เข้าสู่ระบบเฮือก!
“คนไข้ฟื้นแล้วค่ะหมอ”
ใบหน้าแรกที่ฉันได้เจอคือคนสุดท้ายที่ฉันได้เจอเมื่อวาน
“ฟื้นแล้วเหรอ ‘สายน้ำ’ ”
“หมอธาร์”
ภาพคุณหมอหนุ่มที่บอกฉันเมื่อวานว่า ‘ไว้เจอกัน’ สุดท้ายฉันก็เจอเขาอีกครั้งในโรงพยาบาล ฉันได้ยินหมอกับ
พี่พยาบาลคุยกันหลายอย่าง แต่ถามว่าฉันพอจับใจความอะไร ได้ไหม ฉันแทบจับใจความอะไรไม่ได้เลยฉันง่วงเกินกว่าจะลืมตาหรือพูดคุยกับใครได้อีก
เพียงไม่นานฉันก็หลับไปอีกครั้ง
เช้าวันถัดมา
ภาพตรงหน้าฉันยังเป็นคุณหมอคนเดิมพร้อมกับพยาบาล คิดว่าน่าจะมาตรวจไข้ ข่าวดีคือฉันสามารถกลับบ้านได้แล้ว ฉันถูกช่วยออกมา มีอาการสำลักควันและเป็นแผล
ไฟไหม้ตรงมือทุกอย่างในร่างกายปกติ สามารถกลับบ้านได้แล้ว น่า
ดีใจจัง นอนโรงพยาบาลแค่สองคืนก็กลับบ้านได้แล้วแต่...ฉันจะกลับไปไหน บ้านเช่าหลังนั้นไหม้จนไม่เหลือซาก ไม่ใช่แค่บ้านฉันเท่านั้น แต่เป็นบ้านแถวนั้นทั้งแถบ
ฉันนั่งอยู่ตรงนี้นานแล้ว หน้าห้องจ่ายยา เสียงผู้คนมากมายคุยกัน เสียงหมอ เสียงพยาบาล เสียงญาติคนไข้คุยกันทั้งภาษากลาง ภาษาเหนือ
ในหัวฉันยังสับสนมึนงง เสื้อยืดกับกางเกงขายาวพร้อมทั้งชุดชั้นในที่พี่พยาบาลใจดีให้มา มือข้างหนึ่งของฉันยังมีผ้าพันแผลพันเอาไว้
ถ้าฉันเป็นผู้ชายก็คงดีกว่านี้ อย่างน้อยก็ไปนอนวัดได้ จะโทรหาใครสักคนก็ไม่มีโทรศัพท์ จริง ๆ ยืมพี่พยาบาลก็ได้ แต่ฉันจำเบอร์โทรของใครไม่ได้เลย
“น้ำ” เสียงเรียกที่ทำให้ฉันเงยหน้าจากถุงใส่ยา คุณหมอคนเดิม ‘หมอธาร์’
“คุณหมอ” เห็นหน้าเขา ฉันก็น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาคือคนเดียวที่ฉันรู้จักในเวลานี้
“อย่าร้อง ไปเถอะ” รู้ตัวอีกทีฉันก็เดิมตามหลังเขาไปเงียบ ๆ ไม่รู้หรอกว่าเขาจะพาไปไหน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนเหมือนกัน
ร้านคาเฟที่คุณหมอธาร์พามาอยู่ใต้คอนโดหรู
“อยากกินอะไร”
“หมอสั่งเลยค่ะ น้ำสั่งไม่เป็น” แม้จะเคยเข้าร้านคาเฟแบบนี้บ้างในตอนที่พี่รหัสพาไปเลี้ยง แต่ก็ไม่บ่อยนัก
“ดูตามภาพ อยากกินอะไรก็ชี้แค่นั้นเอง จะไปยากอะไร”
ฉันหัวเราะกับคำพูดของคุณหมอตรงหน้า รอยยิ้มของเขาทำให้ฉันยิ้มตามได้ไม่ยาก นั่นสินะ ดูแค่รูป อันไหนน่ากินก็แค่ชี้ แต่ราคานี่สิทำฉันชี้ไม่ลง
“ผมให้คุณดูภาพ ไม่ต้องดูราคา” คำพูดของคุณหมอทำฉันยิ้มแห้ง ก่อนจะตอบออกไป
“มันแพง น้ำเกรงใจ”
“กินไปเถอะ ถือว่ามากินเป็นเพื่อนผม”
หลังจากฉันจิ้มเมนูที่อยากกินไปแล้ว ระหว่างรอคุณหมอก็ถามขึ้น
“ปกติน้ำทำกับข้าวหรือเปล่า”
“ทำค่ะ”
“งานบ้านล่ะ พวกซักเสื้อผ้า ทำความสะอาดบ้าน”
“คุณหมอ น้ำอยู่กับยายสองคน ถ้าไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะคะ คุณหมอถามทำไมเหรอคะ”
“ผม กำลังหาแม่บ้าน เผื่อน้ำอยากทำ” คำพูดเขาทำให้ฉันตาเป็นประกายทันที
“ทำค่ะหมอ ทำ น้ำซักผ้า รีดผ้า ทำกับข้าวเก่งด้วยค่ะ ทำได้ทุกอย่างเลย ถ้าหมอจ้างน้ำ รับรองคุ้ม” ฉันคงรีบนำเสนอตัวเองมากไปหน่อย คุณหมอถึงได้ยิ้มชอบใจอย่างนั้น
“ก็ดี เดี๋ยวเรากินแล้วไปดูที่ทำงานกัน”
ที่ทำงานอย่างนั้นเหรอ
“ห้องผมไง น้ำเอายังไงต่อ จะไปพักที่ไหน เพื่อนน้ำติดต่อได้ไหม”
ฉันยิ้มแห้งให้กับคำพูดของเขา จะติดต่อเพื่อนอย่างไรกัน
“น้ำจำเบอร์ใครไม่ได้เลยค่ะ น้ำอยากกลับไปดูบ้าน”
“ยังเข้าไม่ได้หรอก ตำรวจยังกันพื้นที่อยู่ ยังไม่รู้สาเหตุไฟไหม้”
น้ำตาฉันไหลอีกครั้ง ไม่มีอะไรเหลือเลย ไม่มีสักอย่างเลยสินะ ไม่ว่ายายหรือความทรงจำของฉันกับยาย
“น้ำ เอ่อ คุณมาอยู่กับผมก่อนก็ได้ คอนโดผมมีสองห้องนอน ถ้าน้ำไม่รังเกียจ น้ำอยู่กับผมก็ได้”
“น้ำไม่รังเกียจหรอก แต่แค่เกรงใจหมอ”
ฉันจะเอาอะไรไปรังเกียจเขา แค่นั่งตรงนี้ยังมีคนส่งสายตามองเขาไม่หยุด ความหล่อของเขาทำให้ใครต่อใครใจสั่น ไม่เว้นแม้แต่ฉัน แต่ฉันรู้ว่าสายตาที่เขามองมาไม่ใช่สายตาแห่งความพิศวาสแบบชู้สาว เป็นสายตาของความสงสาร
“เดี๋ยวต้องไปทำเอกสารกันก่อนเนอะ” เขาบอกอย่างอารมณ์ดี ฉันยิ้มให้กับคำพูดของเขา
นั่นสินะ เอกสารทั้งหมดของฉันหายไปพร้อมกับบ้านเช่าหลังนั้น
ห้องของหมอธาร์เป็นคอนโดขนาดใหญ่ที่มีสองห้องนอน สามห้องน้ำ และมีส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัวของเขาก็ขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ดูแล้วคงไม่ได้ทำอะไรกินเลยสินะ
“นั่งก่อน เราต้องทำความรู้จักกันก่อน” คุณหมอธาร์พาฉันมานั่งในห้องรับแขกห้องเขา
“ผมต้องเข้าเวร ไม่ได้กลับห้องเป็นบางคืน น้ำอยู่ได้นะ”
ฉันพยักหน้าหงึก ๆ ทำไมจะอยู่ไม่ได้ ที่นี่ดูดีกว่าบ้านเช่าที่ฉันเคยอยู่ไม่รู้กี่เท่า
แต่เป็นหลานชายก็ดี เรื่องการสืบสกุลก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป หวังว่าหลานคนที่สองจะเป็นผู้หญิงน่ารักตะมุตะมิ “น้องเอื้อไปโรงเรียนก็ดีแล้วนะครับ ใบจะได้ไม่เหนื่อย” อินน์ว่าทั้งยังกุมมือเมียรัก ผู้เป็นป้ารีบสนับสนุน คนท้องต้องพักผ่อนเยอะ ๆ “ต่อไปต้องให้น้องเอื้อมานอนห้องย่าตลอดเลยนะเดี๋ยวทับท้องหนูใบ” อินน์ฟังเจ้าป้าแล้วได้แต่แอบเบะปากน้อย ๆ เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายของเขาก็นอนกับเจ้าคุณย่าตั้งแต่ได้สองขวบแล้ว เรียกได้ว่าหลงหลานเอื้อหนักมาก เพราะอย่างนั้นอินน์กับใบบุญญาจึงมีเวลาทำลูกได้ทุกคืน พ่อคนน้ำยาดีในท้องแรกเริ่มไม่มั่นใจเมื่อคนที่สองไม่มาสักที ทั้งสามมาถึงคุ้มอินทฐานนท์เพียงแค่นั่งรถจากโรงเรียนนานาชาติ ‘ฐานนท์’ เพียงสามนาที เจ้าประกายแก้วรัตนาเทกโอเวอร์โรงเรียนนานาชาติที่อยู่ใกล้บ้านทันทีที่อินน์แต่งงาน ต้องเรียกว่าวางแผนไว้เนิ่น ๆ ปากบอกว่าไม่เคยเห่อหลานแต่การกระทำของเจ้าประกายแก้วรัตนานั้นสวนทางกับคำพูดทุกอย่าง เพราะอย่างนี้อินน์มักจะกระซิบใบบุญญาว่าอย่าเชื่อเจ้าป้าการละคร เมื่อถึงบ้านเจ้าป้าการละครต้องรีบกดโทรศัพท์ต่อสาย
“ครั้งหน้าไม่มีแล้วนะคะ ใบไม่อยากให้คุณอินน์เล่นอีก” ใบบุญญาว่าเธอไม่ชอบเลย ตีกอล์ฟก็ตีกอล์ฟสิทำไมต้องมีติดปลายไม้อะไรนั่น “พี่ไม่อยากเล่นหรอก กลัวแต่พ่อ ๆ ของใบนั่นแหละจะไม่ยอมรามือ” อินน์แค่กังวลใจว่าเดี๋ยวเหล่าพ่อ ๆ ของใบบุญญาจะนัดกันมาหลายคนกว่าเดิม จากที่ตีกันแค่สี่ห้าคน ไม่รู้จะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า เขาแกล้งแพ้ เหล่าพ่อ ๆ ก็ได้ใจ พอเขาเอาจริงก็อยากจะเอาคืนอยากแก้มืออีก “จริงด้วยค่ะ ข้อเสียของโชติภิวรรธคือชอบเอาชนะ รู้ไหมว่าลุงรองพ่อหมอธาร์อะ แกล้งเป็นเกย์เพื่ออยู่ใกล้ป้าศิตาตั้งสามปี คิดดูแล้วกันว่าน่ากลัวขนาดไหน” ใบบุญญานินทาผู้เป็นลุง หารู้ไม่ว่าพ่อของตัวเองก็เคยเสนอตัวเป็นคนเลี้ยงดูแม่เบลตั้งแต่เป็นนางร้าย “น่ากลัว ดีแล้วที่ใบเปลี่ยนมาใช้ ‘อินทฐานนท์’” เจ้าของนามสกุลยิ้มแฉ่ง ดีใจที่เมียรักยอมมาใช้นามสกุลของเขา ทั้งยังตั้งท้องลูกชายให้เขาอีกด้วย “แน่นอนสิ ใบรักคุณอินน์ แค่เปลี่ยนนามสกุลเรื่องเล็กมากเลย ใบเคยมีเพื่อนที่เขายอมเปลี่ยนศาสนาตามแฟน เพื่อนใบบอกว่ากว่าจะได้เจอคนที่รักเราและเรารักเขามันยากมากเลย แค่เปลี่ยนศาสนาเป็นเรื่องเล็กม
“คราวที่แล้วอินน์ตีได้ดีกว่านี้นะ กูนี่โคตรอายแพ้แบบหมดรูป ปล่อยให้มันยืนดูแล้วยืนดูอีก พอยิ่งกดดันกูยิ่งตีไม่ลง Over par ตลอด” “มึงอ่อนไงภาส มันไม่ได้เก่งหรอก” เป็นรามที่พูดขึ้น “ไอ้ต้นมึงอย่าว่ามัน มึงได้ที่สอง เรื่องทับถมไอ้ภาสปล่อยเป็นหน้าที่กูเอง” เป็นลักษณ์หรือรองผู้ได้อันดับหนึ่งของวันนี้ รับหน้าที่ทับถมคนอื่น “เก่งตายแหละมึง เล่นสนามที่ตัวเองตีทุกอาทิตย์ไม่ได้ที่หนึ่งจะเรียกว่าอะไร อ่อนด้อยเหรอวะเล็ก” รามว่าลักษณ์ทั้งยังหันไปถามความเห็นจากน้องชายคนเล็กของบ้านอย่างวิศรุต “พอ ๆ พวกมึง หรือว่าอินน์มันแกล้งแพ้หรือเปล่าวะ ฝีมือไม่น่าเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้นะ” ภาสยังไม่ค่อยเชื่อใจลูกเขยคราวที่แล้วเล่นอย่างเทพ แต่รอบนี้นึกว่าเพิ่งหัดเล่น “มันจะแกล้งอะไรเนียนขนาดนั้น” ลักษณ์ว่า “ใช่ พวกเราเล่นดีจนมันเกร็งแหละ ว่าไหม” รามออกความเห็น คนที่เหลือขี้เกียจคิดมาก ก็เลยพยักหน้าเห็นด้วย ดีแล้วที่ชนะ ปกติไปเล่นกับใครก็แพ้ทุกที เห็นทีพวกเขาต้องบินมาตีกอล์ฟกับอินน์บ่อย ๆ “ครั้งหน้าเราเล่นพนันด้วยไหม กินเงินลูกเขยเฮียให้เรียบเลย” วิศรุตเ
“โห ชมใบขนาดนี้ใบจะลอยแล้วคุณอินน์” “ดีใจ ที่โลกนี้มีใบของพี่” อินน์พึมพำก่อนจะหลับไป ใบบุญญาหัวเราะกับเจ้าบ่าวที่บอกว่าเตรียมคืนเข้าหอมาอย่างดี จุดจบของสายหื่นคือแพ้ท้องแทนเมีย หลังจากงานแต่งงาน เพียงแค่สัปดาห์เดียวก็ถึงเวลาการเปิด ‘ฐานนท์พาร์ค’ ศูนย์การค้ากึ่งสวน เมื่อคุณมาเที่ยวที่นี่จะได้บรรยากาศนั่งกินข้าวหรือช็อปปิงอยู่ในทุ่งดอกไม้ ความงดงามของที่นี่ทำให้มีที่ถ่ายรูปลงโซเชียลหลายร้อยมุม นอกจากนี้ฐานนท์พาร์คยังมีการจัดสวนใหม่ทุก ๆ สามเดือน ทำให้มุมการถ่ายรูปถูกปรับเปลี่ยนไปทุกสามเดือน สายอินฟลูเอนเซอร์จึงมาได้บ่อยเท่าที่ต้องการ คลินิกของอยากพักใจถูกดูแลโดยตระการเป็นหลัก เพราะคุณหมอใบบุญญาช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเพราะต้องดูแลคนแพ้ท้องอย่างคุณอินน์ “แพ้ท้องอะไรวะ ได้กลิ่นเมียแล้วหาย” ตระการบ่นกับมนทนา โดยที่มีใบบุญญาฟังอยู่ไม่ไกล “ติดเมียแหละดูออก วันหลังไม่ต้องอ้างแพ้ท้องนะ บอกว่าติดเมียก็ไม่มีใครว่าหรอก” มนทนาหันไปบอกคนผัวติด ใบบุญญานั่งยิ้มกริ่มกับคำแดกดันของเพื่อน “อิจฉาเหรอ ไม่ดีนะ ความอิจฉาจะทำให้เราจิตใจไม่สงบ เห็นใคร
“บาปกรรม มีแต่คนเขามาบริจาคให้โรงพยาบาล นี่ตัวเองมาโกง จิตใจทำด้วยอะไร” เมื่อมีคนหนึ่งจุดไฟ คนที่เหลือก็เริ่มกระพือไฟให้โหมมากกว่าเดิม เมื่อถึงช่วงเวลาโยนช่อดอกไม้ ผู้คนหน้าเวทีมากมายทั้งชายหญิง งานแต่งของใบบุญญากับอินน์รวมคนทุกสายงานอาชีพไว้ที่นี่จริง ๆ คนไข้ตั้งแต่รุ่นแรกของคลินิกอยากพักใจที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นเจ้าหน้าที่ด้านจิตวิทยาหรือบางท่านก็รับทำฮอตไลน์สายด่วนถ้าไม่สะดวกเดินทางมาที่คลินิก เป็นงานการกุศลจากคนที่เคยได้รับความช่วยเหลือ ‘ลองเป็นผู้ให้ดูค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่ใจเป็นอย่างไร ล้านคำพูดก็ไม่อาจอธิบายความรู้สึกอิ่มใจนั้นได้’ นั่นเป็นคำพูดของใบบุญญาที่เคยพูดไว้เมื่อครั้งที่เธอขึ้นไปพูดในงานแถลงข่าวของโชติภิวรรธ เมื่อครั้งเปิดคลินิกอยากพักใจที่สาขากรุงเทพ “พร้อมกันหรือยังครับ เรากำลังจะโยนช่อดอกไม้” เสียงพิธีกรถามขึ้น ทุกคนในงานต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าพร้อม “แต่ทุกท่านไม่ต้องลุกจากที่นั่งครับ” เสียงของพิธีกรทำทุกคนในงานต่างตื่นเต้นกับการโยนช่อดอกไม้แสนพิเศษของวันนี้ “ดอกทิวลิปที่อยู่ในมือของทุกคนคือคำตอ
ตอนพิเศษ 1 งานแต่งงานยิ่งใหญ่ ธีมงานแต่งสีชมพูซึ่งเป็นสีโปรดของว่าที่เจ้าสาว โชติภิวรรธต่างออกแบบและแต่งกายด้วยชุดสีชมพูกันทั้งตระกูลไม่เว้นแม้แต่ผู้ชาย “กูรู้สึกแปลก ๆ ไงก็ไม่รู้” ไธม์บ่นกับชุดสูทสีชมพูของผู้ชายทั้งตระกูล ไอ้วัย ๆ อย่างพวกเขามันก็ไม่เท่าไหร่ แต่รุ่นพ่อนี่สิใส่กันทุกคน “ทำไมวะ” ธาร์ถามน้องชายฝาแฝดอย่างสงสัย “พ่อเรากับลุงต้นยังพอได้นะสูทสีชมพู แต่อาเล็ก[1]นี่สิหน้าอย่างโหดใส่สูทสีชมพู” ธาร์มองตามไธม์ที่พูดถึงผู้เป็นอาได้แต่ยิ้ม “มึงก็ว่าอาเล็กเค้า ออกจะหล่อเข้ม เวลามีปัญหาเรื่องโดนฟ้องก็ได้อาเล็กแหละช่วย” ธาร์ว่าน้องชายฝาแฝด เรื่องปากดีต้องยกให้มัน “เออ ไม่ว่าอาเล็กก็ได้ เปลี่ยนไปนินทาเมียดีกว่า ดีใจกว่าเจ้าสาวก็คงเมีย ๆ พวกเรานี่แหละ” ไธม์ทำปากยื่นไปทางศรีภรรยาที่กำลังเม้ามอยกันอย่างสนุกสนาน ทิ้งลูกทิ้งผัวกันเลยทีเดียว “แกก็ชอบว่าป้ากล้วยนาน ๆ เขาจะได้เจอกัน” อย่างที่รู้กันว่า ‘ป้ากล้วย’ ของเหนือคือเมียของอาไธม์ในปัจจุบัน วันนี้ทั้งสายน้ำ กล้วยและอิงเพื่อนของสายน้ำก็ได้มาร่วมงานแต่งของใบบุญญากับอินน์เช่น
ฝีมือเขาแน่“เราทำไมซุ่มซ่าม” พี่เหนือว่าและพยุงให้ฉันยืนได้ด้วยตัวเอง“ขอบคุณค่ะ หนูกลับก่อนนะคะ” ฉันรีบยกมือไหว้ขอบคุณและเดินเร็วไปยังหน้าประตูโรงเรียน ซึ่งวันนี้เฮียมังกรจะแวะมารับฉันกลับบ้าน“เป็นอะไรหน้าแดง” ทันทีที่ฉันขึ้นนั่งบนรถเฮียมังกรก็ถามทันที ฉันใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างจับแก้มตัวเองและแน่น
“น้องไปเล่นสระผู้ใหญ่ ถึงจะว่ายน้ำเป็น ผมอยากให้น้ำเตือนลูกหน่อย อีกอย่างพาลูกมาว่ายน้ำควรนั่งเฝ้าลูกสิ ไม่ใช่นอนเฝ้า” ไม่รู้ว่าโกรธเรื่องอะไร แต่ผมก็ตำหนิเธอไปแล้ว “ขอโทษค่ะ ต่อไปจะระวัง เหนือกลับบ้านเลยไหมลูก” นึกอยากเคืองพ่อของลูกเธอ ทำไมไม่มาช่วยเธอเลี้ยงลูก แล้วนั่นหอบของพะรุงพะรังไม่
‘ว่าไงมึง’ “หมอธาร์กลับมาแล้ว มาอยู่ข้างบ้านเรา” ‘หา! น้ำ แล้วแกจะเอายังไง จะบอกเขาไหมเรื่องเหนือ’ เสียงของกล้วยดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด “จะไปบอกเขาได้ยังไงแก เขาไม่ถามสักคำ เขาไม่คิดว่าเหนือเป็นลูกเขาด้วยซ้ำ” คิดแล้วก็น่าน้อยใจนะ เขาคงคิดว่าฉันมีคนใหม่ทันทีที่เขาจากไป ถึงไ
ปัดความรู้สึกผิดออกไป ฉันรักเขา ทุกอย่างที่ฉันทำลงไปเพราะฉันรักเขา เดี๋ยวเขาก็กลับมา ฉันแค่อดทนอีกนิด เดี๋ยวเขาก็กลับมา บ้านเราอยู่นี่ อย่างไรเสียเขาก็ต้องกลับบ้าน ฉันใช้เวลาเตรียมอาหารอยู่หลายนาที ตาก็คอยเหลือบมองประตูหน้าห้อง สุดท้ายแล้วเขาก็ยังไม่กลับ ฉันปวดหัวมาก คงเพราะเมื่อค







