Masukข้อนิ้วแกร่งร้อนไถลถูข้างแก้มนวลนุ่มของนาง กลิ่นอำพันเฉพาะตัวของเขาชัดเจนขึ้นในคืนนี้ เหตุใดนางจึงไม่สังเกตถึงสิ่งนี้มาก่อน เขาใช้กลิ่นถุงหอมแตกต่างจากพี่น้องคนอื่น นิ้วเขาลูบเลยลงริมฝีปากบางกระจับเล็ก ไล้แผ่วเบาแล้วล้วงนิ้วเข้าไปในปาก มีเสียงลมหายใจชัดขึ้น แรงขึ้นคล้ายอาการสะกดกลั้น ไอร้อนแกร่งขยับเข้าใกล้เมื่อเขานั่งคร่อมตั่งไม้แล้วยกขาของนางพันรอบเอวสอบไว้ ขยับโน้มหน้าลงใกล้ นับครั้งได้เลยว่าชายไร้หน้าด้านบนนี้จุมพิตนางกี่ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามเท่านั้น หากแต่จูบที่นางได้รับค่ำนี้กลับหนักหน่วงดุดัน เขากดริมฝีปากหนาลงแน่นล้วงลิ้นชอนไชกวาดไล้ เซาะไรฟันราวต้องการนับซี่ของมันว่ามีกี่ซี่ นางได้ยินเสียงน้ำลาย เสียงจูบบดเบียด เสียงเนื้อเสียดสี เขากอบกุมหน้าอกเนินทรวง นี่นับว่าเป็นครั้งแรกเช่นกันเพราะทุกครั้งนางนอนคว่ำหน้ามาตลอด เขากุมแน่นคลึงขยำอย่างพอใจด้วยแรงชายและมือหยาบผิดไปจากพี่น้องคนอื่น บุรุษผู้นี้ยังไม่ยอมปล่อยริมฝีปากออก ประโลมจูบต่อเนื่องยาวนาน คลึงเต้างามทั้งขยี้ยอดหัวนมเล็กปั่นจนนางบิดเร่า ในเมื่อเขาไร้เสียง นางก็จะไร้เสียง กายของนางบิดไปมาเสียดสีกับร่างแกร่งของเขาเป็นครั้งแรก นางพบว่าเขาพึงพอใจจากจุมพิตที่หนักหน่วง
Lihat lebih banyak1-แรกเข้าจวน
เสียงอึกทึกครึกโครมของขบวนเจ้าสาวยาวเหยียดนับจากปากถนนเหนือจรดใต้ ด้วยงานมงคลของตระกูลหลี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความร่ำรวยเงินทองจากการค้าขาย
สินสอดเจ้าสาวและสินเดิมที่นำติดตัวมาจากตระกูลซู แม้มีฐานะด้อยกว่าซ้ำอยู่อีกเมือง มิใช่เมืองหลวงเช่นเมืองนี้ แต่ขบวนยังยาวไกลมิอาจนับจำนวนคนหามหีบไม้ใส่สินเดิมได้
ซูเม่ย หญิงงามวัยเพียงสิบสี่ปีเพิ่งได้ปักปิ่นเพียงสามเดือน แม่สื่อจากหลายตระกูลต่างรุมล้อมเดินเข้าออกคฤหาสน์หลังงาม นับได้ว่าชื่อเสียงความงดงาม กิริยามารยาท ความรู้เรื่องกาพย์กลอนหมากพิณมิมีผู้ใดเทียบได้
ซูเม่ยปิดปากหาวหวอดอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาว โยกเยกจนหัวสั่นคลอนนั่งสัปหงกมาหลายครา นางถูกปลุกแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมตัวสวมชุดแต่งงานหรูหราสีแดงไหมสานริ้วทอง มือเรียวงามดั่งลำเทียนยังโบกพัดใบหน้าจากอากาศภายใน
นางมิเคยเห็นเจ้าบ่าวมาก่อน รู้เพียงแต่ว่าเป็นบุตรชายคนนรองของตระกูลหลี่เกิดแก่ฮูหยินใหญ่ ซึ่งนายท่านได้ด่วนจากโลกนี้ไปเมื่อสามปีก่อน ซึ่งนับได้ว่าสมควรแก่เวลาที่ตระกูลหลี่จักมีงานมงคลเสียที
“หลี่เจิ้ง”
ซูเม่ยทวนคำชื่อในใจ นิ้วกรีดชายผ้าคลุมเล่นอมยิ้มเพียงลำพัง แม้ว่างานแต่งงานจัดรวบรัดไปสักหน่อย ไม่ทันให้นางได้เจอหน้าเจ้าบ่าวแม้แต่น้อย แต่จากเสียงร่ำลือหนาหูว่าคนตระกูลหลี่ล้วนหน้าตาดีทั้งสิ้น ทำให้ใจของสาววัยแรกแย้มตื่นเต้นไหวระริก
ฉับพลันเกี้ยวของนางพลันหยุดนิ่งลงแล้วแสงสว่างลอดเข้ามา ตามประเพณีบ้านของนางต้องเป็นฝ่ายนำเจ้าสาวลงจากเกี้ยว แต่ดูเหมือนว่าทางเจ้าบ่าวจักใจร้อนเสียนี่กระไร นางมองลอดผ้าคลุมสีแดงตรงหน้าเห็นพัดสีขาวสะบัดผ้าม่านออกพร้อมส่งมือออกมาให้นางได้จับ
ซูเม่ยยิ้มเอียงอายโดยที่ไม่มีใครเห็นใต้ผ้าคลุม ส่งมือเล็กเรียวยิ่งทั้งขาวผ่องนุ่มนวลออกไปด้านหน้า วางบนข้อมือหนาผิวละเอียดทั้งแข็งแกร่ง แรงชายช่วยพยุงนางออกจากเกี้ยวแล้วประคองนางเข้าไป พาข้ามกระถางไฟเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
“เจ้าสาวมาแล้ว เจ้าสาวมาแล้ว”
ซูเม่ยได้ยินเสียงเด็กวิ่งเล่น เสียงร้องตะโกน เสียงผู้คนโห่ร้องแสดงความยินดี
นางลอบมองพื้นด้านข้างเห็นรองเท้าสีดำโผล่ออกมาจากชายผ้าคลุมสีแดงชุดแต่งงานของหลี่เจิ้ง เท้าไม่ใหญ่มากนัก เขาคงเป็นชายรูปร่างผอม แต่จากการจับมือเมื่อครู่ หลี่เจิ้งยังคงแข็งแรงดั่งชายแท้
นางอมยิ้มอีกคราใต้ผ้าคลุม ว่าที่สามีของนางอายุยี่สิบสี่ เลยวัยสวมหมวกมาหลายปี แต่ด้วยท่านพ่อของหลี่เจิ้งได้เสียชีวิตลง ทางตระกูลจึงเว้นงานมงคลเสียหลายปี
ข้าโชคดียิ่ง ได้แต่งให้ชายหนุ่มร่ำรวย ทั้งอายุยังไม่มาก
“บ่าวสาว คำนับฟ้าดิน”
ซูเม่ยรับน้ำชามาจากแม่สื่อที่ยื่นส่งมาด้านหน้า แล้วโค้งคำนับพร้อมคนด้านข้าง
“คำนับบรรพบุรุษ”
นางรับน้ำชามาอีกคราและโค้งคำนับตามที่แม่สื่อจับนางให้หันไปทางป้ายวิญญาณ
“คำนับบิดามารดา”
ซูเม่ยคุกเข่าลงตรงหน้าพร้อมเจ้าบ่าว รับน้ำชามาถือไว้แล้วคำนับยื่นส่งบิดามารดาตรงหน้า ใจยังนึกแปลกใจมิใช่น้อย ในเมื่อนายใหญ่ของตระกูลได้ตายจากไปเสียแล้ว แต่เหตุใดจึงมีชายวัยกลางคนนั่งอยู่เก้าอี้ด้านข้าง
“ท่านแม่”
ซูเม่ยยื่นมือออกไปรับถุงสีแดงจากมือฮูหยินใหญ่
“ให้พวกเจ้าอยู่กันจนเส้นผมขาวโพลน ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง”
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”
นางคำนับโขกศีรษะลงพื้นจนครบ แล้วถูกจับให้หันไปทางเตาฟืนในครัว แล้วคำนับลงอีกคราสามครั้งเป็นอันเสร็จพิธี
32- บทส่งท้าย จบบริบูรณ์“ฮูหยินเจ้าคะ”นางเอี้ยวตัวกลับไปยังซูเจียวขณะที่โน้มร่างลงตัดกิ่งดอกกุหลาบ กลิ่นหอมยิ่งที่นางสั่งให้คนรับใช้ทำแปลงปลูกไว้ระหว่างเรือนหลักและเรือนของนาง“ให้บ่าวทำแทนเถอะเจ้าค่ะ ต้องพาคุณหนูไปคารวะม่าฮูหยินแล้ว”นางผินหน้าไปทางบุตรชาย หลี่เหยียน วัยเพียงขวบกว่ากำลังยืนนิ่งข้างแม่นมประจำตระกูลเสียงประทัดวันขึ้นปีใหม่จากเรือนข้างเคียงกลางตลาดดังระงมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดฟ้าไม่ทันสางนางเดินไปหาบุตรชายแล้วจับมือเล็กไว้พาเดินไปยังเรือนหลัก“วันนี้อาเหยียนเป็นเด็กดีนะ ห้ามดื้อรู้ไหม”ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความฉลาดเฉลียวของเจ้าตัวเล็กหรือเพราะเป็นเด็กไร้เดียงสาจึงส่งเสียงอืออายังไม่เป็นคำนักราวกับขานรับคำสั่งของท่านแม่ซูเม่ยยิ้มออกมาแล้วส่งมือบุตรชายให้แม่นมเมื่อเดินขึ้นบันไดถึงโถงด้านหน้าวันนี้นางสวมชุดสีแดงลายมังกรเขียว สัญลักษณ์พลังหยิน และท่านแม่ ม่าฮูหยินก็สวมใส่แบบเดียวกัน“ท่านแม่”
31 กลับมาแขวนโคมแรก nc 25+ข้อนิ้วแกร่งร้อนไถลถูข้างแก้มนวลนุ่มของนาง กลิ่นอำพันเฉพาะตัวของเขาชัดเจนขึ้นในคืนนี้ เหตุใดนางจึงไม่สังเกตถึงสิ่งนี้มาก่อน เขาใช้กลิ่นถุงหอมแตกต่างจากพี่น้องคนอื่นนิ้วเขาลูบเลยลงริมฝีปากบางกระจับเล็ก ไล้แผ่วเบาแล้วล้วงนิ้วเข้าไปในปากมีเสียงลมหายใจชัดขึ้น แรงขึ้นคล้ายอาการสะกดกลั้น ไอร้อนแกร่งขยับเข้าใกล้เมื่อเขานั่งคร่อมตั่งไม้แล้วยกขาของนางพันรอบเอวสอบไว้ ขยับโน้มหน้าลงใกล้นับครั้งได้เลยว่าชายไร้หน้าด้านบนนี้จุมพิตนางกี่ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามเท่านั้น หากแต่จูบที่นางได้รับค่ำนี้กลับหนักหน่วงดุดัน เขากดริมฝีปากหนาลงแน่นล้วงลิ้นชอนไชกวาดไล้ เซาะไรฟันราวต้องการนับซี่ของมันว่ามีกี่ซี่นางได้ยินเสียงน้ำลาย เสียงจูบบดเบียด เสียงเนื้อเสียดสี เขากอบกุมหน้าอกเนินทรวง นี่นับว่าเป็นครั้งแรกเช่นกันเพราะทุกครั้งนางนอนคว่ำหน้ามาตลอดเขากุมแน่นคลึงขยำอย่างพอใจด้วยแรงชายและมือหยาบผิดไปจากพี่น้องคนอื่นบุรุษผู้นี้ยังไม่ยอมปล่อยริมฝีปากออก ประโลมจูบต่อเนื่องย
30-กลับมาแขวนโคมแรก“ฮูหยิน”ซูเม่ยพยุงร่างลุกขึ้นจากเตียงนอน เมื่อเย็นนี้มีสาวใช้นำอาหารใส่ถาดยกมาให้ถึงจวน นางมิต้องไปนั่งทานร่วมกับผู้อื่นให้กระอักกระอ่วนใจ ค่ำนี้นางต้องแขวนโคมเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน“ผู้คุ้มกฎ”“เปลื้องอาภรณ์เถิดเจ้าค่ะ น้ำร้อนได้ที่แล้ว”นางมองไปยังฉากกั้นอาบน้ำ กลิ่นกุหลายน้ำมันระเหยลอยคลุ้งจึงลุกขึ้นเดินเข้าสู่มุมเล็กข้างอ่างพลันได้ยินเสียงลากของหนักเข้ามา“นั่นเตียง เหตุใดวันนี้จึงใช้ตั่งเอนนอน”“คุณชายกำชับมาเจ้าค่ะ”พี่ใหญ่งั้นหรือ ตามปกติหากเป็นวันนี้นางต้องนอนคว่ำหน้าบนเตียงมิใช่หรือนางเก็บความสงสัยไว้กับตัวแล้วหย่อนร่างลงน้ำผ่อนคลายความตึงเครียด“วันนี้น้ำหอมมาก”“เจ้าค่ะ คุณชายกำชับมาให้ผสมสมุนไพรบางชนิด ร่างกายจะได้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น”เขาช่างใส่ใจยิ่งนางลอยคอขัดตัวอยู่เป็นครู่จึงได้ลุกขึ้นจากน้ำ ร่างเปล่าเปลือยอรชรตัวชุ่มน้ำไหลลงเป็นทา
29-แต่งงานหมู่ซูเม่ยนอนหลับไม่สนิทมาตลอดคืน พลิกซ้ายขวาลืมตา บ้างผล็อยหลับไปบ้าง นับจากสิบส่วนแล้วนางได้นอนไปเพียงสามส่วนเท่านั้น จึงทำให้เช้ามาดวงตาจึงดำคล้ำยิ่งนัก“ฮูหยิน ท่านเป็นอะไรเจ้าคะ ดูสิขอบดวงตาดำ”“ข้านอนไม่หลับ”ซูเม่ยเอ่ยเสียงแผ่วเบา นางยังไม่กล้าบอกซูเจียวถึงเรื่องที่นางได้เจอมาเมื่อคืนฮูหยินคนก่อนของพี่ใหญ่ลักลอบได้เสียเป็นชู้กับพ่อสามีตัวเองจนตั้งท้อง ผิดกฎร้ายแรงจนถูกจับใส่ตะกร้าถ่วงน้ำ ส่วนท่านพ่อถูกขังไว้ยังเรือนร้างหลังจวน ยังดีตรงที่ลูกชายได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี แต่ป่านนี้นางเองยังไม่เคยเจอพบเห็นหน้าเลยแม้สักครั้งเดียว“ซูเจียว”“เจ้าคะ”ซูเจียววางถ้วยโจ๊กร้อนบนโต๊ะตรงหน้า ยืนรอฟังคำสั่งจากฮูหยิน“เจ้าเคยได้ยินเรื่องแต่งงานหมู่หรือไม่”“แต่งงานหมู่ เป็นแบบใดเจ้าคะ”“แบบเมียเดียวในหมู่พี่น้องผู้ชาย”“ฮูหยินนั่นมันบ้านนอกมากนะเจ้าคะ