บทที่ 2: พื้นที่อันตราย
ความเงียบที่น่าอึดอัดโรยตัวลงมาครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด นลินยืนตัวแข็งทื่อ ฝ่ามือเล็กกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเนื้อเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา เธอรู้ดีว่าเขตแดนเป็นคนใจร้าย แต่ไม่คิดว่าเขาจะไร้ความปรานีถึงขั้นไล่ผู้หญิงคนหนึ่งออกจากห้องในเวลาเกือบเที่ยงคืนแบบนี้
นัยน์ตาสีเข้มจัดของศัลยแพทย์หนุ่มจับจ้องใบหน้าซีดเผือดของอีกฝ่าย ไร้ซึ่งความสงสาร มีเพียงความรำคาญใจที่ฉายชัด เขตแดนเพิ่งผ่านเคสผ่าตัดมาราธอนสิบสองชั่วโมงเต็ม ร่างกายของเขาต้องการเพียงการอาบน้ำอุ่นๆ แอลกอฮอล์สักแก้ว และเตียงนอนนุ่มๆ ไม่ใช่การกลับมาเจอเพื่อนของน้องสาวยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ในครัวของตัวเอง
"รอให้ฉันไปลากกระเป๋าเธอออกมาให้หรือไง"
เสียงทุ้มกดต่ำลงอีกระดับ สัญญาณอันตรายเตือนให้รู้ว่าความอดทนของเขากำลังจะหมดลง
"ลินไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ" หญิงสาวก้มหน้างุด พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอ "ขอโทษที่เข้ามารบกวนพื้นที่ส่วนตัวของคุณหมอนะคะ"
สรรพนามที่เปลี่ยนไปกะทันหันบวกกับน้ำเสียงสั่นพร่าทำให้จังหวะการหายใจของเขตแดนสะดุดไปเสี้ยววินาที ร่างเล็กเดินเบี่ยงตัวผ่านหน้าเขาเพื่อตรงไปยังห้องนอนเล็ก ทว่าจังหวะที่เดินสวนกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่เด็กก็โชยมาแตะจมูกเขาบางเบา
สายตาคมกริบตวัดมองตามแผ่นหลังบอบบางใต้เสื้อยืดตัวโคร่ง จังหวะนั้นเองที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นบางอย่าง
"เดี๋ยว"
เท้าที่กำลังจะก้าวพ้นกรอบประตูห้องครัวชะงัก นลินหันกลับมามองเขาด้วยแววตาหวาดระแวง ร่างกายหดเกร็งตามสัญชาตญาณราวกับสัตว์ตัวเล็กที่กำลังเผชิญหน้ากับผู้ล่า
เขตแดนขยับตัวเข้าหา ขายาวๆ ก้าวเพียงสองก้าวก็ประชิดร่างที่สูงเพียงระดับปลายคางของเขา นลินถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง ไม่มีทางให้ถอยอีกต่อไป
"พี่เขตจะทำอะไรคะ"
มือหนายื่นออกไปรวดเร็ว ปลายนิ้วสากเชยคางมนให้เงยขึ้นรับแสงสว่างจากหลอดไฟ นลินพยายามสะบัดหน้าหนีแต่แรงบีบที่ปลายคางกลับเพิ่มขึ้นจนเธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"รอยที่คอ... ไปโดนอะไรมา"
นลินเบิกตากว้าง รีบยกมือขึ้นตะปบปกเสื้อยืดของตัวเองเพื่อปิดบังรอยแดงช้ำบริเวณฐานลำคอที่เกิดจากการดิ้นรนหนีเงื้อมมือของชัยเมื่อตอนบ่าย
"ไม่มีอะไรค่ะ ลินแค่แพ้ฝุ่น..."
"อย่ามาโกหกฉัน" เขตแดนตัดบทเสียงดุ ปัดมือเล็กของเธอออกอย่างง่ายดาย สายตาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมองแวบเดียวก็รู้ว่านั่นไม่ใช่รอยแพ้ แต่เป็นรอยนิ้วมือของใครบางคนที่บีบเคล้นอย่างแรง "รอยนิ้วมือชัดขนาดนี้ ใครทำ"
"ลินบอกว่าไม่มีอะไรไงคะ ลินจะไปเก็บของแล้ว"
"ฉันถามว่าใครทำ!"
เสียงตวาดลั่นทำเอานลินสะดุ้งสุดตัว น้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงแหมะลงมาอาบแก้มใสอย่างห้ามไม่อยู่ ความอัดอั้นตันใจ ความหวาดกลัว และความเหนื่อยล้าที่แบกรับมาทั้งวันพังทลายลงมาตรงหน้าผู้ชายที่เธอแอบรัก ผู้ชายที่กำลังไล่ตะเพิดเธออย่างไม่ไยดี
เขตแดนชะงัก นัยน์ตาดุดันอ่อนแสงลงเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดน้ำตาของคนตรงหน้า เขาสบถคำหยาบในลำคออย่างหัวเสีย ปล่อยมือจากคางมนแล้วถอยหลังออกมารักษาระยะห่าง
"ร้องไห้ทำไม ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลยสักนิด"
"ก็พี่เขตไล่ลิน..." นลินปาดน้ำตาลวกๆ เสียงอู้อี้ "ลินก็กำลังจะไปแล้วนี่ไงคะ"
"ดึกป่านนี้เธอจะไปมุดหัวอยู่ที่ไหน"
"ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ค่ะ"
"อวดดี" เขตแดนพรูลมหายใจยาว เสยผมที่ปรกหน้าขึ้นอย่างลวกๆ ความเหนื่อยล้าทางกายถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูก "ปัญหาที่บ้านที่เธอว่า คือโดนใครทำร้ายมาใช่ไหม พ่อเลี้ยงหรือไง"
นลินเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะเดาได้แม่นยำขนาดนี้ หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมตอบรับหรือปฏิเสธ
"ฉันเดาถูกสินะ" เขตแดนแค่นยิ้ม "ยัยขิมถึงได้วุ่นวายหอบเธอมาซุกไว้ที่นี่"
ชายหนุ่มล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงสแล็ก นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองประเมินผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง เสื้อผ้าเก่าๆ เนื้อตัวผอมบาง และท่าทีหวาดระแวงเหมือนคนไม่เคยรู้สึกปลอดภัย เขาเกลียดความวุ่นวาย เกลียดการต้องรับผิดชอบชีวิตใคร แต่ถ้าเขาปล่อยเด็กนี่ออกไปตายดาบหน้า ยัยขิมน้องสาวตัวแสบของเขาคงตามมากรี๊ดใส่หูเขาจนประสาทเสียแน่ๆ
"ไม่ต้องไปเก็บของแล้ว"
นลินชะงัก ช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างไม่แน่ใจ "คะ?"
"หูตึงหรือไง ฉันบอกว่าไม่ต้องไปเก็บของ" เขตแดนหันหลังเตรียมจะเดินเข้าห้องนอนใหญ่ แต่ก็ชะงักฝีเท้าแล้วเอี้ยวหน้ากลับมามองคนสติหลุด "แต่ถ้าเธอจะอยู่ที่นี่ เธอต้องทำตามกฎของฉัน"
"กฎอะไรคะ"
"ข้อแรก พื้นที่ของฉันคือความสงบ ห้ามทำเสียงดังรบกวนเวลาฉันพักผ่อน"
"ค่ะ"
"ข้อสอง ห้ามพาใครเข้ามาในห้องนี้เด็ดขาด แม้แต่ยัยขิม ถ้าฉันไม่อนุญาต"
"ค่ะ"
"ข้อสาม..." นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก "ฉันไม่ได้ให้อยู่ฟรี ในเมื่อไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า ก็ต้องจ่ายเป็นอย่างอื่น"
"พี่เขตหมายความว่ายังไงคะ" นลินถอยหลังไปหนึ่งก้าว สัญชาตญาณป้องกันตัวทำงานทันที
เขตแดนหัวเราะในลำคอ หรี่ตามองปฏิกิริยาต่อต้านของเด็กสาว "คิดลึกไปถึงไหน ฉันหมายถึงงานบ้าน ทำความสะอาด ซักผ้า รีดผ้า แล้วก็เตรียมอาหาร... ฉันไม่นิยมกินเด็กหรอกนะ ไม่ต้องกลัว"
คำพูดแทงใจดำทำให้นลินหน้าชา เธอรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจผู้ชายเพอร์เฟกต์อย่างเขาเลยสักนิด แต่การถูกพูดใส่หน้าตรงๆ แบบนี้มันก็อดเจ็บจี๊ดในอกไม่ได้
"ลินทำได้ค่ะ ลินจะดูแลห้องให้พี่เขตเอง"
"ดี" เขตแดนพยักหน้ารับ "ไปนอนซะ พรุ่งนี้ฉันมีเวรบ่าย ชงกาแฟดำไว้ให้ด้วยตอนแปดโมงเช้า"
พูดจบ ร่างสูงก็เดินหายเข้าไปในห้องนอนใหญ่ ทิ้งให้นลินยืนคว้างอยู่กลางห้องครัวเพียงลำพัง หญิงสาวระบายลมหายใจยาว เหงื่อเย็นๆ ซึมตามฝ่ามือ เธอรอดจากการถูกไล่ออกจากห้องแล้ว แต่ทำไมความรู้สึกเหมือนเพิ่งเดินเข้ามากรงเล็บของสัตว์ร้ายที่อันตรายกว่าเดิมถึงได้ชัดเจนขนาดนี้
...
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสง นลินตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อจัดการทำความสะอาดห้องนั่งเล่นและห้องครัวตามหน้าที่ 'คนขออาศัย' ที่ได้รับมอบหมาย เธอพบว่าห้องของเขตแดนสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่แล้ว สิ่งที่เธอต้องทำจึงมีแค่เช็ดฝุ่นเล็กน้อยและเตรียมอาหารเช้า
เจ็ดโมงสี่สิบห้านาที กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ นลินจัดเตรียมแซนด์วิชทูน่าง่ายๆ วางคู่กับแก้วกาแฟดำบนโต๊ะไอส์แลนด์กลางครัว
เสียงเปิดประตูห้องนอนใหญ่ทำให้มือที่กำลังล้างอุปกรณ์ชงกาแฟชะงัก นลินหันไปมองแล้วก็ต้องรีบหลบสายตาทันที
เขตแดนเดินออกมาในสภาพที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจคนมองพุ่งปรี๊ด ชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงวอร์มสีเทาหลวมๆ เอวต่ำ ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนสวยงามและแผงอกกว้างที่ประดับด้วยหยดน้ำเกาะพราวจากการอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกพาดไว้บนบ่ากว้าง ผมสีดำสนิทเปียกลู่ไม่เป็นทรง
เขาเดินตรงมาที่ครัว รังสีความเป็นชายแผ่กระจายจนนลินรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
"กาแฟได้หรือยัง" เสียงทุ้มแหบพร่าในยามเช้าเอ่ยถามโดยไม่ได้มองหน้าเธอ เขตแดนเลื่อนเก้าอี้ทรงสูงแล้วทรุดตัวลงนั่ง หยิบแก้วกาแฟดำขึ้นจิบ
"ได้แล้วค่ะ พี่เขตรับแซนด์วิชเพิ่มไหมคะ"
"ฉันไม่กินมื้อเช้า" เขาวางแก้วกาแฟลง สายตาตวัดขึ้นมองคนที่ยืนทำตัวลีบอยู่หลังซิงก์ล้างจาน "แล้วนั่นเธอจะยืนเบียดซิงก์ทำไม กลัวฉันจะพุ่งเข้าไปงาบหรือไง"
"เปล่าค่ะ" นลินรีบปฏิเสธ ขยับตัวออกมายืนตรงกลางพื้นที่ครัว "ลินแค่... ไม่ชิน"
"ไม่ชินอะไร"
"ก็..." เธอกลืนน้ำลาย หลุบตามองต่ำ ไม่กล้ามองกล้ามเนื้อหน้าท้องของเขา "พี่เขตไม่ได้ใส่เสื้อ"
เขตแดนเลิกคิ้ว ก้มลงมองสภาพตัวเองก่อนจะแค่นหัวเราะ "นี่ห้องฉัน ฉันจะแก้ผ้าเดินมันก็สิทธิ์ของฉัน ถ้าเธอรับไม่ได้ก็ปิดตาไปซะ หรือไม่ก็ย้ายออกไป"
"ลินไม่ได้ว่าอะไรค่ะ ลินแค่บอกว่าไม่ชิน" นลินเถียงกลับเสียงเบา
"เถียงคำไม่ตกฟาก" เขาบ่นพึมพำ ยกกาแฟขึ้นดื่มอีกครั้ง "เมื่อวานฉันยังคุยกับเธอไม่จบ เรื่องพ่อเลี้ยงของเธอ"
บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่ตึงเครียดขึ้นมาทันที นลินประสานมือไว้ด้านหน้า นัยน์ตาวูบไหวเมื่อถูกจี้จุดอ่อน
"มันทำอะไรเธอ"
"เขา... พยายามจะลวนลามลินค่ะ" นลินตอบตามความจริง เธอรู้ว่าโกหกคนอย่างเขตแดนไปก็ไม่มีประโยชน์
"แล้วแม่เธอทำอะไรอยู่ ทำไมถึงปล่อยให้ไอ้แก่หน้าหม้อมายุ่งกับลูกสาวตัวเอง" น้ำเสียงของเขตแดนเจือความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
"แม่เห็นค่ะ... แต่แม่ด่าลิน หาว่าลินไปอ่อยเขา" ก้อนสะอื้นวิ่งขึ้นมาจุกที่คอ นลินกะพริบตาถี่ๆ ไล่หยาดน้ำใสไม่ให้ไหลออกมาประจานความอ่อนแอ "แม่บอกให้ลินออกจากบ้านไป ลินก็เลยต้องออกมา"
เขตแดนเงียบไปชั่วอึดใจ นัยน์ตาสีรัตติกาลจดจ้องมองผู้หญิงตรงหน้านิ่งนาน ความทรงจำวัยเด็กของเขาผุดขึ้นมาซ้อนทับภาพของนลิน ความทรงจำที่แม่ของเขาก็เลือกทิ้งลูกเพื่อไปอยู่กับผู้ชายคนใหม่ ความรู้สึกเกลียดชังคนเป็นแม่ที่เห็นแก่ตัวแล่นพล่านอยู่ในอก
ชายหนุ่มวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวอาดๆ เข้ามาหานลิน
หญิงสาวถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่พื้นที่แคบๆ ในครัวทำให้เธอถอยไปชนกับตู้เย็น ร่างสูงใหญ่ของเขตแดนทาบทับลงมาปิดกั้นทางหนี แขนแกร่งสองข้างยันเข้ากับตู้เย็น ขังเธอไว้ตรงกลาง ไอความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านมากระทบผิวเธอจนรู้สึกร้อนผ่าว
"พี่เขต..." นลินเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดที่หน้าผากเธอ
"ฟังฉันให้ดี นลิน" เขตแดนกดเสียงต่ำ นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของเธอ "ในเมื่อเธอเลือกที่จะก้าวเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของฉันแล้ว เธอต้องจำไว้ข้อหนึ่ง"
"..."
"ที่นี่ไม่ใช่บ้านเด็กกำพร้า และฉันไม่ใช่คนใจดี" นิ้วโป้งสากเกลี่ยเบาๆ ที่รอยช้ำจางๆ บนลำคอของเธอ การสัมผัสที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนแต่กลับแฝงความคุกคามอย่างจงใจ "ถ้าเธอทำตัวงี่เง่า สร้างปัญหา หรือทำให้ฉันรำคาญ ฉันจะโยนเธอออกไปให้ไอ้พ่อเลี้ยงนั่นขย้ำทันที เข้าใจที่ฉันพูดไหม"
"เข้าใจค่ะ..." นลินตอบรับเสียงสั่น พยายามบังคับสายตาไม่ให้มองต่ำลงไปที่แผงอกเปลือยเปล่าของเขา
"ตอบให้มันดังๆ"
"เข้าใจค่ะ!"
เขตแดนเหยียดยิ้มพอใจ ยอมละมือออกจากตู้เย็นแล้วขยับตัวออกห่าง ปล่อยให้นลินได้สูดอากาศหายใจเต็มปอดอีกครั้ง
"ทำตัวเป็นเด็กดี แล้วเธอจะปลอดภัย..."
คำพูดทิ้งท้ายของเขาฟังดูเหมือนคำสัญญา แต่แววตาที่มองสบมากลับทำให้หัวใจของนลินเต้นรัวด้วยความกลัวผสมความหวั่นไหว... ปลอดภัยจากคนข้างนอก แต่ไม่ได้การันตีว่าจะปลอดภัยจากผู้ชายที่ชื่อเขตแดนสินะ