LOGINเฮือก!ร่างบางสะดุ้งสุดตัว ปากเล็กอ้าค้างในตอนที่ผ้าขนถูกฉวยออกจากมือ ก่อนจะมีสิ่งอื่นเข้ามาแทนที่ สิ่งอื่นที่มันทั้งร้อนทั้งแข็ง ทำเอาใบหน้าเธอระอุจนแทบเผาไหม้ตัวมันเองปรากฏรอยยิ้มร้ายที่มุมปาก ทอดมองคนตัวเล็กที่บัดนี้คล้ายสติหลุดลอยไปชั่วขณะแล้วเร่งเร้าจังหวะจนบางคราถึงกับคำรามเสียงต่ำในลำคอฮืมม ดีกว่ามือตัวเองเป็นไหน ๆกว่ามัสลินจะได้สติ ของเหลวร้อน ๆ ก็ล้นทะลักออกมาลวกเลอะเปรอะไปเต็มมือพร้อมกับเสียงครางที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจประกายวาววับทำเอาใจดวงน้อยพลันกระตุกวูบ รีบชักมือกลับทันควัน ทว่ายังไม่ทันจะได้ถอยหนีไปไหน แรงกระชากที่ข้อมือก็ดึงให้เธอล้มหน้าคะมำ พุ่งเข้าซบแผงอกกว้างของคนเอาแต่ใจอย่างจัง"จะ..เจ้านาย!"เสียงหวานแว้ดลั่นหากแต่สั่นเครือจนหาความน่ายำเกรงไม่เจอ มิหนำซ้ำแค่กะพริบตาร่างก็ถูกผลักให้ตกไปเป็นฝ่ายอยู่ด้านล่าง ถูกกักขังไว้ภายใต้กายแกร่งที่กำลังบดเบียดสะโพกเข้าใส่อย่างหยาบโลนความหวามไหวแล่นพล่านไปทั่วร่างในฉับพลัน ใจหนึ่งก็นึกอยากจะดีดดิ้น แต่พอมือปัดไปโดนผ้าก็อตที่แปะประดับอยู่บริเวณสีข้างของคนเจ็บ เธอก็เปลี่ยนมาใช้วิธีร้องประท้วง เตือนสติแทน"ยะ...อย่า อย่าค่ะ ค
แม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเจ้านายหนุ่มจะรั้งเธอไว้ทำไม ทว่าพอเห็นแววตาที่เจือด้วยประกายเว้าวอน มัสลินก็ยอมชะงักฝีเท้าแล้วหย่อนสะโพกลงนั่งลงบนข้างเตียงตามแรงดึงอย่างว่าง่าย"ปรับแอร์ที ร้อน"มัสลินพยักหน้ารับคำ แต่พอครั้นจะเดินไปจัดการให้อย่างที่เขาต้องการ เธอก็ต้องหันกลับมาเหล่ตามองหน้าเจ้าของคำสั่งอีกครั้ง"ถ้าไม่ปล่อยแล้วลินจะเดินไปหยิบรีโมตยังไงล่ะคะ"ตอนนั้นเองวอลเลอร์ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขายังคงพันธนาการข้อมือเธอไว้แน่นหนา ดวงตาสีฟ้าเสหลบแววตาขบขันพลางกระแอมไอแก้เก้อ แต่ไม่วายหันมาสั่งอย่างเอาแต่ใจอีก"เอายี่สิบสาม""เย็นไปค่ะ อีกเดี๋ยวเจ้านายจะมีไข้เพราะงั้นสักยี่สิบห้าก็พอ""ยี่สิบสาม!"น้ำเสียงห้วน ๆ เริ่มกระด้างขึ้นเมื่อถูกขัดใจ กระนั้นมัสลินก็ไม่สนใจ ปลายนิ้วเรียวจรดกดตั้งอุณหภูมิตามที่ตนเห็นว่าเหมาะสมก่อนเสียบรีโมตกลับเข้าที่ทว่าเมื่อเอี้ยวหน้าไปมองตามเสียงสวบสาบ เธอก็หน้าตาตื่น รีบถลันเข้าไปโอบประคองคนเจ็บที่กำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งแทบไม่ทัน"ทำอะไรของเจ้านายเนี้ย! เดี๋ยวแผลก็ปริหรอก!"แววตาขุ่นเคืองปรายมามองเธอเพียงนิดก่อนปิดมือออกอย่างไร้เยื่อใย"ฉันจะอาบน้ำ"ได้ยินแล
"นายบาดเจ็บครับ"คล้ายว่าเสียงรอบตัวจะบางเบาไปชั่วขณะ แววตาวูบไหวเหม่อมองแผ่นหลังของหนุ่มลูกครึ่งที่วิ่งเหยาะ ๆ ตามคุณหมอใจดีขึ้นไปยังชั้นบนนิ่งนานบาดเจ็บ!บาดเจ็บยังไง! บาดเจ็บตรงไหน!คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเป็นดอกเห็ด ครั้นเมื่อได้สติสองขาเรียวก็สับถี่ยิบ วิ่งตรงไปยังห้องนอนของชายหนุ่มโดยไม่สนใจเสียงทัดทานของคนอื่น ๆผลั่วะ!บานประตูถูกผลักเต็มแรงตามความร้อนใจของผู้กระทำ จากนั้นเจ้าของใบหน้าซีดเผือดจะถลันเข้าไปด้านใน แต่ก่อนจะทันได้เข้าไปถึงห้องนอน หนุ่มลูกครึ่งก็ก้าวเข้ามาขวางทางเธอไว้เสียก่อน"คุณลิน""ลินทราบค่ะว่าลินไร้มารยาทที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ลิน....ลินแค่อยากรู้ว่าเจ้านายไม่ได้เป็นอะไรมาก ใช่ไหมคะ?"อลันเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเองก็ไม่แน่ใจในอาการบาดเจ็บมากนัก สีหน้าเจ้านายนั้นเรียบตึงคล้ายไม่รู้สึกอะไร แต่ความเปียกชื้นของเสื้อเชิ้ตสีดำและรอยเปรอะเปื้อนบนเบาะหนังนั้นทำเอาเขาอดเป็นกังวลไม่ได้เช่นกันท่าทางที่อีกฝ่ายแสดงออก ยิ่งทำให้มัสลินรู้สึกใจคอไม่ดี พานคิดไปต่าง ๆ นานา"พี่อลัน ถ้าเจ้านายเจ็บหนัก เราก็ควรต้องไปโรงพยาบาลไม่ใช่เหรอคะ?"หากแต่อลันกลับส่ายหน้า "แค่หมอ
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์พลาดพลั้งทางอารมณ์เป็นหนที่สอง มัสลินก็เพียรพยายามตื่นตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้าและจองรถรับส่งล่วงหน้าแต่ด้วยเวลาที่เช้าเกินไปบวกกับระยะทางที่มากถึงสามสิบกิโลเมตร ซึ่งสำหรับเมืองกรุงแล้วกินเวลาเดินทางไปเป็นชั่วโมงจึงไม่มีใครยอมกดรับงานครั้นพอร้องขอให้คนในบ้านช่วยไปส่ง ทุกคนก็ล้วนปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันหมดสุดท้ายหนทางเดียวที่จะพาตัวเองไปถึงมหาวิทยาลัยได้จึงมีเพียงอาศัยรถยนต์ของเจ้าของบ้านแม้จะอยากระเบิดตัวเองให้กลายเป็นผุยผงในทุกรอบก็ตามบอกตามตรงเธอกระดากอายเกินกว่าจะนั่งปั้นหน้ายิ้มแย้ม ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะแค่เห็นหน้า แค่สบสายตา ภาพพวกนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉาก ๆ ตามหลอกหลอนจนถึงขั้นเก็บเอาไปฝันถึงเจ้านายหนุ่มจะยังทำตัวปกติ เย็นชา พูดน้อยแต่ร้ายกาจเฉกเช่นเมื่อก่อน ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เธอสังเกตเห็นว่ามันเปลี่ยนมัน ... แววตาตอนที่เขาใช้มองเธอเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายเป็นของหวานที่สักวันจะถูกเขาลากขึ้นโต๊ะแล้วขย้ำจนไม่เหลือซาก ให้ตายเถอะ!และเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำเป็นหนที่สาม เธอจึงมักหอบเอาเสื้อผ้าลงไปนอนที่เรือนด้านหล
อลันโน้มตัวลงวางซองเอกสารลงบนโต๊ะตรงหน้าเจ้านายหนุ่ม แจ้งจุดประสงค์ที่ทำให้ต้องเคาะประตูขัดจังหวะกิจกรรม จากนั้นจึงก้าวถอยออกมายืนรอรับคำสั่งในจุดเดิม สีหน้าราบเรียบแม้คราแรกที่ก้าวเข้ามาด้านในจะตกใจกับสภาพของพื้นห้องที่เต็มไปด้วยเหล่าหนังสือ กระจัดกระจายจนเกือบจะพลาดเหยียบพวกมันเข้าหลายครั้งหลายหนดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเข้มขึ้นหลายส่วน ในที่สุดก็มาถึงช่วงเวลาที่รอคอย หากแต่ลึก ๆ ในใจวอลเลอร์กลับไม่รู้สึกตื่นเต้นยินดีที่อีกฝ่ายยอมเดินตามทางที่วางไว้เลยแม้แต่น้อยเขาปรายมองมันเพียงนิดก่อนจะเอื้อมไปดึงเอากระดาษจำนวนหนึ่งออกมา กวาดสายตามองข้อความที่ปรากฏอย่างเร็ว ๆเสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นทันทีหลังอ่านใบสุดท้ายที่แนบมาด้วยกันจบ"ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะร้อนใจถึงขนาดเล่นใหญ่แบบนี้"วอลเลอร์กระตุกยิ้มหยัน หากพวกเขาคือกลุ่มคนสีเทาที่มีธุรกิจทั่วไปบังหน้า พวกศิริเทวัญก็คงไม่ต่างจากเท่าไหร่ และแน่นอนว่าบนโลกของธุรกิจ ล้วนไม่มีใครมือขาวสะอาดไปเสียทั้งหมดเมื่อปีก่อนมีการประมูลตึกที่ดินและตึกพาณิชย์หลังหนึ่งในมูลค่าที่สูงกว่าท้องตลาดทั่วไปหลายหลัก ซึ่งพวกเขาเคยอยากได้มาไว้สำหรับจัดเก็บสินค้าที่ร่วมหุ้นก
เสียงกลไกของบานประตูดึงให้อลันละสายตาจากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ ทว่าในวินาทีที่เงยขึ้นมาสบสายตากับคนตรงหน้า เขาก็ผงะไปเล็กน้อยความประหลาดใจสะท้อนออกมาจากแววตาของหนุ่มลูกครึ่งแวบหนึ่งเมื่อพบว่าหลังบานประตูนั่นไม่ใช่เจ้านายหนุ่ม หากแต่เป็นเด็กสาวที่เจ้านายนำตัวมาจากชุมชนแถมยังอยู่ในสภาพที่ดู เอ่อ... ไม่ค่อยเรียบร้อยสักเท่าไหร่ภาพที่เห็นทำเอาอุณหภูมิบนใบหน้าอลันเพิ่มขึ้นหลายส่วนจนต้องกระแอมไอเบา ๆ กลบเกลื่อนสีหน้าที่เผลอแสดงออก"...""..."ความประดักประเดิดก่อเกิดขึ้นทันทีเมื่อต่างฝ่ายต่างจดจ้อง ยืนนิ่งอยู่กลางทางเดินโดยไร้บทสนทนา ก่อนที่มัสลินจะยิ้มแห้ง เป็นฝ่ายเอ่ยทักทายทำลายความเงียบอันแสนน่าอึดอัด"อา สะ..สวัสดีตอนเย็นค่ะ"แต่พูดออกไปแล้วเธอก็แทบอยากจะกุมขมับ คิดได้ไงวะเนี้ย 'สวัสดีตอนเย็น' อีกหน่อยไม่ต้องสวัสดีวันจันทร์ วันอังคารในทุกเช้าด้วยหรอกเหรอลอบกรอกตาให้กับความคิดไม่เข้าท่าของตัวเองแล้วก็บังคับริมฝีปากบางให้กลับมาฉีกยิ้มกว้าง พยายามทำตัวให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด แม้ว่าตอนนี้ความรู้สึกข้างในจะสวนทางกับสิ่งที่แสร้งทำอย่างสิ้นเชิง"มา..มาหาเจ้านายใช่ไหมคะ เชิญค่ะ ๆ ลินเสร็จธุระพ



![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



