Mag-log in
“เอาว่ะ!! ถือว่าช่วยละกัน” ภูริศถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดเหลือเพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวที่ติดตัวไว้เพื่อปกปิดของสงวนของตัวเอง จากนั้นชายหนุ่มก็ล้มตัวลงไปนอนบนเตียงข้างๆหญิงสาว และถือวิสาสะสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกันกับเธอ ทางด้านของหญิงสาวเหมือนเจ้าตัวจะสัมผัสได้ว่ามีคนมานอนอยู่ข้างๆ เธอรีบขยับตัวเข้ามาใกล้ชายหนุ่มราวกับต้องการซึมซับความอบอุ่นจากใครสักคน โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนคนนั้นคือคนใจร้ายที่ทำร้ายตัวเอง ทางด้านของคนที่ได้ชื่อว่าสามีเมื่อถูกภรรยาสาวจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาได้แต่นอนนิ่งปล่อยให้เธอกอด เพราะยังอึ้งกับการกระทำของเธอ ปกติเธอไม่เคยทำแบบนี้กับเขาเลย และหัวใจของเขาไม่รู้เป็นบ้าอะไรจู่ๆมันก็เต้นแรงขึ้นมาเฉยเลย ผิดไหมถ้าเขาจะคิดว่าเธอกำลังอ้อนตัวเองอยู่ ใบหน้าและหน้าตาของเธอราวกับเด็กน้อย ปากบางก็พึมพำเบาๆ ซึ่งเขาก็จับใจความไม่ได้เลยว่าเธอกำลังพูดว่าอะไร เธอจะรู้ไหมว่าท่าทางแบบนี้มันน่ารักมากและเขาก็ไม่เคยได้เห็นโม้เม้นแบบนี้ของเธอเลย แปลกที่ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีรำคาญเลยสักนิด และเขาก็เลือกที่จะปล่อยให้เธอกอดอยู่อย่างนั้น ไม่ได้คิดจะผลักไส
มือหนาที่กำลังจะเปิดประตูห้องนอนของตัวเองชะงักลงทันที เพราะชายหนุ่มตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางและก้าวไปข้างหน้า จุดหมายคือห้องของภรรยาสาว เอาจริงๆเขาไม่เคยเหยียบเข้ามาในห้องของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว นับตั้งแต่ที่เราแต่งงานกันเพราะไม่อยากเข้าไปวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวของใคร ขนาดตัวเขาเองยังไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในห้องของตัวเองเลยเพราะมันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของใครของมัน เพราะฉะนั้นเขาจึงทำทุกอย่างให้ชัดเจน พื้นที่ไหนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเธอเขาก็จะไม่เข้าไปก้าวก่าย ยกเว้นแค่ครั้งนี้เพราะเขาอยากเข้าไปดูเธอด้วยตาตัวเอง ส่วนเวลาที่จะทำเรื่องอย่างว่า เขาจะเป็นคนทักไปหาและให้เธอเข้ามาหาในห้องของตัวเอง พอเสร็จภารกิจเธอก็ต้องออกไปจากห้องของเขาทันที เพราะเขาไม่อนุญาตให้อยู่ต่อ มันเป็นข้อตกลงของเราตั้งแต่แรกแล้วและตัวเธอเองก็ยอมรับได้ เขาไม่ชอบนอนร่วมเตียงกับคนที่ไม่ได้รักนี่คือเหตุผล ส่วนเรื่องเซ็กซ์มันคนละส่วนกัน เราทั้งคู่แค่ตอบสนองความต้องการของกันและกันและที่สำคัญมันเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องทำ.... หกเดือนแล้วที่เราสองคนก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอดเธอเองก็ไม่ได้มีป
“พี่ไวน์!!” “ใช่พี่เอง.... ทำไม คิดว่าใคร!! ” ชายหนุ่มถามออกไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เขายังโมโหเรื่องที่เธอหอมแก้มผู้ชายคนนั้นไม่หาย ทางด้านหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของร่างสูงเธอไม่ได้โง่จนดูไม่ออกว่าชายหนุ่มกำลังไม่พอใจกับการกระทำของตัวเอง แต่เธอก็มั่นใจว่ายังไงก็เอาเขาอยู่ เพราะถ้าเธอไม่มีความสามารถป่านนี้เธอกับเขาคงเลิกกันไปนานแล้ว พี่ไวน์คือแฟนของเธอ ใช่... เธอมีแฟนแล้วและคบกับพี่ไวน์มานานแล้วด้วย ก็ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเลยแหละ เพียงแค่เธอไม่ได้บอกใครไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือแม้แต่ภูริศก็ตาม และเธอก็ไม่คิดจะบอกด้วย ปล่อยให้เขาคิดว่าเธอยังโสดนะดีแล้ว.... เพราะเธอชอบมากเวลาที่เห็นเขาคอยเอาอกเอาใจและสนใจแต่เธอ เขาดูพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอประทับใจและมันเป็นแบบนี้มาตลอด ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญยังไงก็ไม่รู้ ส่วนพี่ไวน์เขานะเข้าใจเธอทุกอย่างเราถึงได้คบกันนานขนาดนี้ อะไรที่เป็นความสุขของเธอเขาไม่ห้ามอยู่แล้ว อาจจะมีหึงบ้างตามประสาผู้ชาย แต่เธอก็มีวิธีปลอบเขาในแบบที่รู้ๆกัน “เดียร์ตกใจหมดเลย อยู่ๆพี่ก็เข้ามากอด” “คิดว่าลืมชื
คุณคิดว่าคนหนึ่งคนจะมีความอดทนได้มากแค่ไหนกัน อดทนกับความรักที่ไม่ประสบความสำเร็จ อดทนกับความพยายามที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยดูดีหรือมีค่าในสายตาของเขาเลย อดทนกับความเย็นชาและความใจร้ายของคนที่ได้ชื่อว่าสามีของตัวเอง และใช่ค่ะผู้หญิงที่ชื่อเอิงเอยคนนี้อดทนมาตลอด แล้วเป็นยังไงล่ะ..... สิ่งที่เธออดทนมาตลอด ผลตอบแทนที่ได้คือความว่างเปล่า ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เคยเกิดขึ้น นับตั้งแต่ที่เราแต่งงานกันไม่เคยมีวันไหนเลยที่เขาจะทำหน้าที่สามีที่ดีให้กับเธอ เว้นก็แต่เรื่องบนเตียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่เขายังคงทำมาตลอด แต่ไม่ใช่เพราะรักหรือชอบเธอนะ เขาเพียงต้องการคืนทุนให้ตัวเองก็เท่านั้นเอง ทุกคนเข้าใจถูกแล้วค่ะ...เขาบอกว่าตัวเองเสียค่าสินสอดไปเยอะ เพราะฉะนั้นเขาต้องใช้งานร่างกายของเธอให้คุ้มกับเงินที่เสียไป เธอมีค่าแค่บนเตียง เป็นได้แค่ที่รองรับอารมณ์ของเขาก็เท่านั้นเอง ทุกครั้งที่เรามีอะไรกัน เขาบอกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้เธอนอนร่วมเตียงด้วยเด็ดขาด....พอเขาเสร็จสม เขาก็จะไล่เธอให้ออกไปจากห้องทันที และเธอก็ต้องแบกร่างกายที่บอบช้ำกลับมานอนห้องตัวเองเส
“ญาติคนไข้ค่ะ.... ตอนนี้หมดเวลาเยี่ยมแล้วนะคะ” “เออ... ขอโทษด้วยค่ะ พอดีเอยไม่ได้ดูเวลา” เอิงเอยโค้งศีรษะเล็กน้อย เพื่อเป็นการขอโทษเจ้าหน้าที่ เธอผิดเองที่ไม่ได้ดูเวลา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้ไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว หญิงสาวหันกลับไปมองผู้เป็นพ่อที่นอนอยู่บนเตียงและพูดกับท่านด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เอยกลับก่อนนะคะคุณพ่อ วันพรุ่งนี้เอยจะมาเยี่ยมใหม่ ฟอด!! เอยรอคุณพ่ออยู่นะ ฮึกๆ รักคุณพ่อนะคะ” เมื่อลาคนเป็นพ่อเสร็จ หญิงสาวจึงหันมาส่งยิ้มให้กับเจ้าหน้าที่ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปจากห้อง คนตัวเล็กเดินออกมาด้วยอาการเหม่อลอย เธอไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับชีวิตต่อจากนี้ การไม่มีคุณพ่อยืนเคียงข้างเหมือนชีวิตของเธอมืดมนซะเหลือเกิน หวังจะพึ่งหรือปรึกษาคนเป็นสามีก็เลิกคิดไปได้เลย เพราะเขาไม่แม้แต่จะสนใจปัญหาของเธอ ขนาดอาการป่วยของคุณพ่อเขายังไม่คิดจะถามหรือสนใจเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เธอคิดได้ว่าไม่ควรเอาตัวเองมาจมอยู่กับคนเลวๆแบบเขา และเธอก็ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกตัวเองกับพ่อเช่นกัน เธอตัดส
เมื่อขับรถออกมาจากบริษัทของภูริศรักษิกาเลือกที่จะมาโรงพยาบาล เพื่อมาหาคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต เพราะเขากำลังรอบเธออยู่ที่นี่ และคนคนนั้นก็คือคุณพ่อของเธอเอง... คุณพ่อที่เป็นทุกอย่างในชีวิตเป็นเหมือนโลกทั้งใบของเธอเลยก็ว่าได้ แต่ตอนนี้โลกใบเดิมของเธอมันไม่สดใสแล้ว เพราะตอนนี้คุณพ่อที่เธอรักท่านกำลังป่วยหนักนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องไอซียูมาเป็นเดือนแล้ว ทำให้ในเวลานี้หญิงสาวเคว้งคว้างเหลือเกิน เธอไม่อยากจะคิดเลยถ้าวันหนึ่งไม่มีท่านอยู่ เธอจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง โลกทั้งใบของเธอต้องพังทลายแน่นอน คุณหนูอย่างเธอที่ถูกพ่อเลี้ยงดูมาอย่างดี ตามใจทุกอย่าง ไม่เคยต้องลำบาก อยากได้อะไรท่านจะหามาให้หมด เพราะท่านเองก็มีเธอเป็นลูกเพียงคนเดียวจึงตามใจทุกอย่าง คุณพ่อไม่เคยอยากแต่งงานใหม่หรืออยากมีครอบครัวใหม่เพราะกลัวว่าคนอื่นที่เข้ามาในชีวิตจะมารังแกเธอ กลัวว่าเธอจะไม่มีความสุข ก็ตั้งแต่ที่คุณแม่เสียไป ท่านก็ครองตัวเป็นโสดและดูแลลูกสาวอย่างเธอเป็นอย่างดี พอวันหนึ่งทุกอย่างที่ท่านสร้างขึ้นมาถูกคนที่ไว้ใจหักหลังกัน ทำให้ท่านช๊อกจนหลอดเลือดในสมองแตก ตอนนี้ท่านอยู







