บทที่ 3: เส้นกั้นที่เริ่มพร่ามัว
กลิ่นกาแฟคั่วบดจางหายไปจากห้องครัวนานแล้ว นลินนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาหนังสีเทาเข้ม แสงสว่างจากหน้าจอแล็ปท็อปสะท้อนใบหน้าเคร่งเครียด ตัวเลขยอดเงินคงเหลือในแอปพลิเคชันธนาคารที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือตอกย้ำให้รู้ว่าเธอไม่มีเวลามานั่งทอดถุ่ย หญิงสาวไล่ดูประกาศรับสมัครงานตำแหน่งธุรการและพนักงานต้อนรับตามคลินิกต่างๆ สลับกับบริษัทเอกชนที่รับนักศึกษาจบใหม่
การอาศัยอยู่ในพื้นที่ของเขตแดนทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้บุกรุก แม้เขาจะอนุญาตให้อยู่ แต่อัตราการเต้นของหัวใจเธอกลับไม่เคยทำงานเป็นปกติเลยสักครั้งเวลาที่เขาก้าวเท้าเข้ามาในห้อง
เสียงสัญญาณเตือนจากประตูดิจิทัลหน้าห้องดังขึ้น นลินสะดุ้งสุดตัว รีบพับหน้าจอแล็ปท็อปลงแล้วผุดลุกขึ้นยืน ตัวเลขบนนาฬิกาแขวนผนังบอกเวลาสี่ทุ่มครึ่ง เขตแดนกลับมาเร็วกว่าที่เธอคาดไว้
บานประตูเปิดออก ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรังสีความกดดันที่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มมีรอยยับย่น เนกไทถูกดึงรั้งลงมาจนหลวม ท่อนแขนแกร่งพาดเสื้อกาวน์สีขาวไว้ลวกๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลตวัดมองมายังโซฟากลางห้องนั่งเล่นทันที
"ทำไมยังไม่นอน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดทำให้คนฟังต้องประสานมือไว้ด้านหน้า นลินก้มศีรษะลงเล็กน้อย "ลินกำลังหางานอยู่ค่ะ"
"หางานตอนสี่ทุ่มครึ่ง" เขตแดนทวนคำ โยนเสื้อกาวน์ลงบนพนักพิงเก้าอี้สตูลหน้าเคาน์เตอร์ครัว นิ้วเรียวยาวปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด "ขยันผิดเวลาไปหน่อยหรือเปล่า"
"ลินอยากรีบหางานให้ได้ จะได้มีเงินไปเช่าหอพักค่ะ ลินไม่อยากรบกวนพื้นที่ของพี่เขตนานเกินไป"
เขตแดนหยุดมือที่กำลังพับแขนเสื้อ นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงกวาดมองผู้หญิงที่ยืนตัวลีบอยู่หน้าโซฟา เขาพรูลมหายใจยาว ความเหนื่อยล้าจากการผ่าตัดเคสฉุกเฉินสี่ชั่วโมงติดทำให้เขาไม่มีอารมณ์จะมาต่อล้อต่อเถียง
"หิว ชงนมร้อนให้แก้วหนึ่ง แล้วก็หาอะไรอุ่นๆ มาให้กินหน่อย"
คำสั่งห้วนจัดถูกส่งออกมาแทนการสานต่อบทสนทนา เขตแดนหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องน้ำด้านนอก ปล่อยให้นลินรีบสาวเท้าเข้าไปในครัว
หญิงสาวเปิดตู้เย็นสำรวจวัตถุดิบ ขิมสั่งของสดมาตุนไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวาน นลินตัดสินใจทำข้าวต้มกุ้งง่ายๆ เพราะใช้เวลาไม่นาน ระหว่างที่รอให้น้ำซุปเดือด เธอรินนมอุ่นใส่แก้วเซรามิกเตรียมไว้ กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูเริ่มลอยฟุ้งไปทั่วครัว
เขตแดนเดินกลับเข้ามาในครัวพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดอยู่บนบ่า คราบความเหนื่อยล้าบนใบหน้าลดลงไปบ้าง เขาเลื่อนเก้าอี้ทรงสูงแล้วทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับเตาไฟฟ้า นัยน์ตาสีเข้มจับจ้องแผ่นหลังบอบบางที่กำลังขยับตัวทำนู่นทำนี่ไม่หยุดหย่อน
เสื้อยืดตัวโคร่งที่เธอใส่ไม่ได้ช่วยปกปิดความบอบบางของสรีระเลยสักนิด ผมยาวสลวยถูกมัดรวบเป็นหางม้าลวกๆ เผยให้เห็นต้นคอขาวเนียน... และรอยช้ำสีแดงจางๆ ที่ฐานลำคอ รอยนิ้วมือของไอ้สวะที่บังอาจแตะต้องคนในพื้นที่ของเขา
สายตาของศัลยแพทย์หนุ่มกดลึก ไร้ซึ่งคำพูดใดหลุดออกจากริมฝีปากหยักลึก มีเพียงความเงียบที่โรยตัวลงมาปกคลุม ความเงียบที่สร้างความอึดอัดจนนลินรู้สึกได้ หญิงสาวตักข้าวต้มใส่ชาม ค่อยๆ วางลงบนโต๊ะไอส์แลนด์ตรงหน้าเขา พร้อมกับแก้วนมอุ่น
"ข้าวต้มค่ะ"
เขตแดนหยิบช้อนขึ้นมาตักน้ำซุปชิมโดยไม่พูดอะไร นลินยืนกุมมืออยู่หลังเคาน์เตอร์ครัว ไม่กล้าขยับตัวไปไหนเพราะเขายังไม่ได้สั่งให้เธอไปนอน
"อร่อยดี"
คำชมสั้นๆ ที่หลุดออกจากปากเขาทำให้นลินเผลอเงยหน้าขึ้นมอง นัยน์ตาสองคู่สบกันชั่ววินาที ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายหลุบตาลงมองพื้นผิวเคาน์เตอร์หินอ่อน
"ขอบคุณค่ะ"
"เมื่อกี้เธอบอกว่ากำลังหางาน" เขตแดนเปิดบทสนทนาขึ้นมาใหม่หลังจากจัดการข้าวต้มไปได้ครึ่งชาม "ได้งานหรือยัง"
"ยังเลยค่ะ เพิ่งส่งเรซูเม่ไปสองสามที่"
"งานอะไร"
"พนักงานต้อนรับคลินิกความงามค่ะ แล้วก็มีแอดมินเพจขายของออนไลน์"
กรามแกร่งขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน เขตแดนวางช้อนลงในชามจนเกิดเสียงดัง นลินสะดุ้ง เลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าคมคายที่จู่ๆ ก็ตึงเครียดขึ้นมา
"เรียนจบสาขาอะไรมา"
"การจัดการค่ะ"
"เรียนจบการจัดการ แต่ไปสมัครเป็นพนักงานต้อนรับคลินิกความงาม" น้ำเสียงของเขาเจือความเยาะหยันอย่างไม่ปิดบัง "คิดว่าหน้าตาแบบเธอจะดึงดูดลูกค้าได้หรือไง"
คำพูดตรงไปตรงมาเหมือนเข็มแหลมทิ่มลงกลางอก นลินเม้มริมฝีปากแน่น รู้ดีว่าตัวเองไม่ได้สะสวยหยาดเยิ้ม แต่การถูกผู้ชายที่แอบชอบมาตลอดพูดใส่หน้าแบบนี้มันก็ทำให้อกระบมไปหมด
"ลินแค่หาตำแหน่งที่รับเด็กจบใหม่และไม่ต้องใช้ประสบการณ์มากค่ะ ลินต้องรีบใช้เงิน"
"เพื่อจะได้รีบย้ายออกไปให้พ้นๆ หน้าฉัน"
"ลินไม่ได้หมายความแบบนั้นค่ะ" นลินรีบแย้ง เสียงเริ่มสั่น "ลินแค่เกรงใจพี่เขต"
เขตแดนขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมเคาน์เตอร์ครัวเข้ามาหาคนตัวเล็กกว่า นลินก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่ก็ช้ากว่าท่อนแขนแกร่งที่ยื่นมาเท้ากับขอบซิงก์ล้างจาน กักขังเธอไว้ตรงกลางระหว่างตัวเขากับเคาน์เตอร์ครัว
กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นสบู่ที่เขาเพิ่งล้างหน้ามาใหม่ๆ ลอยมากระทบจมูก ระยะห่างที่ลดลงจนเหลือเพียงคืบทำให้นลินต้องแหงนหน้าขึ้นมองเขา ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดเหนือกระหม่อม
"ลิน... ถอยออกไปหน่อยได้ไหมคะ"
"ฉันเป็นคนกำหนดระยะห่างในห้องนี้ ไม่ใช่เธอ" เขตแดนกดเสียงต่ำ นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้าง "ส่งเรซูเม่ไปที่ไหนบ้าง เอามาให้ฉันดู"
"คะ?"
"ฉันบอกให้เอามาให้ดู"
"แต่ว่า..."
"นลิน" น้ำเสียงเข้มขึ้นอีกระดับ บ่งบอกว่าเขาจะไม่ยอมรับการปฏิเสธ
หญิงสาวจำต้องเบี่ยงตัวมุดออกจากการกักขัง เดินกลับไปที่โซฟาเพื่อหยิบแล็ปท็อปมาวางบนเคาน์เตอร์ครัว เขตแดนขยับตามมายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ร่างสูงใหญ่ทาบทับจนแผ่นหลังบางสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากแผงอกกว้าง มือหนายื่นข้ามไหล่เธอไปเลื่อนเมาส์แพดบนแป้นพิมพ์
นลินเกร็งตัวจนแทบหยุดหายใจ จังหวะที่เขาขยับแขน ต้นแขนแกร่งเสียดสีกับไหล่ของเธอ ปลายนิ้วสากกดคลิกดูประวัติการส่งอีเมลของเธอทีละฉบับ
"คลินิกแถวห้วยขวาง เลิกงานสี่ทุ่ม... แอดมินเพจต้องเข้ากะดึก..." เขตแดนอ่านรายละเอียดบนหน้าจอพลางแค่นหัวเราะ "เธอคิดจริงๆ เหรอว่าผู้หญิงตัวคนเดียว เดินทางกลับห้องตอนดึกๆ ดื่นๆ มันจะปลอดภัย"
"ลินดูแลตัวเองได้ค่ะ"
"ดูแลตัวเองได้?" เขตแดนละมือจากแล็ปท็อป หมุนตัวคนดื้อรั้นให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา มือหนาบีบเข้าที่ต้นแขนเล็กทั้งสองข้าง ออกแรงบีบเบาๆ แต่ก็มากพอที่จะทำให้คนถูกจับสะดุ้ง "ดูแลตัวเองได้แบบที่ปล่อยให้ไอ้แก่หน้าหม้อนั่นบีบคอเอาเนี่ยนะ!"
"พี่เขต!" นลินเรียกชื่อเขาเสียงหลง นัยน์ตาวูบไหวด้วยความเจ็บปวด
"โลกข้างนอกมันไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยายหรอกนะนลิน ถ้าเธอไปทำงานพวกนี้ เลิกดึกดื่น นั่งแท็กซี่กลับคนเดียว คิดว่าไอ้พ่อเลี้ยงของเธอจะตามหาเธอไม่เจอหรือไง"
"แล้วจะให้ลินทำยังไงล่ะคะ!" นลินเผลอตวัดเสียงใส่ ความกดดันที่สะสมมาทั้งวันระเบิดออก "ลินไม่มีทางเลือก ลินไม่มีเงิน ลินต้องทำงาน!"
"ฉันยังไม่ได้บอกสักคำว่าไม่อนุญาตให้ทำงาน"
เขตแดนปล่อยมือจากต้นแขนบาง เปลี่ยนมาสอดล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงวอร์ม นัยน์ตาสีรัตติกาลทอดมองใบหน้าแดงก่ำของคนตรงหน้านิ่งนาน
"พรุ่งนี้ตอนสิบโมงตรง ไปที่โรงพยาบาลของฉัน ขึ้นไปที่ชั้นสิบเจ็ด แผนกบริหารทรัพยากรบุคคล"
นลินชะงัก ลืมความโกรธเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น "พี่เขตหมายความว่ายังไงคะ"
"ผู้ช่วยเลขาฯ ฝ่ายบริหารเพิ่งลาออกไปเมื่ออาทิตย์ก่อน หน้าที่คือจัดการเอกสาร จัดตารางนัดหมาย แล้วก็เดินเอกสารระหว่างแผนก ทำงานแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น หยุดเสาร์อาทิตย์"
"พี่เขตจะให้ลิน... ไปทำที่นั่นเหรอคะ"
"ตำแหน่งนี้ต้องการคนไว้ใจได้ และฉันขี้เกียจสัมภาษณ์เด็กใหม่" เขตแดนตอบหน้าตาย "พรุ่งนี้ไปรายงานตัว บอกว่าเป็นคนของนายแพทย์เขตแดน เขาจะจัดการเรื่องเอกสารให้ทั้งหมด"
ก้อนเนื้อในอกซ้ายของนลินเต้นระรัว ความรู้สึกตื้นตันตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว ผู้ชายที่ปากร้ายและเย็นชาที่สุด กลับเป็นคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาดึงเธอขึ้นจากขุมนรก
"ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณจริงๆ ลินจะตั้งใจทำงาน ลินจะไม่ทำให้พี่เขตผิดหวังเลยค่ะ" หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้ ปลายนิ้วสั่นน้อยๆ
เขตแดนมองท่าทีดีใจจนเนื้อเต้นของคนตรงหน้า มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเพียงนิดก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
"อย่าเพิ่งดีใจไป ฉันมีข้อแม้"
"ข้อแม้อะไรคะ"
ชายหนุ่มขยับตัวเข้ามาใกล้อีกก้าว ก้มหน้าลงจนระดับสายตาอยู่ระนาบเดียวกับเธอ นัยน์ตาคมกริบฉายแววเผด็จการและครอบครองอย่างชัดเจน
"ข้อแรก เงินเดือนทั้งหมดของเธอต้องหักเปอร์เซ็นต์มาจ่ายค่าเช่าห้องให้ฉัน"
"เรื่องนั้นไม่มีปัญหาค่ะ ลินตั้งใจจะจ่ายให้อยู่แล้ว"
"ข้อสอง..." ปลายนิ้วสากยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาระแก้มใส ทัดมันไว้ที่หลังใบหูเล็ก การสัมผัสแผ่วเบาที่สวนทางกับน้ำเสียงเฉียบขาด "ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าเธอพักอยู่ที่นี่กับฉัน ที่ทำงาน เราคือเจ้านายกับลูกน้อง"
นลินกลืนน้ำลายลงคอ ความร้อนวูบวาบแล่นปราดจากจุดที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัส
"ลินเข้าใจค่ะ ลินจะไม่ทำให้พี่เขตเดือดร้อน"
"ดี" เขตแดนลดมือลง "พรุ่งนี้ฉันมีเคสผ่าตัดตอนเช้า ไปโรงพยาบาลพร้อมฉันเลยก็แล้วกัน เตรียมตัวให้พร้อมตอนเจ็ดโมงครึ่ง... อย่าให้ฉันต้องรอ"