LOGIN“ไอ้บ้าเอ๊ย! ทำคนอื่นเจ็บแล้วยังไม่รู้จักขอโทษอีก!”
เสียงฉันสบถอย่างหัวเสีย ขณะที่พี่กล้วยกับป้าพรวิ่งขึ้นมาทันที “เกิดอะไรขึ้นคะ?” พี่กล้วยถาม สีหน้าเป็นห่วง “จะอะไรล่ะคะ ก็เจอมนุษย์ถ้ำไล่ออกจากห้องน่ะสิ! โชคดีนะที่เขาไม่ใช้ตีนถีบฉันออกมาแทน!” ฉันประชดเสียงสั่น พูดแล้วก็เจ็บใจจนอยากเตะประตูสักที “แล้วคุณชบาเป็นอะไรมากไหมคะ?” พี่กล้วยรีบสำรวจตัวฉัน “มีแค่ข้อเท้าเคล็ดค่ะ พอดี...เกิดเรื่องนิดหน่อย” ฉันพูดพลางกัดฟันแน่น “โธ่...คุณชบา เจ็บมากไหมคะ?” พี่กล้วยเสียงอ่อน ฉันพยักหน้าตอบเบาๆ แทนคำพูด “ยังโชคดีนะคะที่โดนแค่นี้ ปกติใครเข้าไป...หัวแตกกันออกมาทุกคนเลยค่ะ” ป้าพรพูดเสริม ฉันได้แต่ถอนหายใจแบบหมดคำจะพูด “ฉันว่าเขาควรไปบำบัดจิตมากกว่า ปล่อยให้อยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่ไหวหรอกค่ะ!” “ไปค่ะ เดี๋ยวกล้วยพยุงลงไปข้างล่าง กล้วยจะประคบข้อเท้าให้เองนะคะ” ฉันพยักหน้ารับ แล้วปล่อยให้พี่กล้วยช่วยประคองลงไปข้างล่าง พอถึงโซฟา เธอก็เอาลูกประคบมาช่วยประคบข้อเท้าให้ฉันจนเริ่มรู้สึกดีขึ้น ขณะที่ฉันนั่งพัก ใจยังหวิวอยู่ จู่ๆ คำพูดของยัยน้ำก็แว๊บขึ้นมาในหัว... > “ฉันขอร้องเถอะนะ ชบา ช่วยทำให้เฮียแม็กกลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ ถือซะว่าตอบแทนบุญคุณลุงสุชาติ ที่มอบทุนการศึกษาส่งแกเรียนจนจบ แถมได้เงินอีกด้วย...” ฉันนิ่งไป เฮียแม็ก...เขาเป็นลูกของลุงสุชาติ งั้นแปลว่า...คนที่มอบทุนให้ฉันเรียนจนจบ คือพ่อของเขาเอง บ้าเอ๊ย...แบบนี้ไม่ใช่แค่ต้องอดทนแล้วล่ะ ฉันติดหนี้ชีวิตเขาเลยด้วยซ้ำ เอาวะ! จะอยู่จะไปก็เอาให้สุด...สู้เว้ยยย! --- วันที่ 3 “ออกไป!!! อย่ามายุ่งกับกู!!!” พรึ่บ! ปัง! ...ประตูปิดใส่หน้าฉันอีกแล้ว --- วันที่ 4 เสียงข้าวของแตกกระจายตามด้วยเสียงตะโกนจากขุมนรก “กูไม่กิน!!! เอาเหล้ามาให้กู!! เอาเหล้ามา!!!” …จานข้าวปลิวมาเฉียดหน้า “นี่คุณ! จะดื่มแต่เหล้าไปถึงชาติไหนคะ! ข้าวปลาก็หัดกินบ้าง ถึงคุณไม่กิน คนทำเขาก็ไม่เจ๊งตายหรอกนะ!!” ฉันกล้าขึ้นเสียงกับเขา...ซึ่งฉันไม่ควรเลย เฮียแม็กมองหน้าฉันนิ่งมาก...นิ่งจนน่ากลัว แล้วก็เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนฉันต้องกำชายกระโปรงแน่น ใจเต้นระรัว เขาจะฆ่าฉันไหมวะ...บ้าแล้วชบา! “ออกไป!!! แล้วอย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก!!!” “คะ...ค่ะ!” ฉันรีบวิ่งหนีแทบสะดุดตัวเอง ปาดเหงื่อพรึ่บลงข้างแก้ม --- วันที่ 5 ฉันพยายามเปิดประตูห้องเฮียแม็ก...ไม่เปิด ล็อกไว้ เลยให้แม่บ้านไปเอากุญแจมาเปิดให้ แกร๊ก... ยังไม่ทันก้าวขาเข้าไป พรึ่บ!! ปัง!! โดนปิดประตูใส่หน้าอีกแล้วจ้า! สงสัยวันนี้เฮียเฝ้าประตู... --- วันที่ 6-9 โดนทั้งจานบิน ขวดบิน เอกสารปาใส่หน้า บางวันโดนเหวี่ยงออกจากห้อง บางวันโดนผลักใส่กำแพง โอ๊ย! นี่ฉันมาดูแลคนหรือมาอยู่ค่ายฝึกนักรบกันแน่? ทุกวัน...เฮียแม็กไม่แตะข้าวแต่นั่งกอดขวดเหล้าเป็นเพื่อนแทน วันไหนขวดหมด ก็กรี๊ดใส่ใครต่อใคร ...แต่บางคืน ฉันได้ยินเขาร้องไห้ “หนูนิด...อย่าทิ้งกูไปนะ...” ฉันเข้าใจเขานะ...ฉันก็เคยเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุเหมือนกัน ตอนนั้นฉันร้องไห้จนเกือบกลายเป็นซากมนุษย์ ดีที่มีน้ำกับครอบครัวน้ำคอยอยู่ข้างๆ --- วันที่ 10 วันนี้เงียบ...ผิดปกติมาก ไม่มีเสียงเฮียแม็กโวยวาย ไม่มีขวดอะไรแตก ไม่มีประตูปิดใส่หน้า “คุณแม็กคะ! คุณแม็ก!!” ฉันมองซ้ายมองขวา เดินไปดูระเบียง ห้องน้ำ เตียงก็ไม่มี แต่พอมองลงไปข้างเตียง... “คุณแม็ก!!!” เฮียแม็กนอนหมดสติอยู่ตรงนั้น ทั้งจมูกทั้งปากเต็มไปด้วยเลือด ฉันรีบพุ่งเข้าไปนั่งลงข้างๆ ดึงตัวเขาขึ้นมาวางบนตัก “ช่วยด้วยค่ะ!! ใครก็ได้!! ช่วยด้วย!!!” ฉันตบหน้าคุณแม็กเบาๆ พยายามเรียกเขาเสียงสั่น “คุณแม็ก! ได้ยินชบาไหมคะ? คุณแม็ก!!” “แค่กก...แค่กก...!” เขาไอแรง ก่อนจะอาเจียนออกมา...เป็นเลือด “ฮึก...คุณแม็ก ทำไมถึงทำกับตัวเองแบบนี้คะ...” น้ำตาฉันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว “รอแป๊บนะคะ เดี๋ยวชบาไปตามคนมาช่วย!” ฉันรีบวิ่งออกจากห้อง พาคนมาช่วยเขาให้วุ่นทั้งบ้าน โชคดีที่พาไปโรงพยาบาลทัน สุดท้ายหมอบอกว่า...เฮียแม็กเป็นแผลในกระเพาะขั้นรุนแรง เพราะดื่มเหล้ามาหลายวันโดยไม่กินอะไรเลย ร่างกายทรุดโทรมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม... ฉันนั่งเฝ้าเขาอยู่ข้างเตียงในห้องพักฟื้น...ถอนหายใจยาว เฮ้อ...เมื่อไหร่จะผ่านพ้นไปสักทีนะผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนหลังจากงานแต่งของมิกซ์ชีวิตภายในบ้านกลับมาสงบอีกครั้ง...อย่างน้อยเฮียแม็กก็คิดแบบนั้นเช้าวันนี้อากาศสดใสกว่าปกติ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาภายในห้องอาหารบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูมากมายจนเหมือนกำลังจัดเลี้ยงทั้งข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง สลัด ผลไม้ และน้ำผลไม้หลากชนิดสาเหตุไม่ใช่อะไรแต่เป็นเพราะชบาที่กำลังตั้งครรภ์และอารมณ์ของคนท้องนั้น...เดาไม่ได้เลยสักวันเมื่อวานอยากกินมะม่วงเปรี้ยววันนี้อยากกินส้มตำพอซื้อมาก็ไม่กินแล้วเปลี่ยนไปอยากกินเค้กแทนจนแม่ครัวทั้งบ้านเริ่มปวดหัวกันหมด"ชบา ลองกินอันนี้ไหม"เฮียแม็กตักโจ๊กใส่ถ้วยส่งให้ภรรยาชบามองถ้วยโจ๊กนิ่ง ๆ อยู่สามวินาทีก่อนจะส่ายหน้า"ไม่เอา""แล้วอันนี้ล่ะ""ไม่เอา""ขนมปัง""ไม่เอา""ผลไม้""ไม่เอา"เฮียแม็กเริ่มกุมขมับ"แล้วมึงจะกินอะไรครับ"เฮียแม็กหลุดปากพูดคำหยาบออกมาอย่างเลยอด ชบานั่งคิดจริงจังอยู่พักหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้น"อยากกินสายไหม"ทันทีที่ชบาพูดจบ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เงียบลงอย่างพร้อมเพรียงเงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเฮียแม็กกะพริบตาช้า ๆ เหมือนกำลังประมวลผลคำพูดเมื่อ
สองสัปดาห์หลังจากนั้น... งานแต่งงานของมิกซ์ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายในเรือนหอหลังใหม่ที่คุณสุชาติซื้อไว้ให้คู่บ่าวสาว ตัวบ้านโอ่อ่าหรูหราไม่ต่างจากคฤหาสน์ของมิริน แขกผู้มีเกียรติจากหลายวงการเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีจนแน่นพื้นที่ ขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวเข้าสู่พิธี แม็กกลับกำลังปวดหัวกับการตามหาตัวเจ้าบ่าวที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย "เจอคุณมิกซ์หรือยังคะ?" ชบาถามขึ้น "ยังเลย" แม็กถอนหายใจ "ไอ้ก้อง มึงเจอมันไหม" "เจอแล้วครับนาย" "อยู่ไหน" "อยู่บนต้นไม้ครับ" "ห๊ะ?!" แม็กถึงกับยกมือกุมขมับทันที ไม่นานก้องก็พาเขาไปยังต้นมะม่วงต้นใหญ่ด้านหลังเรือนหอ และภาพที่เห็นก็ทำให้เขาแทบอยากจะเอาหัวโขกต้นไม้ มิกซ์กำลังนั่งกินมะม่วงอยู่บนกิ่งไม้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ไอ้มิกซ์! ลงมาเดี๋ยวนี้!" "ไม่ลง!" "พิธีจะแต่งแล้วนะเว้ย!" "ไม่ลง!" "ไอ้มิกซ์!" ชบาจึงลองช่วยเกลี้ยกล่อม "คุณมิกซ์คะ ลงมาเถอะค่ะ ถ้าลงมาเดี๋ยวชบาให้หอมแก้ม" พรึ่บ! เพียงสิ้นเสียง มิกซ์ก็กระโดดลงจากต้นไม้ทันทีราวกับลิงติดจรวด "โอ้โห..." ทุกคนอึ้งไปตาม ๆ กัน แต่พอลงมาถึงพื้น เจ้าตัวกลับทำปากจู๋แล
สุดท้ายแล้วการมาดูตัวในครั้งนี้ก็กลายเป็นการยกขบวนกันมาทั้งบ้าน นอกจากแม็กกับชบาแล้ว ยังมีคุณสุชาติ คุณหญิง มิกซ์ ก้อง และภูมิที่ถูกดึงตัวมาด้วยในฐานะคนติดตาม เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างทาง ขบวนรถหลายคันค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์สไตล์ญี่ปุ่นหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่ไม้หนาทึบ บรรยากาศรอบบ้านเงียบผิดปกติจนชวนขนลุก มิกซ์ลดกระจกลงมองไปรอบ ๆ ก่อนขมวดคิ้ว "ป๊า แน่ใจนะครับว่ามาถูกบ้าน" "ถูกสิ" คุณสุชาติตอบอย่างมั่นใจ "เมื่อเช้ายังโทรคุยกับคุณฮิโรชิอยู่เลย" ไม่นาน ประตูรั้วก็เปิดออก หญิงสาวผมยาวในชุดกิโมโนสีดำเดินออกมาต้อนรับอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าขาวซีดไร้อารมณ์ของเธอทำให้ทุกคนมองตามโดยไม่รู้ตัว เมื่อรถแล่นเข้าไปด้านในและจอดสนิท ทุกคนจึงทยอยลงจากรถ แม็กกวาดสายตามองรอบบริเวณ บ้านหลังนี้ทั้งใหญ่และสวย แต่กลับให้ความรู้สึกวังเวงอย่างประหลาด ลมเย็นพัดผ่านพร้อมใบไม้แห้งที่ปลิวว่อน ชบาขยับเข้ามาใกล้เขาเล็กน้อย "คุณแม็ก..." "ว่าไง" "บ้านนี้แปลก ๆ ไหมคะ" มิกซ์รีบพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่เลยเฮีย ผมว่ามันเหมือนบ้านผีสิง" แม็กหัวเราะในลำคอ "แน่ใจนะว่าป๊ามาขอเมียให้มึง ไม่ได้
คอนโดแสงแดดยามเช้าค่อยๆ สาดส่องผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง เปลือกตาของชบากระพริบไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียหญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย พลางยกมือขึ้นขยี้ตาเบาๆ ตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพลิกตัวไปอีกด้านและเอื้อมมือออกไปหาคนที่นอนอยู่ข้างกายแต่กลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่าชบาขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นเต็มที่ สายตากวาดมองไปรอบห้องเพื่อมองหาร่างสูงของคนรัก แต่กลับไม่พบวี่แววของเขาแม้แต่น้อย"คุณแม็กหายไปไหนแต่เช้านะ"หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะลุกจากเตียงและเดินลงไปยังชั้นล่างของบ้านไม่นานนัก กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาแตะปลายจมูกชบาหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามกลิ่นนั้นไปยังห้องครัวภาพที่เห็นทำให้เธออดยิ้มไม่ได้แม็กกำลังยืนอยู่หน้าเตา มือหนากำลังผัดอะไรบางอย่างอยู่ในกระทะอย่างตั้งใจ"ทำอะไรอยู่คะ"ชบาเดินเข้าไปใกล้ พลางชะโงกหน้ามองในกระทะ"ผัดกะเพรากุ้ง"ชายหนุ่มตอบเรียบๆ"ทำให้เมียกิน"เพียงประโยคนั้นก็ทำให้ใบหน้าของชบาร้อนขึ้นทันที"ทำเป็นด้วยเหรอคะ""สำหรับเธอ ฉันทำได้หมด"เขาก้มลงกระซิบข้างหูเบาๆ จนหญิงสาวรีบยกมือขึ้นตีแขนเขาอย่างเขินอาย"บ้า"แม็กหัวเรา
หลายเดือนต่อมา... ภายในห้องพิจารณาคดีของศาล บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงันสื่อมวลชน นักข่าว รวมถึงผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากต่างเข้าร่วมรับฟังคำพิพากษาในคดีที่สั่นสะเทือนไปทั้งวงการธุรกิจและสังคมชั้นสูง บนบัลลังก์จำเลย...ดาวนั่งอยู่ในชุดนักโทษหญิงสีครีมใบหน้าที่เคยงดงามและเย่อหยิ่งไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความมั่นใจ บัดนี้กลับเหลือเพียงความเหนื่อยล้าและหวาดกลัว ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาหลักฐานทุกอย่างถูกเปิดเผยออกมาทีละชิ้น ทั้งคำให้การของลุงชัยคำสารภาพของลูกน้องที่ถูกจับกุมเอกสารทางการเงิน หลักฐานการว่าจ้างมือปืนรวมถึงคดีฆาตกรรมและการทำร้ายผู้คนอีกหลายคดีที่ถูกซุกซ่อนไว้มานานหลายปีไม่มีทางปฏิเสธได้อีกแล้ว ทุกอย่างชี้มาที่เธอเพียงคนเดียวในขณะที่กำลังนั่งฟังการพิจารณาคดีอย่างเลื่อนลอยนั้น สายตาของดาวก็ค่อย ๆ หันไปมองยังที่นั่งด้านหน้า และหัวใจของเธอก็กระตุกวูบทันที นายศักดา...พ่อบุญธรรมของเธอกำลังนั่งอยู่ตรงนั้นชายสูงวัยที่เคยปกป้องเธอเสมอคนที่เคยเชื่อใจเธอมากที่สุด วันนี้กลับดูแก่ลงราวกับคนละคนผมหงอกมากขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและแววต
ชบารีบลุกขึ้นทันที น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ "คุณฟื้นแล้ว!" แม็กพยายามยิ้ม แต่แผลบริเวณหน้าท้องทำให้เขาเจ็บจนต้องขมวดคิ้ว "อย่าเพิ่งร้องสิ... เดี๋ยวลูกตกใจ" เพียงประโยคนั้น ชบาก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม จนแม็กถึงกับหัวเราะออกมาแผ่วๆ แม้จะเจ็บจนแทบขาดใจ แต่ภาพตรงหน้ากลับเป็นภาพที่เขาอยากเห็นมากที่สุด ผู้หญิงที่เขารัก และลูกของเขา ยังอยู่ตรงนี้ ปลอดภัยทั้งคู่ นั่นก็เพียงพอแล้ว "คุณนี่นะ..." ชบาเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนค้อนเขาเบาๆ "ฟื้นมาก็แกล้งฉันเลย" "ไม่ได้แกล้ง" แม็กตอบเสียงแผ่ว ก่อนค่อยๆ ขยับมือขึ้นอย่างยากลำบาก แล้วแตะลงบนแก้มของเธอ แม้นิ้วมือจะยังอ่อนแรง แต่สัมผัสนั้นกลับทำให้ชบาน้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้ง "ขอโทษนะ" ชบานิ่งไป "ขอโทษที่ทำให้เธอกลัว ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ แล้วก็..." เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังหน้าท้องของเธอ สายตาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "ขอโทษลูกด้วย" น้ำตาของชบาไหลลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรัก ความรักของผู้ชายคนหนึ่ง ที่แม้เพิ่งรอดชีวิตกลับมาได้ สิ่งแรกที่นึกถึงกลับเป็นภรรยาและลูกของตัวเอง "ลูกไม
มือฉันกำแน่นอยู่ข้างประตู เสียงหัวเราะเบา ๆ ของดาวดังลอดออกมา เสียงทุ้มของเขาแทรกตามมาเป็นระยะ ๆ จังหวะนั้นเอง หัวใจฉันก็เต้นแรงเหมือนจะระเบิดออกมา...พวกเขากำลังคุยอะไรกัน หรือว่า.ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ภาพในหัวเริ่มวาดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ภาพดาวนั่งชิดใกล้เขา สายตาหวานเยิ้มที่ฉันเคยโดนใช้ใส่ตอนแ
เสียงดนตรีจังหวะนุ่มดังคลอไปทั่วโชว์รูมหรูหราที่ประดับด้วยแสงไฟและเงาสะท้อนของรถสปอร์ตคันงาม ฉันยืนอยู่ริมขอบเวที มองแขกผู้มีเกียรติก้าวเท้าเข้ามาในงานอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศดูสมบูรณ์แบบทุกอย่างนอกจากหัวใจฉันที่ยังไม่คลี่คลายจากบทสนทนาในห้องแต่งตัวเมื่อครู่ดาวเดินออกมาจากด้านหลังพร้อมชุดเดรสรัดรูป
สัปดาห์ต่อมาดาวเริ่มงานในตำแหน่งพริตตี้พิเศษของโชว์รูมรถหรูที่บริษัทแม็ก แม้จะดูเหมือนตำแหน่งทั่วไป แต่สายตาหลายคู่ในบริษัทภูมิรู้ดีว่าเรื่องนี้ "ไม่ปกติ"และโดยเฉพาะ...สายตาของชบาเธอเห็นทุกการเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนั้นท่าทางอ่อนหวานเรียบร้อย เสียงพูดนุ่มนวล รอยยิ้มที่ชวนให้นึกถึงใครบางคนในอดีตขอ
น้ำอุ่นล้อมรอบร่างทั้งสองไว้ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่เสียงน้ำไหลกลายเป็นเสียงพื้นหลังอันแผ่วเบาเท่านั้น เพราะตอนนี้...มีเพียงเสียงลมหายใจและจังหวะหัวใจของกันและกันที่ดังกว่าแม็กนั่งซ้อนหลังชบาในอ่าง มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวเธอไว้อย่างหลวม ๆ ส่วนอีกข้างค่อย ๆ ลูบไล้น้ำบนเนินไหล่ขาวของเธอ ปลายนิ้วของเขาเปี







