ログイン
ท่ามกลางไอร้อนระอุของเตาแก๊สและกลิ่นหอมฉุนของพริกขี้หนูสวนผัดกระเทียมที่โชยฟุ้งไปทั่วบริเวณบาทวิถี ข้างตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวง
เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะดัง เคร้ง! เคร้ง! เป็นจังหวะอย่างฉะฉาน
"พะพาย" หญิงสาวร่างเล็กในชุดเสื้อยืดสีขาวพับแขนและผ้ากันเปื้อนสียีนส์ซีดๆ กำลังควงกระทะผัดกะเพราด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
ใบหน้าเนียนใสมีเม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมจนต้องใช้หลังมือคอยปาดออกอยู่บ่อยครั้ง แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับเปล่งประกายความสดใสและพลังบวกออกมาอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย
กลิ่นหอมไหม้ของใบกะเพราแท้ไม่ใส่ถั่วฝักยาว ลอยไปเตะจมูกมนุษย์ออฟฟิศที่กำลังเดินหิ้วท้องหิวกระจายออกมาจากตึกสูงรอบๆ จนทำให้หน้าร้านรถเข็นเล็กๆ ที่ติดป้ายไวนิลเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า "กะเพราอินดี้ พายสู้ชีวิต" มีแถวผู้คนยืนต่อคิวกันยาวเหยียดจนล้นทางเท้า
"กะเพราหมูสับเผ็ดๆ ไข่ดาวกรอบๆ ไข่แดงเยิ้มได้แล้วค่ะพี่! ทานให้อร่อยนะคะ!" พะพายยื่นกล่องข้าวชานอ้อยให้ลูกค้าหนุ่มแว่นคนหนึ่งพร้อมรอยยิ้มกว้างจนตาหยี
"ขอบคุณครับน้องพาย แหม...ได้รอยยิ้มแม่ค้าแถมมาด้วย แบบนี้พี่มีแรงทำงานถึงค่ำเลย" ลูกค้าหนุ่มแซวพลางรับกล่องข้าวไปอย่างอารมณ์ดี
"ระวังจะตาค้างเพราะความเผ็ดของพริกขี้หนูสวนร้านพายมากกว่านะคะพี่ ฮ่า ๆ!" หญิงสาวหัวเราะร่าพลางตวัดตะหลิวลงกระทะเพื่อเริ่มทำออเดอร์ถัดไปทันที
สำหรับพายแล้ว รอยยิ้มและเสียงหัวเราะคือสิ่งเดียวที่เธอใช้เป็นเกราะกำบังความทุกข์ในชีวิต ครอบครัวของเธอไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนคนอื่น
พ่อเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเด็ก ทิ้งให้เธออยู่กับแม่ที่ตอนนี้แก่ชราและล้มป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ค่ารักษาพยาบาลและค่ายาในแต่ละเดือนสูงลิบลิ่ว
แถมซ้ำร้ายพี่ชายเพียงคนเดียว กลับหลงผิดไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนถูกจับติดคุก ทิ้งภาระหนี้สินนอกระบบก้อนโตไว้ให้เธอตามเช็ดตามล้าง
ทว่าพะพายไม่เคยเอาปมด้อยหรือความรันทดเหล่านี้มานั่งร้องไห้ฟูมฟาย เธอยึดคติว่า
'ในเมื่อฟ้าส่งบททดสอบมหาโหดมาให้ เธอก็จะส่งรอยยิ้มหวาน ๆ สู้กลับไปให้ดู!'
"ยัยพายเอ๋ย เอ็งนี่มันอึดเหมือนควายถึกจริงๆ ข้าละยอมใจ" ป้าดวง แม่ค้าร้านน้ำปั่นข้างๆ เอ่ยปากทักพลางส่งแก้วชานมไข่มุกแช่เย็นเจี๊ยบมาให้
"เอ้า ดื่มดับร้อนซะหน่อย เดี๋ยวจะเป็นลมแดดไปซะก่อน"
"ขอบคุณค่ะป้าดวง พายอึดอยู่แล้ว ถังเช่าขนานแท้ยังต้องเรียกพายว่าพี่เลยป้า ร่างกายนี้ขับเคลื่อนด้วยแรงเงินและค่าหมอแม่ล้วนๆ จ้า!" พะพายหัวเราะเสียงใส รับแก้วน้ำมาดูดอึกใหญ่ให้ชื่นใจ ก่อนจะหันไปสับหมูต่อด้วยท่าทางร่าเริง
ทว่า... ความครึกครื้นและเสียงเจี๊ยวจ๊าวของตลาดนัด กลับต้องเงียบกริบลงฉับพลัน ราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง สายตาหลายสิบคู่ของพนักงานออฟฟิศที่กำลังยืนเคี้ยวลูกชิ้นทอดหรือรอคิวอาหาร ต่างพากันหันไปจับจ้องยังร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งก้าวเดินออกมาจากประตูหน้าต่างกระจกบานยักษ์ของตึกระฟ้าใจกลางเมือง
"คิริน" CEO หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เจ้าของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยีระดับหมื่นล้าน
กำลังเดินตรวจงานภาคสนามและดูความเรียบร้อยรอบตึกพร้อมกับบอดี้การ์ดและเลขาชุดดำอีกสามสี่คน
ชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปลาย คนนี้ มีรูปร่างหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดคลาสสิก ใบหน้าของเขาหวานละมุน นัยน์ตาเรียวยาวคมกริบดุจเหยี่ยว รับกับสันจมูกโด่งสวยและริมฝีปากหยักลึกได้รูป รูปร่างสูงโปร่งเป๊ะทุกสัดส่วน
ภายใต้ชุดสูทสากลสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบหรูหราที่ส่งเสริมสง่าราศีแบบลูกผู้ดีเก่าอย่างชัดเจน ตัวเขาไม่ได้ล่ำบึ้กกล้ามโตจนหนาเตอะ แต่เป็นความเพรียวสมส่วนที่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง
แต่สิ่งที่โดดเด่นและเป็นที่โจษจันมากที่สุดในตัวคิริน ไม่ใช่ความรวยหรือความหล่อ...แต่คือความ "ขรึม"
ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งสนิท ราวกับถูกสลักมาจากก้อนน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบคู่ทอดมองไปทางไหนก็ทำให้พนักงานแถวนั้นเสียวสันหลังวาบไปตามๆ กัน
ตั้งแต่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานบริหารต่อจากผู้เป็นพ่อ แทบไม่มีใครเคยเห็นคิรินหลุดยิ้มหรือหัวเราะเลยสักครั้งเดียว จนทุกคนพร้อมใจกันตั้งฉายา ให้เขาว่า 'บอสหน้าตึง'
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก...จากวันมงคลสมรสอันแสนหวานและอบอุ่น วันเวลาเคลื่อนผ่านไปพร้อมกับท้องของพะพายที่ค่อยๆ ขยายโตขึ้นตามอายุครรภ์"สามีและว่าคุณพ่อมือใหม่" ที่คลั่งรักและเห่อลูกในท้องยิ่งกว่าใครในโลก!ร้าน ครัวพี่น้อง พะพาย & รพี เจริญรุ่งเรืองและเปิดบริการได้อย่างราบรื่น รพีพี่ชายแท้ๆ กลายเป็นเจ้าของร้านผู้มีความสุข ทำหน้าที่บริหารงานและรังสรรค์เมนูอร่อยร่วมกับเชฟมืออาชีพได้อย่างน่าภาคภูมิใจ โดยมีเลขาฯ สมชายและตระกูลวรโชติเมธีแวะเวียนไปอุดหนุนและคอยเป็นกำลังใจให้อยู่เสมอ จนกระทั่ง... วันเวลาแห่งการรอคอยอันยิ่งใหญ่ก็มาถึง!ณ โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำระดับห้าดาวใจกลางเมืองหลวง บรรยากาศหน้าห้องคลอด VIP ตกอยู่ในความตึงเครียดและลุ้นระทึกขีดสุด! คุณกิติตและคุณหญิง เดินสลับเท้าไปมาด้วยความตื่นเต้น ขณะที่ สมชาย กุมมือชูขึ้นฟ้า ยืนสวดมนต์ขอพรให้ทั้งแม่และเด็กปลอดภัยอย่างลนลาน!ภายในห้องคลอดสะอาดสะอ้านที่สว่างไสวไปด้วยไฟศัลยกรรม...พะพายในชุดคนไข้กำลังนอนเหงื่อซึมเต็มหน้าผาก ใบหน้าหวานฉายแววเหน็ดเหนื่อยทว่าแฝงไปด้วยความกล้าหาญของผู้เป็นแม่ โดยมี คิรินนชุดปลอดเชื้อสีเขียว ยืนอยู่ข้างขอบเตียง ชายห
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องอบอุ่นลงบนสนามหญ้ากว้างขวางของคฤหาสน์วรโชติเมธีที่บัดนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดินเพื่อต้อนรับพิธีมงคลสมรสอันแสนยิ่งใหญ่ ละอองหมอกบางๆ ยามรุ่งอรุณเคลียคลอไปกับกลิ่นหอมอบอวลของซุ้มดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์และดอกพีโอนีสีพาสเทลที่ประดับประดาตระกูลวรโชติเมธีไว้อย่างประณีตหรูหราแขกผู้ใหญ่ระดับประเทศ นักธุรกิจชั้นนำของเมืองไทย รวมถึงสื่อมวลชนสายสังคมต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่นปรีดา และที่สำคัญที่สุดคือบรรดาพี่ๆ ของคิรินพร้อมด้วยพี่สะใภ้และหลานๆ ที่เคลียร์คิวงานสำคัญเดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมยินดีกับน้องชายคนเล็กกันพร้อมหน้าพร้อมตา ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบบริเวณงานอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหมายแห่งครอบครัวอย่างแท้จริงภายในห้องรับรองเจ้าสาวอันโอ่อ่า...พะพายยืนส่องกระจกบานใหญ่ในชุดเจ้าสาวสีขาวออฟไวท์เปิดไหล่ เข้ารูปช่วงเอวอย่างประณีตเพื่อพรางครรภ์ที่เริ่มนูนเด่นช้าๆ ตามอายุครรภ์ ชายกระโปรงลูกไม้ทอดยาวระยิบระยับดุจเจ้าหญิงในเทพนิยาย ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มอย่างงดงามลงตัวเปล่งประกายออร่าความเป็นคุณแม่และเจ้าสา
เช้าวันใหม่บริสุทธิ์สดใส สายลมอ่อนๆ ยามเช้าพัดหอบเอาความสดชื่นมาสู่บริเวณหน้าประตูเหล็กดัดบานใหญ่ของเรือนจำกลาง บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและคราบน้ำตาในวันเก่าบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความหวังและรอยยิ้มแห่งการเริ่มต้นใหม่รถยนต์ซีดานคันหรูระดับพรีเมียมของตระกูลวรโชติเมธีแล่นเข้ามาจอดสนิทอยู่ตรงจุดรอรับผู้พ้นโทษ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนี้ยบกริบของ คิรินก้าวลงจากรถเป็นคนแรกชายหนุ่มหมุนตัวไปหมุนเปิดประตูประคอง พะพายที่บัดนี้ครรภ์แก่อย่างเห็นได้ชัด ท้องนูนโตอุ้ม เบบี๋ตัวน้อยไร้ซึ่งความซูบซีด เหลือเพียงออร่าความอบอุ่นและเปล่งปลั่งของความเป็นแม่คนอย่างเต็มเปี่ยม"ระวังนะพะพาย ค่อยๆ ก้าวลงมานะครับ" คิรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ อ่อนโยนและระมัดระวังทุกฝีก้าว มือหนากอดประคองเอวบางไว้ไม่ห่าง"พายไม่เป็นไรค่ะคุณคิริน พายตื่นเต้นตื่นเช้าจนนอนแทบไม่หลับเลยค่ะ" พะพายส่งรอยยิ้มแฉ่งสดใส นัยน์ตากลมโตสุกใสจับจ้องไปที่ประตูเหล็กดัดบานโตด้วยความตื่นเต้นและรอคอยสมชายที่สวมชุดสูทสุภาพเดินถือถาดกุญแจและเอกสารตามหลังมา อมยิ้มด้วยความปิติยินดี"ตื่นเต้นแทนน้องพายเลยครับ! อีกไม่กี่นาทีพี่รพีก็จะได้รับอิสรภา
หลังจากที่ความหวานละมุนและความเข้าใจบนโต๊ะตรวจทานรายการงานแต่งงานลงตัว พะพายก็นั่งอิงแอบอยู่กับแผงอกแกร่งของคิริน นัยน์ตากลมโตสุกใสฉายแววครุ่นคิดบางอย่างขึ้นมาอย่างจริงจัง เด็กสาวเอียงใบหน้ามองสามีหนุ่มผู้ทรงอำนาจที่กำลังบรรจงลูบฝ่ามือลงบนหน้าท้องนูนต่ำของเธออย่างอ่อนโยน"คุณคิรินคะ..." พะพายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มหวาน"ว่าไงครับ หิวขนมไทยขึ้นมาแล้วเหรอ" คิรินถามด้วยรอยยิ้มอมยิ้มกริ่ม นัยน์ตาคมคายทอดมองด้วยความเอ็นดู"ไม่ใช่เรื่องขนมค่ะ..." พะพายส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะจับมือหนาของเขามากุมไว้แน่น นัยน์ตาฉายแววขอความเห็นใจและความตั้งใจจริง"พายกำลังคิดถึงเรื่อง พี่รพีน่ะค่ะ...อีกแค่สองเดือนพี่รพีก็จะพ้นโทษออกมาเริ่มชีวิตใหม่ข้างนอกแล้ว แต่ด้วยความที่เคยมีประวัติ พายกลัวว่าพี่รพีจะหางานทำลำบาก แล้วก็อาจจะรู้สึกท้อแท้จนหมดกำลังใจ"คิรินนิ่งฟังอย่างใส่ใจ ชายหนุ่มขยับกายดึงร่างบางเข้ามาซบกับอกแกร่ง "แล้วพายวางแผนไว้ยังไงครับ?""พายอยากจะขออนุญาตคุณคิริน...ใช้เงินเก็บส่วนตัวของพายผสมกับเงินที่คุณคิรินเคยให้ไว้ นำไปเปิดร้านอาหารตามสั่งและอาหารไทยโบราณ เล็กๆ ร่วมกับพี่รพีค่ะ"พะพายร่ายยาวทำตาโตฉา
หลังจากคุยเรื่องผู้หลักผู้ใหญ่และรายละเอียดพิธีการเสร็จสิ้น คิรินและพะพายก็แยกตัวนำเอกสารและแคตตาล็อกรายการจัดงานแต่งงานมานั่งตรวจทานร่วมกันที่ห้องรับแขกส่วนตัว เพื่อเตรียมงานในส่วนของอาหารและขนมที่จะใช้ต้อนรับแขกเหรื่อภายในงานมงคลสมรสที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทว่า... บรรยากาศการเตรียมงานที่ควรจะราบรื่น กลับกลายเป็นการ เถียงกันเล็กน้อย ของว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมือใหม่ที่ดูแล้วชวนขบขันและน่าเอ็นดูเป็นที่สุด"พะพาย...ฉันดูเมนูอาหารคาวและขนมหวานจากเชฟระดับมิชลินสตาร์สามดาวที่ฉันสั่งตรงมาจากฝรั่งเศสแล้วนะ ฉันคิดว่าเราควรจะจัดเซ็ตเมนูฝรั่งเศสแท้ๆ มีคอร์สอาหารแปดอย่าง เสิร์ฟคู่กับไวน์และแชมเปญราคาแพง ขนมหวานก็ต้องเป็นมาการองทองคำ คาเวียร์ แล้วก็มูสช็อกโกแลตจากเบลเยียม แขกเหรื่อที่มางานระดับมหาเศรษฐีจะได้ประทับใจ"คิรินเอ่ยน้ำเสียงจริงจังพลางชี้ใบบันทึกรายการอาหารให้เมียรักดูพะพายเหลือบสายตามองรายการอาหารที่คิรินเสนอมาแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นทันควัน เด็กสาวส่ายหน้าเบาๆ พลางดึงแคตตาล็อกกลับมาหาตัวเอง"ไม่เอาค่ะคุณคิริน! อาหารฝรั่งเศสอะไรของคูณมีแต่ครีม มีแต่ชีส เลี่ยนจะตายไป แขกผู้ใหญ่ฝั่งคุณพ่อ
ตัดฉากกลับมาที่ความอบอุ่นอบอวลภายในคฤหาสน์วรโชติเมธี...หลังจากมรสุมร้ายพัดผ่านพ้นไป ดอกไม้แห่งความสุขก็เริ่มเบ่งบานช้า ๆเมื่อเรื่องราวคดีความอันแสนวุ่นวายคลี่คลายลงจนเข้าที่เข้าทาง พลันข่าวดีเรื่องการตั้งครรภ์ของพะพายก็ได้รับการดูแลอย่างทะนุถนอมที่สุดจากทุกคนในบ้านและบัดนี้ วันเวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง เมื่อ คุณหญิงดาริกาได้นำใบนัดหมายฤกษ์ยามมงคลที่เพิ่งไปกราบขอมาจากพระผู้ใหญ่ระดับเจ้าคุณที่เคารพนับถือมาคลี่ออกกลางโต๊ะอาหาร"มาแล้วจ้า! ฤกษ์แต่งงานที่ดีที่สุดของปีนี้! หลวงพ่อท่านบอกว่าเป็นฤกษ์มหาจักรพรรดิ ใครแต่งวันนี้จะอยู่เย็นเป็นสุข ทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา และลูกในท้องจะเกิดมาเป็นอภิชาตบุตร เลี้ยงง่ายโตไว!"คุณหญิงดาริกาเอ่ยเสียงใส ใบหน้าอิ่มเอิบไปด้วยความสุขพลางยื่นกระดาษฤกษ์ให้สามีดู"ยอดเยี่ยมมากคุณดาริกา เรื่องแต่งงานของตาคิรินกับหนูพายต้องจัดให้สมเกียรติตระกูลเราที่สุด" คุณกิตติบิดาของคิรินเอ่ยสำทับด้วยรอยยิ้มกว้างขวางพลางจิบชาอย่างอารมณ์ดี"ผมสั่งให้คนเคลียร์วันและส่งการ์ดเชิญล่วงหน้าไปให้บรรดาแขกผู้ใหญ่ระดับประเทศ นักธุรกิจชั้นนำ แล้วก็เพื่อนสนิทมิตรสหายหมดเรียบร้อยแล้ว ง







