Masukชีคชามิล บิน ไซฟูติน ชีคหนุ่มจากแดนไกลที่หลงรักสาวน้อยหน้าหวานดวงตาสวยแปลกเพื่อนรักของน้องสาว อญู่ร่า อิลฮัม หญิงสาวชาวไทยที่แอบหลงรักเพื่อนพี่ชายมานานแสนนาน แต่การพบเจอกันทำให้เขายื่นข้อเสนอที่ทำให้หญิงสาวโกรธจนหน้าแดงตัวสั่น การที่เธอไม่รับข้อเสนอของเขาก็เพราะหวาดระแวงไม่ไว้ใจ ดูเขาทำกับเธอก่อนหน้าสิ แล้วแบบนี้จะให้เธอหน้าชื่นตาบานรับข้อเสนอที่อาจมีอะไรแอบแฝงของเขาหรือไง “หม่อมฉันจะลองฟังข้อเสนอของพระองค์ดู แต่ไม่ได้หมายความว่าหม่อมฉันจะอยากรับข้อเสนอของฝ่าบาทหรอกนะเพคะ” อญู่ร่าบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงมั่นคง “เราจะใช้หนี้ให้พ่อของเจ้าทั้งหมด แลกกับการที่เจ้าต้องไปเป็นนางบำเรอของเราสามเดือน” “นางบำเรอ!!!” อญู่ร่าผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโมโหจัด เขาจะดูถูกเธอมากไปแล้วนะ!
Lihat lebih banyakเธอพูดอย่างมีแง่งอนจริงๆ เมื่อนึกไปถึงเรื่องราวเหตุการณ์ในครั้งนั้น“เราไม่ได้ตั้งใจ แต่เหตุการณ์มันพาไป ไม่เช่นนั้น เราก็คงไม่ได้วางแผนจับตัวคนร้ายน่ะสิ ที่เราปลอมเป็นนายไกรตอนนั้นเพื่อซ่อนตัวจากคนที่ตามฆ่าเรา เจ้ากับนาดามาพักบ้านท่านตากับท่านยายพอดี เราก็แค่อยากลองใจเจ้า”“ลองใจราร่าเหรอเพคะ”“เรารู้ว่าเจ้าเสียใจเรื่องที่ริมตลิ่งนั่น ตอนนั้น เรารู้แล้วว่าเจ้าไม่ยินยอมหากเป็นชายอื่น แต่เพราะเราอดใจไม่ไหว ใช้กำลังหักหาญน้ำใจเจ้า และใช้ชั้นเชิงหลอกล่อให้เจ้าเพริดตามเรา” ชามิลไล้หัวแม่มือไปกับหลังมือนิ่มของชายาคนสวย ตอนนั้นเขาไม่ได้อยากรังแกเธอจริงๆ แต่อดใจไม่ไหวจริงๆ“เสียใจสิเพคะ หม่อมฉันไม่อยากเป็นหญิงสองชาย” เธอก้มหน้างุด ชามิลเชยคางมนให้แหงนขึ้นสบตา ประทับจุมพิตหวานล้ำจนร่างสาวสะท้าน“เจ้าไม่ใช่หญิงสองชาย แต่เจ้ามีเราเพียงคนเดียว เราเชื่อใจเจ้าราร่า” เขายืนยันคำพูดนั้นด้วยจุมพิตหวานล้ำอีกครั้ง อญู่ร่าหอบสะท้านใบหน้าแดงเรื่อชวนมองทันทีที่ร่างสูงผละริมฝีปากออกห่าง“แล้วพระองค์ทรงไปตกลงกับคุณพ่อตอนไหนเพคะ เรื่องโรงแรมและเรื่องราร่าด้วย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอค้างคาใจเอามากๆชามิลกำ
“ราร่า น้าขอโทษนะ ที่คิดไม่ดีกับหนูเรื่อยมา” อารตีกล่าวขอโทษอย่างไม่คิดอายอีกต่อไป“หนูไม่เคยโกรธคุณน้าเลยค่ะ อย่าคิดมากสิคะ ถึงยังไง คุณน้าก็ดูแลคุณพ่ออย่างดี ไม่ว่าตอนเจ็บไข้ได้ป่วยหรือจะทุกข์จะสุข คุณน้าทำหน้าที่ภรรยาที่ดีคนหนึ่ง” ทำไมเธอจะไม่รู้ว่ามารดาเลี้ยงรักบิดาของเธอมาก ถ้าหากอารตีดูแลบิดาไม่ดีตั้งแต่แรก เธอคงเอาเรื่องที่อีกฝ่ายทำตัวไม่ดีกับเธอมาบอกบิดาไปแล้ว แต่นี่เธอคิดถึงความสุขของบิดา สละความสุขของตัวเองอันน้อยนิดโดยการไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอารตีเพียงแค่นี้ เธอรู้สึกพอใจที่ทำให้บิดาไม่ต้องทุกข์ร้อนใจกับเรื่องของเธออญู่ร่าคิดเสมอว่าคนเราดีบ้างไม่ดีบ้าง จงมองข้อดีของเขา อันไหนที่มองข้ามได้ก็มองข้ามมันไป อารตีเองก็เช่นกัน นางไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรดีเลย นางก็มีข้อดีหลายอย่าง เพียงแต่คิดว่าเธออาจจะแย่งทุกอย่างจากลูกสาวอันเป็นที่รักจึงกางปีกปกป้องตามประสาแม่ที่รักลูกมาก แม้มันจะผิดก็ตามทีฟาฮัสเองมองภรรยาและลูกสลับกันไปมา ทั้งหมดเงยหน้าอ้อนวอนเขา ทำให้เขาใจอ่อนยวบ“ขอพ่อคิดดูก่อน เพราะพ่อยังรับเรื่องนี้ไม่ค่อยได้” ฟาฮัสตอบคำขอของบุตรสาวในที่สุด เท่านี้ฟาตีมาและอญู่ร่ารับรู้แล้วว่าไม่ย
ทั้งสองฟาดฟันกันไปมา ชามิลโบกมือไล่ลูกน้องคนสนิทให้ถอยไป เขาจะสู้กับรอยฮานเอง ร่างสูงใหญ่ของพี่น้องต่างมารดาฟาดฟันคลุกกันบนผืนทรายอันร้อนระอุอย่างไม่มีใครยอมใคร ฝีมือการต่อสู้ดูจะกินกันไม่ลงจนทั้งคู่บาดเจ็บสะบักสะบอมการต่อสู้ต้องมีการเพลี่ยงพล้ำ ชามิลถูกมีดจ้วงโดนที่แขนเลือดไหลนอง รอยฮานทำท่าจะซ้ำ ชามิลรีบพลิกกายหลบ มีดสั้นจึงปักลงบนผืนทรายแทน“โอ๊ย!” รอยฮานร้องด้วยความเจ็บจุกเมื่อเขาพลาดพลั้งโดนเตะเข้าชายโครงจนกระเด็น ชามิลดึงมีดสั้นออกจากผืนทรายที่ถูกปักเอาไว้ รอยฮานไม่มีท่าทีกวาดกลัว เขาพลิกหลบเมื่ออีกฝ่ายขว้างมีดเข้าใส่ ก่อนที่มีดด้ามนั้นจะปักลงบนผืนทรายอีกครั้งชามิลกระโดดเข้าคร่อมทับร่างของรอยฮานเอาไว้ ก่อนจะกระแทกหมัดเข้าใส่จนอีกฝ่ายหน้าแตกยับ เลือดเป็นลิ่มไหลออกมาตามจมูกและปาก“ลากตัวมันไปขังเอาไว้” ชามิลหันไปสั่งคนสนิทที่รอดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล รอยฮานจึงถูกรวบตัวเอาไว้ได้ในที่สุด“เดี๋ยวก่อน” รอยฮานหันไปพูดกับชามิลเมื่อทำท่าจะโดนลากออกไป“มีอะไร” ชามิลหยุดเพ่งมองใบหน้าที่ยับเยินของอดีตลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจมากที่สุด แต่ไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะกลายมาเป็นพี่ชายต่างมารดาของเขา“
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หน้าซีดเชียว” ชามิลถามอย่างห่วงใย“หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ พระองค์ออกไปคุยธุระกับรอยฮานเถิดเพคะ”“ไม่ต้องรีบก็ได้ รอยฮานไม่ไปไหนหรอก เราเป็นห่วงเจ้า” ชามิลนั่งลงเคียงข้างหญิงสาวอันเป็นที่รัก แล้วแตะหลังมือที่หน้าผากสวยเบาๆ ก่อนจะกดร่างอญู่ร่านอนลงบนเตียงกว้าง“พักผ่อน เดี๋ยวเรากลับมา”“เพคะฝ่าบาท เดี๋ยวก่อนเพคะ” เธอจับมือเขาเอาไว้เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ชามิลนิ่งฟังเธอ พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาคุยกับรอยฮานเช่นเดิม“รอนานหรือเปล่ารอยฮาน”“ไม่นานพ่ะย่ะค่ะ ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่ดูแลคุณอญู่ร่าต่อ ความจริงไม่ต้องรีบก็ได้ ให้ข้ามาวันหลังก็ไม่เป็นไร”“คุยกันต่อเถอะ เรามีเรื่องจะคุยกับเจ้าหลายอย่าง” ชามิลพูดอย่างเป็นกันเองยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างผ่อนคลาย ทั้งสองคุยกันในเรื่องสำคัญมากมายจนกระทั่ง“ฝ่าบาทเป็นอะไร ทำไมเงียบไป” รอยฮานแกล้งเอ่ยถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นชามิลเกร็งตัวเพราะโดนพิษเข้าไปเต็มๆ จากน้ำชาที่เขาลอบใส่ยาพิษลงไป ความจริง มันมียาพิษตั้งแต่กาแรก แต่เพราะชากานั้นถูกทำแตกด้วยฝีมือของอญู่ร่าชามิลเกร็งร่าง ชี้หน้าคนสนิทที่ไว้ใจอย่างผิดหวัง“ในที่สุดวันน
“เปล่าเสียหน่อย ทำไมถึงชอบคิดแบบนั้น แต่ถ้าชีคฟารุกจะกลับไบซา หม่อมฉันก็กลับไปหาคุณพ่อได้สิเพคะ”“เจ้าอยู่เป็นเพื่อนนาดาไปก่อน ส่วนเรื่องพ่อของเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง เราให้คนของเราคอยดูแลอยู่แล้ว”“แต่หม่อมฉันอยากกลับไปช่วยงานคุณพ่อ”“เชื่อเราสิ อีกสักพักค่อยกลับไป” เขาได้รับข่าวที่ไม่ดีสักเท่าไหร่เกี
“นี่ขนาดให้ปล่อย เจ้ายังหยัดสะโพกมาทางด้านหลังเลย ถ้าเจ้าบอกไม่ให้ปล่อย มิกอดเราแน่นเหนียวหนึบหรอกรึ ปากไม่ตรงกับใจเลย หึหึ”ฟารุกแกล้งเบียดกายวนซ้ายขวาแกล้งคนใต้ร่างที่ดิ้นเร่าๆ แล้วก็ครางแทบไม่เป็นภาษา“อื้อ...” ฟาตีมาครางอืออาเมื่อโดนกลั่นแกล้งหลังจากนั้นเขาจับเธอพลิกคว่ำพลิกหงายตามใจชอบ หญิงสา
“ทำมาเป็นอาย เมื่อคืนเจ้าร้อนแรงแค่ไหน ครวญครางลั่นห้องไปหมด”“หยาบคายที่สุด” ฟาตีมาว่าอีกฝ่ายอย่างคับแค้นใจ ก่อนรีบสวมใส่เสื้อผ้าด้วยมืออันสั่นเทา ฟารุกกระชากหญิงสาวออกจากห้องอย่างไม่ปรานีเพื่อออกไปสมทบกับผู้ใหญ่ที่รออยู่ในห้องด้านนอกฟารุกมีสีหน้าเคร่งขรึม เขากดร่างหญิงสาวนั่งลงบนโซฟาข้างกาย ฟาตี
ฟารุกจับไหล่บอบบางให้หันกลับมาหา กระตุกยิ้มอย่างพึงใจที่เห็นอาการของหญิงสาว เขาเป็นผู้ชาย มีผู้หญิงมาให้ท่าขนาดนี้ไม่เอาก็โง่ฤทธิ์ยานอนหลับไม่ได้รุนแรงนัก ฟาตีมาจึงยังพอมีสติ จึงเบลอๆ ง่วงนอนเต็มที...“เจ้าคงชอบให้ข้าลักหลับละสิ” ฟารุกกวาดสายตามองเรือนร่างอรชรเมื่อผ้าห่มผืนหนาถูกดึงออกแล้วผลักไปอี