로그인เมื่อ "ชบา" สาวสู้ชีวิตต้องกลายมาเป็นผู้ดูแลมาเฟียหน้านิ่งสุดเย็นชาอย่าง "เฮียแม็ก" เงื่อนไขคือเงินเดือนสูงลิ่ว...แต่ต้องทำให้เขากลับไปใช้ชีวิตปกติให้ได้ใน 1 ปี! ทว่า...งานนี้ไม่ง่าย เพราะเขาไม่เพียงแค่เย็นชา แต่ยังดุดัน เยือกเย็น และเกลียดขี้หน้าหล่อนเข้าไส้ การอยู่ร่วมชายคาเดียวกันจึงกลายเป็นสนามรบของคำพูดเสียดแทง...แต่สายตาแอบมองและจังหวะใจที่เริ่มสั่นไหว ระหว่าง "ความเกลียด" กับ "แรงดึงดูด" ใครจะพังทลายก่อน...หัวใจของเธอ หรือกำแพงของเขา?
더 보기บทที่ 01
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อชบา อายุ 25 ปี ตอนนี้อยู่ตัวคนเดียว พ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว ฉันเลยต้องดิ้นรนทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียน โชคดีที่ยังมีผู้ใหญ่ใจดีให้ทุนการศึกษาจนฉันเรียนจบปริญญาตรี นิสัยฉันก็ง่ายๆ แบบว่าอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ กินอะไรก็ได้ ไม่เรื่องมาก ตอนนี้ฉันกำลังหางานอยู่... ก็เพิ่งโดนเจ้านายเก่าไล่ออกเมื่อวานนี้เอง สาเหตุเหรอ? ก็เพราะฉันไม่ยอมเป็น “เด็ก” ของเขาน่ะสิ ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมไปทำงานที่ไหน เจ้านายต้องพยายามเสนออะไรแบบนี้ทุกที บางคนก็แก่จนหัวหงอก ยังไม่วายคิดเรื่องอย่างว่า เหนื่อยใจแทนเมียพวกเขาจริงๆ ที่ต้องมีผัวเป็นเฒ่าหัวงูแบบนี้ “ทำไมงานมันหายากขนาดนี้วะเนี่ย...” ฉันพึมพำกับตัวเอง มองไปรอบๆ ก็มีแต่ตึก บริษัทเพียบไปหมด แต่ไม่มีใครเปิดรับสมัครเลย เศร้าใจชะมัด “แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ารถ ค่าคอนโด ค่าเน็ต ค่าน้ำค่าไฟอีก เฮ้อ...ชีวิตตู :( ” ฉันนั่งบ่นกับตัวเองบนรถ กำลังจะน้ำตาร่วงอยู่แล้ว กริ๊ง~ กริ๊ง~ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชื่อที่โชว์คือ "น้ำ" “ฮัลโหล ว่าไงน้ำ” “แกหางานได้ยัง ชบา?” “ยังเลย ไปสมัครที่ไหนก็ไม่รับอ่ะ” ฉันตอบเสียงเศร้า มันเศร้าจริงๆ นี่หว่า “ฉันมีงานให้แกทำนะ เงินดีด้วย สนใจไหม?” พอได้ยินคำว่า "เงินดี" หัวใจก็พองโตทันที “งานอะไรเหรอน้ำ?” “งั้นแกมาที่บ้านฉันก่อนแล้วกัน เดี๋ยวอธิบายให้ฟัง” “โอเค เพื่อนรัก!!” ฉันวางสายแล้วรีบขับรถไปบ้านน้ำทันที น้ำเป็นเพื่อนคนเดียวของฉัน เป็นคนที่อยู่ข้างฉันมาตลอด ไม่ว่าจะตกต่ำแค่ไหน น้ำไม่เคยทิ้งกันเลย บ้านน้ำรวยมาก รวยแบบไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้ไปทั้งชาติ แต่เธอไม่เคยรังเกียจที่ฉันมาจากครอบครัวยากจน ครอบครัวของน้ำก็ใจดีมากกับฉันเหมือนกัน --- #บ้านน้ำ ตอนนี้ฉันมาถึงบ้านน้ำแล้ว กำลังนั่งรอเธออยู่ที่ห้องนั่งเล่น ส่วนเธอกำลังไปหยิบเอกสารงานมาให้ฉัน สักพักน้ำก็เดินเข้ามา “แล้วคุณลุงคุณป้าไปไหนเหรอน้ำ?” ฉันถามพลางกวาดตามองรอบบ้าน “ป๊ากับม๊าไปบ้านใหญ่น่ะ เอาล่ะ เข้าประเด็นเลย ฉันจะคุยเรื่องงานกับแกแล้วนะ” “โอเค! งานที่ว่า คืออะไรเหรอ?” “ไม่มีอะไรมาก งานนี้โคตรสบาย หาไม่ได้อีกแล้ว บอกเลย!” น้ำนั่งท้าวคางแล้วยิ้มแบบมีลับลมคมใน “งานที่ฉันจะให้แกทำก็คือ… ดูแลพี่ชายของฉันเอง เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องฉัน แกต้องดูแลเขา แล้วพยายามทำให้เขากลับไปทำงานที่บริษัทให้ได้ ภายในหนึ่งปี ถ้าแกทำสำเร็จ ฉันจะเพิ่มเงินให้อีกสองเท่า” “ห๊ะ?! หนึ่งปี?! เอ่อ... มันไม่ยากไปหน่อยเหรอน้ำ? ไปเป็นผู้ดูแลพี่ชายเธอเนี่ยนะ...” “เดือนละ 3 แสน” “สามแสน!!!” ฉันแทบสำลักลมหายใจ “งานบ้าอะไรวะ ได้เดือนละสามแสน!” “ใช่ เดือนละสามแสน หนึ่งปีก็สามล้านหก แถมฉันจะให้เพิ่มอีกสองเท่าถ้าแกทำสำเร็จ สนใจไหม?” “ไม่สนก็ควายแล้วไหมล่ะ!!ตกลง ฉันทำ” ฉันตบโต๊ะดังปัง “ฉันจะได้มีเงินไปเปิดร้านขนมตามความฝันสักที” “ต้องแบบนี้สิ เพื่อนรัก!” น้ำยื่นสัญญามาให้ฉัน “นี่ สัญญาการทำงาน อ่านก่อนเซ็นก่อนได้นะ” พึ่บ! ฉันหยิบปากกามาเซ็นสัญญาณแบบไม่ลังเล “ไม่อ่านหน่อยเหรอ?” “ไม่ต้องหรอก ฉันเชื่อใจแก แกคงไม่โกงฉันหรอก จริงไหม?” “แน่นอนอยู่แล้ว อ่ะ นี่เงินก้อนแรก” เธอยื่นเช็คเงินสดมาให้หนึ่งล้านบาท “โห! น้ำ! แกให้ฉันตั้งล้านนึงเลยเหรอ?” “เพื่อให้แกไปเคลียร์หนี้ค่างวดรถ คอนโด และย้ายไปอยู่บ้านพี่ชายฉัน” “น้ำ... แกคือเพื่อนที่ฉันรักที่สุดในชีวิตเลยเว้ย!” “ฉันก็รักแกเหมือนกัน ไม่งั้นไม่ไว้ใจให้แกดูแลพี่ชายฉันหรอกนะ” “ขอบใจนะแก ฉันจะทำให้ดีที่สุด!” “แต่แกต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านพี่ชายฉัน เริ่มงานพรุ่งนี้เลยนะ” “โอเค!” หลังจากนั้นฉันก็เอาเงินไปจ่ายค่ารถ ค่าคอนโด ปิดหนี้ให้หมด เหลือเงินอยู่สองแสนกว่าๆ โล่งใจสุดๆ ไปเตรียมเก็บของดีกว่า พรุ่งนี้ต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านพี่ชายของน้ำแล้วสิ... #เช้าวันต่อมา เวลา 9:00 ณ บ้านพี่ชายของน้ำ “น้ำ บ้านหลังนี้เหรอ? ทำไมผู้ชายชุดดำเยอะจังวะ?” ฉันมองซ้ายขวา มีแต่พวกผู้ชายชุดดำเต็มไปหมด หน้าตาก็โหดๆ กันทั้งนั้น “ก็พี่ชายฉันเป็น...มาเฟียน่ะสิ” ควับ!! ฉันหันไปหาน้ำจนคอแทบเคล็ด “ห๊ะ?! มาเฟีย!!!” “แกจะตะโกนทำไมชบา!! แกเห็นไหม พวกนั้นมองแกหมดแล้ว” “โทษที คนมันตกใจอะ แล้วทำไมไม่บอกฉันก่อน” “เข้าไปข้างในกันเถอะ” น้ำลากฉันเข้าไปในบ้านทันที ฉันรับเงินแล้วด้วย จะถอยก็ไม่ทันแล้วล่ะ...ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนหลังจากงานแต่งของมิกซ์ชีวิตภายในบ้านกลับมาสงบอีกครั้ง...อย่างน้อยเฮียแม็กก็คิดแบบนั้นเช้าวันนี้อากาศสดใสกว่าปกติ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาภายในห้องอาหารบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูมากมายจนเหมือนกำลังจัดเลี้ยงทั้งข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง สลัด ผลไม้ และน้ำผลไม้หลากชนิดสาเหตุไม่ใช่อะไรแต่เป็นเพราะชบาที่กำลังตั้งครรภ์และอารมณ์ของคนท้องนั้น...เดาไม่ได้เลยสักวันเมื่อวานอยากกินมะม่วงเปรี้ยววันนี้อยากกินส้มตำพอซื้อมาก็ไม่กินแล้วเปลี่ยนไปอยากกินเค้กแทนจนแม่ครัวทั้งบ้านเริ่มปวดหัวกันหมด"ชบา ลองกินอันนี้ไหม"เฮียแม็กตักโจ๊กใส่ถ้วยส่งให้ภรรยาชบามองถ้วยโจ๊กนิ่ง ๆ อยู่สามวินาทีก่อนจะส่ายหน้า"ไม่เอา""แล้วอันนี้ล่ะ""ไม่เอา""ขนมปัง""ไม่เอา""ผลไม้""ไม่เอา"เฮียแม็กเริ่มกุมขมับ"แล้วมึงจะกินอะไรครับ"เฮียแม็กหลุดปากพูดคำหยาบออกมาอย่างเลยอด ชบานั่งคิดจริงจังอยู่พักหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้น"อยากกินสายไหม"ทันทีที่ชบาพูดจบ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เงียบลงอย่างพร้อมเพรียงเงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเฮียแม็กกะพริบตาช้า ๆ เหมือนกำลังประมวลผลคำพูดเมื่อ
สองสัปดาห์หลังจากนั้น... งานแต่งงานของมิกซ์ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายในเรือนหอหลังใหม่ที่คุณสุชาติซื้อไว้ให้คู่บ่าวสาว ตัวบ้านโอ่อ่าหรูหราไม่ต่างจากคฤหาสน์ของมิริน แขกผู้มีเกียรติจากหลายวงการเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีจนแน่นพื้นที่ ขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวเข้าสู่พิธี แม็กกลับกำลังปวดหัวกับการตามหาตัวเจ้าบ่าวที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย "เจอคุณมิกซ์หรือยังคะ?" ชบาถามขึ้น "ยังเลย" แม็กถอนหายใจ "ไอ้ก้อง มึงเจอมันไหม" "เจอแล้วครับนาย" "อยู่ไหน" "อยู่บนต้นไม้ครับ" "ห๊ะ?!" แม็กถึงกับยกมือกุมขมับทันที ไม่นานก้องก็พาเขาไปยังต้นมะม่วงต้นใหญ่ด้านหลังเรือนหอ และภาพที่เห็นก็ทำให้เขาแทบอยากจะเอาหัวโขกต้นไม้ มิกซ์กำลังนั่งกินมะม่วงอยู่บนกิ่งไม้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ไอ้มิกซ์! ลงมาเดี๋ยวนี้!" "ไม่ลง!" "พิธีจะแต่งแล้วนะเว้ย!" "ไม่ลง!" "ไอ้มิกซ์!" ชบาจึงลองช่วยเกลี้ยกล่อม "คุณมิกซ์คะ ลงมาเถอะค่ะ ถ้าลงมาเดี๋ยวชบาให้หอมแก้ม" พรึ่บ! เพียงสิ้นเสียง มิกซ์ก็กระโดดลงจากต้นไม้ทันทีราวกับลิงติดจรวด "โอ้โห..." ทุกคนอึ้งไปตาม ๆ กัน แต่พอลงมาถึงพื้น เจ้าตัวกลับทำปากจู๋แล
สุดท้ายแล้วการมาดูตัวในครั้งนี้ก็กลายเป็นการยกขบวนกันมาทั้งบ้าน นอกจากแม็กกับชบาแล้ว ยังมีคุณสุชาติ คุณหญิง มิกซ์ ก้อง และภูมิที่ถูกดึงตัวมาด้วยในฐานะคนติดตาม เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างทาง ขบวนรถหลายคันค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์สไตล์ญี่ปุ่นหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่ไม้หนาทึบ บรรยากาศรอบบ้านเงียบผิดปกติจนชวนขนลุก มิกซ์ลดกระจกลงมองไปรอบ ๆ ก่อนขมวดคิ้ว "ป๊า แน่ใจนะครับว่ามาถูกบ้าน" "ถูกสิ" คุณสุชาติตอบอย่างมั่นใจ "เมื่อเช้ายังโทรคุยกับคุณฮิโรชิอยู่เลย" ไม่นาน ประตูรั้วก็เปิดออก หญิงสาวผมยาวในชุดกิโมโนสีดำเดินออกมาต้อนรับอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าขาวซีดไร้อารมณ์ของเธอทำให้ทุกคนมองตามโดยไม่รู้ตัว เมื่อรถแล่นเข้าไปด้านในและจอดสนิท ทุกคนจึงทยอยลงจากรถ แม็กกวาดสายตามองรอบบริเวณ บ้านหลังนี้ทั้งใหญ่และสวย แต่กลับให้ความรู้สึกวังเวงอย่างประหลาด ลมเย็นพัดผ่านพร้อมใบไม้แห้งที่ปลิวว่อน ชบาขยับเข้ามาใกล้เขาเล็กน้อย "คุณแม็ก..." "ว่าไง" "บ้านนี้แปลก ๆ ไหมคะ" มิกซ์รีบพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่เลยเฮีย ผมว่ามันเหมือนบ้านผีสิง" แม็กหัวเราะในลำคอ "แน่ใจนะว่าป๊ามาขอเมียให้มึง ไม่ได้
คอนโดแสงแดดยามเช้าค่อยๆ สาดส่องผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง เปลือกตาของชบากระพริบไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียหญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย พลางยกมือขึ้นขยี้ตาเบาๆ ตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพลิกตัวไปอีกด้านและเอื้อมมือออกไปหาคนที่นอนอยู่ข้างกายแต่กลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่าชบาขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นเต็มที่ สายตากวาดมองไปรอบห้องเพื่อมองหาร่างสูงของคนรัก แต่กลับไม่พบวี่แววของเขาแม้แต่น้อย"คุณแม็กหายไปไหนแต่เช้านะ"หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะลุกจากเตียงและเดินลงไปยังชั้นล่างของบ้านไม่นานนัก กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาแตะปลายจมูกชบาหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามกลิ่นนั้นไปยังห้องครัวภาพที่เห็นทำให้เธออดยิ้มไม่ได้แม็กกำลังยืนอยู่หน้าเตา มือหนากำลังผัดอะไรบางอย่างอยู่ในกระทะอย่างตั้งใจ"ทำอะไรอยู่คะ"ชบาเดินเข้าไปใกล้ พลางชะโงกหน้ามองในกระทะ"ผัดกะเพรากุ้ง"ชายหนุ่มตอบเรียบๆ"ทำให้เมียกิน"เพียงประโยคนั้นก็ทำให้ใบหน้าของชบาร้อนขึ้นทันที"ทำเป็นด้วยเหรอคะ""สำหรับเธอ ฉันทำได้หมด"เขาก้มลงกระซิบข้างหูเบาๆ จนหญิงสาวรีบยกมือขึ้นตีแขนเขาอย่างเขินอาย"บ้า"แม็กหัวเรา
มือฉันกำแน่นอยู่ข้างประตู เสียงหัวเราะเบา ๆ ของดาวดังลอดออกมา เสียงทุ้มของเขาแทรกตามมาเป็นระยะ ๆ จังหวะนั้นเอง หัวใจฉันก็เต้นแรงเหมือนจะระเบิดออกมา...พวกเขากำลังคุยอะไรกัน หรือว่า.ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ภาพในหัวเริ่มวาดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ภาพดาวนั่งชิดใกล้เขา สายตาหวานเยิ้มที่ฉันเคยโดนใช้ใส่ตอนแ
เสียงลมหายใจของตัวเองกลายเป็นเสียงเดียวที่ฉันได้ยินชัดเจนที่สุดตั้งแต่วันนั้น...วันที่เขาเลือกเดินผ่านฉันคุณแม็กก็ไม่เคยมองฉันในแบบเดิมอีกเลยเขายังอยู่ตรงนั้น อยู่ในโชว์รูม อยู่ในบ้าน อยู่ในโต๊ะทำงานตรงข้ามแต่ความรู้สึกของเขามันไปไกลจนฉันวิ่งตามไม่ทัน“คุณแม็กจะรับกาแฟไหมคะ?”ฉันถามเช่นเคย เหมือนท
เสียงดนตรีจังหวะนุ่มดังคลอไปทั่วโชว์รูมหรูหราที่ประดับด้วยแสงไฟและเงาสะท้อนของรถสปอร์ตคันงาม ฉันยืนอยู่ริมขอบเวที มองแขกผู้มีเกียรติก้าวเท้าเข้ามาในงานอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศดูสมบูรณ์แบบทุกอย่างนอกจากหัวใจฉันที่ยังไม่คลี่คลายจากบทสนทนาในห้องแต่งตัวเมื่อครู่ดาวเดินออกมาจากด้านหลังพร้อมชุดเดรสรัดรูป
สัปดาห์ต่อมาดาวเริ่มงานในตำแหน่งพริตตี้พิเศษของโชว์รูมรถหรูที่บริษัทแม็ก แม้จะดูเหมือนตำแหน่งทั่วไป แต่สายตาหลายคู่ในบริษัทภูมิรู้ดีว่าเรื่องนี้ "ไม่ปกติ"และโดยเฉพาะ...สายตาของชบาเธอเห็นทุกการเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนั้นท่าทางอ่อนหวานเรียบร้อย เสียงพูดนุ่มนวล รอยยิ้มที่ชวนให้นึกถึงใครบางคนในอดีตขอ