Share

บทที่ 6

Author: Melyssa
last update publish date: 2026-08-30 06:07:44

ทางฝั่งของหมอกในอีกด้านหนึ่ง

สีหน้าของหมอกในตอนนี้นั้นตึงเครียดและดูขุ่นเคืองใจอย่างเห็นได้ชัด ทว่าแววตาของเขากลับเศร้าหมองและอ่อนล้าลง ขัดกับสีหน้าของเขามาก วันนี้เขาต้องรู้สึกเจ็บปวดลึกถึงขั้วหัวใจอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตนี้ หมอกพ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมาอย่างกระฟัดกระเฟียด ราวกับต้องการระบายความอัดอั้นทั้งหมดทิ้งไป แล้วทิ้งตัวเอนหลังพิงไปกับพนักโซฟาตัวใหญ่ หลังจากการประชุมที่แสนยาวนานและน่าเบื่อหน่ายที่บริษัทเสร็จสิ้นลง

“ว่าที่ท่านประธานบริษัทผู้ยิ่งใหญ่ของเรา ทำไมวันนี้ถึงทำหน้างอคอหักเหมือนอะไรนะ…ที่พวกวัยรุ่นชอบพูดกัน อืมมม…คนโดนเทใช่ไหม” เสียงเอ่ยแซวอันอบอุ่นแกมติดตลกของวราผู้เป็นพ่อ เอ่ยขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นท่าทางของลูกชายที่ดูหมดอาลัยตายอยากผิดปกติไปกว่าที่เคยเป็น

“เฮียก็อย่าไปแซวลูกแบบนั้นสิ เดี๋ยวหมอกก็คิดมากหรอกน่า” มุก ผู้เป็นแม่เอ็ดสามีเบา ๆ พลางตีที่ต้นแขนของสามีอย่างไม่จริงจังนัก แต่ก็ถูกเอาคืนจากจมูกโด่งที่ฉกฉวยแก้มเนียนของเธอไปหนึ่งฟอดอย่างรวดเร็ว

“หมอกก็คง…กำลังโดนเทจริง ๆ นั่นแหละครับแม่มุก” ถ้อยคำที่บ่นพึมพำออกมาจากปากลูกชายนั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ทำให้วรากับมุกหันขวับมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ ทั้งสองคนแบ่งรับแบ่งสู้กันว่าเป็นเพียงการพูดเล่นหรือว่าลูกชายกำลังอยู่ในอาการอกหักของคนโดนเทอย่างที่เจ้าตัวพูดออกมาจริง ๆ เพราะเดิมทีหมอกไม่ใช่คนที่จะแสดงความรู้สึกออกมาตรง ๆ เช่นนี้

“กลับจากอเมริกามาไม่ทันไรก็ไปโดนสาวที่ไหนหักอกแล้วเนี่ย หืม ว่าแต่…นี่แอบไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมไม่เคยบอกป๊าเลยล่ะ” วราวางมือบนบ่าข้างหนึ่งของลูกชายอย่างอ่อนโยน แล้วเดินผ่านไปนั่งยังโซฟาตัวยาวตรงข้ามกับหมอก พลางจ้องมองใบหน้าลูกชายอย่างพินิจพิจารณา

“ถ้าหมอกมีแฟนก็ต้องบอกเราแล้วสิเฮีย หมอกไม่เคยปิดบังอะไรเราอยู่แล้วนี่นา ใช่ไหมหมอก” มุกคิดว่าลูกชายเพียงแค่พูดเล่นเท่านั้น เธอเชื่อมั่นว่าหากลูกทั้งสี่คนถึงเวลาที่จะมีคนรักเป็นตัวเป็นตนก็ต้องบอกเธอกับสามีอย่างแน่นอน เพราะครอบครัวนี้ไม่เคยมีความลับต่อกัน

“ครับ” หมอกตอบออกไปแบบนั้นก็เพื่อความสบายใจของแม่ เขาไม่ต้องการให้แม่ต้องเป็นห่วงหรือต้องคิดมากไปมากกว่านี้

“แล้วนี่หมอกไปหาช่อแก้วมาแล้วใช่ไหมล่ะ” วราเปลี่ยนเรื่องอย่างกะทันหัน ทำให้หมอกสะดุ้งเล็กน้อย

“...ครับ” หมอกตอบสั้น ๆ พลางหลุบสายตาลงต่ำเล็กน้อย

“แล้วไปเจอช่อแก้วอยู่กับแฟนใช่ไหม” มุกผู้เป็นแม่นั้นช่างสังเกตและเข้าใจความรู้สึกของลูกชายได้ดีกว่าใคร

เมื่อสมัยยังเป็นเด็ก ช่อแก้วนั้นให้ความสำคัญกับหมอกเป็นลำดับแรกเสมอ หากทำเค้กสูตรใหม่ ๆ มา หมอกก็ต้องได้ชิมเป็นคนแรก และถ้ามีคนตัดหน้าหรือช่อแก้วยกให้คนอื่นชิมก่อน หมอกก็จะน้อยใจและไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ต่อให้จะงอนช่อแก้วยังไง สุดท้ายหมอกเองก็ต้องหายงอนเองตลอด เพราะช่อแก้วไม่ยอมง้อเลย แล้วพอไปเจอช่อแก้วอยู่กับแฟน ก็คงจะคิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนสำคัญลำดับแรกของช่อแก้วอีกต่อไปแล้ว หรือไม่ก็โกรธที่ช่อแก้วไม่บอกว่ามีแฟน นี่คือสิ่งที่มุกสันนิษฐานในใจ

“แม่มุกรู้ด้วยเหรอครับว่าช่อแก้วมีแฟนแล้ว” หมอกถามกลับด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเขาเองเพิ่งจะรู้เรื่องนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

“ช่อแก้วเพิ่งจะตกลงเป็นแฟนกับเขตเมื่อสามเดือนที่แล้วเห็นจะได้นะ” มุกตอบพลางลูบหลังลูกชายเบา ๆ เหมือนจะปลอบโยน

“อ๋อ…ครับ...” ความฝันที่เขาเคยเฝ้าฝันมาตลอดหลายปี ว่าจะได้กลับมาบอกความรู้สึกกับช่อแก้ว ก็คงเป็นได้แค่ความฝัน และคงต้องหยุดไว้ที่คำว่าเพื่อนจริง ๆ สินะ

“แต่ป๊าไม่ค่อยถูกชะตาไอ้หนุ่มคนนั้นเท่าไหร่หรอกนะ ฟลอยด์ก็รู้สึกไม่ถูกชะตาเหมือนกัน” วราเอ่ยเสริมขึ้นมา สีหน้าของเขามีร่องรอยของความไม่ชอบใจเล็กน้อย เมื่อพูดถึงแฟนหนุ่มของช่อแก้ว เช่นเดียวกับฟลอยด์ที่เขาสังเกตเห็นว่ามีท่าทีแปลก ๆ

“ทำไมล่ะครับป๊า” หมอกเกิดความสนใจและอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที แววตาที่เคยเศร้าหมองและสับสนกลับมีความหวังเล็ก ๆ ขึ้นมา

“ก็ตามประสาคนหวงลูกสาวน่ะสิ” คราวนี้มุกเป็นคนเอ่ยตอบ พร้อมกับส่งสายตาหยอกล้อไปที่สามี เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อ หากมีผู้ชายมาชอบพอลูกสาวก็คงตั้งท่าเป็นจงอางหวงไข่ไว้ก่อนเป็นเรื่องปกติ

“เหรอครับ” หมอกพยักหน้าเข้าใจในส่วนนี้ “แล้วทำไมอาฟลอยด์ถึงยอมให้ช่อแก้วมีแฟนได้ล่ะครับ ทั้ง ๆ ที่อาฟลอยด์เป็นคนที่หวงลูกสาวมากคนหนึ่งเลยนะครับ ถึงช่อแก้วจะเป็นลูกบุญธรรม แต่อาเขาก็รักและหวงไม่ต่างจากลูกในไส้เลยนี่ครับ” หมอกยังคงสงสัยในเรื่องนี้

“ตอนรู้ก็ไม่ยอมหรอก รีบซิ่งมาจากสกลนครเลยนะตอนนั้นน่ะ เสียงดังโวยวายไปถึงไหนต่อไหน พ่อกับแม่ยังได้ยินเลย แต่พอปุ้ยพูดเท่านั้นแหละ ก็อย่างที่รู้ ๆ กัน เมียใหญ่สุด” วราอธิบายพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ

ฟลอยด์กับปุ้ยไปอยู่ที่สกลนครเพื่อดูแลกิจการร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างหลังจากช่อแก้วเรียนจบปริญญา แต่ช่อแก้วขอเปิดร้านขนมที่กรุงเทพฯ ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ขัด และคอยสนับสนุนเธอเต็มที่

“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วค่ะ หรือว่าเฮียจะเถียง” มุกหันไปมองสามีด้วยสายตาเชิงบังคับ

“ไม่เถียงครับ เฮียไม่อยากอายุสั้น” วราตอบกลับทันควัน พร้อมกับยกมือยอมแพ้ ทำให้มุกหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

“เฮียทำถูกแล้วค่ะ มา ๆ เข้าเรื่องช่อแก้วกันต่อ พออาปุ้ยเห็นว่าช่อแก้วเรียนจบแล้ว โตพอที่จะมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตได้แล้ว แล้วแฟนช่อแก้วก็เป็นรุ่นพี่ที่มหาลัยด้วย เห็นว่าตามจีบมาตั้งแต่ช่อแก้วเรียนปีหนึ่งเลยนะ คอยดูแลเอาใจใส่ตลอด ก็เหมือนกับหมอกนั่นแหละลูก หมอกก็โตพอที่จะมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตได้แล้วเหมือนกันนะ” มุกพยายามชวนลูกชายให้เปิดใจ

“ตอนนี้หมอกขอโฟกัสที่งานก่อนครับแม่มุก งานที่บริษัทกำลังไปได้สวย หมอกอยากทุ่มเทกับงานให้เต็มที่มากกว่า” หมอกพูดออกไป ทั้งที่นั่นไม่ใช่ความตั้งใจแรกของเขาทั้งหมด แต่เป็นข้ออ้างที่ฟังดูมีเหตุผล

“แล้วทำหน้าแบบนี้อย่าบอกนะว่านอยด์ที่ช่อแก้วไม่บอกว่ามีแฟน” วราถามอย่างรู้ทัน

สมัยเด็ก ๆ หมอกมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเมฆ ทั้งสุขุม คิดอะไรเป็นขั้นเป็นตอน และมีเหตุผลเสมอ แต่ถ้าเป็นเรื่องของช่อแก้วทุกอย่างจะตรงข้ามทั้งหมด เขาจะกลายเป็นคนขี้น้อยใจ ไร้เหตุผลขึ้นมาทันที โดยเฉพาะถ้าไม่ได้รับความสนใจจากช่อแก้ว หรือถ้าช่อแก้วให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่า

“หมอกโตแล้วนะป๊า ไม่มานั่งนอยด์กับเรื่องแค่นี้หรอกครับ” หมอกปฏิเสธเสียงแข็ง

“โตแล้ว ก็ต้องรู้วิธีจัดการกับความรู้สึกตัวเอง อย่าอ่อนข้อในเรื่องความรัก ถ้ามัวแต่อมพะนำไม่กล้าบอกความรู้สึก ไม่กล้าที่จะก้าวข้ามเส้นบาง ๆ ที่กั้นขวางอยู่…ก็เป็นได้แค่รักข้างเดียวเท่านั้นแหละ ปะ เราไปกันเถอะมุก” วราพูดทิ้งท้ายอย่างมีนัยยะ เขาลุกขึ้นยืนแล้วโอบเอวของภรรยา ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของลูกชายไปอย่างช้า ๆ ปล่อยให้หมอกจมอยู่กับความคิดของตัวเองต่อ

“เราเพิ่งจะมาหาลูกเอง เฮียจะไปไหน” มุกถามสามีด้วยความสงสัย เมื่อพวกเขายังไม่ได้คุยกับลูกนานเท่าที่ควร

“หมอกน่าจะมีเรื่องต้องคิดเยอะ เราอย่าไปกวนสมาธิลูกเลยนะ” วราตอบกลับไปโดยไม่หันกลับไปมองลูกชายที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา

“เฮียพูดเหมือนเฮียรู้ว่าหมอกชอบใครอย่างนั้นแหละ” มุกรู้สึกว่ามีบางอย่างแฝงอยู่ในคำพูดของสามี น้ำเสียงของเธอจึงเจือไปด้วยความสงสัยเล็กน้อย

“เฮียไม่รู้” วราปฏิเสธแต่มุมปากกลับยกยิ้มเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์

“อะไรของเฮียอีกล่ะเนี่ย” มุกส่ายหน้าเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เมื่อเห็นว่าสามีไม่ยอมบอก

เมื่อพ่อกับแม่ออกจากห้องไปแล้ว เสียงประตูที่ปิดลงเบา ๆ ก็ทำให้ห้องกลับมาอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง หมอกตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง กระทั่งความเงียบทำให้เขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวไม่พัก รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่ยังคงกัดกินอยู่ภายในอก

“หมอกจะเป็นเพื่อนที่แสนดีของช่อแก้วตลอดไป”

คำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ในวันนั้น วันที่เธอกำลังก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต เป็นคำสัญญาที่เขาเคยคิดว่าบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความปรารถนาดี แต่มันกลับกลายเป็นสายใยที่พันธนาการตัวเขาไว้อย่างแน่นหนาจนไม่กล้าข้ามเส้นความเป็นเพื่อน เขาไม่กล้าที่จะบอกความรู้สึกที่แท้จริงออกไป กลัวว่าการกระทำของเขาจะทำลายมิตรภาพอันแสนยาวนานที่สร้างมาด้วยกัน หรือทำลายความสุขของเธอ

เขาไม่ต้องการเห็นเธอเสียใจเลยสักนิด

ทว่าตอนนี้ เขตก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของช่อแก้วแล้ว แถมยังมุทะลุเข้ามาในฐานะคนรัก ซึ่งเป็นสถานะที่เขาเคยปรารถนามาโดยตลอดแต่กลับไม่มีโอกาสเลย หมอกได้แต่บอกกับตัวเองว่าเขาต้องยอมรับความจริงและก้าวผ่านมันไปให้ได้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูบันทึกช่วยจำที่เขาเคยเขียนไว้ด้วยลายมือของตัวเองเมื่อนานมาแล้ว ข้อความเหล่านั้นจะเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจช่วยให้เขามีสติและเข้มแข็ง

1 : ยอมรับความจริง ไม่ว่าเราจะเผชิญปัญหาใดในชีวิต การอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงจะทำให้เราสามารถรับรู้ และเข้าใจปัญหาจนสามารถก้าวผ่านมันไปได้ การหลอกตัวเองมีแต่จะทำให้เจ็บปวดและจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งความเศร้า

2 : เลิกหมกมุ่น ไม่หมกมุ่นกับปัญหา หรือเก็บเอาปัญหามาคิดซ้ำ ๆ ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะยิ่งทำให้เราทุกข์ใจหนักกว่าเดิม เพราะการจมปลักอยู่กับอดีตหรือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วนั้นไม่เกิดประโยชน์อันใด เก็บสิ่งที่ทำให้นึกถึงวันเก่า ๆ ออกไปให้พ้นสายตา

3 : กลับไปใช้ชีวิต ดำเนินกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิมต่อไป ออกกำลังกาย ทำงานให้เต็มที่ พบปะผู้คน เลิกฟุ้งซ่าน เพื่อกระตุ้นให้สมองกลับมาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง และเพื่อที่จะได้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

“ใช่…ใช่แล้ว นี่แหละ” นั่นคือสิ่งที่เขาควรจะทำและจะต้องทำให้ได้ หมอกลุกขึ้นยืนก้าวตรงไปยังหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปเห็นวิวทิวทัศน์ยามเย็นของกรุงเทพฯ ที่ถูกปกคลุมด้วยแสงสีส้มจากดวงอาทิตย์ซึ่งกำลังจะลับขอบฟ้า เขากำมือแน่น พยายามรวบรวมแรงใจทั้งหมดที่มี เพื่อที่จะยอมรับความจริงและก้าวต่อไปข้างหน้า ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 195

    “เยอะไปเปล่าฮับหม่าม้า” ข้าวปั้นเอ่ยถาม“แต่ปุ้นว่าไม่เยอะไปนะฮับ กิงนมเยอะ ๆ ตัวฉูง ๆ”“เยอะไปหน่อยแต่ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเราค่อยเพิ่มน้ำผลไม้ทีหลังก็ได้”ต่อมาขั้นตอนที่สามคือการใส่ผลไม้ที่ช่อแก้วปั่นละเอียดเตรียมไว้ให้ลงไปในแก้ว โดยข้าวปั้นเลือกสตรอว์เบอร์รี ส่วนข้าวปุ้นเลือกมะม่วงสุกสีเหลืองทอง ท

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 194

    สุดสัปดาห์ต่อมาแสงยามเช้าของวันเสาร์ส่องเป็นประกายผ่านเข้ามาทางกระจกใสของร้าน Time To Love Bakery & Café ของช่อแก้ว กระทบกับตัวอักษรไม้แกะสลักชื่อร้านที่ประดับอยู่หน้าร้าน และวันนี้บรรยากาศภายในร้านก็ไม่ได้เงียบเชียบและเรียบง่ายเหมือนทุกวัน หากแต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ดังอยู่ตลอด เพราะ

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 193

    “ปะป๊าโตแย้วไมยะบายไม่ฉวยฮับ” คำถามของข้าวปุ้นยิ่งตอกย้ำให้หมอกเจ็บจี๊ด ๆ ขึ้นไปอีกหมอกยิ้มแห้งก่อนจะตอบ “ก็ปะป๊าไม่ถนัดเรื่องระบายสีในกรอบเล็ก ๆ แบบนี้นี่ครับ มือปะป๊าใหญ่จะตาย” เขาตอบอย่างยอมแพ้ “ปะป๊าว่า…พวกเราให้หม่าม้าสอนดีกว่านะ”ช่อแก้วที่นั่งมองอยู่ก็อดขำไม่ได้ แล้วในที่สุดเธอก็ต้องรับหน้าท

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 192

    รถยนต์คันหรูของหมอกเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าบ้านในยามเย็น ช่วงเวลาที่แสงแดดสีส้มอ่อน ๆ สาดส่องลงมากระทบกับตัวบ้านที่ดูกว้างขวางและมีพื้นที่ใหญ่โตมาก แต่ภาพของความสงบเบื้องหน้านั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะทันทีที่ประตูรถเปิดออก เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ทั้งสี่คนก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง“หม่าม้าขา หนูห

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 191

    “ออเดรย์ว่าน้อง ๆ ของข้าวหอมจะเป็นยังไงกันบ้างเหรอ” ข้าวหอมกระซิบถาม“ออเดรย์ว่าน้อง ๆ ต้องเรียนเก่งแน่เลย เดี๋ยวคุณครูก็ชมน้อง ๆ ให้ฟังแน่นอน” ออเดรย์ตอบอย่างอารมณ์ดี“แต่ข้าวหอมเป็นห่วงน้องจังเลย”“แม่มิลค์เคยบอกออเดรย์ว่าพี่น้องจะคอยเป็นห่วงกันเป็นเรื่องปกตินี่นา ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”“นั่นสิเนอะ อ

  • รักที่เป็นม่านหมอก    บทที่ 190

    หนึ่งอาทิตย์ต่อมาในที่สุดก็ถึงวันสำคัญที่ทุกคนในบ้านต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของสามแสบ ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น และข้าวปุ้น บรรยากาศในบ้านยามเช้าจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่น่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ดังไปทั่วบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะที่หมอกกับช่อแก้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status