LOGINใต้เงาดารา ดอกไม้หนึ่งผลิบาน แม้ลมชะตาจักพัดพาไปแห่งใด ก็มิเคยร่วงโรย
View Moreแสงโคมแดงประดับสว่างไสวทั่วทั้งเรือนหลัก กลิ่นอาหารหรูหราและเสียงดนตรีดังก้องสะท้อนอยู่ในอากาศ งานเลี้ยงใหญ่ที่จัดขึ้นติดต่อกันหลายวันเต็มไปด้วยขุนนางและแขกเหรื่อจากทั่วสารทิศ ทุกสายตาจับจ้องมายังจวนหรงซึ่งโอ่อ่ากว่าที่ใดท่ามกลางความครึกครื้น เพ่ยหลินเพียงแอบแทรกตัวมาอยู่มุมหนึ่งด้วยสายตาซุกซน นางรู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของตน แต่หัวใจเจ้ากรรมก็อดไม่ได้จะใคร่รู้“ก็คิดอยู่ว่างานเลี้ยงใหญ่โตขนาดนี้ ทำไมถึงมีกลิ่นสาป”เสียงเสียดแทงมาจาก หรง ชิงเสวี่ย บุตรสาวคนเล็กของเจิ้งเหยียนกับฮูหยินใหญ่ รูปโฉมงามผ่องดังหิมะ แต่ปากคมเย็นเฉียบ ขัดกับความงามภายนอกโดยสิ้นเชิงเพ่ยหลินทำจมูกฟุดฟิดใส่ทันที “มิน่า กลิ่นพวกพรีวิลเลจถึงได้เหม็นโฉ่ขนาดนี้”“เจ้า!! ท่านพี่คะ มันพูดภาษาประหลาดอีกแล้ว!” ชิงเสวี่ยหันไปฟ้อง หรง อวี้หาว ผู้เป็นซื่อจื่อทายาทโดยตรงแห่งจวนหรง ร่างสูงสง่า คิ้วหนาคม ดวงตาเฉียบเย่อหยิ่ง ริมฝีปากยกยิ้มเย้ยเสมอ ซึ่งกำลังเดินผ่านตรงนี้พอดีอวี้หาวกวาดตามองพลางกล่าวเสียงเย็น “นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า เด็กผีประหลาดเช่นนี้สมควรหมกอยู่แต่ในเรือนหลัง”ชิงเสวี่ยยิ้มเยาะเสริม “ได้ยินหรือไม่ นังลูกนอกคอก
ความเงียบ หนักอึ้งยิ่งกว่าหมัดที่เคยประเคนใส่กันบนเวทีไม่ใช่เสียงเชียร์กึกก้องไม่ใช่เสียงระฆังประกาศศึกแม้แต่เสียงลมหายใจของผู้คนรอบข้างก็หายไปเหลือเพียงเสียงเรไรป่าร้องประสานกับเสียงลมหวีดหวิวโชยผ่านใบไม้ดวงตากลมค่อยๆ ลืมขึ้นเมื่อสติสัมปชัญญะหวนคืน สิ่งแรกที่ปรากฏในสายตาไม่ใช่เพดานสีขาวสะอาดของห้องพยาบาลดังที่ควรเป็น แต่กลับเป็นขื่อไม้เก่าๆ หลังคาที่วางเรียงอย่างหยาบ มีช่องโหว่เล็กๆ ให้แสงจันทร์สาดรอดเข้ามาไพรินขมวดคิ้ว หันสายตากวาดรอบๆ ห้องเล็กทึบที่เต็มไปด้วยข้าวของแปลกตา ไม่เหมือนโลกที่เธอรู้จักเลยแม้แต่น้อย ข้างกายมีหญิงสาววัยกลางคนนอนนิ่ง ดวงหน้าสงบเหมือนกำลังหลับสนิทหัวใจเธอกระตุกวาบ รีบยกมือขึ้นหมายจะผลักออกไป แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่มือของนักมวยวัยสาวหากเป็นเพียง มือเล็กๆ ซีดขาวของเด็กน้อยดวงตาเบิกโพลงเธอขยับนิ้วมือ ลองกำ ลองแบ ทำสลับกันไปจนเธอแน่ใจว่า นั่นคือมือของเธอเองกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด“แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง๊!”เสียงร้องไห้แบบเด็กทารกดังลั่นแทนทุกคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบหญิงวัยกลางคนสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง รีบช้อนร่างเล็กขึ้นมาแนบอกแล้วลูบห
กลิ่นยาหม่องจางๆ ลอยคลุ้งในห้องพักนักกีฬา เสียงซ้อมมือดังเป็นจังหวะหลังผนัง แต่ในห้องเล็กมืดๆ นี้ ไพรินนั่งอยู่กับลูกศิษย์วัยรุ่นที่กำลังพันผ้าเชิงมือ ใบหน้าเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยความกลัว“ครู .. พวกมันให้ผมล้ม”“…”“ถ้าผมไม่ทำ มันขู่จะเล่นคนที่บ้าน”มือของไพรินชะงัก เธอเป็นนักมวยมืออาชีพมาเกือบสิบปี ตั้งแต่ยังเป็นเยาวชนจนขึ้นเวทีใหญ่ ได้เข็มขัดหลายเส้นแต่พอชีวิตเริ่มทรุด เธอก็กลับมาสอนที่ค่ายเล็กๆ เพื่อปั้นเด็กที่ไม่มีโอกาสเด็กคนนี้ ก็เป็นหนึ่งในนั้นเธอมองเด็กที่มีแววบนเวที แต่กำลังถูกลากให้เปื้อนน้ำเน่า แล้วเธอก็ถอนหายใจยาว“ถ้าจะต้องล้ม ก็ให้ครูล้มแทน แต่ครูจะล้มก็ต่อเมื่อครูแพ้จริงๆ”เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วเวทีเมื่อชื่อ “ไพริน” ถูกประกาศเธอสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินลายเก่า สายตาผู้คนเต็มไปด้วยความสงสัย ไพรินเคยหายจากวงการไปหลายปี ไม่มีใครรู้ว่าเธอกลับมาชกทำไมแต่เจ้าของค่ายที่อยู่เบื้องหลังการล้มมวย หรี่ตามองเธออย่างไม่ไว้ใจยกแรก เสียงของนักสู้ที่เคยขึ้นเวทีมาแล้วนับไม่ถ้วนการ์ดของเธอแน่น จังหวะหมัดแม่นเหมือนเครื่องจักร หลบซ้าย ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วสวนหมัดเข้าชายโครงอีกฝ่ายถึงกับผงะ