Mag-log in"เธอรู้ใช่ไหมว่าการหมั้นของเรามันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก" "รู้ค่ะ" "ถ้าเราสองคนจะมีงานแต่ง และงานแต่งนั้นมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความรักเช่นกัน" "ค่ะ" "ฉันหวังว่าถ้าวันไหนที่ฉันต้องการอิสรภาพ เธอจะคืนมันให้กับฉัน" "ค่ะ" "มีอะไรอยากจะพูดกับฉันไหม" เห็นอีกฝ่ายเอาแต่นั่งเงียบและตอบว่าค่ะอย่างเดียวเลย ตกลงเธอเข้าใจสิ่งที่เขาพูดจริงไหม ไม่ใช่ว่าถึงวันนั้นมาจริงๆ จะมานั่งบีบน้ำตาขอความเห็นใจ "ฉันไม่มีอะไรจะพูดค่ะ" "เราอาจต้องอยู่บ้านหลังเดียวกันไปก่อน แต่เธออย่ามาก้าวก่ายงานและเรื่องส่วนตัวของฉันเท่านั้นพอ" "ค่ะ" แต่ก่อนไอรีสเคยเป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ หลังจากที่พ่อแต่งงานใหม่ มีครอบครัวใหม่ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอเหมือนกาฝากของบ้านเลย มันน่าขำอยู่อย่างหนึ่งลูกสาวคนใหม่ของพ่ออายุห่างจากเธอแค่ปีเดียว แถมยังเป็นลูกแท้ๆ ของพ่อด้วย นั่นหมายถึงพ่อนอกใจแม่ตั้งแต่ตอนที่แม่กำลังท้องเธออยู่ด้วยซ้ำ
view more今日は私の誕生日だった。
手の込んだものではないけれど、彼の好きな料理を作ってテーブルに並べていた。 朝は何も言われなかったけれど、誕生日だから早めに仕事を切り上げて帰ってきてくれるはず。 そのとき、テーブルの上に置いたスマートフォンが小さく震える。 何気なく画面を覗き込むと、差出人不明のメッセージ通知。 開いてみると、一枚の写真が添付されていた。 「…なにこれ」 そこに写っていたのは、私の婚約者だった。そして彼の隣には、別の名家の令嬢。 ヨットの上で、二人はためらうことなく唇を重ねていた。 指先から力が抜け、スマートフォンを落としそうになる。 頭が真っ白になる。 信じたくない。信じられない。 けれど、写真は残酷なほど鮮明で、私の心を容赦なく切り裂いた。 私は震える手で電話をかける。 「…もしもし」 「もしもし。どちら様でしょうか?」 受話器の向こうから返ってきたのは、聞き慣れない女性の声だった。 私は確かに彼の番号を押したのに。 「……すみません。間違えました」 そう言って、私は慌てて電話を切った。 胸の奥に広がるのは、言いようのない不安と恐怖だった。写真に写っていた光景と、今の女の声が重なり合い、私の心を容赦なく締め付ける。 二年間、私は彼を信じ続けてきた。 「家の事情」や「家族の圧力」と言われて、婚約していることを周りに打ち明けられなくても、私の心が揺らぐことはなかった。 彼を信じることが、私にできる唯一の愛だったから。 それなのに。 夕暮れ時、玄関の扉が乱暴に開く音が響いた。 肩にかけたジャケットを雑にソファへ投げ、私の顔を見ても一言の挨拶すらない。 「…亮介。これ、どういうこと?」 そう言って写真を突きつけると、あっさりと浮気を認めたうえで言い放った。 「あぁ、俺の婚約者だよ」 その言葉を聞いた瞬間、胸の奥が冷たく凍りついた。 写真の中の光景はただの誤解であってほしいと願っていたのに、彼自身の口から肯定されることで、希望は無惨に打ち砕かれる。 私の存在は、彼にとって婚約者ではなかったのだと突きつけられ、足元の世界が崩れていく感覚に襲われる。 「婚約者…?じゃあ私は?」 自分でも情けないほど弱々しい問いかけだった。けれど、聞かずにはいられなかった。 二年間、彼を信じて待ち続けた私の立場は何だったのか。 「仕方ないだろ。親が勝手に結婚相手を決めたんだから」 仕方ない。その一言で、私との二年間を切り捨てるのか。 彼にとっては、親の決定がすべてで、私との時間はただの余白に過ぎなかったのだろう。 「どうして……私じゃだめなの?」 涙に濡れた声で問い詰めると、彼は冷酷に私の頬を打った。 「まさか、本気で俺と結婚できると思っていたのか?何もないお前が、俺と…?はっ。身の程知らずにも程がある」 頬の痛みよりも、心の奥に突き刺さるその言葉が、私を深い絶望へと突き落とした。 二年間、信じて待ち続けた日々が一瞬で嘲笑に変わった。 涙がこぼれそうになるのを必死に堪えながら、私は自分に問いかける。 「……じゃあ、私との二年間は何だったの?」 胸の奥から言葉がこぼれ落ちる。 医療研究の仕事に苦しんでいたあの頃、彼は優しく囁いた。 "仕事なんて無理して続けなくていい。それより、ずっと俺のそばにいてよ" あのときは、私を思っての言葉だと信じていた。 でも、それは愛からの言葉じゃなかった。 気づけば、仕事も居場所も失い、今の私は何も持っていない。 彼だけが支えだと思っていたのに、その支えすら幻だったのだ。 「思い出してみろよ。俺が本気で未来を語ったことなんて、一度でもあったか?」 確かに、彼は未来を具体的に語ったことはなかった。けれど私は、彼の曖昧な言葉や優しい仕草を未来への約束だと信じていた。 「私は…言葉がなくても、隣にいてくれるだけで未来を信じられた」 信じたいから、信じてしまった。 二年間のすべてを、彼の一言一言に縋って生きてきた。 「未来を信じる?お前が勝手に夢見てただけだ」 「私は本気であなたを愛してた。あなたも、同じ気持ちだったと思ってたのに」 私が辛くて泣いていた夜、彼は黙って隣に座り、背中を撫でてくれた。その温もりに救われ、孤独から解放された。 過ぎ去った瞬間にすぎないけれど、確かに愛はあった。 「まさか。ただの遊びだよ。お前は俺の退屈を紛らわせてくれただけだ」 涙が頬を伝うが、必死に声を絞り出す。 「……あなたを信じていたのに」 未来が、音を立てて崩れていく。Set มาเฟียร้ายรัก Ep 116 ตอนจบทันน์"ทำไมมานอนตรงนี้ล่ะ ชอบนอนโซฟาไม่ใช่เหรอก็ไปนอนที่เดิมสิ" อลิสรู้สึกตัวตอนที่ทันน์ขยับตัวเข้ามานอนใกล้ๆทันน์ไม่ได้ตอบแต่เขาขยับมือต่ำลงไปสำรวจดูว่าทางโล่งหรือเปล่า เพราะเมื่อวานได้ยินว่าเธอใกล้จะเป็นประจำเดือน"คุณ!" อลิสดึงมือนั้นออกไป ทันน์ยอมเอามือออกมาแต่ที่เอาออกมาเพราะจะถอดเสื้อผ้า "ไปนอนโซฟาเลยนะถ้าไม่งั้นก็กลับไปนอนที่คอนโด"ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรเขาก็ทำเฉย แถมยังถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกก่อนจะโน้มตัวไปจับเธอคว่ำลงโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว"โอ๊ยฉันเจ็บนะ" หลังจากที่จับเธอคว่ำลงแล้วเขาก็ดึงกางเกงชุดนอนที่เธอใส่อยู่ขยับออกจนเลยสะโพกลงมา "คุณทันน์!"ผ่านไปครู่หนึ่งจากเสียงต่อว่าเมื่อครู่กลายเป็นเสียงคราง เพราะเขาสอดใส่ผ่านทางด้านหลังเข้ามาแล้วก็กระแทก ตัวแค่นี้หรือจะมาสู้ได้ ก็รู้อยู่ว่าเขาเป็นคนชอบใช้กำลังไม่ชอบพูดจากท่าคว่ำทันน์ก็เปลี่ยนเป็นท่าตะแคงข้างโดยที่เขายังคงสอดใส่ผ่านทางด้านหลังอยู่เวลาผ่านไปทุกอย่างก็ได้หยุดลงพร้อมกับคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแบบหมดเรี่ยวแรง"อารมณ์ดีขึ้นหรือยัง" เห็นว่าเธอไม่โวยวายเหมือนตอนแรกแล้ว"ยังจะมาพูดอีก!" นี่
Set มาเฟียร้ายรัก Ep 115 ตอนจบตุนท์อัคคีมองตามสาวเอ็นเตอร์เทรน อยู่ดีๆ เธอก็ลุกเดินออกจากห้องไปเลย ที่จริงมันทำได้มากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ บางทียังเห็นแขกคนอื่นล้วงอยู่เลยแต่เขาทำแค่จูบเองนะข้าวปุ้นพยายามอดกลั้นอารมณ์ตัวเองมาก ถ้าไม่ใช่เพื่อนของเสี่ยป่านนี้ถูกฝ่ามือเธอไปแล้ว อยู่ดีๆ ก็มาขโมยจูบไป"นั่นใช่คุณข้าวปุ้นไหม" ระย้ามองเห็นตอนเดินผ่านห้องทำงานแค่แว๊บเดียว"ใช่.. แล้วทำไมออกมาแล้วล่ะ" อลิสเลยรีบไปดูแขกที่ห้องพิเศษ พอไปถึงก็เห็นว่ามีเด็กใหม่เข้ามาเอ็นเตอร์เทนเสี่ยอัคคีแล้ว หรือว่าข้าวปุ้นงอนเรื่องนี้ ต้องใช่แน่ๆ เลยใครปล่อยให้เด็กเข้ามาเนี่ย ..ค่อยหาโอกาสใหม่แล้วกัน อุตส่าห์ได้โอกาสดีๆ แล้วเชียวดึกๆ ของคืนเดียวกัน..นเรศวรแวะเข้ามาดูงานได้ครู่หนึ่งพอรู้ว่าอัคคียังไม่ออกไปเลยแวะมาที่ห้องพิเศษ"เป็นยังไงบ้างครับคุณอัคคี" ทั้งสองไม่ได้สนิทกันมากมายรู้จักกันผ่านทางเพื่อน เวลาพูดคุยเลยใช้คำเหมือนที่พูดกับเพื่อนสนิทไม่ได้"นึกว่าคุณจะไม่เข้า""ภรรยาผมใกล้คลอดเลยไม่อยากปล่อยไว้คอนโดตามลำพังครับ""อ้าว ใกล้คลอดแล้วเหรอครับ"ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกัน ก็เห็นว่าทันน์ที่ยืนรอรับใช้อยู่เหมื
ช่วงเที่ยงคืนของคืนนั้น.."ไปทานข้าวด้วยกันค่ะ" ระย้าถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องของข้าวปุ้นเพื่อชวนออกไปทานข้าวด้วยกัน"ชวนข้าวเหรอคะ" นอกจากคุณทรงอัปสรแล้วคนอื่นไม่ค่อยมาชวนเธอไปทานข้าวด้วยหรอก อาจเพราะเธอทำงานอยู่คนละโซนกัน และส่วนมากข้าวปุ้นก็จะสั่งอาหารที่นี่เข้ามาทานในห้อง"หรือว่าคุณข้าวจะทานข้าวในห้องคะ""ข้าวไปได้ค่ะ" ข้าวปุ้นเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสะพายแล้วก็เดินตามระย้าออกมาทีแรกคิดว่าจะมากันแค่สามคน แต่ที่ไหนได้พอออกมาถึงด้านหน้าแฟนของทั้งสองก็รออยู่ แสดงว่าเราเป็นส่วนเกินหรือเปล่าเนี่ย"คุณข้าวชอบทานอะไรคะ""ทานเหมือนกันนั่นแหละค่ะ""ถ้างั้นสั่งทีเดียวเลยนะคะ"เข้ามาผู้ชายก็เดินไปเตรียมน้ำมาให้ ทีแรกข้าวปุ้นจะไปเตรียมน้ำของตัวเองแล้ว แต่อลิสบอกว่าไม่ต้องเดี๋ยวมีคนเตรียมมาให้ไม่นานอาหารก็ถูกนำมาวางบริการ ข้าวปุ้นเพิ่งรู้สึกว่าส่วนเกินมันเป็นแบบนี้นี่เอง เพราะคนรักเขาเทคแคร์กันแบบไม่สนใจคนโสดเลยที่อลิสและระย้าทำแบบนี้อยากให้ข้าวปุ้นมีความกล้าขึ้นมาหน่อยหลังทานข้าวเสร็จพวกเธอก็กลับเข้ามาที่ทำงาน ส่วนทันน์และตุนท์ก็ต้องแบ่งงานกันทำเหมือนเคยจนถึงช่วงเลิกงานอลิสเดินกลับมาที่
"เท้าไม่เป็นอะไรแล้วเหรอทำไมใส่ส้นสูง" หลังจากส่งเจ้านายห้องทำงานเสร็จแล้วตุนท์ก็รีบออกมาดูระย้า เห็นตอนที่เธอกำลังคุยอยู่กับข้าวปุ้นพอดี"โอ๊ย.." ทีแรกก็ยืนดีๆ อยู่นี่แหละ แต่พอเห็นสามีเดินเข้ามาเริ่มเจ็บเท้าขึ้นมาเลย และข้าวปุ้นที่ยืนอยู่ด้วยกันอดมองลงไปดูเท้าของระย้าไม่ได้ เมื่อสักครู่ยังเห็นเดินปกติอยู่เลย หรือว่าจะเริ่มเจ็บแผลแล้ว"คุณเจ็บแผลเหรอคะ""เปล่าค่ะคุณลุกขึ้นมาก่อน เดี๋ยวฉันทำอะไรให้ดู" ระย้ารีบบอกข้าวปุ้นที่กำลังจะก้มลงไปช่วยขยับรองเท้าออกให้ลุกขึ้นมาก่อน "รู้สึกเจ็บนิดหน่อยค่ะ" แต่พอตุนท์เดินเข้ามาใกล้ระย้าก็ทำทีเป็นยืนไม่อยู่ จนฝ่ายชายต้องรีบเข้าไปประคอง"โอ๊ยยังเจ็บอยู่เลยค่ะ" เห็นว่าเธอยังเจ็บอยู่ตุนท์เลยโน้มลำตัวลงไปอุ้มร่างของเธอขึ้นมา ตอนที่ร่างของเธอลอยขึ้นจากพื้นระย้าก็หันไปขยิบตาใส่ข้าวปุ้น และก็บอกให้ข้าวปุ้นดูไว้ผู้หญิงต้องมีมารยาบ้าง"หึหึหึ" ข้าวปุ้นอดขำในความน่าเอ็นดูของระย้าไม่ได้ คิดว่าพอจะรู้แล้วที่ระย้าทำเมื่อครู่คงอยากให้เธอเรียนรู้เรื่องนี้ไปใช้กับผู้ชายที่ชื่ออัคคีแน่เลย โอ๊ยฉันจะบ้าตาย หวังว่าเรื่องนี้คงจะจบลงแค่นี้นะ"คุณจะพาฉันไปไหน" มัวบอกให้
"???" เห็นนายทะเบียนยื่นเอกสารสำคัญมาให้เซ็น เธอถึงได้รู้ว่าที่เขาพามาคือมาจดทะเบียนสมรส เพราะแบบนี้เองเหรอที่เขาบอกจะทำให้เชื่อใจว่าเขาจะไม่ทิ้งขว้างเธอตุนท์หยิบปากกามาแล้วก็เซ็นชื่อนามสกุลลงไปก่อน หลังจากที่เขาเซ็นเสร็จแล้วก็ส่งปากกาให้กับเธอ"คุณไม่ได้บอกฉันเรื่องนี้" ยอมรับว่าตกใจมากแต่งงานก็ย
บ้าหรือไงเล่นขอกันตรงๆ แบบนี้ จากที่นอนหันหลังให้ระย้าก็ค่อยๆ นอนหงาย ทีแรกตุนท์ก็เตรียมตัวตั้งการ์ดไว้แล้วล่ะ เผื่อกำปั้นของเธอสวนกลับมาจะได้ไม่ถูกจุดสำคัญ แต่พอนอนหงายระย้าก็นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา"?" ตุนท์รับรู้ได้ในทันทีว่าเธออนุญาต ถึงแม้ไม่อนุญาตเขาก็ไม่รอแล้วนะผ้าเช็ดตัวที่ยังคงพันรอบเอวอยู่ถ
"คุณจะทำอะไร" ระย้าขยับใบหน้าหลบริมฝีปากอีกฝ่ายที่โน้มเข้ามา แต่เขาก็ไม่ได้ตอบ หลังจากที่เธอเบือนหน้าหลบริมฝีปากนั้นก็ฝังจูบลงซอกคอแทนระย้านอนนิ่งโดยที่ไม่เอ่ยปากพูดอะไรอีก จนชุดที่เธอใส่อยู่ค่อยๆ ถูกถอดออกทีละชิ้นแบบระมัดระวังเพราะกลัวว่าจะไปถูกเท้าที่มีแผลเข้าหลังจากนั้นใบหน้าคมคายก็ได้ขยับต่ำล
กลับไปถึงห้องก็ไม่เห็นเธอ ตุนน์เลยรีบออกไปดูร้านอาหารหน้าสถานบันเทิง ที่เขาไม่ได้โทรไปเพราะเห็นอยู่ว่าโทรศัพท์เธอไม่ได้ถือออกไปด้วย แต่พอเดินดูก็ไม่เห็น ..แม้แต่ร้านที่เธอไม่เคยมาทานเขาก็ยังไปดูเลย"ไปไหนของเธอเนี่ย" หรือว่าบางทีเธออาจจะไปหาอลิส คิดได้แบบนั้นตุนท์เลยลองกดโทรเข้าเครื่องของอลิสดู แต่
Rebyu