Mag-log inเมื่อ "ชบา" สาวสู้ชีวิตต้องกลายมาเป็นผู้ดูแลมาเฟียหน้านิ่งสุดเย็นชาอย่าง "เฮียแม็ก" เงื่อนไขคือเงินเดือนสูงลิ่ว...แต่ต้องทำให้เขากลับไปใช้ชีวิตปกติให้ได้ใน 1 ปี! ทว่า...งานนี้ไม่ง่าย เพราะเขาไม่เพียงแค่เย็นชา แต่ยังดุดัน เยือกเย็น และเกลียดขี้หน้าหล่อนเข้าไส้ การอยู่ร่วมชายคาเดียวกันจึงกลายเป็นสนามรบของคำพูดเสียดแทง...แต่สายตาแอบมองและจังหวะใจที่เริ่มสั่นไหว ระหว่าง "ความเกลียด" กับ "แรงดึงดูด" ใครจะพังทลายก่อน...หัวใจของเธอ หรือกำแพงของเขา?
view moreคืนนั้นทั้งบ้านเงียบจนได้ยินเสียงฝนกระทบระเบียงเป็นจังหวะช้า ๆ ฉันกลับขึ้นมาบนห้องตั้งแต่หัวค่ำ ปิดไฟเหลือเพียงโคมเล็กข้างเตียง แสงสีส้มสลัวทำให้ห้องยิ่งดูว่างเปล่า ซองผลตรวจยังถูกวางอยู่ในลิ้นชักข้างเตียง เหมือนความลับที่ฉันพยายามซ่อนแม้แต่จากตัวเอง แกร๊ก เสียงประตูห้องเปิดขึ้นเบา ๆ ฉันชะงักเล็กน้อย แต่ไม่ได้หันไปมอง กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยลอยเข้ามาพร้อมฝีเท้าของเขา คุณแม็กกลับมาแล้ว เขาถอดสูทพาดเก้าอี้ แล้วเดินผ่านปลายเตียงไปอย่างเงียบ ๆ เหมือนทุกคืนที่ผ่านมา แต่คืนนี้มันต่างออกไป เพราะฉันไม่ลุกไปหาเขาอีกแล้ว "ยังไม่นอน?" เขาถามเสียงเรียบ "ค่ะ" ฉันตอบสั้น ๆ ฝนยังคงเคาะกระจกอยู่ด้านนอก ฉันได้ยินเสียงเขาเปิดตู้หยิบน้ำ เสียงแก้วกระทบกันเบา ๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะจมลงในเสียงฝนอีกครั้ง "วันนี้เธอเข้าไปในห้องประชุมทำไม" สุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน ฉันกำผ้าห่มแน่นนิดหนึ่ง แต่ยังคงนั่งหันหลังให้เขา "เอาเอกสารไปให้ค่ะ" "ชบา" เสียงเขาต่ำลงนิดหน่อย เหมือนกำลังสะกดอารมณ์ "เธอไม่ใช่คนไม่มีมารยาทขนาดเปิดประตูพรวดเข้าไปแบบนั้น" ฉันหลับตาช้า ๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงรี
มือฉันกำแน่นอยู่ข้างประตู เสียงหัวเราะเบา ๆ ของดาวดังลอดออกมา เสียงทุ้มของเขาแทรกตามมาเป็นระยะ ๆ จังหวะนั้นเอง หัวใจฉันก็เต้นแรงเหมือนจะระเบิดออกมา...พวกเขากำลังคุยอะไรกัน หรือว่า.ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ภาพในหัวเริ่มวาดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ภาพดาวนั่งชิดใกล้เขา สายตาหวานเยิ้มที่ฉันเคยโดนใช้ใส่ตอนแรกพบ ริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่ขยับพูด แต่กลับเหมือนกำลังยั่วยวน และเขา…เขาที่เคยเป็นของฉัน กลับเอนตัวเข้าหาเธออย่างห้ามใจไม่อยู่“ไม่..ไม่นะ” ฉันพึมพำเบา ๆ น้ำเสียงสั่นพร่าเหมือนจะร้องไห้ความกลัวกับความไม่มั่นใจตีกันจนฉันทนไม่ได้อีกต่อไป มือที่สั่นเทาเผลอผลักประตูเข้าไปแรงกว่าที่ตั้งใจปัง!เสียงประตูชนผนังดังลั่น ทำให้ทั้งแม็กและดาวหันขวับมามองทันทีฉันหยุดหายใจชั่วขณะ สายตาไล่มองภาพตรงหน้าดาวนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของแม็ก ไม่ได้ใกล้กันอย่างที่ฉันคิด แต่ชุดกระโปรงรัดรูปที่เธอสวมมันสั้นและแนบเนื้อจนเกินไป เผยให้เห็นเส้นโค้งทุกส่วนที่ตั้งใจจะโชว์แม็กขมวดคิ้ว หยุดมือจากเอกสารที่กำลังเซ็น ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“ชบา? เข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อน”น้ำเสียงนั้นเย็นชา ราบเรียบจนแทงหัวใจฉัน
เสียงลมหายใจของตัวเองกลายเป็นเสียงเดียวที่ฉันได้ยินชัดเจนที่สุดตั้งแต่วันนั้น...วันที่เขาเลือกเดินผ่านฉันคุณแม็กก็ไม่เคยมองฉันในแบบเดิมอีกเลยเขายังอยู่ตรงนั้น อยู่ในโชว์รูม อยู่ในบ้าน อยู่ในโต๊ะทำงานตรงข้ามแต่ความรู้สึกของเขามันไปไกลจนฉันวิ่งตามไม่ทัน“คุณแม็กจะรับกาแฟไหมคะ?”ฉันถามเช่นเคย เหมือนที่เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนเขาเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร สบตาฉันเพียงเสี้ยววินาที แล้วพูดเพียงคำเดียว“ไม่ต้อง”แค่นั้นไม่แม้แต่จะขอบคุณ ไม่แม้แต่รอยยิ้มที่เคยมีให้ฉันยืนอยู่ตรงนั้นอีกไม่กี่วินาที ก่อนจะหันหลังกลับเหมือนคนที่เพิ่งแพ้ศึกโดยไม่ทันได้เริ่มสู้ฉันจัดของเล็ก ๆน้อย ๆ หน้าเคาน์เตอร์ในโชว์รูม ฝนด้านนอกเริ่มโปรยปรายลงมาเบา ๆกลิ่นฝนผสมกับกลิ่นเครื่องปรับอากาศในโชว์รูม ชวนให้รู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนความรู้สึกบางอย่างกำลังถูกกดทับไว้ไม่ให้แสดงออกมาแล้วผู้หญิงที่ฉันไม่อยากเจอที่สุดก็เดินเข้ามาในจังหวะนั้นพอดีเธอสวมเสื้อโค้ตยาวสีครีม ใบหน้าแต่งเพียงบางเบาแต่กลับเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างในความนิ่งเงียบที่เธอแบกไว้“มีเอกสารของคุณแม็กฝากไว้ให้ฉันหรือเปล่าคะ?”เธอถามด้วยรอยยิ้มเรียบนิ่งฉันพยักหน้าเ
เสียงดนตรีจังหวะนุ่มดังคลอไปทั่วโชว์รูมหรูหราที่ประดับด้วยแสงไฟและเงาสะท้อนของรถสปอร์ตคันงาม ฉันยืนอยู่ริมขอบเวที มองแขกผู้มีเกียรติก้าวเท้าเข้ามาในงานอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศดูสมบูรณ์แบบทุกอย่างนอกจากหัวใจฉันที่ยังไม่คลี่คลายจากบทสนทนาในห้องแต่งตัวเมื่อครู่ดาวเดินออกมาจากด้านหลังพร้อมชุดเดรสรัดรูปสีแดงเลือดนกที่เน้นสัดส่วนของเธอได้พอดีเป๊ะ เส้นผมลอนสวยตกลงแนบไหล่ ริมฝีปากสีแดงฉ่ำ และรอยยิ้มที่เหมือนฝันร้ายของฉันเธอสวยแบบที่ทุกคนต้องหันมอง แต่สิ่งที่เจ็บกว่านั้นคือสายตาของคน ๆ หนึ่งที่หยุดอยู่ที่เธอนานเกินไป“คุณแม็กซ์มาถึงแล้วค่ะ!” เสียงทีมงานกระซิบใกล้หูฉัน แต่หัวใจฉันมันเหมือนถูกกระแทกไปก่อนหน้านั้นแล้วเขาก้าวเข้ามาในงานในชุดสูทสีดำสนิท หน้าตานิ่งขรึมเหมือนเดิม แต่แววตา...มันไม่ใช่ เขาหยุดยืนชั่วครู่เมื่อมองไปยังเวที แล้วฉันก็เห็นมันภาพแวบหนึ่งที่เขาชะงัก เหมือนเผลอหายใจไม่ทันเมื่อมองไปที่ดาว“หนูนิ...” เสียงหลุดออกมาจากปากเขา“...ดาว?” เขาแก้ในวินาทีต่อมา แต่ไม่ทันแล้วฉันยืนนิ่ง ราวกับเวลาทั้งงานหยุดลง มันเป็นแค่พยางค์เดียวที่แทงทะลุใจฉันได้ลึกกว่าทุกประโยคที่ผ่านมาใช่ ฉันรู้
สิ้นคำ มือใหญ่ของเขาก็เลื่อนจากเอว ลูบต้นแขน ไล่ลงไปจนถึงแผ่นหลัง นิ้วเรียวยาวสอดเข้าใต้ชายเสื้อสูทที่เธอยังไม่ได้ถอด ลมหายใจของชบาสะดุด ร่างกายเธอเกร็งเล็กน้อย มือข้างหนึ่งเผลอคว้าไหล่เขาไว้โดยไม่รู้ตัวแม็กโน้มใบหน้าลงมาอีกครั้ง ริมฝีปากเขาแตะข้างแก้ม แล้วเลื่อนมากระซิบชิดหู“บอกกูที...ว่ามึงไม่ร
หลังจากการประชุมจบลง ชบาก็เดินตัวปลิวขึ้นมายังชั้นบนของรีสอร์ตที่จัดไว้เป็นห้องทำงานพิเศษของผู้บริหารใหญ่ แม้เท้าจะก้าวอย่างว่าง่าย แต่ใจนั้นกลับไม่ได้สงบนิ่งตามร่างกายเลยสักนิด เพราะเสียงที่กระซิบติดหูไม่เลิกว่า“ขึ้นไปเจอกูที่ห้อง”เสียงต่ำลึกเย็นชานั้น...แม้ผ่านมาหลายนาที ก็ยังดังก้องในใจไม่หยุด
“กูจีบอยู่ไง...เลขา อย่าทำเป็นไม่รู้เลย ทั้งที่เห็นมึงหน้าแดงแรงแบบนั้นใจเต้นรัวยังไงล่ะ”ชบาย่นเสียงแหบ ๆ แต่มือยังปัดปัดหน้าหนีเบา ๆ ไม่ยอมสบตาเขา“คุณจีบคนแบบนี้จริงเหรอคะ? ล็อกประตูห้องแบบขังไว้ จูบกันกลางออฟฟิศ นวดเนียน ๆ จนเลยไปเช็กรอยยุงกัดบนต้นแขน?”เธอหยิบผ้าขนหนูขึ้นมากุมไว้ก่อนจะหันหน้าห
บ้าน – เวลา 19:00 น.เสียงลมหายใจของหญิงสาวสะดุดลงเมื่อเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ราวกับกำลังเช็กให้แน่ใจว่าสถานที่ที่เธออยู่ปลอดภัยแล้วมันคือห้องของเธอ เสื้อผ้าบนร่างถูกเปลี่ยนเรียบร้อย ไม่รู้ว่าเธอเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่แน่ ๆ คือหั