Mag-log inคอนโดชั้น 22 นิสานั่งอยู่หน้ากล้องพร้อมฉีกยิ้ม เสียงหวานของแม่ค้าออนไลน์อธิบายสินค้าอย่างละเอียด ขณะลูกค้าและแฟนคลับของสองแม่ลูกที่เข้ามาดูไลฟ์มีทั้งริวิวสินค้าและถามหาเด็กน้อยตัวเล็กที่ชอบเข้ามาในไลฟ์ช่วยแม่ขายของ
คุณแม่อย่างนิสาไล่อ่านข้อความทีละข้อความ บ้างข้อความอ่านทันบ้างไม่ทันบ้างแต่แม่ค้าแสนสวยพยายามตอบ เพื่อไม่ให้เสียลูกค้าและฐานแฟนคลับ -สวัสดีคะคุณแม่วันนี้นางฟ้ายังไม่เลิกเรียนเหรอคะ คิดถึงน้องจัง- -สวัสดีคะคุณแม่ อยากเห็นหน้าน้องลูกขวัญจังเลยเมื่อไหร่น้องลูกขวัญจะกลับมาคะ- -ครีมทาผิวใช้ดีมาก ลูกสาวชอบมากเลยคะ- -ครีมอาบน้ำใช้ดีมาก ราคาก็ไม่แรง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลูกชอบมากเลยคะ-และอีกหลายข้อความที่พิมพ์ส่งมาให้นิสาอ่าน เสียงหวานเอ่ยตอบลูกค้าอย่างเป็นมิตร “ขอบคุณคนที่เคยซื้อไปใช้แล้วรีวิวให้นะคะ ผลิตภัณของนิสาทุกตัวน้องลูกขวัญใช้มาหมดแล้วใช้จริง เพราะเป็นผลิตภัณที่อ่อนโยนปลอดภัยไม่ระคายเคียงต่อผิวเด็กคะ ส่วนใครคิดถึงลูกขวัญอีกไม่ถึง 5 นาทีน่าจะได้เห็นหน้าเด็กน้อยแล้วนะ”และก็จริงตามที่แม่ค้าแสนสวยบอกไม่ถึงห้านาทีร่างเล็กขาสั่นเดินเข้ามาในห้องที่แม่ทำเป็นห้องไลฟ์สด เสียงใสแทรกเข้ามาระหว่างที่แม่กำลังพูดคุยและขายของ โดยมีรดาเดินตามหลังร่างเล็กมาติด ๆ “คุณแม่ขาสวัสดีคะ…หนูคิดถึงแม่จังเลย” “เห็นไหมมาแล้วเสียงมาก่อนเลย” เมื่อขาสั้นเดินมาถึงแม่ด้วยความคิดถึงเด็กน้อยกอดคอแม่พร้อมหอมแก้มแม่ทั้งสองข้างเพื่อคลายความคิดถึง ขณะคนที่เข้ามาดูไลฟ์บ้างคนกดสติกเกอร์รูปยิ้ม หัวใจสีแดง บ้างคนกดหัวเราะ ไม่เพียงแค่นั้นบ้างคนเรียกลูกขวัญให้เข้ากล้องหน่อยอยากเห็นว่าวันนี้คุณแม่ทำผมทรงไหนให้ลูกไปโรงเรียน แม่ค้าช่างตามใจลูกค้า เอ่ยเรียกลูกขวัญให้คนในห้องได้เห็นหน้าหรือพูดคุยเพื่อคลายความคิดถึง “พี่ ๆ ในห้องอยากเห็นหน้ามาสวัสดีทักทายพี่ในห้องแม่ก่อนคะ”คนตัวเล็กเข้ามาหน้ากล้องเพื่อให้พี่ ๆ ได้เห็นหน้าชัดก่อนจะย่อตัวก้มหัวสวัสดีพี่อย่างน่ารัก คนที่เป็นแฟนคลับ ทันทีที่เห็นใบหน้าน้อย ๆ น่ารักต่างโยนยูนิให้น้องเพื่อเป็นค่าขนมหลายลูก “ลูกขวัญไปกินข้าวก่อนนะคะพี่”เด็กน้อยก้มหัวขอบคุณก่อนจะยกมือ บ๊าย บาย เพราะท้องน้อย ๆ เริ่มร้องประท้วงเสียแล้ว “แม่ทำข้าวผัดกุ้งของโปรดหนูอยู่ในครัวนะคะเดียวแม่ไปอุ่นให้”นิสาหันไปบอกลูกกำลังลุกออกจากหน้ากล้องเพื่อไปอุ่นข้าวผัดให้ลูกสาว “เดี๋ยวฉันไปอุ่นข้าวผัดให้หลานเอง แกขายของต่อเถอะ”คนเป็นเพื่อนรีบบอกเพราะไม่อยากให้เพื่อนพลาดการขายของเพราะตอนนี้คนที่เข้ามาดูช่องของเพื่อนเยอะนับหมื่นถ้าลงไลฟ์กลัวคนหนีแล้วขายของไม่ได้ “ขอบใจนะแก” รดาพยักหน้าตอบรับเพื่อนทันที ขณะที่นิสานั่งขายของต่อ อยู่ ๆ เธอรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่มีเพื่อนดีอย่างรดา เพราะทันทีที่รดารู้ว่าเธอกำลังจะทำแบรนสินค้าผลิตภัณออแกนิกเกี่ยวกับเด็ก เพื่อนถึงขั้นลาออกจากงานเพื่อมาช่วยเธอถึงแม้เพื่อนจะไม่ได้ช่วยเธอไลฟ์ขายของ แต่เพื่อนอย่างรดาก็ช่วยเธอหลายอย่าง…จากช่วงแรกที่เธอทำคนเดียวแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเมื่อมีอีกคนมาช่วยทำให้เธอเบาแรงขึ้นเยอะ “มีการบ้านไหมคะ”นิสาถามลูกทันทีที่เห็นร่างเล็กที่อยู่ในชุดนอนเดินเข้ามาในมือน้อยถือตุ๊กตาบาร์บี้ตัวโปรดพร้อมกับกล่องสีชมพูที่ข้างในมีอุปกรณ์แต่งตัวของตุ๊กตามาด้วย “ไม่มีคะ หนูอยากอยู่เป็นเพื่อนแม่”เสียงใสบอกแม่พร้อมว่างของทุกอย่างลงบนพื้นพรมที่นิสาปูให้สำหรับลูกขวัญนั่งเล่น เด็กน้อยจับโน่นจับนี้มาแต่งตัวตุ๊กตาเมื่อเห็นว่าสวยคนตัวเล็กถือมาโชว์แม่ “สวยไหมคะแม่” “สวยคะ” “หนูเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ให้น้องตุ๊กตาดีกว่า ชุดนางฟ้าก็สวยหรือจะเอาชุดเจ้าหญิงดีหนา”เด็กน้อยถามความเห็นแม่แต่ไม่รอคำตอบขาสั้นเดินไปนั่งที่เดิมเริ่มเปลี่ยนชุดให้น้องตุ๊กตา ถอดชุดนี้เปลี่ยนชุดโน้น ถอดชุดโน้นเปลี่ยนชุดนี้ ขณะคนที่ดูไลฟ์ต่างพิมพ์แสดงความคิดเห็นไปด้วย และนี้อาจเป็นสเน่ห์ความน่ารักของช่องยี้อย่างหนึ่งจนทำให้แฟนคลับยังเหนี่ยวแน่นไม่หนีหายไปไหน อีกมุมหนึ่งของภาคฝั่งกรุงเทพ ณัฎ หรือ ณัฎฐกิตติ์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่งห้างสรรพสินค้าชั้นนำ นั่งเอนหลังพิ่งเก้าอี้ พร้อมปิดเปลือกตาลงเพื่อพักผ่อนคลายความเหนื่อยล้าหลังจากนั่งเคลียร์งานเอกสารกองโตกอง ‘ติ้ง!’เสียงแจ้งเตือนที่ดังเข้ามาทำให้เขาเปิดเปลือกตาก่อนจะหยิบสมาร์ทโพนขึ้นมาดู ‘ยัยณิชาส่งอะไรมาให้ดูนี่’เขาพึมพร่ำออกมากับลิงค์ที่น้องสาวส่งมาให้ พรางเลื่อนนิ้วเปิดดูลิงค์ข้อความอย่างไม่คิดอะไรมา ก่อนเขาหัวเราะเบา ๆพรางพูดเล่นกับตัวเอง “ฮึ…คงไม่ใช่ลิงค์มิจฉาชีพหรอกมั่งยัยณิชา…” ทันทีที่เปิดหน้าจอเห็นใบหน้าสวยของเจ้าของไลฟ์ ตาคมจ้องมองหน้าจอแทบไม่กระพริบตา ใจแกร่งจากไม่เคยหวั่นไหวให้ใคร อยู่ ๆ มันก็เต้นแรงเหมือนจังหวะตีกลอง มือหนาจับหน้าอกข้างซ้าย ขณะที่ตาคมมองใบหน้าหวานอย่างลุ่มหลงไม่สามารถล่ะออกจากหน้าจอสี่เหลี่ยมได้ ‘คนอะไรทำไม่สวยได้ขนาดนี้ เสียงก็เพราะ’เขานั่งฟังเสียงหวาน ๆ ของนิสาอธิบายผลิตภัณเพลินเหมือนตกอยู่ในภวังค์อะไรบ้างอย่าง… แต่แล้วใจแกร่งห่อเหี่ยวทันทีเมื่อเห็นเด็กน้อยนั่งเล่นตุ๊กตาข้างหลังเจ้าของไลฟ์ และยิ่งสังเกตจากหน้าตาของเด็กน้อยกับเจ้าของไลฟ์ ใบหน้าละม้ายคล้ายกันอย่างกับพิมพ์เดียว ณัฎฟังธงทันทีว่าทั้งสองต้องเป็นแม่ลูกกันแน่ แล้วยัยณิชาตัวแสบส่งอะไรมาให้ดู รู้ไหมว่ามันทำร้ายจิตใจพี่ชายตัวเอง ไม่รอช้าคนเป็นพี่ชายต่อสายหาน้องสาวทัน “ยัยณิชาแกว่างมากเหรอส่งอะไรมาให้พี่ดู…ถ้าแกว่างมากพรุ่งนี้แกมาช่วยฉันทำงานที่บริษัทเลย” “ก็ช่วยพี่อยู่นี่ไง ได้ยินว่าพ่อให้พี่หาผลิตภัณใหม่ ๆ เกี่ยวกับเด็กมาวางขายที่ห้าง ณิชาเลยส่งผลิตภัณเกี่ยวกับเด็กแบรนนี้ให้พี่ดู…พี่ไม่รู้จักจริงดิ ไปอยู่ไหนมา ของเขาขายดีมากเลยนะในออนไลน์คนตามหลักแสน…น้องนับถือเขาเลยคนอะไรโครตเก่งเลี้ยงลูกคนเดียวยังมีเวลามานั่งคิดแบรนทำแบรนอีก” “อะไรนะ…แกว่าอะไร…คนที่แกส่งมาให้เขาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเหรอ”เสียงทุ้มถามด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง จากหัวใจที่ห่อเหี่ยวก่อนหน้านี้เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที “ก็ใช่นะสิ…แล้วไง พี่จะเอาผลิตภัณมาลองขายที่ห้างเราไหม แต่น้องบอกพี่เลยนะถ้าพี่เอาผลิตภัณเขามาขายที่ห้างเรารับรองว่าพี่ไม่โดนพ่อว่าแน่นนอน”คนเป็นน้องการันตรีของที่ตัวเองเสนอด้วยความมั่นใจเพราะก่อนที่จะส่งให้พี่ชาณิชาได้ศึกษาหาข้อมูลมาอย่างดี “อืม…แค่นี้แหละเดียวพี่ให้เลขาพี่ติดต่อเขามา”คนเป็นพี่บอกน้องพร้อมยิ้มออกมาเขากดวางสายน้องสาวแล้วนั่งไล่ดูคลิปของคนหน้าหวานตั้งแตคลิปแรกยังคลิปล่าสุดบ่ายวันอาทิตย์ที่แสนสดใส ภายในคฤหาสน์นราวิชญ์ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเจ้าของห้องนอนเล็กอย่าง น้องกวิน ที่วันนี้ลุกขึ้นมาแต่งหล่อตั้งแต่ไก่โห่ เด็กน้อยตัวอ้วนกลมในวัย 8 ขวบ สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตทับด้วยสเวตเตอร์สีครีม ดูสะอาดสะอ้านและหล่อเหลาถอดแบบปะป๊าวิชมาเป๊ะ ๆ"ปะป๊าครับ ผมเซตผมตรงนี้หล่อหรือยัง" กวินเอ่ยถามพลางส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยรอบที่สิบ"หล่อแล้วครับลูกพี่ แต่นี่เรานัดสาวมาบ้านนะ ไม่ได้ไปงานพรมแดง ใจเย็น ๆ ลูก" วิชหัวเราะร่าพลางตบบ่าลูกชายเบา ๆทันทีที่เสียงรถของครอบครัวณัฎเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้าน กวินก็แทบจะพุ่งตัวออกไปรอที่ประตูหน้าบ้านทันที นิสาที่เดินอุ้มเจ้าตัวเล็กลูกชายคนรองที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นานเข้ามาในบ้าน โดยมี น้องลูกขวัญ เดินจูงมือของพ่ออย่างณัฎตามเข้ามาด้วยท่าทางเขินอาย"น้องลูกขวัญครับ! พี่กวินซื้อดอกไม้มาฝาก"กวินวิ่งเข้าไปหาเป้าหมายทันที พร้อมกับชูดอกกุหลาบสีแดงสดที่เขาอ้อนวอนให้ปะป๊าพาไปซื้อจากหน้าโรงเรียนเมื่อวานนี้ส่งให้เด็กหญิงตัวน้อย น้องลูกขวัญรับดอกไม้ไปด้วยท่าทางเก้อเขินก่อนจะขอบใจเบา ๆ ทำให้พี่กวินยิ้มแก้มปริจนเห็นลักยิ้มภาพเด็กสองคนจูงมือกัน
สามเดือนต่อมา... กาลเวลาหมุนผ่านนำพาความสุขมาสู่ชายหาดสีครามที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอรัก รดาในชุดเจ้าสาวแสนสวยเดินเคียงคู่มากับนราวิชญ์ เจ้าบ่าวที่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต โดยมีไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมอย่าง น้องกวิน ในชุดสูทจิ๋วรับหน้าที่สำคัญเป็นผู้เชิญแหวน เดินเตาะแตะนำหน้าด้วยท่าทางขึงขังจนแขกเหรื่อต่างพากันเอ็นดูในกลุ่มแขกเหรื่อที่มาร่วมยินดี นิสา เพื่อนรักของรดาเดินควงคู่มากับ ณัฎ สามีของเธอ พร้อมกับลูกสาวตัวน้อยอย่างน้องลูกขวัญ ถึงแม้นิสากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ จนดูอิดโรยไปบ้าง แต่ใบหน้าเธอกลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง"ดีใจด้วยนะรดา ในที่สุดแกก็มีความสุขจริงๆ เสียที" นิสาเอ่ยพลางกุมมือเพื่อนรักไว้แน่นขณะรดามองเพื่อนอย่างซึ้งใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเพื่อนจะมางานของตัวเองก็ดูสิเพื่อนของเธอแพ้ท้องจนใบหน้าซีดเซียวเหมือนคนไม่มีแรงยังอุตส่าห์ หอบตัวเองมาร่วมงานอีก "ขอบใจมากนะนิสาที่อุตส่าห์มา ทั้งที่ยังแพ้ท้องอยู่แท้ๆ รดาเกรงใจจังเลย""เกรงใจอะไรกัน เพื่อนรักแต่งงานทั้งที ต่อให้แพ้ท้องจนเดินไม่ไหว ฉันก็นั่งรถเข็นมาหาแกจนได้แหละ!" นิสาบอกปนขำ ทำเอาสองสาวหัวเราะออกมาพร้อมกันในขณะที่ผู้ใหญ่กำล
ทันทีที่ถึงคอนโด นราวิชญ์ก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาจัดการช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในวงแขนกว้างแล้วสาวเท้าฉับๆ ตรงดิ่งเข้าห้องนอนด้วยความเร็วสูงจนรดาตั้งตัวไม่ทัน ทว่าทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของที่นอน คนตัวเล็กก็รีบเบี่ยงตัวหลบสัมผัสร้อนแรงนั้นทันควัน"ไหนว่าจะเล่าให้ฟังไงคะ! ตั้งแต่ขึ้นรถจนถึงห้อง พี่วิชยังไม่ยอมเล่าสักคำเลยนะคะ" รดาเอ่ยท้วงเสียงหลงพลางใช้มือยันหน้าอกเขาไว้ "ตกลงพี่รู้เรื่องที่สามีเขาตามมาได้ยังไง""โธ่... รดาครับ ขอพี่ก่อนได้ไหม พี่อยากทำรักกับรดาจะแย่แล้วเนี่ย”คนหน้าหล่อเอ่ยบอกเสียงอ้อนวอนใบหน้าที่ดี้ด้าในคราวแรกกับเศร้าสร้อยราวกับเด็กถูกขัดใจ แต่รดากลับลุกขึ้นนั่งตัวตรงกอดอก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า"ถ้าไม่เล่าให้ฟังตอนนี้ ก็เชิญพี่วิชกลับไปนอนที่บ้านเลยค่ะ! รดาจะล็อกห้องด้วย" เธอสั่งเสียงเข้มพลางชี้นิ้วไล่ไปทางประตู"โอเคครับๆ เล่าแล้วครับ ยอมแพ้แล้ว" วิชหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูพลางเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นๆ ของคนช่างซักอย่างหยิกแกมหยอกนราวิชญ์จำต้องยอมจำนน เขาขยับขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียงแล้วรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก ก่อนจ
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันจนน่าอึดอัด นราวิชญ์ ประธานหนุ่มผู้นิ่งขรึมนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เรียบเฉยทว่านัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยรังสีคุกคาม เขาต่อสายเรียก ‘ชัย’ ลูกน้องคนสนิทให้เข้ามาพบทันที"ไปสืบเรื่องวิไลลักษณ์มาให้ละเอียดที่สุด... ฉันต้องการรู้ทุกย่างก้าวของเขานับตั้งแต่ทิ้งกวินไปจนถึงวินาทีที่เหยียบสนามบินสุวรรณภูมิ หาจุดอ่อนของเขามาให้ได้!" น้ำเสียงทุ้มสั่งการเฉียบขาดขณะลูกน้องคนสนิทรับปากก่อนจะเดินออกไปทำงานตามที่เจ้านายสั่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง ร่างสูงของชัยก็กลับเข้ามาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึก ข้อมูลภายในทำให้รอยยิ้มเย็นเยือกปรากฏขึ้นบนมุมปากของนราวิชญ์ทีละน้อย"ได้เรื่องแล้วครับนาย... เรื่องที่เธออ้างว่าเลิกกับสามีฝรั่งเพราะเข้ากันไม่ได้น่ะเรื่องโกหกทั้งนั้น จริงๆ แล้วเธอไปแอบมีชู้เป็นหนุ่มบาร์จนสามีมหาเศรษฐีชาวเยอรมันจับได้ รายนั้นโหดเอาเรื่องครับ เขาซ้อมเธอจนปางตายแล้วสั่งขังไว้ในคฤหาสน์ตัดขาดการติดต่อทุกทาง"ชัยรายงานและเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะขยับแว่นตา "แต่เมื่อเดือนก่อน เธออาศัยจังหวะที่การ์ดเผลอ
รดาหัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู เธอใช้มือบางประคองใบหน้ากลมพ่วงของเด็กน้อยขึ้นมาแล้วกดจมูกหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกชายเป็นการตอบแทนอย่างหนักแรง จนคนตัวโตที่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้งเข้าเสียแล้ว"หอมแต่ลูก... แล้วปะป๊าไม่ได้รับอนุญาตให้หอมบ้างเหรอครับ?"นราวิชญ์แกล้งทำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้หวังจะได้รับส่วนแบ่งความรักบ้างรดาเหลือบมองคนขี้อ้อนก่อนจะหลุดยิ้มหวาน เธอโน้มตัวไปประทับจูบแผ่วเบาที่แก้มสากที่มีไรหนวดจาง ๆ ของเขา "หอมแล้วค่ะ... พอใจหรือยังคะ?""นิดหน่อยครับ แต่ถ้าได้ทานฝีมือรดาด้วย พี่คงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย"คนที่ได้รับจูบพูดออกมาพลางยิ้มออกมาจนตาหยี"ถ้าอย่างนั้น เช้านี้รดาทำอาหารให้ทานนะคะ" รดาเสนอพลางลุกขึ้นยืนเตรียมตัวเข้าครัวทว่าไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมที่นั่งอยู่ตรงกลางกลับรีบชูมือสลอน "น้องกวินช่วยด้วย! น้องกวินอยากเป็นลูกมือหมามี้รดาครับ แล้วหมามี้รู้ไหม... ปะป๊าทำไข่เจียวอร่อยที่หนึ่งในโลกเลยนะ!"ไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมพูดพลางยกมือชูนิ้วโป้งสั้นป้อมชมปะป๊าตัวเองขณะที่คำชมของลูกชายทำเอานราวิชญ์ยืดอกอย่างภูมิใจ "ในเมื่อลูกเชียร์ขนาดนี้ พี่คงต้องโช
เมื่อเห็นว่ารดาเริ่มสงบลงและยอมซุกหน้ากับอกเขาอย่างคนยอมจำนน นราวิชญ์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เขาค่อยๆ ช้อนอุ้มร่างบางที่ยังคงสะอื้นเบาๆ ไปวางลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม โดยมีร่างของน้องกวินนอนหลับสนิทอยู่อีกฟากหนึ่งคนตัวโตไม่ได้ถอยห่าง แต่เขากลับทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง รั้งร่างบางของคนขี้แยเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง คราวนี้รดาไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแต่ซบหน้าลงกับไหล่หนา ปล่อยให้เขาลูบผมปลอบประโลมอย่างนุ่มนวล"ร้องข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ พี่ใจจะขาดนะรู้ไหม" เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู "รดาสำคัญกับพี่มากนะ... มากจนพี่ไม่มีวันยอมให้เรื่องบ้าๆ พวกนี้มาทำให้เราหลุดมือไปเด็ดขาด"ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองคนหน้าหล่อที่จ้องเธออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาของเขาไม่มีแววล้อเล่น มีเพียงความรักและความอ้อนวอนที่เปี่ยมล้น "รดาขอโทษคะ... รดาแค่กลัว กลัวว่ารดาจะเป็นได้แค่คนคั่นเวลาตอนที่พี่เหงา"เสียงหวานพูดอย่างแผ่วเบาในสิ่งที่ตัวเองคิด"คนคั่นเวลาที่ไหนจะทำให้พี่คลั่งได้ขนาดนี้ครับ?" นราวิชญ์ยิ้มบางๆ พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มเธอออกอย่างเบามือ "คืนนี้พี่จะไม่ไปไหน พี่จะอยู่ตรงนี้... กอดรดาไว้แบบนี้ทั







