Mag-log inวายุถูกแม่บังคับให้ไปดูตัวว่าที่คู่หมั้น แต่เขากลับเทนัดเธอถึงสองครั้ง แถมยังปล่อยให้เธอรอเก้ออยู่ร้านอาหารหลายชั่วโมง "ถ้าสวยคงหาผัวเองไปแล้ว ไม่เหลือมาถึงกูหรอก"
view more@โรงแรมห้าดาว
ห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมห้าดาวถูกเนรมิตให้ดูสวยงามและสุดแสนโรแมนติกด้วยดอกไม้สดนานาพรรณ ผ้าสีขาวถูกตกแต่งให้พลิ้วไหวอย่างประณีต แสงไฟระยิบระยับส่องประกายไปจนทั่วห้องโถงใหญ่ ดอกไม้สีขาวและสีชมพูอ่อนถูกประดับประดาในแจกันตามโต๊ะอาหาร แขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานฉลองมงคลสมรสระหว่าง เจ้าขุน และ ดาริณ อย่างแน่นขนัด
บนเวทีถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง คู่บ่าวสาวเปล่งประกายในชุดแต่งงานสีขาวผ่องและชุดสูทสีดำยืนเคียงข้างกันอยู่บนเวที สองมือจับประสานกันอย่างมั่นคง รอยยิ้มแห่งความสุขและความรักแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าของคนทั้งคู่
ในที่สุดก็มาถึงวันที่หลายคนรอคอย
“จบไปหนึ่งคู่ เหลือแต่มึงกับกูนี่แหละที่ยังโสดอยู่”
ออสติน เอ่ยกับ วายุ ขณะดวงตาเพ่งมองไปบนเวทีด้วยความปลื้มปริ่ม รู้สึกยินดีกับเพื่อนสนิทในกลุ่มที่ได้เป็นฝั่งเป็นฝา ก่อนที่ใบหน้าของหนุ่มลูกครึ่งไทยนอร์เวย์จะหันมาทางเพื่อนสนิทอีกคนแล้วเอ่ยแซว
“คู่มึงล่ะ เมื่อไหร่จะแต่ง”
ทิวเขา ละความสนใจจากคนบนเวทีแล้วหันมาทางคนถามก่อนจะพูดขึ้นว่า
“กูพร้อมมาก แต่น้ำหวานอยากเรียนให้จบก่อนว่ะ”
“กูเห็นด้วยนะที่น้ำหวานคิดแบบนั้น”
วายุเห็นดีเห็นงามกับความคิดของแฟนเพื่อน น้ำหวาน เพิ่งจะเรียนอยู่ปีหนึ่งถ้าคิดเรื่องแต่งงานตอนนี้มันคงดูเร็วเกินไป
“แต่ประเด็นคือกว่าน้ำหวานจะเรียนจบกูแม่งต้องรอตั้งหกปี มึงอย่าลืมดิว่าน้ำหวานเรียนหมอนะเว้ย”
“เออ จริงว่ะ” ออสตินกล่าว
“น่าเห็นใจมันอยู่นะ ฮ่ะ ฮ่า”
พูดว่าเห็นใจแต่การกระทำช่างย้อนแย้ง วายุหัวเราะขำขัน พลอยทำให้ออสตินหัวเราะตามไปด้วย
คนถูกหัวเราะเยาะทำหน้าไม่สบอารมณ์ ก่อนจะละความสนใจจากพวกเพื่อนแล้วสาดส่องสายตาไปทั่วอาณาบริเวณเพื่อมองหาแฟนสาวของตัวเอง
“น้ำหวานคุยกับใครวะ”
พูดพึมพำคนเดียวขณะมองไปทางแฟนสาว ทำให้สองหนุ่มหันตามไปมองด้วยความสงสัย เจ้าของร่างอรชรใบหน้ารีเรียวรูปไข่ดูโดยรวมช่างน่ารักที่กำลังพูดคุยกับน้ำหวานเป็นใครกัน
“น่ารักดีเนอะ” น่ารักมากด้วย
วายุพึมพำ
หลังทานข้าวอิ่มทั้งคู่ก็นั่งจิบไวน์ด้วยกันตรงริมระเบียง คิด ๆ แล้วเหตุการณ์ก็คล้ายกับวันนั้นไม่มีผิด ต่างกันตรงที่วันนี้เขาจะไม่หลับเหมือนวันนั้นเด็ดขาด ร่างสูงขยับเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังหญิงสาว วงแขนกอดรัดเอวคอด ก่อนจะเกยคางไว้บนบ่าเล็กอย่างทะนุถนอม เขากดปลายจมูกลงบนแก้มนุ่มแล้วหอมดังฟอด กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิดหน่อย “พี่รักพลอยนะ” สุ้มเสียงนุ่มทุ้มกระซิบคำว่ารักข้างใบหู พลอยชมพูยิ้มพราย เธอวางแก้วไวน์ไว้จากนั้นก็กอดกุมมือหนาที่กอดกระชับรอบเอวเธอ ใบหน้าหวานเอี้ยวมาทางหลังเล็กน้อยเพื่อสบตากับคนตัวสูง “พลอยก็รักพี่ค่ะ” ริมฝีปากหนายักยิ้มก่อนจะค่อย ๆ บดจูบริมฝีปากจิ้มลิ้ม ปลายลิ้นตวัดโลมเลียอย่างนุ่มนวล เปลือกตาสองคู่ปิดลงพร้อมกัน เรียวลิ้นชื้นค่อย ๆ สอดแยงเข้าไปในโพรงปากนุ่ม เกี่ยวกระหวัดดูดดึงลิ้นเล็กด้านใน ก่อนจะจับให้ร่างเล็กหันหน้ามาทางเขา ฝ่ามือเคลื่อนไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบางแผ่วเบา พลอยชมพูตวัดลิ้นตอบโต้ สอดส่วนปลายเข้าไปในโพรงปากของเขา แล้วดูดดึงอย่างเมามัน โพรงปากแทบจะละลายด้วยอุณหภูมิจา
เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องไปทั่วสนามแข่ง รถสองคันจอดเคียงกันอยู่ตรงจุดสตาร์ต คนขับต่างส่งสายตาท้าทายกันผ่านกระจกหน้าต่าง วายุในชุดนักแข่งสีดำสลับแดงจับพวงมาลัยแน่น ขณะที่พลอยชมพูในชุดนักแข่งสีน้ำเงินแถบขาวกำลังส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เขา ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การซ้อมธรรมดา แต่เป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีที่ไม่มีใครยอมใคร “พร้อมนะ?” เสียงเข้มดังผ่านวิทยุสื่อสาร “พร้อมอยู่แล้ว” พลอยชมพูดตอบกลับพร้อมรอยยิ้มหวาน หลังจากนั้นสัญญาณนับถอยหลัง สาม สอง หนึ่ง ก็ดังขึ้นพร้อมกันผ่านวิทยุสื่อสารเครื่องสีแดง เสียงเครื่องยนต์คำรามสนั่น รถทั้งสองคันพุ่งทะยานออกจากจุดสตาร์ต ล้อบดเบียดไปกับพื้นถนนเสียงดังก้อง สายตาทั้งคู่จับจ้องเส้นทางข้างหน้าด้วยแววมุ่งมั่น “โค้งแรกมาแล้ว” เสียงหวานจากคันที่ขึ้นนำเอ่ยขึ้นขณะคนขับหักพวงมาลัยเข้าโค้งอย่างแม่นยำ รถทั้งคันเหวี่ยงไปตามแรง แต่เธอประคองมันไว้ได้อย่างสวยงาม “เยี่ยม” วายุซึ่งขับตามมาติด ๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ใช้ทักษะขั้นสูงในการควบคุมรถให้ไถลไปตามแนวโค้ง โค้งหักศอกอยู่ข
“พลอย” เรียวปากหนาเผยรอยยิ้มกว้าง แค่เห็นหน้าเธอความหงุดหงิดงุ่นง่านก่อนหน้านี้ก็หายเป็นปลิดทิ้ง เชื่อแล้วว่าพลังแห่งความรักชนะทุกสิ่ง พลอยชมพูส่งยิ้มบาง ๆ ขณะยื่นเครื่องมือสื่อสารให้ชายหนุ่ม วายุรับโทรศัพท์จากมือของเธออย่างเชื่องช้าขณะดวงตายังจ้องเธอไม่กะพริบ เสียงโทรศัพท์มือถือยังดังต่อเนื่อง “ไม่รับสายเหรอคะ” เสียงของเธอช่วยเรียกสติเขา วายุรีบกดรับสายที่โทรเข้ามา “ฮัลโหล” [วันนี้พวกกูไม่ได้ไปเยี่ยมนะเว้ย พอดีมีงานค้างที่คณะว่ะ] เป็นเสียงออสตินที่โทรเข้ามาบอกว่าวันนี้มาเยี่ยมเหมือนทุกวันไม่ได้ แต่ใครอยากให้พวกมันมาล่ะ โดยเฉพาะเวลานี้ อย่าได้มีใครโผล่หน้ามาเชียว “เออ” ตอบเสียงห้วนแล้วกดวางสายทันที ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะคุยกับใคร อยากคุยแค่กับคนตรงหน้าคนเดียวเท่านั้น หลังวางสายวายุก็วางโทรศัพท์มือถือไว้ที่เดิม พลอยชมพูยังนั่งนิ่งไม่มีคำพูดใดเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของเธอ มีเพียงแววตาที่สื่อถึงความห่วงใยที่มีให้เขา หญิงสาวเคลื่อนกระเป๋าใบใหญ่ไปวางไว้ข้างโซฟา วายุเพิ่งสัง
บรรยากาศภายในห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบงัน ทว่าลับหลังหนุ่มสาว ผู้เป็นแม่ของทั้งสองฝ่ายกำลังแสดงท่าทางกระดี๊กระด๊าอย่างออกนอกหน้า ก่อนที่แม่ของฝ่ายชายจะพูดขึ้นมาว่า “พลอย ป้าฝากพี่ไว้สักแป๊บนะจ๊ะ พวกป้ากับแม่ว่าจะลงไปหาอะไรทานหน่อย” “ได้ค่ะคุณป้า” ตอบรับอย่างเต็มใจก่อนจะหันกลับมาทางคนป่วยอีกครั้ง ตอนถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลเธอกับวายุถูกแยกให้นั่งรถคนละคัน ตอนนั้นมันวุ่นวายมากจนเธอยังไม่มีโอกาสขอบคุณเขา หญิงสาวนั่งมองคนป่วยด้วยแววตาเศร้าสร้อย คนบนเตียงขยับตัวเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาคู่หนาจะลืมขึ้นทีละนิด “พลอย” สิ่งแรกที่ได้ยินจากปากเขาคือชื่อเธอ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มกว้างขณะมองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง เรียวปากบางคลี่ยิ้ม ก่อนจะรีบร้อนลุกขึ้นประคองคนที่ขยับตัวลุกนั่ง “พี่วายุอย่าขยับมากนะคะ แผลพี่ยังไม่หายดี” สุ้มเสียงอ่อนหวานที่เขาไม่ได้ยินมานาน ฟังแล้วมันชื่นหัวใจชะมัด วายุยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงใบหู “ได้ยินแบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย” “ยังจะมายิ้มอีก ตอนพี่เข้าห้องผ่าตัดพลอยเป็นห่วงแทบแย่”
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ลมพัดกระโชกจนต้นไม้ด้านนอกเอนไหวไปตามแรงพายุ ภายในบังกะโลหลังเล็ก มีเพียงแสงสีส้มจากโคมไฟที่ให้ความสว่าง กลิ่นดินชื้นและไอเย็นของสายฝนลอยมาแตะจมูก ให้ความรู้สึกแปลกใหม่สำหรับคนเมืองกรุง ชายหนุ่มยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่าง มองสายฝนที่เทกระหน
เสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งเป็นจังหวะ สายลมเย็น ๆ พัดพากลิ่นลมทะเลปะปนกับกลิ่นหอมของอาหารที่ย่างอยู่บนเตาร้อน ๆ เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังแว่วคลอไปกับเสียงเพลงเบา ๆ ที่เปิดสร้างบรรยากาศให้กับปาร์ตี้เล็ก ๆ ริมชายหาด วายุนั่งอยู่ข้างพลอยชมพู ดวงตาคมมองเธอด้วยความเอ็นดู มือหนาค่อย ๆ แกะกุ้งใส่จ
การแข่งขันกีฬาโปโลน้ำกำลังดำเนินไปอย่างสนุกสนาน เสียงกรีดร้องของไอด้าดังสนั่นลั่นสระ ดูเธอจะมีความสุขมากที่ได้อยู่ท่ามกลางหนุ่ม ๆ โดยเฉพาะวายุที่ไม่ว่าเขาจะว่ายไปทิศไหนเธอก็จะตามไปลอยคออยู่ใกล้ ๆ ใช้จังหวะแย่งบอลเอาความอวบใหญ่ของสองเต้าเข้าไปเสียดสีกับร่างกายของเขาราวกับจงใจ “เกาะเป็นปลิง
เรียวปากหนายกสูง ฝ่ามือลูบไล้แผ่นหลังบอบบาง ก่อนจะกระชับอ้อมแขนกอดรัดร่างเล็กแนบแน่น สองเนินนุ่มนิ่มบดเบียดกับแผงอกกว้าง ตอนนี้วายุมีอารมณ์สุด ๆ “ที่พูดมา คิดดีแล้วใช่ไหม” ถามอีกครั้งให้แน่ใจ หญิงสาวขยับตัวยุกยิกบนตักแกร่ง ริมฝีปากสีระเรื่อคลี่ยิ้ม ก่อนจะย้ำเจตนารมณ์ชัดเจน






Rebyu