ANMELDENสามวันหลังจากพายุความซวยเรื่องน้ำตาลทรายแตกผ่านไป ชีวิตของไทน์ยังคงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก บรรยากาศภายในร้านสะดวกซื้อที่เธอเคยรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยกลับกลายเป็นสมรภูมิเงียบๆ พนักงานรุ่นพี่อย่างก้อยยังคงใช้สายตาจิกกัดและคอยโยนงานจิปาถะมาให้เธอทำไม่หยุดหย่อน แต่ไทน์เลือกที่จะเปลี่ยนความอัดอั้นให้กลายเป็นพลัง เธอขัดชั้นวางสินค้าจนเงาวับ จัดเรียงป้ายโปรโมชั่นให้ตรงเป๊ะ และส่งเสียงทักทายลูกค้าอย่างขยันขันแข็งด้วยหวังว่า งานจะช่วยปกป้องเธอจากความอยุติธรรม
“วันนี้มีพายอบร้อนๆ นะคะ รับเพิ่มไหมคะลูกค้า สองชิ้นสามสิบบาทเองค่ะ”
ไทน์ส่งยิ้มให้ลูกค้าวัยทำงานที่กำลังรีบเร่ง แต่สิ่งได้รับตอบกลับมามีเพียงความเฉยชา ลูกค้าคนนั้นเดินผ่านไปราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ ไทน์ลอบถอนหายใจยาว ไหล่บางล้าลงเล็กน้อย ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับลมฤดูร้อนที่หอบเอาความรู้สึกบางอย่างเข้ามาในร้าน
สายตาของไทน์ปะทะเข้ากับร่างระหงที่เดินก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม คุณรัก ปรากฏตัวในชุดเดรสผ้าลินินสีขาวสะอาดตา ตัดกับผิวขาวจัดของเธออย่างลงตัว เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบขึ้นอย่างลวก ๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและต่างหูมุกเม็ดเล็กที่ส่องประกายรับกับแสงไฟนีออน เธอไม่ได้ใส่แว่นกันแดดเหมือนวันแรก ทำให้เห็นดวงตาคมปลาบที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นบางอย่างที่ยากจะคาดเดา
รักเดินวนไปตามชั้นวางสินค้าอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วเรียวสวยลากผ่านขอบชั้นวางเหมือนกำลังตรวจตราความเรียบร้อย แต่แท้จริงแล้วสายตาของเธอกลับจับจ้องไปที่เด็กสาวที่เคาน์เตอร์ไม่วางตา
เธอเห็นความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มสู้ชีวิตนั่น และเห็นประกายของความมุ่งมั่นที่ทำให้เธอนึกเอ็นดูจนต้องเดินเข้าไปหา
รักหยิบลูกอมเพียงแผงเดียววางลงบนเคาน์เตอร์เบาๆ
“สวัสดีค่ะ...เชิญวางสินค้าได้เลยค่ะ”
ไทน์เอ่ยทักทายตามความเคยชิน แต่พอเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า หัวใจของเธอก็เต้นผิดจังหวะไปเสียดื้อๆ
“คุณ...คุณคนที่ให้นามบัตรวันนั้นนี่คะ”
“จำฉันได้ด้วยเหรอ”
รักถามพลางยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย เป็นยิ้มที่ทำให้ไทน์รู้สึกร้อนผ่าวที่โหนกแก้ม
“จำได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับนามบัตร แต่หนูยังไม่ได้โทรไปเลย”
ไทน์ตอบเสียงเบาพลางก้มหน้าสแกนลูกอมด้วยท่าทางเกร็งๆ
“ช่างเถอะเรื่องนั้น ว่าแต่ วันนี้เธอขายอะไรล่ะ ฉันเห็นพยายามเชียร์ขายคนก่อนหน้า แต่เขาไม่ซื้อ”
ไทน์เงยหน้าขึ้น แววตาสั่นระริกเมื่อรู้ว่าถูกมองอยู่ตลอด เธอรีบดึงสัญชาตญาณพนักงานขายออกมาทันทีเพื่อแก้เขิน
“อ๋อ! วันนี้มีพายค่ะลูกค้า อบร้อนๆ เลยนะคะ มีไส้ทูน่า ไส้มะพร้าว แล้วก็ไส้ข้าวโพดค่ะ ตอนนี้จัดโปรโมชั่นพิเศษสองชิ้นสามสิบบาท จากราคาปกติสี่สิบบาทเลยนะคะ คุณลูกค้ารับไปชิมสักกี่ชิ้นดีคะ”
รักขยับเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์อีกนิด จนไทน์ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ที่ดูหรูหราและเย็นสบายลอยมาปะทะจมูก รักโน้มตัวลงเล็กน้อยจนใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
“เอาหมดเลย”
“คะ? อะไรนะคะคุณลูกค้า”
ไทน์อ้าปากค้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อสบตากับดวงตาคู่คมในระยะประชิด
“พายที่เธอว่าน่ะ ในตู้อบมีกี่ชิ้น ฉันเอาหมดเลย คิดเงินมาสิ”
รักย้ำคำเดิม แววตาแฝงความขี้เล่นไว้จางๆ เมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้าทำตัวไม่ถูกจนหน้าแดงลามถึงใบหู
“เอ่อ ในตู้ตอนนี้มียี่สิบชิ้นเลยนะคะคุณ”
“ยี่สิบก็ยี่สิบสิ ฉันฟังภาษาไทยออกนะไทน์”
รักเรียกชื่อเธอเป็นครั้งแรก ทำให้ไทน์รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านปลายนิ้ว
“ค่ะๆ รับทราบค่ะ!” ไทน์มือไม้สั่นรีบกดหน้าจอแคชเชียร์ระรัว
“แล้ว...รับกาแฟทานคู่กันด้วยมั้ยคะ วันนี้เครื่องดื่มมีโปรซื้อหนึ่งแถมหนึ่งค่ะ ทานคู่กับพายร้อนๆ อร่อยมากเลยนะคะ”
“มีเครื่องดื่มอะไรบ้างล่ะ?” รักถามพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์อย่างอารมณ์ดี
“มีกาแฟ ชาไทย ชาเขียว แล้วก็โกโก้ค่ะ ลูกค้ารับอะไรดีคะ”
“เอาทุกอย่าง อย่างละห้าแก้ว คิดเงินมาเลยนะ ฉันรอนานไม่ค่อยเก่งด้วยสิ”
รักแกล้งขู่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล และคำสั่งนั้นทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นทันทีภายในร้านสะดวกซื้อขนาดกลาง
ไทน์รีบกุลีกุจอจัดการคีย์ยอดเงินเข้าสู่ระบบ ใบเสร็จกระดาษยาวเหยียดถูกพิมพ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ผู้จัดการร้านที่กำลังหลบอยู่หลังร้านรีบวิ่งออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นเมื่อเห็นตัวเลขยอดขายพุ่งพรวด
“ไทน์ เกิดอะไรขึ้นน่ะ อู้ว! สวัสดีครับคุณลูกค้า ยินดีต้อนรับครับ!”
ผู้จัดการร้านก้มหัวแทบจะติดพื้นเมื่อเห็นราศีนางพญาของคุณรัก แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าวรารักษ์คือใคร เพราะเธอไม่เคยเปิดเผยตำแหน่งของตัวเอง และนั่นเป็นความตั้งใจของเธอเอง เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าตรวจงานในแต่ละสาขา เพื่อเห็นการทำงานที่แท้จริงของลูกน้องและผู้จัดการแต่ละสาขา
“พนักงานทุกคนวางมือจากงานอื่นเดี๋ยวนี้ มาช่วยไทน์เตรียมออเดอร์คุณลูกค้าเร็วเข้า!”
พี่ก้อยที่กำลังยืนเล่นโทรศัพท์อยู่ถึงกับหน้าตึง เธอจำใจต้องวางมือและเดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่มอย่างเสียไม่ได้ สายตาของก้อยเต็มไปด้วยความริษยาขณะที่ต้องทำหน้าที่เป็นลูกมือ คอยชงกาแฟตามออเดอร์ที่ไทน์เป็นคนคุมกะ
บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วใหม่ที่ถูกชงแก้วแล้วแก้วเล่า ผสมกับกลิ่นแป้งพายที่ถูกอบจนเหลืองทองและส่งกลิ่นเนยหอมตลบอบอวล
ไทน์รีบวิ่งไปที่ตู้อบพาย ค่อยๆ ใช้ที่คีบจัดวางพายที่ยังคงมีความร้อนระอุซึมออกมาจากตัวแป้งลงในถุงกระดาษอย่างระมัดระวัง ความร้อนของพายสัมผัสผ่านถุงทำให้ปลายนิ้วของเธออุ่นวาบ เช่นเดียวกับความรู้สึกในใจ
“พี่ก้อยคะ รบกวนช่วยติดสติกเกอร์แยกไส้ให้หน่อยค่ะเดี๋ยวลูกค้าจะงง”
ไทน์เอ่ยปากสั่งด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่นตามระบบงาน
ก้อยเม้มปากแน่น กระแทกแก้วกาแฟลงบนถาดด้วยความไม่พอใจแต่ก็ขัดไม่ได้เพราะผู้จัดการยืนคุมอยู่ข้างๆ
“เออ! รู้แล้วน่า ไม่ต้องสั่งบ่อยนักหรอก!”
ไทน์ไม่สนใจท่าทีนั้น เธอรีบจัดการบรรจุพายและเครื่องดื่มลงในกล่องขนาดใหญ่จนเต็มเคาน์เตอร์ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมจากความเร่งรีบ แต่ใบหน้าของเธอกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวา
รักยืนกอดอกมองภาพความโกลาหลที่แสนน่ารักนั้นอยู่เงียบๆ เธอเห็นไทน์คอยช่วยพนักงานคนอื่นทำเครื่องดื่มอย่างคล่องแคล่ว เห็นความตั้งใจที่เด็กคนนี้มีให้แก่งานพาร์ทไทม์เล็กๆ นี้อย่างเต็มเปี่ยม
“เสร็จแล้วค่ะคุณลูกค้า ทั้งหมดนี้ ให้หนูช่วยยกไปส่งที่รถมั้ยคะ”
ไทน์ถามพลางปาดเหงื่อบนหน้าผาก ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อจากไอร้อนของเครื่องชงกาแฟและแรงสูบฉีดของหัวใจ
รักมองกองขนมและเครื่องดื่มสี่สิบแก้วที่วางเรียงรายอยู่ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสง่างาม
“ไม่ต้องหรอก ทั้งหมดนี้ ฉันยกให้พนักงานในร้านทุกคน แบ่งกันทานเถอะนะ ถือว่าฉันเลี้ยงกะบ่ายวันนี้”
ไทน์นิ่งอึ้งไป “แต่มันเยอะมากเลยนะคะคุณ”
“พนักงานกล้าขัดคำสั่งลูกค้าเหรอ” รักพูดเสียงเรียบแต่ปนอารมณ์ดี
“ส่วนที่เหลือจากพนักงานกินกันแล้ว ให้เธอเอาไปวางไว้ที่ม้านั่งหน้าร้านนะ แจกให้คนเร่ร่อนหรือใครก็ได้ที่เขาดูหิวๆ บอกเขาว่าร้านนี้แจกฟรี...อ้อ และที่สำคัญที่สุด”
รักขยับเข้าไปใกล้จนไทน์สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเธอ “ที่ฉันสั่งเยอะขนาดนี้ เพราะวันนี้เธอขายของเก่งมาก ฉันชอบเวลาที่เธอมีความสุขกับงานแบบนี้นะไทน์”
รักทิ้งสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากร้านไป ทิ้งให้ไทน์ยืนนิ่งค้างอยู่หลังเคาน์เตอร์ท่ามกลางสายตาอิจฉาของก้อยและความตื่นตะลึงของผู้จัดการร้าน
ไทน์รีบทำตามคำสั่งของคุณรัก เธอจัดการแจกจ่ายเครื่องดื่มและพายให้เพื่อนร่วมงาน แม้แต่พี่ก้อยที่ทำหน้าบูดบึ้งก็ยังยอมรับชานมเย็นๆ ไปดื่มดับอารมณ์ร้อน
หลังจากนั้น ไทน์รวบรวมพายที่เหลือและเครื่องดื่มอีกสิบกว่าแก้วเดินออกไปหน้าร้าน เธอเห็นคุณลุงเก็บขยะและคนเร่ร่อนที่มักจะมาอาศัยร่มไม้แถวนี้พักพิง
“ลุงคะ วันนี้มีผู้ใจดีเหมาพายกับน้ำมาแจกค่ะ ทานนะคะ อุ่นๆ เลย”
ไทน์ยื่นถุงพายและแก้วโกโก้ให้ลุงเก็บขยะที่มีสีหน้าอิดโรย ทันทีที่เขารับไปและกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มที่เหลือฟันเพียงไม่กี่ซี่ ไทน์รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างในใจ มันเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าการได้ยอดขายทะลุเป้า เธอเห็นภาพรอยยิ้มของผู้คนเหล่านั้นสะท้อนกลับมาเป็นกำลังใจให้เธอสู้ต่อ
ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ความเครียดจากรายงาน และความเจ็บใจที่โดนแกล้ง ดูเหมือนจะมลายหายไปเพียงเพราะการกระทำที่ดู เอาแต่ใจ แต่แฝงไปด้วยความเมตตาของผู้หญิงที่ชื่อวรารักษ์
ไทน์เดินกลับเข้ามาในร้านด้วยหัวใจที่พองโต เธอหยิบนามบัตรสีทองในกระเป๋าออกมาลูบเบาๆ อีกครั้ง ความรู้สึกสับสนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นอย่างประหลาด
‘ใจดีจังเลยนะคุณรัก ถึงหน้าตาจะดูดุไปหน่อย’
‘คุณเป็นคนแบบไหนกันแน่คะ’
ไทน์คิดในใจพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่จางไปจากใบหน้าตลอดทั้งบ่ายวันนั้น
ท่ามกลางกองจดหมายขอรับทุนการศึกษาประจำปีของบริษัท 24 Hour ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ในคฤหาสน์ ไทน์ในวัยสามสิบหกปี ผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริหารอย่างเต็มตัว กำลังไล่สายตาอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยความตั้งใจ จนกระทั่งเธอสะดุดกับซองจดหมายสีขาวธรรมดาฉบับหนึ่งเนื้อหาในจดหมายเขียนด้วยลายมือบรรจง เล่าถึงเด็กสาวคนหนึ่งที่สอบติดคณะบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่กลับไม่มีทุนการศึกษาเพราะพ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่เด็ก เธอใช้เวลาหลังเลิกเรียนทำงานพาร์ทไทม์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเพื่อเก็บเงิน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าเทอมที่แสนแพง“หนูไม่ได้ต้องการแค่เงินช่วยเหลือ แต่หนูต้องการโอกาสที่จะพิสูจน์ว่า เด็กที่ไม่มีอะไรเลยอย่างหนู ก็สามารถเติบโตเป็นคนที่มีคุณค่าได้เหมือนกับท่านประธานที่เป็นไอดอลของหนูค่ะ”ประโยคสุดท้ายในจดหมายทำเอาไทน์นิ่งไปครู่ใหญ่ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเพราะมันเหมือนเห็นภาพตัวเองในกระจกเมื่อสิบกว่าปีก่อน เธอรีบถือจดหมายฉบับนั้นตรงไปหาวรารักษ์ที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในสวนดอกไม้ข้างบ้าน“พี่รักคะ ดูจดหมายฉบับนี้สิคะ”ไทน์ยื่นจดหมายให้คนรักที่ตอนนี้อยู่ในวัยห้าสิบสี่ปี ยังคงดูสง่
ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์จิรเดชารัตน์ แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงในค่ำคืนนี้ดูสลัวกว่าปกติ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ วรารักษ์ในวัยใกล้เลขห้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มือเรียวที่เคยถือปากกาเซ็นเอกสารที่เกี่ยวกับธุรกิจอย่างมั่นคง ตอนนี้กลับสั่นเทาน้อย ๆ ขณะลูบไล้ไปบนใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกเงาสิบปีผ่านไป...กาลเวลาไม่เคยปราณีใครแม้ว่าที่ผ่านมาเธอจะใช้ครีมบำรุงที่แพงที่สุด หรือเข้าสถาบันความงามที่ดีที่สุด แต่ร่องรอยแห่งวัยก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นทุกทีดังเช่นริ้วรอยที่หางตาและจุดกระที่ผิววรารักษ์ใช้นิ้วแตะลงบนโหนกแก้มที่มีจุดกระเริ่มผุดขึ้นตามธรรมชาติของวัย และเมื่อเธอพยายามฝืนยิ้ม ริ้วรอยเล็ก ๆ ที่หางตาก็พับซ้อนกันชัดเจนจนเธอต้องรีบหุบยิ้มทันที‘แก่ขึ้นขนาดนี้เลยเหรอวรารักษ์...’เธอคิดในใจพลางหยิบครีมกระปุกหรูมาทาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังจะลบเลือนรอยเหล่านั้นเพียงเพื่อจะให้ดูดีพอในสายตาของแฟนเด็กที่นับวันจะยิ่งสง่างามและพรั่งพร้อมในวัยสามสิบเอ็ดปีเสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ไทน์เดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ผมสั้นที่เซตทรงอย่างดีในเวลางาน ตอนนี้เปียกชื้นแ
ในวัยสี่สิบเก้าปี วรารักษ์ยังคงเป็นผู้หญิงที่ดูดีอย่างไร้ที่ติ ใบหน้าคมเข้มยังคงได้รับการดูแลอย่างดี แต่ในใจของเธอกลับเริ่มมีพายุลูกเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ความมั่นใจที่เคยมีล้นปรี่เริ่มสั่นคลอนเมื่อเลขห้ากำลังเดินทางมาเยือน ผิดกับไทน์ในวัยสามสิบเอ็ดที่กำลังอยู่ในช่วงสะพรั่งและเปล่งประกายที่สุด ความเก่งกาจและบุคลิกที่นิ่งขรึมขึ้นตามตำแหน่งหน้าที่ ทำให้เธอดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างที่วรารักษ์เริ่มจะหวาดหวั่นความระแวงของวรารักษ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อบริษัทรับนักศึกษาฝึกงานชุดใหม่เข้ามา และหนึ่งในนั้นคือมิ้นท์เด็กสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีรอยยิ้มสดใส ร่าเริง และดูจะ ติดไทน์เป็นพิเศษช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา วรารักษ์สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไทน์เริ่มกลับบ้านดึกขึ้น บางวันก็กลับพร้อมกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ไม่ใช่กลิ่น ประจำตัวที่เธอคุ้นเคย อีกทั้งไทน์ยังดูติดโทรศัพท์มากขึ้น นิ้วเรียวมักจะกดพิมพ์ข้อความในมือถือพร้อมรอยยิ้มมุมปากในแบบที่วรารักษ์ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่บ่ายวันหนึ่งในออฟฟิศของ 24 Hour วรารักษ์ที่กำลังจะไปประชุมต้องหยุดฝีเท้าในทันทีเมื่อเดินผ่านโต๊ะทำงานของเด็กฝึกงานคนนั้นภาพที
เจ็ดปี...เป็นเวลาที่นานพอจะทำให้คนเราเรียนรู้ทุกซอกทุกมุมของกันและกัน แต่สำหรับวรารักษ์และไทน์ เจ็ดปีกลับเป็นเพียงบทนำของนิยายรักที่ไม่มีวันจบเช้าวันวาเลนไทน์ในปีที่เจ็ดบรรยากาศภายในคฤหาสน์ของจิรเดชารัตน์ดูจะอบอวลไปด้วยความลับ ไทน์ในวัยยี่สิบแปดปีที่ตอนนี้กลายเป็นผู้บริหารเต็มตัวทั้งสง่าและเฉียบคม เธอกำลังประคองกล่องของขวัญใบเล็กที่ห่อด้วยกระดาษสีมุกอย่างทะนุถนอมปีนี้ไทน์ตั้งใจว่ากุหลาบขาวเพียงดอกเดียวเหมือนทุกปีคงไม่เพียงพอต่อความรักที่เอ่อล้น เธอจึงใช้เวลาหลังเลิกงานแอบไปลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมอย่างจริงจังนานนับเดือน เพื่อที่จะสกัดเอา กลิ่นแห่งความทรงจำ ให้ออกมาเป็นรูปธรรมที่สุด“กลิ่น White Rose เปรียบเสมือนดอกกุหลาบขาวที่เต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์”ไทน์พึมพำขณะลูบไล้ขวดน้ำหอมดีไซน์เรียบหรู เธอเลือกเบสของน้ำหอมเป็นกลิ่นกุหลาบขาวที่บริสุทธิ์ แทรกด้วยกลิ่นหอมสะอาดของแป้งเด็กจาง ๆ เพื่อสื่อถึงความอ่อนโยนที่พี่รักมีให้เธอเสมอมา และตบท้ายด้วยกลิ่นวู้ดดี้เข้ม ๆ เพื่อสื่อถึงความมั่นคงของอีกฝ่าย เป็นกลิ่นที่ไทน์ตั้งชื่อให้ว่า เธอผู้เป็นนิรันดร์แต่ในขณะเดียวกัน...ทางด้านของคนพี่กลับเต็ม
แสงไฟสีนวลตาภายในห้องครัวขนาดใหญ่ของคฤหาสน์จิรเดชารัตน์ส่องสว่างเพียงบางจุด ทำให้ค่ำคืนนี้บรรยากาศดูเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่งกลิ่นหอมกรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของถั่วเหลืองต้มสุกผสมกับกลิ่นใบเตยหอมลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ไทน์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของคนพี่และกางเกงขาสั้นเหนือเข่า กำลังยืนใจจดใจจ่ออยู่หน้าเตาไฟฟ้าเครื่องหรู เธอใช้ไม้พายคนน้ำสีขาวนวลในหม้ออย่างเบามือแม้ตอนนี้จะกลายเป็นผู้บริหารสาวที่แสนสง่าในเวลางาน แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน ไทน์ก็ยังคงชอบที่จะเข้าครัวทำน้ำเต้าหู้สูตรน้าเยาว์ให้วรารักษ์ดื่มก่อนนอนเสมอ โดยเฉพาะหลังจากกลับจากทริปยุโรปที่ต้องกินแต่ชีสและขนมปังมาหลายวัน“น้ำเต้าหู้ใกล้จะได้ที่แล้วค่ะพี่รัก กลิ่นหอมแล้ว”ไทน์เอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันไปมอง เพราะรับรู้ถึงฝีเท้าของคนรักที่เพิ่งเดินเข้ามาทว่าสิ่งที่ตอบกลับมาไม่ใช่คำพูด แต่เป็นอ้อมกอดอุ่น ๆ ที่สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง วรารักษ์ซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนของคนเด็กกว่า สูดดมกลิ่นกายสาวที่หอมสะอาดสู้กับกลิ่นใบเตยในหม้อ มือเรียวของคนพี่เริ่มไม่อยู่นิ่ง มันค่อย ๆ ลูบไล้จากเอวบางขึ้นมาจนถึงหน้าท้องราบเรียบผ่านเนื้อผ้าตัวบาง“หอ
ท้องฟ้าเหนือกรุงปารีสในบ่ายวันนี้เป็นสีฟ้าครามสดใสตัดกับสถาปัตยกรรมสีครีมดูคลาสสิกของตึกรามบ้านช่องที่เรียงรายอยู่สองข้างทางไทน์ในชุดโอเวอร์โค้ทสีครีมสบายตายืนตะลึงมองหอไอเฟลที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาที่เป็นประกาย นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้เดินทางข้ามซีกโลกมาไกลขนาดนี้ และคนที่ยืนเคียงข้างกุมมือเธอไว้ไม่ห่าง ก็คือผู้หญิงที่เป็นโลกทั้งใบของเธอ“สวยกว่าในรูปที่พี่รักเคยเอาให้ดูอีกค่ะ เหมือนในหนังเลย” ไทน์กระซิบพลางกระชับมือที่ประสานกันไว้แน่น“สวยสู้คนข้าง ๆ พี่ไม่ได้หรอกค่ะ”วรารักษ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า แววตาที่มองแฟนเด็กนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูทริปฮันนีมูนสิบวันที่รัญน้องสาวคนเล็กตั้งใจจัดให้เป็นของขวัญ เริ่มต้นขึ้นอย่างอลังการทั้งคู่นั่งเฟิร์สคลาสมาลงที่ฝรั่งเศส ก่อนจะต่อรถไฟความเร็วสูงไปยังสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี สำหรับไทน์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่แต่ในร้านสะดวกซื้อและคอนโด การได้ออกมาเห็นโลกกว้างขนาดนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจนเธอแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ค่ำคืนแรกเมื่อมาถึงปารีส วรารักษ์จองดินเนอร์สุดหรูบนเรือล่องแม่น้ำแซน (Seine River) เพื่อฉลองคืนแรกของการเดิน
ทันทีที่บานประตูห้องทำงานปิดลง พิมพ์พิกาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนบ่าที่เกร็งอยู่ลู่ตกลง เธอพิงแผ่นหลังลงกับบานไม้มะฮอกกานีหนา พลางมองโทรศัพท์ในมือด้วยความสับสนหัวใจของเลขาสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออารมณ์เกรี้ยวกราดของวรารักษ์ แต่เป็นเพราะความไม่ปกติของเจ้านาย ที่เธอกำลังเผชิญอยู่
เช้าวันต่อมาเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังระรัวตั้งแต่เช้ามืดสลับกับแรงสั่นสะเทือนบนฟูกเก่าๆ จน ไทน์ต้องงัวเงียตื่นขึ้นมาแสงสว่างจากหน้าจอมือถือที่ร้าวตรงมุมบ่งบอกว่าเป็นข้อความด่วนจากกลุ่มพนักงานร้านสะดวกซื้อ เธอขยี้ตาเพ่งมองตัวอักษรที่ผู้จัดการร้านพิมพ์ทิ้งไว้ด้วยความตื่นตระหนก“ประกาศด่วน
แม้จะได้ย้ายกลับมาอยู่กะกลางวันตามคำสั่งลึกลับที่ทำให้ผู้จัดการร้านเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อม แต่ไทน์ก็ยังไม่อาจสลัดความเหนื่อยล้าออกไปได้พ้น แสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านกระจกร้านสะดวกซื้อดูจะร้อนแรงกว่าทุกวัน มันหนักอึ้งพอ ๆ กับกองสมุดเลกเชอร์ที่วางรออยู่ในกระเป๋าเป้ไทน์ยืนสัปหงกอยู่ที่หน้าแคชเชียร์ ดวง
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง วรารักษ์ นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสะท้อนผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามาอาบไล่ใบหน้าสวยสง่าที่ตอนนี้ดูเย็นชาอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนักในมือของเธอคือแฟ้มประวัติพนักงานและตารางงานของร้านสะดวกซื้อสาขาที่ไทน์ทำงานอ




![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


