Share

Chapter  4 ผิดแผน

last update Huling Na-update: 2026-01-18 13:05:15

ฉันเดินออกมาจากร้านอาหารตามสั่ง ในใจก็คิดว่าเขาจะรับเราไหมนะ ยังไงก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะทำงานที่นี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถึงเขาไม่รับก็ไม่เป็นไรลองดูก็แล้วกัน ฉันเดินเข้ามาหน้าโรงงานตรงไปที่ป้อมยาม ซึ่งเป็นทางเข้าโรงงาน และมียามวัยกลางคนนั่งอยู่ในป้อมทางเข้า                   

"ลุงคะ หนูมาสมัครงานต้องไปสมัครที่ไหนคะ"                              

"หนูเดินไปที่ตึกสูงๆ ตรงนั้นนะเห็นไหม" ลุงแกชี้ไปยังตึกฝั่งขวามือที่อยู่ห่างจากตรงนี้พอสมควร ซึ่งมันมีแต่ตึกสูงๆ ทั้งนั้น จนฉันทำหน้างงๆ ออกมา ทำให้ลุงยามเริ่มหันมาพูดกับฉันอีกครั้ง                         

"แล้วหนูก็เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาขึ้นบันไดไปชั้นสอง แล้วก็เลี้ยวขวาอีกทีหนึ่ง ไปถึงจะมีป้ายบอก หนูก็ตรงไปที่ฝ่ายบุคคลนะ"                         

"โอ้โห!  เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาด้วยเหรอลุง ขอบคุณนะคะ" ฉันยกมือไหว้ขอบคุณลุง แล้วเดินตรงไปยังตึกนั่น ตามที่ลุงบอก โรงงานนี้ใหญ่มากจริงๆ  ถึงว่าทำไมติดป้ายรับสมัครพนักงานหลายอัตรา ฉันเดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาตามที่ลุงบอก จากนั้นฉันก็ตรงไปยังห้องของฝ่ายบุคคล               

"สวัสดีค่ะหนูมาสมัครงานค่ะ" ฉันพูดพร้อมกับยกมือไหว้พี่ผู้หญิงสุดสวย ที่นั่งประจำอยู่หน้าห้องฝ่ายบุคคล                                                        

"นั่งรอแป๊บหนึ่งนะคะ" จากนั้นพี่คนสวยก็เดินไปหยิบเอกสารมาให้ฉันกรอกรายละเอียด ฉันอ่านรายละเอียดไปเรื่อยๆ แล้วก็กรอกข้อมูลมาจนถึงหัวข้อที่ต้องลงตำแหน่งงานที่สมัคร                         

"พี่คะทำไมตรงนี้ ที่ต้องกรอกตำแหน่งน่ะคะ ทำไมมีแค่ฝ่ายผลิตคะ ตำแหน่งผู้ช่วยบัญชีไม่มีเหรอคะ"      

"ตำแหน่งอื่นเต็มหมดแล้วจ้า เหลือแค่ฝ่ายผลิต แล้ววันนี้ก็รับสมัครวันสุดท้ายด้วยนะ" คำตอบจากพี่สาวคนสวยทำให้ฉันรู้สึกกลัว แต่ก็ต้องไปต่อ                                                                                   

“อ๋อ..เหรอคะ ขอบคุณค่ะ" ฉันเลยลงมือกรอกข้อมูลให้เสร็จสมบูรณ์ ฉันไม่อยากจะคิดเลย ที่ฉันไม่สมัครงานที่ตั้งแต่แรก เพราะฉันแพ้เครื่องดื่มทุกชนิดที่มีแอลกอฮอล์ผสม และนี่ก็โรงงานผลิตไวน์

 ถ้าฉันได้อยู่ที่ฝ่ายผลิต มีหวังได้หามส่งโรงพยาบาลแน่ๆ เพราะฉันแพ้แม้กระทั่งกลิ่น แต่ฉันไม่มีทางเลือกแล้ว ยังไงก็ขอลองดูสักตั้งก็แล้วกัน ฉันกรอกเอกสารครบถ้วนก่อนจะยื่นให้พี่พนักงานสุดสวยแล้วกลับออกมา ซึ่งตอนนี้ก็จะเย็นแล้ว ฉันต้องรีบกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ตาลุงนั่นอีก

ผมกลับเข้ามาที่ออฟฟิศ เพื่อมาสะสางงานที่ค้างแล้วก็รอเวลาให้นารากลับไป ผมแอบตามเธอไป ซึ่งเป็นอย่างที่ผมคิดเอาไว้จริงๆ  เธอมาสมัครงานที่นี่ ตอนนี้ผมนั่งมองผ่านกระจกเห็นเธอออกจากโรงงานไปแล้ว ผมรีบยกโทรศัพท์ขึ้นโทรหาเลขาหน้าห้องทันที                                    

"คุณพิมพ์ลดา ช่วยเอาเอกสารคนที่มาสมัครงานช่วงบ่ายวันนี้ ที่ฝ่ายบุคคลขึ้นมาให้ผมที"     

"ได้คะท่านประธาน" ผมรอสักพัก คุณเลขาก็หอบแฟ้มเอกสารมาสองสามเล่ม แสดงว่าวันนี้คนมาสมัครเยอะเหมือนกัน                                                

"ท่านประธานให้พิมพ์เอาเอกสารพวกนี้มาทำไมคะ มีอะไรให้พิมพ์ช่วยไหมคะ" เธอพูดเชิงอยากรู้ เพราะร้อยวันพันปี ผมไม่เคยสนใจเรื่องพนักงานที่มาสมัครงานที่นี่เลย                            

"ขอบคุณครับ..แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดการเอง พอดีผมอยากทราบอะไรนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ"                        

"ค่ะ ถ้าอย่างนั้นพิมพ์ขอตัวนะคะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็เรียกพิมพ์เลยนะคะ" ผมไม่พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้าให้กับเธอ หลังจากที่เลขาเดินออกไป ผมก็เปิดแฟ้มค้นหาประวัติของนาราทันที ผมค้นหาได้สักพักก็เจอ

“นางสาวนารา น้ำใจงามประเสริฐยิ่งเจริญทรัพย์ ว้าว!” ผมนั่งขำนามสกุลของเธอที่มันนามสกุลหรือชื่อกรุงเทพฯ กันแน่ ทำไมมันยาวเหยียดอย่างนี้ อายุยี่สิบปี เรียนจบอนุปริญญา สาขาการบัญชี สมัครงานในตำแหน่งไลน์ผลิต ผมเห็นอายุของเธอแล้วอึ้งยิ่งกว่านามสกุลของนาราเสียอีก เมื่ออายุของเธอน้อยกว่าผมตั้งสิบห้าปี สมแล้วกับที่เธอเรียกผมว่าลุง ขณะผมกำลังอ่านประวัติของนาราอยู่สักพัก ก็ต้องสะดุ้งตกใจกับเสียงที่มาก่อนตัว                                                                                            

“พี่ภูขา นับดาวคิดถึงพี่ภูที่สุดในโลกเลย ขอกอดหน่อย" เด็กสาวหน้าตาสะสวยขาวหมวยจิ้มลิ้ม เสียงมาก่อนตัวประตูไม่เคาะ เธอกอดผมจนแทบจะหายใจไม่ออก เป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนับดาวน้องสาวคนเล็กของผมเอง ผมมีพี่น้องสามคน

ผมเป็นพี่ชายคนโต ส่วนน้องชายคนกลางชื่ออาทิตย์ ตอนนี้เขาดูแลไร่อยู่ทางเหนือ ผมกับอาทิตย์จะสลับกันไปมา ระหว่างงานในไร่กับงานบริษัทและโรงงาน ส่วนนับดาวเพิ่งเรียนจบยังไม่อยากทำงานขอพักสักสองปี เธอบอกว่าเรียนมาเหนื่อยแล้ว ขอพักก่อนแล้วจะทำงานให้เต็มที่เลย                                     

"ว่าไง เด็กขี้อ้อนทำไมวันนี้มาหาพี่ได้"  ผมพูดกับเธอหลังจากที่นับดาวผละกอดออกจากผมแล้ว เธอเดินลงไปนั่งที่โซฟาท่าทางกระฟัดกระเฟียด ไม่รู้ว่าใครกันที่ทำให้น้องสาวสุดที่รักของผมอารมณ์เสียได้ขนาดนี้

"พี่ภู!  พี่ภูไปทำอะไรไว้ล่ะรู้ไหม คุณเจสซี่อะไรนั่นวิ่งแจ้นไปฟ้องคุณแม่ พี่เตรียมตัวไว้ให้ดีเลยนะ คุณแม่เอาพี่ตายแน่งานนี้”                                 

"ใจเย็นๆ เดี๋ยวพี่รับมือคุณแม่เอง น้องไม่ต้องห่วงหรอก"                 

"พี่รู้ฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้น้อยไป น้องแอบฟังเธอคุยกับคุณแม่ เธอร้ายกาจมากเลยนะพี่ภู คุณเจสซี่อะไรนั่นเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนก่อนๆ ที่แม่หาให้พี่หรอกนะ!"                                                

ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ผมก็อดขำไม่ได้ในท่าทางของน้องสาว ที่พูดไปทำหน้าทำตาไป ท่าทางของเธอดูจะไม่ชอบว่าที่พี่สะใภ้ ที่มารดากำลังจะยัดเยียดให้ผมเอามากๆ                                                                     

"มันไม่ขำนะพี่ คราวนี้เธอเอาพ่อของเธอมาด้วย แล้วน้องได้ยินพวกเขาคุยกัน เรื่องงานแต่งของพี่กับเธอด้วยนะ ประมาณต้นเดือนหน้าวันเกิดพี่ พี่ได้เซอร์ไพรส์แน่ๆ" ผมถึงกับทำหน้าเหวอเลยทีเดียว ถ้าเป็นอย่างที่น้องสาวผมพูด งานเข้าผมแล้วแน่ๆ                                                     

"คุณแม่นะคุณแม่ ทำไมทำอะไรไม่ปรึกษากันบ้างเลย "                 

"พี่รีบหาแฟนเลยนะ แล้วชิ่งแต่งเลย ก่อนที่คุณเจสซี่อะไรนั่นจะคาบพี่ไปกิน น้องจริงจังพูดแล้วยังจะขำอีก เดี๋ยวก็ขำไม่ออกหรอก น้องจะไม่ส่งข่าวช่วยเลยคอยดู ถ้ารู้ว่าพี่จะเห็นเป็นเรื่องตลกแบบนี้"  

ผมรู้สึกตลกกับคำพูดและท่าทางอันน่ารักของน้องสาว เธอหวงพี่ชายมาก ขนาดอาทิตย์ยังไม่กล้ามีแฟนเลย แต่วันนี้เธอมาแปลก รบเร้าให้ผมรีบมีแฟนแถมยังให้แต่งเลย จะไม่ให้ผมขำได้ยังไง แสดงว่าเธอไม่ชอบคุณเจสซี่เอามากๆ                                                                          

"ท่าทางของน้องมันน่ารักดีนี่นา พี่ก็เลยอดขำไม่ได้ พี่สงสัยทำไมน้องยอมให้พี่มีแฟนแล้วเหรอ หืม.. "     

"ตอนนี้แฟนพี่จะเป็นใครก็ได้ ยกเว้นคุณเจสซี่อะไรนั่น!  น้องไม่ชอบ! เธอดูแรงและมั่นใจเกิน ถ้าพี่แต่งกับเธอนะ พี่ไม่ได้เป็นสามีเธอหรอก แต่พี่จะตกเป็นทาสของเธอมากกว่า น้องพอดูออกเธอเอาแต่ใจจะตาย"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 48 ตอนพิเศษ  

    ผ่านไปสองปี นาราคลอดลูกชายชื่อว่าน้องซัน ที่แปลว่าพระอาทิตย์ หรือว่าดวงตะวันนั่นเอง เพื่อให้สอดคล้องกับบิดาและอาของเขา ทุกคนรักและเอ็นดูเด็กชายเป็นอย่างมาก เพราะที่นี่เงียบเหงามานานไม่มีเด็กมาวิ่งเล่น ไม่มีเสียงหัวเราะ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป ทุกคนต่างติดน้องซันกันแจแม้แต่มารดาของพ่อเลี้ยงตะวันเอง ยังไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ เลย อยากอยู่กับหลานมากกว่า นับดาวก็เลยต้องอยู่ที่นี่ด้วยและได้เรียนรู้งานที่ไร่องุ่นมากขึ้น โดยมีเมืองรามคอยสอนจนทั้งคู่พัฒนาจากคู่กัดเป็นมาเป็นคู่รัก "ชอบไหมนาราสวยหรือเปล่า ชอบแบบนี้ไหม" นาราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเธออายุเพียงแค่ยี่สิบสอง แต่ก็ดูแลลูกและสามีได้ไม่ขาดตกบกพร่อง สมกับที่พ่อเลี้ยงตะวันเลือกเธอมาเป็นคู่ชีวิต "อืม... สวยแล้ว" นาราพูดออกไปขณะที่พ่อเลี้ยงตะวัน กำลังจัดแจงให้คนงานที่รับทำซุ้มดอกไม้ ออกมาให้มันสวยงามที่สุด เพราะมันคืองานสำคัญของเขาและนารา นั่นคืองานแต่งของพวกเขาทั้งสอง"แม่จั๊บ" น้องซันยังพูดไม่ชัด แต่ก็พอเข้าใจในภาษาที่พูด เมื่อเด

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 47 บทส่งท้าย    

    เมื่อปรับความเข้าใจกันได้ พ่อเลี้ยงตะวันก็ได้พานาราบินกลับเมืองไทยทันที เพราะกลัวว่าท้องของเธอนั้นใหญ่ขึ้นมาก การเดินทางจะลำบาก หากช้ากว่านี้อาจจะได้คลอดอยู่ที่ฝรั่งเศส ซึ่งพ่อเลี้ยงตะวันไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น เขาอยากให้ลูกอยู่กับธรรมชาติมากกว่า หญิงสาวท้องแก่เดิมต้วมเตี้ยมออกมาชมไร่ในตอนเช้า ทุกย่างก้าวเธอเฝ้าระวังเวลาย่ำเดินช้าๆ สามีของเธอมองมา พ่อเลี้ยงตะวันไม่ก็ช้ารีบวิ่งเข้ามาหาเธอทันที "คุณแม่ครับ บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้รอพ่อก่อน จะเดินมาที่ไร่ต้องมีคนคอยพยุงข้างๆ " พ่อเลี้ยงตะวันเอ็ดภรรยาออกมาเพราะความห่วงใย "ไม่เป็นไรหรอกน่า... นาราท้องนะลุงไม่ป่วย จะต้องให้มีคนคอยพยุงตลอดเวลาแบบนั้น ยังเดินไหว ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ" "ยังไงพ่อก็เป็นห่วงแม่กับลูกอยู่ดีแหละครับ" สรรพนามของเขาเปลี่ยนไป ตั้งแต่ที่ฝรั่งเศสแล้ว พ่อเลี้ยงตะวันมักเรียกตัวเองว่าพ่อและเรียกแทนนาราว่าแม่เสมอ แต่มันก็น่ารักดีนารารู้สึกอบอุ่นทุกครั้ง ที่มีพ่อเลี้ยงตะวันคอยอยู่เคียงข้าง ไม่ห่าง

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 46 รักแรกของนารา 

    รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของสามีหนุ่ม เมื่อภรรยาสาวของเขา ก้มหน้าก้มตากินอาหารทุกอย่าง ที่เขาทำด้วยความเอร็ดอร่อยๆ เธอหิวหรือว่าเขามีฝีมือด้านการทำอาหารกันแน่นะ กว่าเธอจะรู้ตัว อาหารในชามบนโต๊ะก็เกลี้ยงหมดแล้ว เมื่อนาราเงยหน้าขึ้นมา พบว่าสามีของเธอนั้นได้นั่งกอดอก พร้อมทั้งส่งยิ้มมาให้เธอ นาราส่งยิ้มแหยๆ ให้กับเขาไป ก่อนจะหยิบแก้วน้ำมาดื่มอย่างเขินๆ "กลัวเสียน้ำใจ กินซะเกลี้ยงเลยนะแม่" เขาพูดพร้อมทั้งส่งยิ้มกว้างมาที่นาราอีกครั้ง จากนั้นพ่อเลี้ยงตะวันก็ลุกเดินอ้อมมาที่เธอ ก่อนที่เขาจะนั่งลงคุกเข่าลงกับพื้น พร้อมทั้งจับมือของเธอมากุมเอาไว้ ใบหน้าอันหล่อเหลาเงยขึ้นสบตาคู่สวยของภรรยา “ขอโอกาสสักครั้งจะได้ไหมนารา ครั้งเดียวก็พอ เพราะว่ามันจะไม่มีครั้งต่อไป ฉันขอสัญญาว่าฉันจะดูแลหัวใจของฉันให้ดี และดีกว่าเดิม ฉันไม่เคยมีอะไรเกินเลยกับผู้หญิงคนไหน เพราะหัวใจของฉัน มันมีแค่เธอเพียงคนเดียวนะ นารา!" ฉันยังคงเบือนหน้าห

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 45 เอาใจเมีย

    รูปร่างอวบของหญิงสาวท้องป่อง กำลังนอนในท่าตะแคงซ้าย โดยมีร่างบึกบึนของสามีหนุ่มนอนอยู่เคียงข้าง มือขวาของเขาโอบไปที่เอวอวบของภรรยา ฝ่ามือหนาวางแนบไว้ที่ท้องนูน หญิงสาวค่อยๆ พลิกตัวแล้วขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะพบว่าเธอไม่ได้นอนที่เตียงนี้เพียงลำพังแต่มีร่างหนากำยำนอนเคียงข้างพร้อมทั้งโอบเธออยู่ นารามองขึ้นไปที่เพดาน มองซ้ายขวาก่อนจะมองไปรอบๆ ห้อง ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยรูปของเธอในอิริยาบถต่างๆ นี่เขาตามเธอมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมเขาถึงพึ่งปรากฏตัว ที่แท้ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างรั้ว ใช่ต้องเป็นพ่อเลี้ยงตะวันแน่ๆ สามีของเธอ นาราค่อยๆ ยกแขนชายหนุ่มออกจากตัวของเธออย่างเบามือ เพราะกลัวว่าเขาจะตื่น ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นนั่ง ในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นยืนก็ต้องตกใจ เมื่อมือหนาโอบมาที่เอวของเธอ เขาค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ พร้อมทั้งสวมกอดเธอไว้จากทางด้านหลังในท่านั่ง "นาราฉันขอโทษ ขอโทษกับทุกอย่างที่ผ่านมา ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้ ฉันขอโทษ ได้โปรดยกโทษให้ฉันสักครั้งจะได้ไหม" คำขอโทษของเขาสำหรับฉันตอนนี้ มันแทบจะไม่มีความหมาย

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 44 ฉุดเมีย   

    วันนี้ฉันอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้า เพราะหมอนัดและคุณคเชนทร์จะทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์ขับรถให้กับฉัน ความจริงฉันนั่งแท็กซี่ไปก็ได้ แต่เขาไม่ยอมก็เลยจำใจต้องไปกับเขา เมื่อรถแล่นมาถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของกรุงปารีส ฉันเดินลงจากรถตรงเข้าไปข้างในโรงพยาบาลตรวจกับหมอประจำที่คุ้นเคย คุณหมออัลตร้าซาวด์ให้ด้วย ทำให้ฉันเห็นตาหนูที่อยู่ในท้อง ซึ่งกำลังเคลื่อนไหวไปมา มันทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของฉันผุดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับน้ำตาแห่งความปีติยินดีกับสิ่งที่น่าอัศจรรย์"ตาหนูเนี่ยตัวโตจังเลยนะ ท่าทางจะแข็งแรงเอามากๆ" ฉันส่งยิ้มให้เขาไปอย่างเขินอาย เมื่อผู้ชายที่เข้ามาอยู่ในห้องนี้ไม่ใช่สามีของฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก "พอดีนาราชอบกินแล้วก็นอน ตาหนูก็เลยตัวใหญ่เป็นพิเศษค่ะ" "หาหมอเสร็จ เราไปเดินดูเสื้อผ้าเด็กกันนะ พี่อยากซื้อให้ตาหนู" "ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณคเชนทร์ พี่ธนาซื้อไว้จนล้นตู้แล้ว นาราว่าจะเอาไปบริจาคด้วยซ้ำมันเยอะเกิน" "นั่นมันของธนา ส่วนของพี่ยังไม่ได้ซื้ออะไรให้ตาหนูเ

  • รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก   Chapter 43 อภัยให้ได้ไหม

    ผมเดินทางมาที่ฝรั่งเศส หลังจากที่นาราล่วงหน้ามาก่อนหน้าไม่ถึงอาทิตย์ ผมรีบจัดการเรื่องที่ไร่ให้เสร็จ โดยมีเมืองรามคอยเป็นที่ปรึกษาให้กับนับดาว หลังจากนั้นผมรีบตามนารามาทันที ผมแอบสะกดรอยตามเธอไปทุกที่ ที่เธอไป ผมเฝ้ามองเธออยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆผมยังขี้ขลาดเกินไปไม่กล้าแม้แต่จะไปเจอหน้าเธอ วันนี้ก็เช่นกัน ผมแอบตามเธอไปที่โรงละครมูแลงรูจ ผมเฝ้ามองเธอทุกย่างก้าว ผมแทบจะทนไม่ไหวเมื่อผู้ชายคนนั้น โอบประคองนารา เขาทำตัวเหมือนเป็นสามีของเธอ ภาพนั้นมันทำให้ผมย้อนกลับมามองตัวเอง มันควรเป็นผมที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอในเวลานี้ไม่ใช่ผู้ชายคนนั้นที่สำคัญผู้ชายคนนั้น ไม่สมควรพานาราไปในที่แบบนั้น คนท้องไม่ควรอยู่ในที่เสียงดังอึกทึกครึกโครม แล้วที่นั่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เต็มไปหมด ผมพยายามข่มใจครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะกลัวนารากับลูกจะเป็นอันตรายจากเครื่องดื่มพวกนั้นแถมผู้ชายคนนั้นยังจับมือถือแขนเธออีก โต๊ะที่ผมนั่งอยู่ไม่ไกลมาก มองไปก็พอจะเดาออกว่าเขากำลังสารภาพรักเธอแน่ๆ ตอนที่เขาสัมผัสลงไปที่มือของนาราพร้อมทั้งกุมเอาไว้นั้น ทำให้ผมแทบอยากจะลุกไปกระทืบแล้วเอากำปั้นตะบันหน้าผู้ชายคนนั้นแบบรัวๆ แต่ผมก็ทำ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status