Mag-log inนารา หญิงสาวต่างจังหวัดอายุยี่สิบปี รูปร่างผอมเพรียวแลดูสมส่วน เธอเป็นหญิงสาวน่ารัก มองโลกในแง่ดี บ๊องแบ๊ว ใครเห็นต่างก็ชอบในความสดใสน่ารักของเธอ แต่ใครเล่าจะรู้ลึกๆ แล้ว หญิงสาวแค่สร้างมันขึ้นมา เพื่อเป็นกำแพงในใจที่ปวดร้าว เมื่อบิดากับมารดาต้องหย่ากัน เธอเจ็บลึกไปถึงก้นบึ้งหัวใจ แต่ยังทำตัวสดใสร่าเริง เพื่อให้มารดากับน้องชายรับรู้ว่าเธอสามารถ ที่จะเป็นเสาหลักที่ดีและแข็งแรงให้กับครอบครัวได้ พอจบมัธยมปลาย เธอตัดสินใจเรียนต่อแค่อนุปริญญา เพราะหวังว่าเรียนจบมาแล้วจะได้หางานทำทันที เพื่อให้น้องชายเพียงคนเดียวที่อายุห่างกันกับเธอเพียงแค่สองปีได้เรียนต่อ และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่นาทีน้องชายคนเดียวของเธอสอบติดแพทย์ นาราไม่ลังเลเลย เมื่อเรียนจบเธอรีบเดินทางไปหาป้าที่กรุงเทพฯทันที ทั้งที่ขาดการติดต่อกันมานานหลายปีแล้ว เธอหวังจะไปขออาศัยระหว่างที่หางานทำ ชีวิตของเธอจะผกผันแปรเปลี่ยนหักเหเพียงใด เมื่อเดินทางมากรุงเทพฯ ครั้งนี้
view moreผ่านไปสองปี นาราคลอดลูกชายชื่อว่าน้องซัน ที่แปลว่าพระอาทิตย์ หรือว่าดวงตะวันนั่นเอง เพื่อให้สอดคล้องกับบิดาและอาของเขา ทุกคนรักและเอ็นดูเด็กชายเป็นอย่างมาก เพราะที่นี่เงียบเหงามานานไม่มีเด็กมาวิ่งเล่น ไม่มีเสียงหัวเราะ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป ทุกคนต่างติดน้องซันกันแจแม้แต่มารดาของพ่อเลี้ยงตะวันเอง ยังไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ เลย อยากอยู่กับหลานมากกว่า นับดาวก็เลยต้องอยู่ที่นี่ด้วยและได้เรียนรู้งานที่ไร่องุ่นมากขึ้น โดยมีเมืองรามคอยสอนจนทั้งคู่พัฒนาจากคู่กัดเป็นมาเป็นคู่รัก "ชอบไหมนาราสวยหรือเปล่า ชอบแบบนี้ไหม" นาราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเธออายุเพียงแค่ยี่สิบสอง แต่ก็ดูแลลูกและสามีได้ไม่ขาดตกบกพร่อง สมกับที่พ่อเลี้ยงตะวันเลือกเธอมาเป็นคู่ชีวิต "อืม... สวยแล้ว" นาราพูดออกไปขณะที่พ่อเลี้ยงตะวัน กำลังจัดแจงให้คนงานที่รับทำซุ้มดอกไม้ ออกมาให้มันสวยงามที่สุด เพราะมันคืองานสำคัญของเขาและนารา นั่นคืองานแต่งของพวกเขาทั้งสอง"แม่จั๊บ" น้องซันยังพูดไม่ชัด แต่ก็พอเข้าใจในภาษาที่พูด เมื่อเด
เมื่อปรับความเข้าใจกันได้ พ่อเลี้ยงตะวันก็ได้พานาราบินกลับเมืองไทยทันที เพราะกลัวว่าท้องของเธอนั้นใหญ่ขึ้นมาก การเดินทางจะลำบาก หากช้ากว่านี้อาจจะได้คลอดอยู่ที่ฝรั่งเศส ซึ่งพ่อเลี้ยงตะวันไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น เขาอยากให้ลูกอยู่กับธรรมชาติมากกว่า หญิงสาวท้องแก่เดิมต้วมเตี้ยมออกมาชมไร่ในตอนเช้า ทุกย่างก้าวเธอเฝ้าระวังเวลาย่ำเดินช้าๆ สามีของเธอมองมา พ่อเลี้ยงตะวันไม่ก็ช้ารีบวิ่งเข้ามาหาเธอทันที "คุณแม่ครับ บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้รอพ่อก่อน จะเดินมาที่ไร่ต้องมีคนคอยพยุงข้างๆ " พ่อเลี้ยงตะวันเอ็ดภรรยาออกมาเพราะความห่วงใย "ไม่เป็นไรหรอกน่า... นาราท้องนะลุงไม่ป่วย จะต้องให้มีคนคอยพยุงตลอดเวลาแบบนั้น ยังเดินไหว ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ" "ยังไงพ่อก็เป็นห่วงแม่กับลูกอยู่ดีแหละครับ" สรรพนามของเขาเปลี่ยนไป ตั้งแต่ที่ฝรั่งเศสแล้ว พ่อเลี้ยงตะวันมักเรียกตัวเองว่าพ่อและเรียกแทนนาราว่าแม่เสมอ แต่มันก็น่ารักดีนารารู้สึกอบอุ่นทุกครั้ง ที่มีพ่อเลี้ยงตะวันคอยอยู่เคียงข้าง ไม่ห่าง
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของสามีหนุ่ม เมื่อภรรยาสาวของเขา ก้มหน้าก้มตากินอาหารทุกอย่าง ที่เขาทำด้วยความเอร็ดอร่อยๆ เธอหิวหรือว่าเขามีฝีมือด้านการทำอาหารกันแน่นะ กว่าเธอจะรู้ตัว อาหารในชามบนโต๊ะก็เกลี้ยงหมดแล้ว เมื่อนาราเงยหน้าขึ้นมา พบว่าสามีของเธอนั้นได้นั่งกอดอก พร้อมทั้งส่งยิ้มมาให้เธอ นาราส่งยิ้มแหยๆ ให้กับเขาไป ก่อนจะหยิบแก้วน้ำมาดื่มอย่างเขินๆ "กลัวเสียน้ำใจ กินซะเกลี้ยงเลยนะแม่" เขาพูดพร้อมทั้งส่งยิ้มกว้างมาที่นาราอีกครั้ง จากนั้นพ่อเลี้ยงตะวันก็ลุกเดินอ้อมมาที่เธอ ก่อนที่เขาจะนั่งลงคุกเข่าลงกับพื้น พร้อมทั้งจับมือของเธอมากุมเอาไว้ ใบหน้าอันหล่อเหลาเงยขึ้นสบตาคู่สวยของภรรยา “ขอโอกาสสักครั้งจะได้ไหมนารา ครั้งเดียวก็พอ เพราะว่ามันจะไม่มีครั้งต่อไป ฉันขอสัญญาว่าฉันจะดูแลหัวใจของฉันให้ดี และดีกว่าเดิม ฉันไม่เคยมีอะไรเกินเลยกับผู้หญิงคนไหน เพราะหัวใจของฉัน มันมีแค่เธอเพียงคนเดียวนะ นารา!" ฉันยังคงเบือนหน้าห
รูปร่างอวบของหญิงสาวท้องป่อง กำลังนอนในท่าตะแคงซ้าย โดยมีร่างบึกบึนของสามีหนุ่มนอนอยู่เคียงข้าง มือขวาของเขาโอบไปที่เอวอวบของภรรยา ฝ่ามือหนาวางแนบไว้ที่ท้องนูน หญิงสาวค่อยๆ พลิกตัวแล้วขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะพบว่าเธอไม่ได้นอนที่เตียงนี้เพียงลำพังแต่มีร่างหนากำยำนอนเคียงข้างพร้อมทั้งโอบเธออยู่ นารามองขึ้นไปที่เพดาน มองซ้ายขวาก่อนจะมองไปรอบๆ ห้อง ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยรูปของเธอในอิริยาบถต่างๆ นี่เขาตามเธอมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมเขาถึงพึ่งปรากฏตัว ที่แท้ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างรั้ว ใช่ต้องเป็นพ่อเลี้ยงตะวันแน่ๆ สามีของเธอ นาราค่อยๆ ยกแขนชายหนุ่มออกจากตัวของเธออย่างเบามือ เพราะกลัวว่าเขาจะตื่น ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นนั่ง ในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นยืนก็ต้องตกใจ เมื่อมือหนาโอบมาที่เอวของเธอ เขาค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ พร้อมทั้งสวมกอดเธอไว้จากทางด้านหลังในท่านั่ง "นาราฉันขอโทษ ขอโทษกับทุกอย่างที่ผ่านมา ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้ ฉันขอโทษ ได้โปรดยกโทษให้ฉันสักครั้งจะได้ไหม" คำขอโทษของเขาสำหรับฉันตอนนี้ มันแทบจะไม่มีความหมาย
วันนี้ฉันอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้า เพราะหมอนัดและคุณคเชนทร์จะทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์ขับรถให้กับฉัน ความจริงฉันนั่งแท็กซี่ไปก็ได้ แต่เขาไม่ยอมก็เลยจำใจต้องไปกับเขา เมื่อรถแล่นมาถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของกรุงปารีส ฉันเดินลงจากรถตรงเข้าไปข้างในโรงพยา
"ถ้าวันหนึ่งนาราไม่อยู่ ขอให้รู้ไว้ว่านาราไม่เคยหมดรัก แค่นารากำลังหมดแรงที่จะไปต่อ เพราะรู้สึกล้ากับสิ่งที่กำลังเผชิญ” พ่อเลี้ยงตะวันรีบเอามือมาปิดที่ปากของฉันไว้ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น"มันจะไม่มีวันนั้น และถ้านาราหนีไปไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ฉันก็จะตามล่าให้สุดขอบฟ้า แล้วพา
พอมาถึงผมเดินเข้าไปในบ้าน พบแม่กับนับดาวกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ ผมจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วนั่งลงข้างๆ มารดา ก่อนที่พลอยจะขอแยกตัวเข้าห้องของหล่อนไป "นับดาวทำไมไม่เรียกนาราลงมาทานข้าวด้วย" "เรียกแล้วแต่ไม่เห็นลงมา และก็ไม
"พลอยไม่ได้เป็นอะไร แค่จะไปฝากท้องเฉยๆ " "ฮ๋า พลอยท้องเหรอ แล้วเดวิดรู้เรื่องนี้หรือเปล่า"ขณะที่พลอยบอกว่าท้องสีหน้าของพ่อเลี้ยงตะวันก็ดูตกใจมาก เพราะเขาคิดว่าเรื่องนี้เดวิดควรจะรับทราบ “พลอยยังไม่ได้บอกเดวิดเ





