Share

Chapter 5 หลงเด็ก

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-18 13:05:51

ในขณะที่นับดาวกำลังร่ายยาว เสียงเพลงสายเรียกเข้ามือถือของผมก็ดังขึ้น ผมเอานิ้วชี้ขึ้นมาจุปาก เพื่อให้น้องสาวเงียบไว้ เพราะเบอร์โทรเข้าเป็นของมารดา                                                                   

"เงียบเลยนะน้อง คุณนายแม่โทรมาคงเป็นเรื่องเจสซี่แน่ๆ" แล้วผมก็หยิบโทรศัพท์มากดรับสาย            

"สวัสดีครับคุณหญิงลินดา มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ" ผมพูดเสียงหวานออดอ้อนไปตามสาย     

"แกไม่ต้องมาพูดดีเลยนะตาภู แกรู้ไหมว่าตอนนี้หนูเจสซี่เขาเสียใจแค่ไหน ทำไมแกเป็นคนแบบนี้ ไม่มีความรับผิดชอบปล่อยผู้หญิงไว้แบบนั้นได้ยังไง ความเป็นสุภาพบุรุษของแกหายไปไหนหมด"             มารดาผมร่ายยาวราวกับพระเทศน์  ไม่รู้ว่านางไปหลงเสน่ห์อะไรของเจสซี่ ถึงได้เข้าข้างกันมากขนาดนี้            

"แม่ครับพอดีผมมีนัดกับลูกค้ารายสำคัญ ก็เลยขอตัวออกมาก่อน"                                     

"แกไม่ต้องมาแก้ตัวเลยนะ! ฉันโทรหาเลขาแกแล้ว แกไม่ได้ไปไหน ลูกค้าอะไรนั่นก็ไม่มี เย็นนี้แกไปรับหนูเจสซี่มาทานข้าวที่บ้านเลยนะ ตาภู แม่มีเรื่องจะคุยด้วย "                                      

"เย็นนี้ผมไม่ว่างครับแม่"                                                             

"เย็นนี้แกก็ว่าง ฉันเช็คจากเลขาแกแล้ว แกว่างทั้งวันเลยนะวันนี้ ถ้าแกยังเห็นฉันเป็นแม่อยู่ละก็ อย่าปฏิเสธความหวังดีของฉัน”  ผมคงปฏิเสธอะไรไม่ได้ เพราะแม่ยังไงก็เป็นแม่อยู่ดี ก็เลยจำใจต้องต้องตอบตกลงออกไป                                                                      

“ตกลงครับแม่ แค่นี้นะครับ ผมรักแม่นะครับ" ผมรีบกดวางสายแล้วหันหน้ามาหาน้องสาวอันเป็นที่รัก และเธอก็เป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดสำหรับผมในเวลานี้                                                                            

"พี่ก็ตามน้ำไปก่อนแล้วกัน พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอ แม่ก็คือแม่บวกกับคุณเจสซี่อะไรนั่น น้องบอกเลยว่างานนี้ อิฐ หิน ปูน ล้วนๆ ไม่มีทรายผสม งานหยาบก็มาค่ะพี่ชายสุดที่รัก"                                                    

"พี่ไม่ขำ"                                                                                               

"ก่อนหน้านี้ใครนะ น้องพูดอะไรก็ขำเอาขำเอา อิอิ"                                   

"แต่ตอนนี้พี่ขำไม่ออกแล้ว ท่าทางนายแม่เอาจริง"                         

"ไปเก็บของ แล้วไปรับคุณเจสซี่ น้องจะไปด้วยเป็นไม้กันหมาให้  อย่าเครียดเดี๋ยวน้องช่วยเอง เชื่อสิฝีมือนับดาวซะอย่าง"                           

อย่างน้อยในยามนี้ เวลาที่ผมเครียดก็ได้น้องสาวที่น่ารักอย่างนับดาวคอยอยู่ข้างๆ  แต่ผมอุตส่าห์จะรีบกลับบ้านซื้อของไปให้ยายจุ้นสักหน่อย วันนี้คงผิดแผนแล้วแถมยังมีเรื่องให้ต้องปวดหัวอีก

ผมไปรับเจสซี่โดยมีนับดาวน้องสาวของผมนั่งไปด้วย พอเธอเห็นน้องสาวของผมเท่านั้นแหละ เจสซี่มีท่าทางไม่ค่อยพอใจนัก เมื่อนับดาวนั่งคู่กับผม เธอบอกให้นับดาวไปนั่งเบาะหลัง แต่น้องสาวผมก็ไม่ยอมทั้งคู่จึงชักสีหน้าใส่กันจนถึงบ้าน ไม่รู้สองคนนี้จะทำศึกกันอีกนานแค่ไหน              

เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน มารดาของผมก็นั่งรอที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว โดยมีอาหารคาวหวานขึ้นไว้เต็มโต๊ะ ซึ่งมารดาของผมก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง เวลาที่นางพาผู้หญิงมาแนะนำให้ผมได้รู้จักก็มักจะจัดเต็มเสมอ   

"มาเลยจ้าหนูเจสซี่ วันนี้แม่ทำของโปรดไว้ให้หนูด้วยนะ ดูสิมีแต่ของโปรดของหนูทั้งนั้นเลย" คำพูดท่าทางของมารดาผม ดูจะเห่อเธอเอามากๆ                                                                         

"สวัสดีค่ะคุณแม่ขอบคุณมากนะคะ คุณแม่น่ารักที่สุดในโลกเลยค่ะ"..เธอจีบปากจีบคอพูดพร้อมกับยกมือไหว้มารดาของภูตะวัน             

"อ้าว! หนูก็ลูกสาวคุณแม่นะคะ ไม่มีของโปรดหนูเลยเหรอคะ”       

"เราหน่ะ ทานได้หมดทุกอย่าง อะไรของโปรดแม่ยังไม่รู้เลย แล้วนี่มากับพี่เขาได้ยังไงล่ะ” ผู้เป็นมารดาถามออกไป พร้อมกับทำหน้าสงสัย           

"เอ่อ..อ๋อพอดีรถนับดาวเสียค่ะ ก็เลยโทรให้พี่ภูไปรับ"                   

ผมมองท่าทางอ้ำอึ้งของคนโกหกแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ ดีนะนับดาวเอารถไว้ที่โรงงาน ไม่อย่างนั้นคุณแม่คงสงสัยมากไปกว่านี้แน่นอน                   

ในเวลานี้เจสซี่กับคุณแม่ของผมดูท่าทางจะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เธอพูดจีบปากจีบคอพูดเอาอกเอาใจมารดาผมใหญ่เลย ส่วนมารดาของผมก็น้อยหน้าซะที่ไหนเป็นไปกับเขาด้วย                                      

"ตาภูตักอาหารให้น้องหน่อยสิ!! มีแต่ของโปรดหนูเจสซี่ทั้งนั้นเลย ทานให้อร่อยนะลูก"         

ผมยังคงทำสีหน้าเรียบเฉย แต่ส่งสายตาให้นับดาว เพื่อขอความช่วยเหลือจากเธอ ผมไม่ค่อยชอบกับการเอาใจผู้หญิงแบบนั้น ผมรู้สึกว่ามันไม่จำเป็น แค่ตักอาหารกินเองทำไมถึงทำไม่ได้ หรือเป็นเพราะว่าเธอไม่ใช่คนถูกใจ ผมเลยไม่มีความรู้สึกพิเศษอยากจะเทคแคร์ก็ไม่รู้                      

"พี่เจสซี่นี่แกงมัสมั่น คุณแม่เป็นคนลงมือทำเองเลยนะคะ ลองชิมดูสิอร่อยมากเลย เห็นบอกว่าเป็นของโปรดของคุณพี่ด้วยไม่ใช่เหรอคะ" "ขอบใจจ้ะ แต่พี่ภูไม่เห็นจะตักให้เจสซี่บ้างเลยล่ะคะ"                    

เธอปั้นหน้ายิ้มให้นับดาวก่อนจะทำท่าออดอ้อนใส่ผม..ผมยังคงทำเหมือนไม่ได้ยินในสิ่งที่เธอพูด แต่สายตาคุณแม่ที่มองมายังผม มันคือสายตาพิฆาต แน่นอนผมไม่สามารถปฏิเสธเธอได้ ผมยอมตักอาหารใส่จานให้กับเจสซี่ เธอยิ้มรับอย่างพอใจ ผมยอมรับว่าอึดอัดมากกับบรรยากาศแบบนี้            

หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ แม่ของผมยังให้มาคุยโน่นนี่นั่นซึ่งมันเป็นการฝืนใจ แต่ผมก็ต้องทนกล้ำกลืน ยายนับดาวน้องสาวตัวแสบก็ปลีกตัวเดินขึ้นห้องหายเข้ากลีบเมฆไปเลย ปล่อยให้ผมรับมืออยู่คนเดียว                                                                                                          

กว่าผมจะชักแม่น้ำทั้งห้าได้สำเร็จ ก็เล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียว เจสซี่ยอมให้ผมไปส่งเธอที่บ้าน ซึ่งผมต้องอ้างโน่นอ้างนี่สารพัด แล้วเธอยังคะยั้นคะยอจะให้ผมพาเธอไปต่อที่ผับให้ได้ กว่าผมจะหาทางปฏิเสธเธอออกมาได้ก็ปาเข้าไปเกือบยี่สิบสองนาฬิกา ผมรีบขับรถออกมาทันที พอไปถึงบ้าน หลังจากเอารถไปเก็บ ผมรีบเดินเข้ามาในบ้าน เมื่อไฟชั้นล่างยังเปิดอยู่และเสียงทีวีก็ดังอีกด้วย ยายเด็กนั่นยังไม่นอนอีกเหรอ    

ผมเดินมาที่โต๊ะอาหารแล้วเปิดฝาชีที่ครอบอยู่ อาหารยังไม่ถูกตัก ข้าง ๆ มีจานสองใบ พร้อมช้อนส้อมวางเรียบร้อย อย่าบอกนะว่ายัยเด็กนั่นยังไม่ได้ทานอะไรเลย ผมมองไปยังโซฟาตัวยาวตรงที่ทีวีเปิดอยู่ ซึ่งยัยเด็กนั่นหลับไปแล้วผมพยายามปลุกเธอ                                                       

"นี่เธอ! ทำไมมานอนตรงนี้ตื่นได้แล้ว ทานข้าวหรือยัง ลุกเร็ว ถ้าจะนอนก็ขึ้นไปนอนบนห้อง" 

"อืม" เสียงของเธออู้อี้อยู่ในลำคอของคนตัวเล็กดังขึ้น ทั้งที่ตาของเธอยังหลับสนิท                

"ตื่น! นี่เธอนอนหรือซ้อมตายกันเนี่ย ตื่นขึ้นไปนอนข้างบนได้แล้ว ทำไมถึงได้ขี้เซาอย่างนี้นะ! ฉันยอมเธอจริงๆ" ผมเขย่าตัวเธอหลายครั้งเบาๆ แต่เธอก็ยังคงหลับ สงสัยคงเหนื่อยจากการเดินไปสมัครงานมาทั้งวัน แล้วตอนเย็นยังมาทำงานบ้านอีก ผมจึงตัดสินใจอุ้มเธอขึ้นไปบนห้อง       

"อึ้บ! เห็นตัวผอมๆ แบบนี้หนักเหมือนกันนะเราเนี่ย"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 48 ตอนพิเศษ  

    ผ่านไปสองปี นาราคลอดลูกชายชื่อว่าน้องซัน ที่แปลว่าพระอาทิตย์ หรือว่าดวงตะวันนั่นเอง เพื่อให้สอดคล้องกับบิดาและอาของเขา ทุกคนรักและเอ็นดูเด็กชายเป็นอย่างมาก เพราะที่นี่เงียบเหงามานานไม่มีเด็กมาวิ่งเล่น ไม่มีเสียงหัวเราะ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป ทุกคนต่างติดน้องซันกันแจแม้แต่มารดาของพ่อเลี้ยงตะวันเอง ยังไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ เลย อยากอยู่กับหลานมากกว่า นับดาวก็เลยต้องอยู่ที่นี่ด้วยและได้เรียนรู้งานที่ไร่องุ่นมากขึ้น โดยมีเมืองรามคอยสอนจนทั้งคู่พัฒนาจากคู่กัดเป็นมาเป็นคู่รัก "ชอบไหมนาราสวยหรือเปล่า ชอบแบบนี้ไหม" นาราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเธออายุเพียงแค่ยี่สิบสอง แต่ก็ดูแลลูกและสามีได้ไม่ขาดตกบกพร่อง สมกับที่พ่อเลี้ยงตะวันเลือกเธอมาเป็นคู่ชีวิต "อืม... สวยแล้ว" นาราพูดออกไปขณะที่พ่อเลี้ยงตะวัน กำลังจัดแจงให้คนงานที่รับทำซุ้มดอกไม้ ออกมาให้มันสวยงามที่สุด เพราะมันคืองานสำคัญของเขาและนารา นั่นคืองานแต่งของพวกเขาทั้งสอง"แม่จั๊บ" น้องซันยังพูดไม่ชัด แต่ก็พอเข้าใจในภาษาที่พูด เมื่อเด

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 47 บทส่งท้าย    

    เมื่อปรับความเข้าใจกันได้ พ่อเลี้ยงตะวันก็ได้พานาราบินกลับเมืองไทยทันที เพราะกลัวว่าท้องของเธอนั้นใหญ่ขึ้นมาก การเดินทางจะลำบาก หากช้ากว่านี้อาจจะได้คลอดอยู่ที่ฝรั่งเศส ซึ่งพ่อเลี้ยงตะวันไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น เขาอยากให้ลูกอยู่กับธรรมชาติมากกว่า หญิงสาวท้องแก่เดิมต้วมเตี้ยมออกมาชมไร่ในตอนเช้า ทุกย่างก้าวเธอเฝ้าระวังเวลาย่ำเดินช้าๆ สามีของเธอมองมา พ่อเลี้ยงตะวันไม่ก็ช้ารีบวิ่งเข้ามาหาเธอทันที "คุณแม่ครับ บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้รอพ่อก่อน จะเดินมาที่ไร่ต้องมีคนคอยพยุงข้างๆ " พ่อเลี้ยงตะวันเอ็ดภรรยาออกมาเพราะความห่วงใย "ไม่เป็นไรหรอกน่า... นาราท้องนะลุงไม่ป่วย จะต้องให้มีคนคอยพยุงตลอดเวลาแบบนั้น ยังเดินไหว ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ" "ยังไงพ่อก็เป็นห่วงแม่กับลูกอยู่ดีแหละครับ" สรรพนามของเขาเปลี่ยนไป ตั้งแต่ที่ฝรั่งเศสแล้ว พ่อเลี้ยงตะวันมักเรียกตัวเองว่าพ่อและเรียกแทนนาราว่าแม่เสมอ แต่มันก็น่ารักดีนารารู้สึกอบอุ่นทุกครั้ง ที่มีพ่อเลี้ยงตะวันคอยอยู่เคียงข้าง ไม่ห่าง

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 46 รักแรกของนารา 

    รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของสามีหนุ่ม เมื่อภรรยาสาวของเขา ก้มหน้าก้มตากินอาหารทุกอย่าง ที่เขาทำด้วยความเอร็ดอร่อยๆ เธอหิวหรือว่าเขามีฝีมือด้านการทำอาหารกันแน่นะ กว่าเธอจะรู้ตัว อาหารในชามบนโต๊ะก็เกลี้ยงหมดแล้ว เมื่อนาราเงยหน้าขึ้นมา พบว่าสามีของเธอนั้นได้นั่งกอดอก พร้อมทั้งส่งยิ้มมาให้เธอ นาราส่งยิ้มแหยๆ ให้กับเขาไป ก่อนจะหยิบแก้วน้ำมาดื่มอย่างเขินๆ "กลัวเสียน้ำใจ กินซะเกลี้ยงเลยนะแม่" เขาพูดพร้อมทั้งส่งยิ้มกว้างมาที่นาราอีกครั้ง จากนั้นพ่อเลี้ยงตะวันก็ลุกเดินอ้อมมาที่เธอ ก่อนที่เขาจะนั่งลงคุกเข่าลงกับพื้น พร้อมทั้งจับมือของเธอมากุมเอาไว้ ใบหน้าอันหล่อเหลาเงยขึ้นสบตาคู่สวยของภรรยา “ขอโอกาสสักครั้งจะได้ไหมนารา ครั้งเดียวก็พอ เพราะว่ามันจะไม่มีครั้งต่อไป ฉันขอสัญญาว่าฉันจะดูแลหัวใจของฉันให้ดี และดีกว่าเดิม ฉันไม่เคยมีอะไรเกินเลยกับผู้หญิงคนไหน เพราะหัวใจของฉัน มันมีแค่เธอเพียงคนเดียวนะ นารา!" ฉันยังคงเบือนหน้าห

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 45 เอาใจเมีย

    รูปร่างอวบของหญิงสาวท้องป่อง กำลังนอนในท่าตะแคงซ้าย โดยมีร่างบึกบึนของสามีหนุ่มนอนอยู่เคียงข้าง มือขวาของเขาโอบไปที่เอวอวบของภรรยา ฝ่ามือหนาวางแนบไว้ที่ท้องนูน หญิงสาวค่อยๆ พลิกตัวแล้วขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะพบว่าเธอไม่ได้นอนที่เตียงนี้เพียงลำพังแต่มีร่างหนากำยำนอนเคียงข้างพร้อมทั้งโอบเธออยู่ นารามองขึ้นไปที่เพดาน มองซ้ายขวาก่อนจะมองไปรอบๆ ห้อง ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยรูปของเธอในอิริยาบถต่างๆ นี่เขาตามเธอมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมเขาถึงพึ่งปรากฏตัว ที่แท้ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างรั้ว ใช่ต้องเป็นพ่อเลี้ยงตะวันแน่ๆ สามีของเธอ นาราค่อยๆ ยกแขนชายหนุ่มออกจากตัวของเธออย่างเบามือ เพราะกลัวว่าเขาจะตื่น ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นนั่ง ในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นยืนก็ต้องตกใจ เมื่อมือหนาโอบมาที่เอวของเธอ เขาค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ พร้อมทั้งสวมกอดเธอไว้จากทางด้านหลังในท่านั่ง "นาราฉันขอโทษ ขอโทษกับทุกอย่างที่ผ่านมา ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้ ฉันขอโทษ ได้โปรดยกโทษให้ฉันสักครั้งจะได้ไหม" คำขอโทษของเขาสำหรับฉันตอนนี้ มันแทบจะไม่มีความหมาย

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 44 ฉุดเมีย   

    วันนี้ฉันอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้า เพราะหมอนัดและคุณคเชนทร์จะทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์ขับรถให้กับฉัน ความจริงฉันนั่งแท็กซี่ไปก็ได้ แต่เขาไม่ยอมก็เลยจำใจต้องไปกับเขา เมื่อรถแล่นมาถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของกรุงปารีส ฉันเดินลงจากรถตรงเข้าไปข้างในโรงพยาบาลตรวจกับหมอประจำที่คุ้นเคย คุณหมออัลตร้าซาวด์ให้ด้วย ทำให้ฉันเห็นตาหนูที่อยู่ในท้อง ซึ่งกำลังเคลื่อนไหวไปมา มันทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของฉันผุดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับน้ำตาแห่งความปีติยินดีกับสิ่งที่น่าอัศจรรย์"ตาหนูเนี่ยตัวโตจังเลยนะ ท่าทางจะแข็งแรงเอามากๆ" ฉันส่งยิ้มให้เขาไปอย่างเขินอาย เมื่อผู้ชายที่เข้ามาอยู่ในห้องนี้ไม่ใช่สามีของฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก "พอดีนาราชอบกินแล้วก็นอน ตาหนูก็เลยตัวใหญ่เป็นพิเศษค่ะ" "หาหมอเสร็จ เราไปเดินดูเสื้อผ้าเด็กกันนะ พี่อยากซื้อให้ตาหนู" "ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณคเชนทร์ พี่ธนาซื้อไว้จนล้นตู้แล้ว นาราว่าจะเอาไปบริจาคด้วยซ้ำมันเยอะเกิน" "นั่นมันของธนา ส่วนของพี่ยังไม่ได้ซื้ออะไรให้ตาหนูเ

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 43 อภัยให้ได้ไหม

    ผมเดินทางมาที่ฝรั่งเศส หลังจากที่นาราล่วงหน้ามาก่อนหน้าไม่ถึงอาทิตย์ ผมรีบจัดการเรื่องที่ไร่ให้เสร็จ โดยมีเมืองรามคอยเป็นที่ปรึกษาให้กับนับดาว หลังจากนั้นผมรีบตามนารามาทันที ผมแอบสะกดรอยตามเธอไปทุกที่ ที่เธอไป ผมเฝ้ามองเธออยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆผมยังขี้ขลาดเกินไปไม่กล้าแม้แต่จะไปเจอหน้าเธอ วันนี้ก็เช่นกัน ผมแอบตามเธอไปที่โรงละครมูแลงรูจ ผมเฝ้ามองเธอทุกย่างก้าว ผมแทบจะทนไม่ไหวเมื่อผู้ชายคนนั้น โอบประคองนารา เขาทำตัวเหมือนเป็นสามีของเธอ ภาพนั้นมันทำให้ผมย้อนกลับมามองตัวเอง มันควรเป็นผมที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอในเวลานี้ไม่ใช่ผู้ชายคนนั้นที่สำคัญผู้ชายคนนั้น ไม่สมควรพานาราไปในที่แบบนั้น คนท้องไม่ควรอยู่ในที่เสียงดังอึกทึกครึกโครม แล้วที่นั่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เต็มไปหมด ผมพยายามข่มใจครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะกลัวนารากับลูกจะเป็นอันตรายจากเครื่องดื่มพวกนั้นแถมผู้ชายคนนั้นยังจับมือถือแขนเธออีก โต๊ะที่ผมนั่งอยู่ไม่ไกลมาก มองไปก็พอจะเดาออกว่าเขากำลังสารภาพรักเธอแน่ๆ ตอนที่เขาสัมผัสลงไปที่มือของนาราพร้อมทั้งกุมเอาไว้นั้น ทำให้ผมแทบอยากจะลุกไปกระทืบแล้วเอากำปั้นตะบันหน้าผู้ชายคนนั้นแบบรัวๆ แต่ผมก็ทำ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status