เข้าสู่ระบบผมอุ้มเธอเข้ามาในห้อง ก่อนจะวางคนตัวเล็กลงบนที่นอนเบาๆ เพราะกลัวเธอตื่น ขณะที่ผมกำลังจะลุกขึ้นนั้น นาราได้กระชากแขนผมอย่างแรง จนผมเสียจังหวะล้มถลาลงไปทับร่างเล็กของเธอเอาไว้ ผมพลิกกายออก แต่แขนอีกข้างของผมถูกเธอทับเอาไว้
"อย่าไป! ได้โปรดอย่าไป! อยู่กับหนูเถอะนะอย่าไป"
เธอฝันร้ายหรือเป็นอะไร ทำไมถึงรั้งใครไว้ไม่ให้ไป เธอมีปมอะไรในใจหรือเปล่า ถึงได้ละเมอซ้ำๆ กับคำเดิมๆ
"นอนซะนะ ไม่เป็นไรแล้ว" ผมพูดพร้อมกับใช้มืออีกข้าง ปัดปอยผมหน้าม้าของเธอเสยขึ้นเบา ๆ เพราะแขนอีกข้างของผมโดนเธอทับเอาไว้ ใช้หนุนแทนหมอนเรียบร้อยแล้ว ผมค่อย ๆ ดึงแขนออกแต่เธอก็ร้องเสียงดังขึ้นมาเสียก่อน
"อย่าไป! อยู่กับหนูนะ! อยู่กับพวกเราเถอะได้โปรดอย่าไปเลย ฮึกฮื้อ!” คราวนี้เธอละเมอออกมา พร้อมกับเสียงสะอื้นเบา ๆ น้ำตาของเธอไหลซึมเล็ดออกมาให้เห็น คงมีอะไรทำให้เธอสะเทือนใจ ถึงกับต้องเก็บเอามาฝันร้าย พร้อมกับละเมอแบบนี้ ใครกันที่ทิ้งเธอไป ทำไมเขาถึงทิ้งเธอได้ลง ผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ ถึงได้ละเมอพูดออกมาเป็นตุเป็นตะขนาดนี้
"ฉันคนนี้จะไม่มีวันทิ้งเธอแน่นอน ไม่ว่าใครจะเคยทิ้งเธอมาก็ตาม ขอให้รู้ไว้ว่าฉันจะไม่มีวันทิ้งเธอ เธอยังมีฉันนะนารา ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอฉันจะดูแลเธอเองยัยเด็กจอมจุ้น"
ผมพูดพร้อมกับก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเธอ ก่อนจะปาดน้ำตาออกจากแก้มขาวผ่องของนาราอย่างเบามือ ใครกันที่ทิ้งเธอไป ความคิดนั้นย้อนกลับมาในหัวของผมอีกครั้ง ผมจ้องมองใบหน้างามของเธอ ที่เวลานี้ห่างกันไม่ถึงคืบ เธอดูสวยและน่ารักมาก ดูไร้เดียงสาไม่มีพิษไม่มีภัยกับใคร ตอนนี้เธอกำลังนอนหนุนแขนผมอยู่ ก่อนจะซบใบหน้ามาที่อกแกร่งของผม มิหนำซ้ำนารายังเอาลำแขนโอบมาที่เอวของผมอีก ตอนนี้เราสองคนไม่ต่างอะไรกับการได้อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน
เธอกำลังทำให้หัวใจของผมเต้นแรง และแรงขึ้นทุกครั้งที่เธอซุกใบหน้ามาที่อกกว้าง กลิ่นแชมพูกลิ่นแป้งเด็กนั่น มันช่างดึงดูดให้ผมหลงใหลในตัวเธอเหลือเกิน ใบหน้าสดที่ไร้การแต่งแต้ม คิ้วโค้งรับกับจมูก ปากกระจับที่สวยได้รูป เธอไม่ต้องทำอะไรเลย ทำไมถึงดึงดูดใจให้ผมอยากมองแบบนี้อย่างไม่รู้สึกเบื่อ หรือเป็นเพราะว่าผมเจอกับผู้หญิงที่แต่งแต้มเสียจนกลายเป็นเรื่องปกติ พอมาเจอกับเธอแล้ว มันเลยเป็นเรื่องแปลกใหม่ จนทำให้ผมอยากสัมผัสและเข้าใกล้เธอ
ตั้งแต่นาราเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้ มันทำให้ชีวิตของผมรู้สึกอยากตื่นขึ้นมาในตอนเช้า แล้วได้เห็นใบหน้างามของเธอทุกรุ่งอรุณ กลับจากทำงานในตอนเย็นได้เห็นรอยยิ้มของเธอ ผมกำลังหลงรักยัยเด็กนี่อยู่หรือเปล่านะ
ผมนอนให้เธอกอดอยู่แบบนี้ สักพักตาของผมก็เริ่มจะเบลอๆ ผมเริ่มง่วงจนลืมตาแทบจะไม่ขึ้น ถ้าเธอตื่นขึ้นมาคงโวยวายน่าดู แต่ก็ช่างเถอะ เมื่อเธอทับแขนผมอยู่เลยไม่อยากพลิกตัวเธอขึ้นมา ผมกลัวว่าเธอจะตื่น คืนนี้คงจะเป็นคืนที่ผมหลับฝันดีที่สุด ในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา เมื่อมีเธอนอนอยู่ในอ้อมกอดแบบนี้
พระอาทิตย์สาดแสงในยามเช้า แสงสีทองสาดส่องเข้ามาในห้อง แม้จะมีผ้าม่านปิดเอาไว้ก็ไม่มิด เมื่อแสงในยามเช้าส่องเข้ามา พอให้รับรู้ได้ว่ามันคือแสงอรุณของเช้าวันใหม่ หนุ่มสาวทั้งสองยังคงนอนกอดกันกลม ประหนึ่งว่าเป็นคนรักกัน นารายังคงโอบพร้อมกับซบใบหน้าเข้ากับอกกว้าง เธอรู้สึกอบอุ่นกับอ้อมกอดนี้ ราวกับว่าโหยหามันมาทั้งชีวิต
ตั้งแต่ขาดบิดาไปเวลาอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายตรงหน้า มันทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย เมื่อมีเขาอยู่ข้างกาย ในยามที่เธอเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ใครจะรู้ว่าเธอจะได้มาอยู่ร่วมชายคา บ้านเดียวกับหนุ่มหล่อที่เป็นถึงเจ้าของโรงงานและบริษัทใหญ่โต แถมยังมีไร่องุ่นอีกด้วย หากสาวๆ รู้ว่าเธอได้นอนกอดเขาทั้งคืน คงจับเธอไปตบซ้ายขวาให้สาแก่ใจ ที่เอาชายในฝันของพวกหล่อนมากกไว้ในอ้อมกอดแบบนี้
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง! เสียงของนาฬิกาปลุกดังขึ้น ทำให้หญิงสาวพลิกกาย เพื่อเอื้อมมือไปคว้านาฬิกามาปิดเสียง ทั้งที่ตายังหลับอยู่ ในขณะเดียวกันนาราเพิ่งจะรู้สึกตัวคล้ายกับว่าเตียงนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เธอเพียงคนเดียว
"อย่าเพิ่งลุกนอนต่ออีกหน่อยได้ไหมยังเช้าอยู่เลย"
ชายหนุ่มตรงหน้าพูดทั้งที่ไม่ลืมตา แต่มือของเขาได้คว้ามาที่เอวของฉันแล้วกอดรัดเอาไว้เข้าร่างกำยำ ฉันตกอยู่ในภวังค์ เมื่อรู้ว่าตาลุงบ้าคงนอนกับฉันบนเตียงนี้ทั้งคืน เมื่อสติสตางค์ฉันกลับมา ฉันไม่รอช้ารีบผลักเขาออกอย่างแรง ก่อนจะใช้เท้ายันเขาลงไปกองกับพื้น เพื่อให้พ้นจากอ้อมกอดที่รัดแน่นเสียจนฉันจะหายใจไม่ออก
"โอ๊ย! อะไรของเธอเนี่ย เธอจะฆ่าฉันหรือไง"
เขาร้องโวยวายออกมาดังลั่น เมื่อฉันผลักและถีบเขาไปอย่างไม่ยั้ง ก่อนที่ฉันจะหยิบหมอนมาได้ แล้วก้มลงไปตีเขาซ้ำๆ แบบรัวๆ โดยที่เขาตั้งหลักไม่ทัน
"ไอ้ลุงบ้า! ไอ้คนโรคจิต! ไอ้คนฉวยโอกาส! ไอ้คนมักมาก! ไอ้คนลามก! ไอ้คนเลว! ไอ้คนบ้าไอ้ๆๆ!"
ฉันไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าเขาดี ระหว่างที่ฉันด่าเขา ฉันก็ใช้หมอนตีเขาไปด้วย แต่ตาลุงนี่มีแรงเยอะกว่าเขาจับข้อมือของฉันเอาไว้พัลวัน เพราะต่างคนต่างก็ไม่ยอมกัน แต่ตอนนี้ฉันกำลังเสียเปรียบ เพราะแรงที่มีเริ่มจะแผ่วลงแล้ว
"หยุด! หยุดก่อน! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! บ้าพอหรือยัง ถ้าพอแล้วก็อยู่นิ่งๆ แล้วฟัง! เธอเอาแรงมาจากไหน ข้าวก็ไม่ได้กินแรงเยอะยังกับช้าง" เขาตะโกนออกมาเสียงดัง ส่วนฉันยังหายใจแรงเพราะหอบเหนื่อย จากการตีเขาไม่ยั้งมือ ฉันหยุดตีแต่ก็ยังมองเขาตาขวางยังไม่ยอมลดละเช่นกัน
ความจริงฉันจะลุกนานแล้ว หิวก็หิว แล้วกลิ่นไข่เจียวนั่นมันได้หอมตลบอบอวลไปทั่วห้อง ฉันก็แค่กลัวเสียฟอร์มก็เลยแกล้งหลับต่อ แต่เมื่อเขาพูดแบบนั้นฉันก็เลยรีบลุกขึ้น แล้วหยิบจานข้าวมานั่งกินที่โซฟาก่อนที่เขาจะหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป ฉันนั่งทานข้าวต่อแต่มันก็อร่อยดี หรือเป็นเพราะฉันหิวก็ไม่รู้มันเป็นไข่เจียวที่อร่อยที่สุดในโลก ที่ฉันเคยกินมาเลย ฉันรับประทานจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือข้าวสักเม็ด จากนั้นตาลุงนั่นก็เดินออกมาจากห้องน้ำ "ทานข้าวเสร็จแล้วก็วางจานไว้ตรงนั้นแหละ ไม่ต้องเก็บมันดึกแล้ว" ฉันไม่ได้พูดตอบอะไรเขาไป แต่ได้เดินตรงไปที่เตียง จังหวะที่ฉันกำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงทุ้มของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง "อย่าเพิ่งนอนเพิ่งทานข้าวเสร็จอาหารยังไม่ย่อยมาคุยกันก่อน" ฉันลุกนั่งพิงกับหัวเตียงอยากรู้เหมือนกันเขาจะคุยอะไรกับฉัน "อีกสองวันจะพาไปงานเลี้ยงเตรียมตัวเอาไว้" ฉันนึกว่าเขาจะพูดเรื่องวันนี้เสียอีก ไปกับคุณฟ้ามุ่ยมาทั้งวัน ทำไมไม่ชวนเขาไปก็ไม่รู้ไม่ต้องมาชวนฉันเล
พระอาทิตย์สาดแสงสีทองรับอรุณในยามเช้าของวันใหม่ ทำให้หญิงสาวที่นอนอยู่ภายใต้ร่างของคนตัวโต พยายามขยับพลิกกายออก เธอเริ่มปรือตาขึ้นช้าๆ เพื่อปรับรับกับแสงที่แยงมา มือของชายหนุ่มยังคงกอดที่เอวคอดของเธอ หญิงสาวค่อยๆ จับมือเขาออก แต่ก็ช้ากว่าชายหนุ่มที่เขารู้สึกตัวก่อนหน้าแล้ว คนตัวโตคว้าตัวเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง "ลุง ปล่อยได้แล้วนาราจะเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวจะไปทำอาหารเช้าสาย" ผมไม่ได้หูฝาดใช่ไหมเธอเรียกแทนตัวเองว่านารา เธอนี่ช่างน่ารักอะไรแบบนี้ เด็กคนนี้จะทำให้ผมหลงไปถึงไหนกัน "เธอเรียกแทนตัวเองว่าอะไรนะ หูฉันไม่ได้ฝาดใช่ไหม" "ถ้าลุงไม่ชอบเดี๋ยวจะ.." "ชอบ ชอบ ชอบมากด้วย ทุกอย่างที่เป็นเธอ ฉันชอบหมดแหละ" ก่อนที่ฉันจะพูดอะไรต่อเขารีบพูดแทรกขึ้นทันที ตาลุงนี่ชักจะเอาใหญ่แล้ว “ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยนาราได้แล้ว เดี๋ยวจะไปทำอาหารเช้าให้ทาน""ไม่ต้องเลย แม่คำสายกับคำหล้าค
ตอนนี้ใกล้มืดแล้ว แต่สองสาวยังไม่กลับ ผมอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ถนนแถวนี้ก็เปลี่ยว ถึงแม้นับดาวจะรู้เส้นทางดีก็ตามที แต่ส่วนมากบ้านมักจะอยู่ลึกเข้าไปในไร่ จึงทำให้สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา "ตาภู แกจะเดินทำไมแม่เวียนหัว มาทานข้าวได้แล้ว เดี๋ยวนับดาวกับเมียแกก็กลับแกเป็นเอามากเลยนะ" "นับดาวไลน์มาบอกว่าจะแวะทานข้าวก่อนอาจจะกลับมืดสักหน่อย" "สองคนชักจะเหลวไหลใหญ่แล้ว ค่ำๆ มีแต่ผู้หญิงขับรถมันอันตราย เดี๋ยวกลับมาจะโดนไม่ใช่น้อย" "นานๆ ทีสาวๆ เขาจะได้ออกไปเที่ยว อย่าห่วงน้องหวงเมียหน่อยเลยพ่อเลี้ยง มาทานข้าวได้แล้ว" ผมไม่พูดอะไรต่อ แต่เดินไปนั่งทานข้าวตามคำบอกของน้องชาย โดยมีอาทิตย์กับแม่นั่งทานอยู่ก่อนแล้ว ใจของผมรู้สึกเป็นห่วง เพราะนาราเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ผมกลัวว่าเธอจะพลัดหลงกับนับดาว เมื่อทานข้าวเสร็จแล้วผมก็ขอตัวขึ้นห้องเลย
การเดินทางไปเชียงใหม่ครั้งนี้ คุณภูตะวันพาฉันและครอบครัวของเขานั่งเครื่องไป บรรยากาศที่ไร่ดีมาก.ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้สัมผัสกับไร่องุ่นแบบนี้ เขาแนะนำทุกคนให้ฉันรู้จัก แต่ไม่มีใครรู้ว่าฉันกับเขาจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากัน ฉันเป็นคนขอเขาไว้เองกว่าจะตกลงยอมกันได้ ฉันต้องชักแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบาย แต่เรื่องห้องนอนนี่สิฉันต้องนอนกับเขา หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เขาบอกเหตุผลสั้นๆ กลัวว่ามารดาเขาจะสงสัย "แม่คำสายเอาของพวกนี้ไปเก็บไว้ที่ห้องฉันหมดเลยนะ" "ทำไมของคุณนารา ต้องเอาไปไว้ที่ห้องพ่อเลี้ยงด้วย" "ทำตามที่ฉันบอก เอาไปเก็บได้แล้ว" "เจ้า" แม่คำสายเอาของขึ้นไปเก็บ ผมเลยเดินไปนั่งที่โซฟาห้องรับแขก พวกเราเดินทางมาถึงนี่ช่วงบ่าย แม่ของผมขอตัวไปพัก สองสาวนับดาวกับนาราขอไปสำรวจไร่ ส่วนอาทิตย์แม่คำสายบอกว่าออกไปดูไร่องุ่นตั้งแต่เช้ายังไม่กลับ ---ไร่องุ่น---- “พี่สะใภ้ดู
การเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ มันทำให้ฉันคุ้นเคยกับครอบครัวของตาลุงนี่มากขึ้น คุณหญิงแม่ของเขาท่านไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อย่างน้อยท่านก็มาเยี่ยมฉันบ่อยๆ ดังเช่นในวันนี้ "เดี๋ยวแม่จะให้นับดาวเตรียมเก็บของไว้ให้ หนูนาราออกจากโรงพยาบาล เราจะเดินทางขึ้นเหนือทันที" "แม่กับน้องก็จะไปด้วยเหรอครับ" "ใช่ แม่มาคิดดูแล้ว เรามีเงินทองมากมาย แต่หาเวลาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันไม่ได้เลย อย่างที่ลูกเคยบอกเงินทองมากมายเหล่านั้น มันเปรียบกับชีวิตหรือความสุขของเราไม่ได้" "เย้! ดีใจจังเลย หนูคิดถึงไร่องุ่น คิดถึงสตรอว์เบอว์รี คิดถึงแปลงผัก คิดถึงอากาศดีๆ คิดถึงต้นไม้ คิดถึงพี่อาทิตย์ คิดถึงเหนือ" "ดีใจเป็นเด็กไปได้ รีบไปเตรียมของได้แล้ว นาราออกจากโรงพยาบาลจะได้เดินทางทันที" "ไปเถอะแม่ ปล่อยให้พี่ภูได้อยู่กับเมียเขาบ้าง คนแก่เห่อเมียก็อย่างนี้แหละนะ" "ไม่ต้องมาล้อพี่เลย ทีตัวเองตอนอกหักพี่ภูคะ..พี่ภูขา..น้องเสียใจจังเลยค่ะ ใครปลอบ หืม"
ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นยา หญิงสาวที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงคนไข้ค่อยๆ ปรือตาลืมขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อปรับกับแสงที่มันแยงตาเธอ ก่อนจะกระพริบขึ้นถี่ๆ เมื่อมันรู้สึกแสบที่ตา ห้องที่ไม่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวเกิดความสงสัย "นี่มันสวรรค์ชั้นเจ็ดหรือว่านรกขุมไหน ฉันตายไปแล้วเหรอเนี่ย ทำไมที่นี่มันว่างเปล่าแบบนี้ ทุกอย่างดูขาวไปหมด" ฉันพยายามจะขยับมือขยับเท้า แต่รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกุมมือของฉันไว้แน่น พร้อมทั้งซบลงไปที่ฝ่ามือของฉัน ทำไมมือของฉันถึงได้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำแบบนี้ เสียงสะอื้นเบาๆ มันคุ้นหูฉันเหลือเกิน ฉันคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ฉันแน่ใจแล้วว่าคนที่กุมมือฉันเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตาลุงนั่น"ลุง..ลุง..นี่ลุง!! ขอน้ำหน่อยฉันคอให้มากเลย" อะไรของเขาเนี่ย ตั้งใจมานอนเฝ้าจังเลยนะลุง ฉันหิวน้ำจะแย่แล้วแต่ตาลุงนี่ก็ไม่ยอมตื่น ชายหนุ่มไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามวันสองคืน เขาตั้งใจจะงีบสักหน่อยดันหลับไปจริงๆ “นาราเธอต้อ







