Se connecterเช้าวันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ "Nisa & Lukkhwan" บรรยากาศบริเวณลานโปรโมชันของห้างสรรพสินค้าถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนในเทพนิยาย เน้นโทนสีพาสเทลและวัสดุธรรมชาติที่ดูละมุนตา สมกับที่เป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิกสำหรับเด็กที่นิสาตั้งใจปั้นมากับมือ คุณหญิงดารินทร์ ในชุดลำลองที่ดูหรูหราแต่กลมกลืนกับลูกค้าทั่วไป เดินก้าวเข้ามาในห้างพร้อมกับ ณิชา ทั้งคู่เลือกมุมนั่งในร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามที่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ในบูธได้อย่างชัดเจน ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคุณหญิงคือ นิสา ในชุดเดรสสีเขียวใบไม้ขจี เธอกำลังก้มลงไปคุยกับเด็กเล็กๆ ที่มาร่วมงานด้วยระดับสายตาเดียวกัน มือบางลูบศีรษะเด็กอย่างอ่อนโยนขณะอธิบายคุณสมบัติของแป้งออแกนิกให้คุณแม่ท่านหนึ่งฟัง "แม่ดูสิคะ" ณิชากระซิบพลางชี้ให้ดู "สายตาที่คุณนิสามองเด็กๆ มันคือความจริงใจนะคะแม่ คนที่มีลูกเองเขาจะรู้ซึ้งถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากกว่าใครเพื่อน" คุณหญิงดารินทร์นิ่งเงียบ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มมีความลังเล เธอสังเกตเห็นว่านิสาไม่ได้ทำเพียงแค่หน้าที่เจ้าของแบรนด์ แต่เธอยังช่วยพนักงานยกของ จัดเรียงสินค้า และรับมือกับลูกค้าที่จู้จี้ด้วยความใจเย็นและรอยยิ้มที่สุภาพตลอดเ
ภายในบริเวณบูธขายของที่เพิ่งผ่านพายุอารมณ์มาหมาดๆ รดาเดินเข้ามาโอบไหล่บางของเพื่อนไว้เพื่อปลอบใจ เวลานี้นิสายังคงยืนตัวสั่นเทาด้วยความกลัว "สา... แกพาลูกขวัญกลับไปพักผ่อนที่คอนโดก่อนเถอะ ทางนี้เดี๋ยวฉันกับทีมงานจัดการเคลียร์สต็อกและจัดร้านต่อเอง พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากัน" คนเป็นเพื่อนเอ่ยบอกเสียงนุ่มด้วยความเป็นห่วงก่อนจะหันไปฝากฝังกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ที่ไว้ใจที่สุดในตอนนี้ "คุณณัฎคะ รดาฝากไปส่งสาและหลานหน่อยนะคะ สภาพจิตใจสาตอนนี้ไม่น่าจะขับรถไหว" "ไม่ต้องห่วงครับคุณรดา ผมจะดูแลอย่างดีที่สุด" ณัฎตอบรับทันที เขาประคองนิสาและอุ้มน้องลูกขวัญมุ่งหน้าไปยังรถส่วนตัวเพื่อส่งเธอกลับสู่พื้นที่ปลอดภัย ในขณะที่โลกของนิสากำลังจะเริ่มสงบลง อีกด้านหนึ่งของเมือง ภายในคฤหาสน์หรูที่เงียบสงัด คุณหญิงดารินทร์แม่ของณัฐ นั่งอยู่บนเก้าอี้หลุยส์ตัวโปรด มือเหี่ยวที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดงามสั่นเล็กน้อยขณะเลื่อนหน้าจอมือถืออ่านพาดหัวข่าวบันเทิงที่กำลังเป็นไวรัล ‘หลุดช็อตฟิน! ไฮโซทายาทห้างดังรุกจีบเจ้าของแบรนด์แม่ลูกอ่อนกลางห้าง สายตาแบบนี้... แฟนแน่นอนไม่ต้องสืบ!’ คุณหญิงดารินทร์ขมวดคิ้วมุ่น หัวใจขอ
สภาพห้องเช่าหลังตลาดที่ทั้งแคบและอับชื้นคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าและบุหรี่ ร่างหนาของเจน คลานกลับเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง ใบหน้าบวมเป่งและเขียวช้ำจนเสียโฉม เขาพยายามพยุงตัวไปนั่งที่มุมห้องอย่างหมดแรงเมย์ ที่นั่งไขว่ห้างทาเล็บสีแดงสดอยู่บนโซฟาเก่าๆ ปรายหางตามองสามีคนใหม่ด้วยความรำคาญใจ แทนที่จะเป็นห่วง เธอกลับแค่นยิ้มเยาะและพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ"โถ่... สภาพ! ไปหาเมียเก่าท่าไหนถึงได้สะบักสะบอมกลับมาเป็นหมาถูกรถชนแบบนี้ฮะ?" เมย์จีบปากจีบคอถามพลางสะบัดมือให้เล็บแห้ง "แล้วเงินล่ะ? ห้าแสนที่คุยไว้น่ะ ได้มาสักบาทไหม!""มึงหุบปากไปเลยเมย์!" เจนตะคอกกลับเสียงพร่า แต่มันแฝงไปด้วยความหวาดกลัวที่ยังฝังใจ "ก็เพราะมึงนั่นแหละยุกู! ดีเท่าไหร่แล้วที่พวกมันไม่ลากกูไปส่งตำรวจ!"เจนหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ในมุมมืดหลังห้างยังคงตามหลอกหลอนเขา บอดี้การ์ดร่างยักษ์ของณัฎไม่ได้แค่ขู่ แต่พวกมันลงมือหนักหน่วงจนเขาแทบขาดใจ ทุกหมัดที่กระแทกเข้ามาเหมือนจะย้ำเตือนถึงความโอหังของเขา ก่อนที่หัวหน้าบอดี้การ์ดจะกระชากคอเสื้อเขาขึ้นมาพูดประโยคที่ทำให้เขาชาไปทั้งตัว"เจ้านายฉันบอกว่า... ท
นิสากำมือแน่นจนเริ่มซึมไปด้วยเหงื่อ ความกังวลฉายชัดในแววตาจน รดา เพื่อนสนิทต้องดึงตัวเธอไปสงบสติอารมณ์ที่หลังร้าน"สา... ฉันว่าเรื่องนี้มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ" รดาเอ่ยด้วยความเป็นห่วง "ที่ไอ้เจนมันขู่เรียกเงินน่ะเรื่องหนึ่ง แต่ที่ฉันห่วงที่สุดคือมันจะเข้าถึงตัวลูกขวัญ แกต้องระวังตัวนะ"รดาเตือนเพื่อนด้วยความหวังดีคำพูดของรดาเหมือนปลุกสัญชาตญาณแม่ นิสารีบดูนาฬิกาแล้วตัดสินใจไปรับลูกขวัญที่โรงเรียนไวกว่าปกติทันที เธออุ้มลูกสาวขึ้นรถด้วยความระแวงสายตาคนรอบข้าง ก่อนจะพามุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าเพื่อเช็กพื้นที่วางสินค้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันเปิดตัวจริง โดยหวังว่าระบบรักษาความปลอดภัยของห้างจะช่วยให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นทว่าในขณะที่เธอกำลังยืนเช็กการวางดิสเพลย์ด้วยท่าทางเหม่อลอยและสีหน้าตึงเครียดร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่ามาดเนี้ยบก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ"คุณนิสาครับ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำให้คนที่ยืนเหม่อลอยสะดุ้งโหยงตกใจ มือบางหยุดชะงักก่อนจะค่อย ๆ หันไปมองอย่างช้า ๆ ทว่าคนที่เอ่ยเรียกกับมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังจ้องมองเขาไปดวงตาที่วูบไหวและเหมือนเขาจะค้นพบอะไรบ้างอย่างที่เ
บรรยากาศในมุมกึ่งส่วนตัวของห้างสรรพสินค้ากำลังเต็มไปด้วยมวลความสุขที่ชวนให้คนมองใจฟั่นเฟือน ณัฎที่สวมใส่ชุดลำลองแสนสบาย กลับใช้สายตาที่แพรวพราวและน้ำเสียงทุ้มนุ่มคอยรุกจีบนิสาอย่างไม่ลดละ ร่างสูงโน้มตัวต่ำลงมาหาคนเขินเล็กน้อยจนระยะห่างลดน้อยลงทุกที"ถ้าคุณนิสาเอาแต่เขินหน้าแดงแบบนี้ ผมจะถือว่าคุณเริ่มเปิดใจให้ผมแล้วนะครับ" ณัฎกระซิบเบา ๆ คนได้ฟังถึงกับไปไม่เป็น เธอได้แต่ยืนก้มหน้า บิดชายเสื้อตัวเองเบาๆ และเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่ร้อนแรงคู่นั้น ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนนวลแก้มจนซับสีแดงระเรื่อ ท่าทางประหม่าราวกับสาวน้อยแรกรักของเธอทำเอาณัฎถึงกับหลุดยิ้มด้วยความเอ็นดูแต่ทว่า ในจังหวะที่โลกทั้งใบเหมือนจะมีแค่เขาสองคน ช่างภาพปาปารัสซี่ จากสำนักข่าวบันเทิงชื่อดังที่แอบซุ่มอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ก็ไม่ปล่อยให้ภาพ "ช็อตเด็ด" หลุดมือไป เขาบรรจงกดชัตเตอร์รัวบันทึกภาพทุกอิริยาบถ ทั้งตอนที่ณัฎโน้มตัวเข้าใกล้ และตอนที่นิสาหันหน้าหนีด้วยความอายเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น รูปภาพเหล่านั้นก็ถูกอัปโหลดขึ้นโลกโซเชียลพร้อมหัวข้อข่าวที่ร้อนแรงที่สุดของวัน:‘หลุดช็อตฟิน! ไฮโซทายาทห้างดังรุกจ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณัฐไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาใช้ข้ออ้างเรื่อง ‘การสำรวจพื้นที่จริง’ เพื่อที่จะได้เห็นใบหน้าหวานๆ ของเจ้าของแบรนด์อีกครั้ง เขาต่อสายตรงหานิสาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นงานเป็นการ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน"คุณนิสาครับ วันนี้ช่วงบ่ายพอจะมีเวลาไหม? ผมอยากให้คุณเข้ามาดูทำเลที่จะวางเคาน์เตอร์ Nisa & Lukkhwan ด้วยตัวเอง เราจะได้ปรึกษาเรื่องการตกแต่งร้านให้ตรงกับคอนเซปต์ของคุณที่สุด... อ้อ พานางแบบตัวน้อยมาวิ่งเล่นด้วยก็ได้นะครับ ผมเตรียมโซนรับรองไว้ให้แล้ว"นิสาตกปากรับคำ ก่อนนิสาจัดการเปลี่ยนจากชุดลำลองสำหรับแพ็กของ มาเป็นชุดที่ดูภูมิฐานแต่ยังคงความอ่อนหวาน เธอเลือกสวม ชุดเดรสสีครีมเข้ารูป ตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อดีที่ดูเรียบหรู เสริมบุคลิกด้วยรองเท้าส้นสูงสีนู๊ดที่ทำให้เธอดูเป็นนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ส่วน น้องลูกขวัญ เธอก็จับแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อน พร้อมติดโบสีเข้าชุดกันจนดูเหมือนตุ๊กตาเดินได้"รดา แกแน่ใจนะว่าไม่ไปดูด้วยกัน?" นิสาหันไปถามเพื่อนสนิทอีกครั้งขณะที่กำลังเช็กความเรียบร้อยของเครื่องสำอางหน้ากระจกรดา เงยหน้าขึ้นจากกองกล่องพัสดุแล้วโบกมื







