LOGINเมื่อนางร้ายเบอร์หนึ่งของมหาวิทยาลัยอย่าง เพนนี ลูกสาวนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลถูกหยามเกียรติด้วยการโดนเมินจากผู้ชายที่ดูธรรมดาที่สุดในคณะวิศวะอย่าง อาร์ต ปฏิบัติการตามตื้อฉบับยัยตัวร้ายจึงเริ่มขึ้น เธอทำทุกทางเพื่อจะชนะใจเขา แต่ยิ่งเข้าใกล้เธอกลับยิ่งพบว่ากำแพงที่เขาสร้างไว้นั้นไม่ได้มีไว้กันคนนิ่งเฉย แต่มันมีไว้เพื่อป้องกันคนในใจที่เป็นเพื่อนสนิทของเขาเพียงคนเดียว ในเกมที่เพนนีตั้งใจว่าจะเป็นคนคุม เธอกลับตกหลุมรักความแปลกของเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น ความร้ายที่เธอเคยใช้เอาชนะคนทั้งโลกกลับใช้ไม่ได้ผลกับผู้ชายที่รักเพื่อนสนิทตัวเองสุดหัวใจ “นายชอบคนเรียบร้อยงั้นเหรอ? ได้! ฉันจะเลิกร้ายเพื่อให้นายมองแค่ฉัน แต่จำไว้นะอาร์ต ถ้าฉันไม่ได้นายผู้หญิงคนไหนก็อย่าหวังจะได้!”
View MoreBerlatar belakang 2030
Setelah perang besar berlalu dengan semua kepentingan elit politik dalam rangka menghentikan pergerakan pasukan revolusi yang mulai mengganggu kepentingan para elit global
Semua kepalsuan ini semakin tampak jelas, bukan tidak terlihat tetapi semua terbungkam oleh kekuasaan yang mencengkeram cukup dalam, pemerintahan dinegara negara berkembang tidak mampu untuk mengelak dari arus besar yang mendorong mereka mematuhi semua aturan yang dibuat, semua tipuan ini tampak sangat menekan kalangan bawah dan semakin membuat sulit semua orang yang identik dengan kemiskinan
Usaha pasukan revolusi seperti kerayon yang ditoreh ke tembok dengan keras dan mematahkannya ditengah tengah torehannya, Kerayon itu seperti tampa arti, mereka terbuang dan tersingkirkan oleh kekuatan besar dengan mudahnya, dengan semua pengorbanan ini belum juga mampu menghentikan kekuasaan yang mencengkram negara mereka, sama seperti negara negara lain yang berusaha lepaskan dari tekanan itu, mereka dengan mudah dipatah dan terlihat tidak berarti, bukan hanya serangan fisik, mereka juga mempropaganda kenyataan seakan akan pasukan revolusilah yang bersalah atas semua kejadian perang ini, kejahatan mereka tidak cuma sampai disitu, mereka menciptakan pasukan hitam, agar membuat ketakutan dimasyarakat pada umumnya untuk melawan arus atau pun memberontak.
Perang telah berlalu, dan tidak ada kata lagi yang mungkin bisa dikatakan kecuali kesakitan yang banyak, kesakitan ini adalah luka yang cukup untuk membuat orang banyak belajar tidak ada gunanya berusaha, karna hasil akhirnya kekuatan uanglah yang menghancurkan semuanya
Disebuah kota yang hancur akibat peperangan besar itu, puing dan selongsong peluru berbaur jadi satu, membungkus semua kesakitan mereka, asap tebal membung bung tinggi, tampaknya kesedihan yang mendalam meliputi sisa sisa keluarga yang masih hidup diantara mereka, ada anak yang menjadi yatim dan istri menjadi janda akibat perang besar ini, seakan mereka hanya menunggu kematian itu datang, kerusakan cukup parah terjadi salah satu didistrik, ya itu distrik aya sofia, disana terlihat Dua orang anak kecil, si kaka laki laki dan adiknya perempuan yang sedang meratapi keadaanya, si kaka sedang mengais ngasi sampah bekas perang, tumpukan puing puing itu dipilah satu persatu, berharap ada asa yang bisa dipertahankan, cukup sebuah makanan yang bisa mereka masukan kedalam perut kecil mereka, itu sudah sangat membuat mereka merasa beruntung, disisi lain sang adik yang menangis tak berhenti, menanyakan dimana orang tua nya
" ka mana mamah ka, papah juga mana ka, aku gak mau disini terus, aku mau ketemu mereka "ujar bocah kecil itu sambil mengucak matanya yang terus mengeluarkan air mata
"Sabar ya de, kaka juga gak tau dimana mereka, yang paling penting hari ini kita dapat makan itu sudah lebih dari cukup "" ujar kaka laki laki itu dengan lembut, sambil memeluk sang adik yg terus menangis
"" mamah dimana mamah" tangisnya semakin menjadi
Dalam hati si kaka, bingung, dimana mamahnya dan papahnya yang hilang tidak ada kabar, sedangkan kakanya yang paling tua sudah lebih dulu meninggalkan keluarga itu, ikut berjuang dengan pasukan revolusi
Dan si kaka berusaha menenangkan adiknya, tangis sang adik dan perut yang lapar itu sudah cukup membuat mereka merasakan betapa pahitnya hidup diusia muda mereka
"" De kaka akan berusaha menjaga kamu, apapun itu yang terjadi, kaka gak akan meninggalkan kamu, sabar ya sayang "" sambil memeluk adiknya
Diusia mereka yang masih sangat kecil, mereka harus menerima semua kepahitan ini, akibat keserakahan orang orang besar yang ingin mendapatkan semua tampa memikirkan keseimbangan tatanan kehidupan, tapi ini lah hidup, semua harus tetep berjalan, meski terlihat tidak adil, tapi semua harus tetep berlanjut, walau sesakit apapun itu, walaupun tak sedikit ada dari sebagaian orang berfikir mungkin kematian itu jauh lebih baik
หลังจากเคลียร์งานที่เหมืองและรับมรดกจากคุณปู่เรียบร้อย อาร์ตก็พาเพนนีบินลัดฟ้ามาฮันนีมูนที่หมู่บ้านเซอร์แมท ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่นี่มองเห็นยอดเขาแมตเทอร์ฮอร์นตั้งตระหง่านสวยงามเหมือนในฝันเลย"อาร์ตคะดูสิคะ หิมะตกด้วยสวยเหมือนในหนังเลยนะคะ" เพนนีในชุดเฟอร์สีขาวฟูฟ่องวิ่งออกไปที่ระเบียงบ้านพักสไตล์ชาเลต์สุดหรูอาร์ตเดินตามออกมาพร้อมกับผ้าห่มผืนหนา เขาโอบกอดเพนนีจากทางด้านหลังแล้วห่มผ้าให้ทั้งคู่ "ระวังเป็นหวัดนะครับเพนนี อากาศที่นี่ติดลบนะ เดี๋ยวจะไม่มีแรงเที่ยวคืนนี้นะครับ"เพนนีหันกลับมาคล้องคอสามีสุดหล่อ "แหม... อาร์ตคะ มาถึงที่นี่แล้ว ยังจะคิดเรื่องเที่ยวแบบนั้นอีกเหรอคะ? เพนนีอุตส่าห์เตรียม ชุดพิเศษมาให้เข้ากับบรรยากาศหนาว ๆ เลยนะ""ชุดอะไรครับ? ชุดกันหนาวเหรอ?" อาร์ตแกล้งทำหน้าซื่อ"ก็... ชุดนอนที่บางยิ่งกว่าเกล็ดหิมะยังไงล่ะคะ" เพนนีกระซิบข้างหูพลางขบเม้มติ่งหูอาร์ตเบา ๆ จนเขาถึงกับขนลุกซู่อาร์ตไม่รอช้า เขาอุ้มเพนนีกลับเข้าไปในห้องพักที่เปิดเตาผิงไฟจนอุ่นซ่าน แสงไฟสีส้มจากเตาผิงสะท้อนกับดวงตาของทั้งคู่ อาร์ตวางเพนนีลงบนพรมขนสัตว์หนานุ่มหน้าเตาผิง"เพนนีคุณปู่ท่านอยากได
แทนที่จะหวาดกลัวจนยกเลิกงานแต่ง เพนนีกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วมองจดหมายข่มขู่นั่นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น"อาร์ตคะ... ในเมื่อมันอยากให้งานแต่งเราเป็นงานศพ เพนนีก็จะจัดให้แต่เป็นงานศพของพวกมันนะคะ" เพนนีพูดเสียงเฉียบขาด "เราจะย้ายสถานที่จัดงานจากโรงแรมห้าดาว ไปจัดที่เหมืองระยองค่ะ"อาร์ตมองหน้าแฟนสาวแล้วยิ้มกริ่มอย่างรู้ใจ "แผนล่อเสือออกจากถ้ำสินะครับ? ผมเห็นด้วยครับเพนนี เพราะที่เหมืองคือถิ่นของเรา ผมวางระบบเซนเซอร์และกล้องวงจรปิดไว้ทุกตารางนิ้วแล้ว"ข่าวการย้ายสถานที่งานแต่งสายฟ้าแลบถูกกระจายออกไปทันที นักข่าวและแขกเหรื่อต่างพากันงงงวย แต่สำหรับคนร้าย... นี่คือโอกาสทองที่พวกมันรอคอยวันงานมาถึง... เหมืองระยองถูกเนรมิตให้กลายเป็นรันเวย์สีขาวท่ามกลางหุบเขาและเครื่องจักรเก่าที่ถูกขัดจนเงาวับ เพนนีปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวสีขาวสั้นที่กระฉับกระเฉงกว่าเดิม ส่วนอาร์ตสวมสูทสีดำทับเสื้อกั๊กกันกระสุนที่เขาออกแบบเองอย่างแนบเนียนในขณะที่บาทหลวงกำลังจะเริ่มพิธี สัญญาณสั่นเตือนในนาฬิกาของอาร์ตก็ดังขึ้น"พวกมันมาแล้วครับเพนนี... ทางทิศเหนือ 3 คน ทิศใต้ 2 คน" อาร์ตกระซิบบอกเจ้าสาวของเขา"นิกต
หลังจากส่งตัวภีมให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว อาร์ตกับเพนนีก็กลับมาที่บ้านสวนของคุณปู่ แม้แผนการท่อลมหลอกของอาร์ตจะชนะขาดลอย แต่เขาก็ได้แผลถลอกปอกเปิกจากการพุ่งชาร์จภีมที่พื้นทรายขรุขระมาไม่น้อยเลย"เจ็บมากไหมคะอาร์ต? ดูสิ เลือดซิบเลย" เพนนีพูดพลางถือกล่องปฐมพยาบาลเข้ามานั่งข้างๆ อาร์ตที่ใต้ถุนบ้านไม้"แค่นี้ไกลหัวใจครับเพนนี เห็นคุณปลอดภัยผมก็หายเจ็บแล้ว" อาร์ตส่งยิ้มอ่อนโยนให้เพนนีเบ้ปากใส่คนขี้อ่อยแต่ในใจคือเต้นโครมครามค่ะ เธอค่อยๆ บรรจงชุบสำลีเช็ดแผลที่ท่อนแขนแกร่งของเขา "อยู่นิ่งๆ สิคะทีตอนสู้กับคนบ้าล่ะเก่งจัง พอจะทำแผลล่ะทำเป็นยิ้มหวาน"บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิท มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและสายลมพัดเบาๆ กลิ่นดอกปีบหอมโชยมา เพนนีเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอาร์ตในระยะประชิด แสงไฟสีเหลืองนวลในบ้านทำให้ดวงตาของอาร์ตดูประกายวิบวับกว่าปกติ"เพนนีครับ..." อาร์ตเอ่ยเรียกเสียงเบา พลางใช้มือข้างที่ไม่เจ็บเชยคางเพนนีขึ้นมา "ขอบคุณนะครับที่อยู่ข้างผมในวันที่แย่ที่สุด จนถึงวันที่ผมมีทุกอย่างในวันนี้""เพนนีก็ต้องขอบคุณอาร์ตเหมือนกันค่ะ ที่ยอมอดทนกับนางร้ายเอาแต่ใจอย่างเพนนีมาตลอด"อาร์ตค่อยๆ โน้มใบหน้าเ
หลังจากที่ยัยไหมเดินสะบัดบ็อบออกไป เพนนียังคงยืนหน้างอ ขัดใจที่ยัยนั่นกล้าเอาเรื่องเงินมาข่มอาร์ตกลางวิลล่าส่วนตัว"อาร์ตเพนนีไม่ยอมนะคะ ยัยไหมนั่นไปเอาเงินมาจากไหน ถึงกล้ามาเสนอหน้าลงทุนในที่ดินของปู่อาร์ต" เพนนีกระทืบเท้าเบาๆ อย่างขัดใจอาร์ตดึงมือเพนนีให้นั่งลงที่เดิม "ใจเย็น ๆ ครับเพนนี ผมว่ามันแปลก ๆ ทุนต่างชาติที่ไหนจะกล้าเสี่ยงกับที่ดินที่เคยมีคดีระดับประเทศแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ทุนสีเทาที่ต้องการฟอกเงิน"เพนนีตาวาวทันที "ฟอกเงินเหรอคะ? หึ! งั้นยิ่งง่ายเลยค่ะอาร์ต ในเมื่อยัยนั่นอยากเล่นเกมการเงิน เพนนีก็จะจัดให้!"เพนนีหยิบไอโฟนเครื่องหรูขึ้นมาแล้วต่อสายตรงถึงท่านเดชทันที"คุณพ่อคะเพนนีอยากขอถอนเงินในกองทุนมรดกส่วนตัวของเพนนีทั้งหมดค่ะ ใช่ค่ะ เพนนีจะเอามาลงทุนรีโนเวทเหมืองระยองให้อาร์ต และเพนนีต้องการให้ชื่อบริษัทของยัยไหมติดบัญชีดำของสมาคมนักธุรกิจไทยภายในพรุ่งนี้ด้วยนะคะ"อาร์ตมองแฟนสาวด้วยความทึ่ง "เพนนี... นั่นมันเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณเลยนะ คุณจะเอามาทุ่มกับโปรเจกต์ที่ยังไม่เห็นกำไรแบบนี้จริง ๆ เหรอ?"เพนนีหันมาสบตาอาร์ต แววตาที่เคยขี้เล่นกลับดูจริงจังขึ้นมา "อาร์ตคะ... เง
อาร์ตขับรถพาเพนนีหนีลัดเลาะตามเส้นทางที่ซับซ้อนจนแน่ใจว่าสลัดพวกลูกน้องของท่านเดชหลุดแล้ว เขาตัดสินใจพาเธอมายังบ้านสวนหลังเล็กท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่พักเพียงแห่งเดียวที่คุณปู่ของเขาเหลืออยู่หลังจากโดนยึดทรัพย์สินไปในอดีต"ที่นี่ที่ไหนคะอาร์ต? ดูเงียบสงบจัง" เพนนีถามพลางปัดฝุ่นออกจากชุดสวยที่ตอนนี
"ในเมื่ออาร์ตไม่ยอมขอ... เพนนีคนนี้จะขอเองค่ะ!"เพนนีตัดสินใจว่าการรอให้อาร์ตขอนัดเดตคงต้องรอให้หุ่นยนต์ที่เขาทำเดินได้เองก่อน เธอจึงเลือกใช้วิธีลักพาตัวโดยการส่งนิกและแก๊งเพื่อนวิศวะไปหลอกล่อให้อาร์ตขึ้นรถตู้ของบ้านเธอมาที่สวนสนุกปิดพรีเมียมที่เธอจองไว้เพียงสองคน!ณ สวนสนุก ที่เงียบสงบเพราะโดนเ
เพนนีเหลือบไปเห็นโรสที่ยืนหน้าซีดอยู่ไกลๆ เธอจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่นางเอกไม่มีวันทำ นั่นคือการ "บีบให้ทุกคนพูดความจริง""โรส! มานี่สิ" เพนนีตะโกนเรียกเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามองโรสค่อยๆ เดินเข้ามาด้วยท่าทางกังวล "คุณเพนนี... อาร์ต มีอะไรกันหรือเปล่าคะ?""โรส ไม่ต้องฟังที่ยัยนี่พูดนะ กลับไปก่อน"
"ในเมื่ออาร์ตไม่ยอมบอก... ฉันก็จะหาคำตอบเอง!"เพนนีกลับมาที่บ้านด้วยหัวใจที่บอบช้ำแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอต่อสายตรงหาเลขาฯ ส่วนตัวของพ่อทันที "พี่ชัย... เพนนีอยากได้ประวัติย้อนหลัง 5 ปีของนักศึกษาที่ชื่ออนันดา คณะวิศวะ และ โรสิตา โดยเฉพาะข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่... เอาแบบละเอียดที