มีเจลลดไข้ด้วย พรุ่งนี้ลูกหว้าไม่ต้องไปทำงานนะครับ เดี๋ยวผมสั่งน้ำหวานทำแทน ลูกหว้าอยู่บ้านพักผ่อนให้สบาย หายเมื่อไหร่ค่อยกลับไปทำ” ปรมินทร์อธิบายสิ่งของในตะกร้าที่พกมาเพื่อหล่อนโดยเฉพาะ แถมยังอนุญาตให้เธอหยุดงานแบบไม่ต้องเอ่ยปากขอ“เอ่อ ยังไงก็ขอบคุณ คุณมากนะคะ” ชนัญชิดายิ้มเก้อๆ รู้สึกเขินนิดๆ เธอทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอปรมินทร์ในมาดนี้ แถมยังเรียกชื่อสนิทสนมอีก ไหนจะสายตา คำพูดและการกระทำที่เอาใจใส่กว้าครั้งก่อนมาก ทั้งๆ ที่เมื่อห้าปีที่แล้วแทบจะแยกเขี้ยวใส่กัน แต่ถามว่าชอบไหม เธอชอบมากที่มีคนคอยเป็นห่วงแถมใส่ใจขนาดนี้ปรมินทร์เห็นหล่อนหน้าแดงก่ำ ไม่รู้เพราะพิษไข้หรือเพราะเขินเขากันแน่ ชายหนุ่มกระตุกมุมปากขึ้นยิ้ม จ้องมองคนตัวเล็กกว่าด้วยแววตาเป็นประกายระยิบ เห็นชนัญชิดามีอาการประหม่าก็น่าดูไปอีกแบบ ปกติเธอเป็นคนมั่นใจในต
ตลอดวันชนัญชิดาวิ่งวุ่นเรื่องงาน แม้ไม่ใช่หน้าที่ตัวเองเธอก็อาสารับทำด้วยความเต็มใจจนเป็นที่เกรงอกเกรงใจของพวกพนักงาน เธอต้องการให้ตัวเองยุ่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สมองไม่ว่าง จะได้ไม่ต้องคิดถึงสายตาของปรมินทร์เมื่อเช้าจนกระทั่งเลิกงานเธอเดินทอดน่อง ดูพวกคนงานรวมตัวกันออกมาเล่นกีฬายังลานออกกำลังกาย ส่วนพวกผู้หญิงบางส่วนก็ถือจอบถือเสียมมารดน้ำพรวนดินยังแปลงการเกษตรที่ไร่จัดไว้ให้เพาะปลูกสำหรับทำกับข้าวกินโดยไม่ต้องเสียตังค์ซื้อ ซึ่งชนัญชิดามองว่าเป็นความคิดที่ดีเลยทีเดียวปรมินทร์ทำให้เธอเห็นในอีกแง่มุมหนึ่งของเขา ชาวไร่ส้มที่นี่รักและเคารพปรมินทร์รองจากพ่อแม่ตนเองเลยก็ว่าได้ เขาไม่ได้ปฏิบัติตนเหมือนเจ้านายที่เที่ยวเอาแต่วางอำนาจออกคำสั่ง พอไม่ได้ดั่งใจก็ดุด่าปรมินทร์ปฏิบัติต่อทุกคนในไร่เสมือนญาติพี่น้องคนหนึ่ง ใครมีปัญหาเดือดร้อนเรื่องไหนเขาสามารถจัดการคลี่คลายปัญหาให้ได้ ดังนั้นพนักงานในไร่ต่างเคารพและนับถือปรมินทร์มากแม้จะอายุยังน้อยก็ตามชนัญชิดาเดินมายังข้างๆ คูสระที่ขุดไว้เลี้ยงปลารวมไปถึงรดน้ำผัก คนงานผู้หญิงพวกนั้นทยอยกลับไปหมดแล้ว พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้
ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วปรมินทร์กลับเข้าบ้านอีกทีก็เป็นเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มลาลับของฟ้าไปแล้ว ไฟตามจุดต่างๆ เริ่มส่องสว่างเป็นจุดๆ“ปิกบ้านแล้วกำ” (กลับบ้านแล้วเหรอ) ปภารัตรีบดึงแขนลูกชายเข้ามานั่งยังโซฟาห้องรับแขกเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินผ่านพ้นประตูมา“มีอะหยังครับ” (มีอะไรหรือครับ)เขาเลิกคิ้วถามมารดาที่ดูยิ้มแย้มเหมือนมีเรื่องอะไรตื่นเต้นอยากเล่าให้เขาฟัง“ก็หนูจูนไง หนูจูนพึ่งกลับจากอังกฤษ บอกแม่ว่าอยากมาเที่ยวไร่เรา อีกสามวันน้องก็เดินทางมาถึงไร่เราแล้วนะ ตอนนี้น้องยังอยู่กรุงเทพฯ” (ก็หนูจูนไง หนูจูนพึ่งกลับจากอังกฤษ บอกแม่ว่าอยากมาเที่ยวไร่เรา อีกสามวันน้องก็เดินทางมาถึงไร่เราแล้วนะ ตอนนี้น้องยังอยู่กรุงเทพฯ)ปภารัตเห็นลูกสาวเพื่อนอัปเดตความเคลื่อนไหวลงโซเชียล เธอเลยเข้าไปทักทายจากนั้นไม่นานทั้งสองก็ได้พูดคุยกันและนัดหมายเจอกันในที่สุด“ครับ” ปรมินทร์รับคำ เพราะรู้ทันว่าคงไม่ใช่มาเที่ยวไร่ธรรมดา แม่คงยังไม่เลิกจับคู่ให้เขา ล่าสุดน้องอรของแม่คราวนี้น้องจูนอีก ปรมินทร์คิดแล้วก็พานปวดหัว ยกมือขึ้นนวดขมับ เอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยความเหนื่อยใจ แล้วตัดสินใจบอกมารดาไปตามตรง“แม่ครับ ผมมีคนตี้
เวลานั้นเองน้ำหวานถึงได้รู้ว่าชนัญชิดาไม่เพียงแค่รวยอย่างที่ปากว่าแต่เป็นโคตะระรวยต่างหาก“สวัสดีครับคุณชินดนัย” ปรมินทร์ซึ่งมาถึงได้สักพักสังเกตการณ์อยู่ก่อน เลยเดินเข้ามาทักชินดนัยด้วยใบหน้ายิ้มๆ คิดจะจีบน้องสาวเขาก็ต้องทำคะแนนจากพี่เขาก่อนอันดับแรก แม้จะโหดแต่ก็ทำใจดีสู้เสือ ทำไงได้รักน้องสาวเขาไปแล้วนี่“สวัสดีครับ” ชินดนัยปรายตาขึ้นมองคนมาใหม่ ปรมินทร์ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว คลุมด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวเข้ม สวมหมวกปีกกว้าง ดูจากลักษณะแล้วคงพึ่งมาจากในไร่ เพราะใบหน้าเขาดูเผยความเหนื่อยล้าออกมาให้เห็นอยู่บ้าง“มาเที่ยวเหรอครับ หรือมาเยี่ยมเธอ” เธอที่เขาหมายถึงตอนนี้ขอตัวไปทำงานแล้ว ปล่อยพี่ชายกับบรรดาลูกน้องคนอื่นๆ นั่งดื่มกาแฟอย่างสบายใจที่โต๊ะเดิม“ผมมาทำธุระครับเลยแวะมาดูน้องเสียหน่อย พึ่งกลับมาไทยยังไม่ทันได้หายคิดถึงก็รีบหนีผมมาทำงานที่นี่แล้ว” ชินดนัยผายมือเชิญอีกฝ่ายนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาคมปลาบมองเจ้าของไร่ด้วยความรู้ทัน ถึงเจจะไม่รายงานเรื่องทั้งหมดภายในไร่แห่งนี้ให้เขาฟังอย่างละเอียด แต่มีหรือที่จะมองไม่ออกว่าปรมินทร์คิดยังไงกับน้องสาวตัวเองตอนแรกเขาไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้เข