INICIAR SESIÓNการแต่งงานของพวกเขาทั้งสองเริ่มจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต้องการเป็นดองกันเพื่อผลประโยชน์และอยากให้ลุกหลานของตัวเองรักษาไว้จึงจับหลานคลุมถุงชนและมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะต้องมีทายาทก่อนถึงจะได้รับมรดกทั้งหมด แต่เขามีแฟนแล้วไม่ได้รักเธอ ส่วนเธอไม่อยากมีลูกที่ไม่ได้เกิดมาจากความรักและสุดท้ายพวกเขาก็ต้องแต่งงานกันเพื่อคนที่พวกเขารักและเธอก็พยายามจะมีทายาทต่อให้ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล
Ver másบ้านทรงไทยหลังใหญ่ตั้งอยู่ริมคลองย่านเมืองนนท์มีบริเวณกว้างขวางกว่ายี่สิบไร่มีผลไม้ทุกฤดูกาลวางขายริมคลองและมีนายสนั่นกับนางชวนชมสองตายายอาศัยอยู่และปกติจะมีตายายและหลานสาวหลานชายอาศัยอยู่ด้วยหลังเรียนจบก็เข้าไปช่วยงานที่โรงแรมหรูหกดาวที่นายสนั่นลงทุนร่วมหุ้นกับเพื่อนรักมานานกว่าสามสิบปีจนติดอันดับหนึ่งในสิบโรงแรมหรูในเมืองไทยที่มีกว่ายี่สิบแห่งทั่วประเทศที่ขยายเพิ่มตอนลูกเขยและลูกสาวมาสานต่อแล้วทั้งสองเลิกกันตอนหลานสาวหลานชายอายุแปดขวบกับหกขวบและลูกสาวของนายสนั่นเสียชีวิตในอีกสองปีถัดมาและนายสนั่นกับภรรยาก็ไว้ใจให้ลูกเขยช่วยดูแลบริหารต่อพร้อมกับลูกชายของเพื่อน และยังมีโรงแรมรีสอร์ทระดับกลางอีกหลายแห่งทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่คอนโดหรูกลางเมืองกับน้องชายและเสาร์อาทิตย์หลานสาวก็จะมานอนด้วย แต่จากหลังหลานสาวแต่งงานก็ย้ายไปอยู่บ้านใหม่กับสามีก็มาทานอาหารกับตายายทุกวันเสาร์ยกเว้นมีธุระจึงไม่ได้มา ส่วนลูกสาวของนายสนั่นกับนางชวนชมเสียชีวิตเพราะโรคร้ายหลังจากเลิกกับสามีได้สองปี
“ใครมาอีกล่ะนั่นตา” ยายชวนชมได้ยินเสียงรถจอดหน้าบ้านก็ถามสามีที่นั่งตรงชานเรือนถึงเธอกับสามีจะเป็นชาวสวนแต่มีฐานะร่ำรวยหรือรียกว่าผ้าขี้ริ้วห่อทองแค่ที่ดินยี่สิบไร่ทำเลทองก็หลักร้อยล้านและที่ขายไปกว่าร้อยไร่ให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่และหมู่บ้านจัดสรรคอนโดก็หลายร้อยล้านและบ้านสวนของพวกเขาถูกล้อมด้วยความเจริญทั้งห้างสรรพสินค้าและหมู่บ้านเศรษฐี
“ยังไม่ลงจากรถแท็กซี่เลย อ้อ ยัยพั้นซ์มาน่ะยาย” ตาสนั่นตอบภรรยาเมื่อเห็นหลานสาวลงจากรถแท็กซี่เพราะปกติจะมีคนขับรถมาส่งหรือไม่ก็หลานเขยมาส่งหรือขับรถมาเอง
“จริงเหรอตาแต่นี่มันวันพุธนี่นา ทำไมยัยพั้นซ์ถึงมาได้ล่ะ” ยายชวนชมถามสามีด้วยความแปลกใจปกติหลานสาวจะมาหาอาทิตย์ละครั้งเพราะต้องทำงาน
“หลานมาแล้วก็ถามเอาเองสิยาย” ตาสนั่นพูดกับภรรยาเพราะนั่งอยู่ด้วยกันจะรู้ได้ยังไงพอเห็นท่าทางของหลานสาวก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“สวัสดีค่ะตายาย” วธูเดินขึ้นมาบนเรือยกมือไหว้ตายายแล้วนั่งลงข้างยาย
“พั้นซ์มาได้ยังไงลูก ทำไมนั่งแท็กซี่มาล่ะแล้วพ่อเทมส์ไม่มาด้วยเหรอลูก” ยายชวนชมถามหลานสาวที่มีสีหน้าไม่สู้ดีจึงลูบศีรษะเบาๆด้วยความรักใคร่
“ยายจะให้พั้นซ์ตอบคำถามไหนก่อนดีคะ” เสียงหวานแหบพร่าถามยายแล้วยิ้มให้ท่าน
“ก็แล้วแต่พั้นซ์จะตอบยายสิลูก เสียงแหบแบบนี้ไม่สบายหรือเปล่าลูก” ยายชวนชมยกมือขึ้นอังหน้าผากของหลานสาว "ตัวร้อนด้วยนี่ลูก"
“พันซ์รู้สึกไม่สบายก็เลยหยุดงานไปหาหมอแล้วเลยมาหาตายายนี่แหละค่ะ” เมื่อวานเธอไปตรวจงานโรงแรมที่กระบี่พร้อมกับกาญธิดาเพื่อนสนิทและเป็นน้องสาวของสามีและเธอปวดหัวตั้งแต่เมื่อคืนจึงกินยาแล้วนอนแล้วเช้ามาไม่ดีขึ้นจึงไปหาหมอและหมอบอกว่าเธอเป็นไมเกรนเพราะพักผ่านไม่เพียงพอจึงให้ยามากินแล้วเดินทางกลับกรุงเทพพร้อมกับกาญธิดาแล้วแยกมาพักผ่อนที่บ้านสวนเพราะที่นี่ทำให้เธอเป็นตัวของตัวเองมีอิสระ แม้ว่าเธอกับกฤติธีจะไม่ได้รักกันแต่พวกเธอก็เต็มใจแต่งงานกับเขาเพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเองและไม่ให้ทรัพย์สินของตระกูลตกไปเป็นของคนนอกตามที่ปู่ย่าและตายายของเขากับเธอได้สัญญากันไว้ตอนร่วมหุ้นทำธุรกิจด้วยกันจนตอนนี้มีทั้งโรงแรมรีสอร์ทและคอนโดทั้งขายและเช่าในเมืองท่องเที่ยวทั่วเมืองไทยและยังขยายไปต่างประเทศและทำเงินให้มหาศาลและยังมีอสัหาริมทรัพย์อีกมากมายและปู่ย่าตายายของเขากับเธอได้ทำสัญญากันไว้จึงตกมาที่รุ่นเธอกับสามี
“งั้นก็พักผ่อนนะลูก ว่าแต่พันซ์ทานข้าวเช้ามาหรือยังลูก ดูสิมัวทำแต่งานพั้นซ์ทำงานหลานยายผอมลงไปเยอะเลยเดี๋ยวยายให้นอมมันทำอาหารให้นะลูก” ยายชวนชมพูดกับหลานสาวอย่างอ่อนโยนเพราะวธูกับอนินทร์เป็นตัวแทนของลูกสาวท่านที่จากไปก่อนะทันเห็นความสำเร็จของลูก
“ไม่เป็นไรค่ะยาย พั้นซ์ยังไม่หิว เอาไว้ทานมื้อเที่ยงทีเดียวเลยละกันค่ะ พั้นซ์ขอไปนอนพักก่อนนะคะ” วธูไม่ได้ตอบยายว่าทำไมสามีไม่มาด้วยก็เพราะเขาไปต่างประเทศเป็นอาทิตย์และกลับบมาตอนเธอไปตรวจงานพอดีจึงไม่ได้เจอกันและรู้ว่าเขาแวะหาแฟนสาวของเขาที่อังกฤษเพราะแฟนของเขาส่งรูปมาให้ดูและเหตุนี้ทำให้เธอนอนไม่หลับเพราะถูกแฟนขอเขาก่อกวนแต่ไม่คิดจะบอกเขาและถ้าเธอหมดความอดทนเมื่อไหร่จะจัดการเอง
“งั้นตาเข้าสวนไปดูผลไม้มาให้หลานดีกว่านะ” ตาสนั่นบอกหลานสาวก่อนจะลงจากเรือนเพื่อเข้าไปดูผลไม้ในสวนมาให้หลานสาว หากมีเรื่องอะไรเดี๋ยววธูก็คุยให้เขาฟังเอง แม้เขาจะปล่อยมือจากธุรกิจอยู่แต่ในไร่ในสวนแต่เขาก็ติดตามข่าวสารเศรฐกิจอยู่ตลอดเวลาและเขายังเป็นที่ปรึกษาให้ลูกเขยและหลานสาวหลานชาย
วธูก็เข้าห้องนอนส่วนตัวของเธอเพื่อพักผ่อนและเธอได้บอกเพื่อนและพ่อแม่ของสามีไว้แล้วว่าจะค้างบ้านสวนแล้วพรุ่งนี้จะไปทำงาน แต่พ่อแม่ของสามีบอกให้เธอหยุดพักผ่อนให้หายดีก่อนแล้วค่อยมาทำงานเพราะเป็นห่วงลูกสะใภ้ที่เห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกจึงรักและเอ็นดูวธูดุจลูกในไส้ของตัวเอง
ส่วนคนที่ยังไม่รู้ว่าภรรยาไม่สบายก็ทำงานของเขาที่ยุ่งทั้งวันเพราะช่วงนี้ใกล้เทศกาลวาเลนไทน์ทางโรงแรมจึงจัดโปรโมชั่นสำหรับคู่รักที่มาดินเนอร์และพักที่โรงแรมทุกสาขาเครือโรงแรมมันตราคีรี แกรนด์ ไฮเอนด์ กรุงเทพที่มีกว่ายี่สิบแห่งในแหล่งท่องเที่ยวของเมืองไทยตามเกาะใหญ่อย่างภูเก็ต สมุย พะงันและยังมีโรงแรมรีสอร์ทแอนด์สปาอีกหลายแห่งนับไม่ถ้วนและยังมีขยายไปต่างประเททั้งแถบเอเชียและยุโรปและกฤติธีเป็นหลานชายคนโตจึงรับตำแหน่งประธานบริษัทถึงจะเป็นการสืบทอดแต่เขาก็ได้ตำแหน่งมาด้วยความสามารถ ส่วนน้องสาวและญาติพี่น้องก็เป็นกรรมการบริหารและภรรยาของเขาก็เป็นรองประธานบริหารซึ่งแบ่งหน้าที่ตามความสามารถแม้จะมีปัญหาภายในเรื่องความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้างมันก็ไม่ได้รุนแรง
“พี่เทมส์อยู่หรือเปล่าคะคุณบู้” กาญธิดาหรือ แทมมี่ วัยยี่สิบแปดปีสวยเซ็กซี่เปรี้ยวจนเข็ดฟันถามเลขาหน้าห้องของพี่ชายเพราะเธอเพิ่งกลับมาจากไปตรวจงานที่กระบี่กับพี่สะใภ้เพราะมีปัญหาเรื่องอาหารและฝ่ายจัดซื้อวัสถุดิบทุจริตรายการอาหารสดที่ลดคุณภาพไม่ได้มาตรฐานสมกับราคาอาหารที่แพงทำให้ลูกค้าร้องเรียนจึงต้องไปจัดการพร้อมกับพี่สะใภ้วัยเดียวกันและยังเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็กและกลับมาถึงกรุงเทพเมื่อตอนสายของวันนี้และไล่เพื่อนรักไปพักผ่อน
“อยู่ครับ แต่จะมีประชุมเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาครับ” บุพกรเลขาคนสนิทที่คอยดูแลจัดการเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวของเจ้านายมาตั้งแต่กฤติธีเข้ามารับตำแหน่งประธานบริษัทตอบน้องสาวของเจ้านาย
“ผลั้วะ..”
“แทมมี่เข้าห้องทำงานพี่ทำไมไม่เคาะประตู” กฤติธีหรือเทมส์ หนุ่มหล่อวัยสามสิบสองปีเขาเพียบพร้อมด้วยรูปร่างหน้าตาการศึกษาและชาติตระกูลมีฐานะร่ำรวยและยังเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่สามารถพาธุรกิจเติบโตได้ภายในไม่ถึงห้าปี พอเสียงประตูเปิดก็เงยหน้าขึ้นแล้วเอ็ดน้องสาวที่เปิดประตูเข้ามาขณะที่เขากำลังทำงานเพลินๆ
“ขวัญอ่อนจริงนะพี่เทมส์ แล้วมาทำงานอยู่นี่รู้หรือเปล่าว่าพั้นซ์มันไม่สบาย” กาญธิดามาถึงก็ใส่พี่ชายที่นั่งทำงานหน้าตาเฉยทั้งที่เมียไม่สบาย
“แล้วพี่จะรู้ได้ยังไงว่าพั้นซ์ไม่สบาย ไม่ได้เจอกันเป็นอาทิตย์แล้วนะ” ชายหนุ่มนิ่วหน้าแล้วคิดถึงคนตัวเล็กที่ไม่ได้เจอหน้ากันเป็นอาทิตย์และมันก็เป็นเรื่องปกติของเขากับเธอหากไม่มีธุระร่วมกันก็ไม่ค่อยได้เจอวธูและเขาเองเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเมื่อวานและเพิ่งจะรู้ว่าภรรยากับน้องสาวไปตรวจงานที่กระบี่
วธูแบะปากใส่เพื่อนแล้วกดตัดสายเพราะเธอไม่ได้เป็นพี่สะใภ้ของเพื่อนจริงๆ แต่เป็นแค่พี่สะใภ้ในนามเท่านั้นและพี่สะใภ้ตัวจริงของกฤติธีก็อยู่ที่ฝรั่งเศสโน่นต่างหากล่ะเช้าวันถัดมากฤติธีเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิห้านาฬิกาและเขาก็ให้เลขาจองตั๋วไว้เดินทางไปสมุยด้วยเครื่องบินเที่ยวแรกเวลาหกนาฬิกาสิบนาทีไว้ให้จึงไปนั่งดื่มกาแฟรอแม้จะรู้ว่าวธูปลอดภัยแต่เขาต้องการคุยกับพงศกรให้รู้เรื่อง“ตู้ดดๆๆ..” เสียงโทรศัพท์ของวธูดังขึ้นปลุกหญิงสาวตื่น“ฮาโหล..”“พั้นซ์ตื่นหรือยัง”“ก็ตื่นตอนที่พี่เทมส์โทรมาค่ะ”“พี่มาถึงสุวรรณภูมิแล้วกำลังจะบินต่อไปสมุย พี่ให้เลขาเลื่อนตั๋วของพั้นซ์กลับพร้อมพี่เวลาสิบเอ็ดนาฬิกานะ”“แล้วพี่เทมส์มาทำอะไรคะ”“ไปจัดการไอ้กรไง”“ไม่ต้องหรอกค่ะ ให้มันจบไปดีกว่าค่ะ”“ไม่ได้หรอกพั้นซ์ คนอย่าไอ้กรมันไม่เห็นหัวใครหรอกขนาดพ่อมันป่วยหนักมันยังกล้าล็อบบี้ผู้ถือหุ้นเลยหากไม่จัดการมันเกิดคราวหน้ามันวางยาพั้นซ์อีกจะทำยังไง”“แต่ว่า..”“ไม่มีแต่ครับ เดี๋ยวพี่จัดการเองครับ แค่นี้นะพักผ่อนต่อเถอะไปถึงแล้วพี่จะโทรหา” กฤติธีพูดจบก็วางสายแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มและถอนหายใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น“คน
“เชิญครับ พรุ่งนี้ก็คงจะรู้ว่าคุณใส่อะไรลงไปในแก้วของคุณพั้นซ์” ภานุไม่ปิดบังและเปิดเกมก่อนย่อมได้เปรียบ “อ้อ ผมมีหลักฐานด้วยนะครับ หากจะฟ้องก็ดูหลักฐานก่อนจะดีกว่าครับ”“ไม่จริง กูไม่ได้ทำอะไร มึงใส่ร้ายกู คอยดูนะกูจะฟ้องโรงแรมของเจ้านายมึงให้หมดตัวเลยคอยดู” คนอย่างเขาไม่ยอมจนมุมง่ายๆแน่นอน“เชิญครับ แต่ตอนนี้ถ้าคุณไปเข้าห้องผมจะให้พนักงานลากคุณออกไปจากโรงแรมครับ” ภานุพูดอย่างสุภาพและหนักแน่นแล้วจ้องมองพงศกรด้วยสายตาแข็งกร้าวดุดัน“มึกกล้าเหรอไอ้กระจอก ถุ้ยย..”“แน่ใจนะครับว่าไม่ไป น้องมานี่หน่อย” ภานุเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาหาเพื่อจะให้มาจับพงศกรโยนออกไปจากโรงแรม“เอาสิวะ กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าโรงแรมหกดาวจะจับลูกค้าวีไอพีอย่างกูโยนออกจากโรงแรม มาสิวะ เข้ามาเลยไอ้ขี้ข้าทั้งหลาย เฮ้ยยๆ ปล่อยกูนะ ปล่อยสิวะ ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ กูบอกให้ปล่อยไงวะ” พงศกรเอะอะโวยวายเสียงดังเมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยเขามาล้อตัวล็อกแขนของเขาไว้วธูยืนฟังอยู่ตรงประตูห้องได้ยินพงศกรพูดทุกอย่างก็ยิ่งทำให้เธอโกรธเขาทั้งที่ถูกจับได้ยังไม่ยอมรับและภานุก็มีหลักฐานจริงและที่ทำแบบนี้คงได้รับคำสั่งมาจากกฤติธ
“เชิญครับคุณพั้นซ์” ภานุเดินมากันพงศกรไม่ให้เข้าใกล้เจ้านายสาวแล้วเดินตามออกไปจากห้องอาหารอย่างรวดเร็ว“ทำไมไม่ตามไปวะ”“โธ่เว้ย..” พงศกรทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มด้วยความหงุดหงิด“เดี๋ยวไอ้หมอนั่นสวมรอยมึงกันพอดีหรอก”“ดื่มแค่นั้นยาไม่ทันออกฤทธิ์หรอก เดี๋ยวค่อยตามไป” พงศกรตอบเพื่อนเบาๆแล้วยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มดับอารมณ์และรอเวลากลับห้องในจังหวะที่ยาออกฤทธิ์ดีที่เขาสั่งยาแรงมาเพราะกลัวไม่สำเร็จวธูเดินลิ่วออกจากคลับหรูแล้วห้องตรงดิ่งไปห้องน้ำอย่างรวดเร็วก่อนจะล้างมือแล้วล้วงคออาเจียนน้ำส้มที่ดื่มเข้าไปออกมาจนหมดท้องหมดไส้“อืม..” หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วบ้วนปากล้างหน้าก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ “พั้นซ์ต้องกลับห้องเดี๋ยวนี้ค่ะ”“ยาออกฤทธิ์เหรอครับ”“ไม่ค่ะ แต่พั้นซ์ต้องไปล้วงคออาเจียนออกมาให้หมดค่ะ” วธูพูดไปด้วยแล้วเดินเร็วไปที่ลิฟต์มีภานุเดินตามไปติดๆ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่นุอย่าให้ใครเข้ามาในห้องพั้นซ์นะคะ”เมื่อถึงห้องพักของวธูร่างเล็กบอบบางก็หายเข้าไปแล้วล็อกประตูอย่างแน่นหนาและมีภานุยืนเฝ้าหน้าห้องเพื่อความปลอดภัยของเจ้านาย"ไอ้บ้าเอ้ย ไม่น่านับถือเป็นพี่เลยทำได้ยังไงเลวจริงๆ" ว
“คุณพั้นซ์ใจกว้างนะคะ”“เปล่าหรอกค่ะ การที่เราให้อิสระกันและกันมันคือการไว้ใจกันค่ะ ถ้าชีวิตผูกติดกันตลอดเวลาคงน่าเบื่อแย่นะคะ”“แต่ เมนี่ได้ข่าวว่าคุณเทมส์ไปต่างประเทศแล้วคุณพั้นซ์ไม่คิดอะไรจริงเหรอคะ”“แล้วทำไมต้องคิดด้วยล่ะคะ”“ก็แหม จะพูดดีมั้ยคะ”“พูดมาเถอะค่ะ”“ก็แฟนเก่าของคุณเทมส์อยู่ปารีสไม่ใช่เหรอคะ แล้วเขาไปแบบนี้จะไม่แวะไปเจอกันเหรอคะ”“เมนี่ครับ พูดเรื่องอื่น..”“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าพี่เทมส์จะแวะไปทักทายแฟนเก่ามันก็เรื่องของเขาค่ะ ตราบใดที่เขายังไม่ได้ทำอะไรผิด”“แล้วน้องพั้นซู้ได้ยังไงว่านายเทมส์จะไม่ทำผิดต่อน้องพั้นซครับ ที่นั่นไกลหูไกลตาและอยู่ในที่รโหฐานแบบนั้นทุกคนก็ต้องคิดกันนั้งนั้นครับ” พงศกรพูดด้วยความไม่มพอใจและหมั่นไส้กฤติธีที่วธูเข้าข้าง“ไม่รู้สิคะแต่พั้นซ์เชื่อใจพี่เทมส์ค่ะ”“นายเทมส์โคดีนะที่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ดีและใจกว้างดุจแม่น้ำ เฮ้อ แล้วผมจะโชคดีบ้างมั้ยเนี่ย” นรุมต์พูดหยอกเย้าไม่คิดว่าวธูจะโง่เชื่อกฤติธี“งั้นมาชนแก้วแสดงความยินดีกับคุณพั้นซ์หน่อยค่ะ เผื่อเมนี่จะมีสามีเพอร์เฟคเหมือนคุณเทมส์บ้างค่ะ” เมนี่พูดจบก็ยกแก้วขึ้นชนกับทุกคนรวมถึงวธูที่ยกแก้วน้ำส้





