ANMELDENหญิงสาวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลอง ก่อนจะจากไป เธอเดินมาหาลูกชายแล้วกดจมูกลงที่ศีรษะเล็กพร้อมกับเอ่ยร่ำลาทั้งน้ำตาด้วยความอาลัยอาวรณ์
ยกหลังมือปาดน้ำตาจนแห้ง จากนั้นจึงกดออดเรียกพยาบาลเข้ามา ส่วนตัวเธอเองก็รีบออกจากห้องไปก่อนที่พยาบาลสาวที่ดูแลจะเข้ามาถึง เมื่อพยาบาลเข้ามาก็พบว่าเธอไม่อยู่ที่นี่แล้ว มีแค่เด็กทารกตัวน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ ไม่นานคุณหญิงพจมานและโฉมฉายคนรับใช้คนสนิทก็มาถึง เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่ามีแค่พยาบาลสาวยืนอยู่ในห้องเพียงลำพัง ทว่ากลับไร้เงาของหญิงสาวคนนั้น “อ้าว แล้วแม่เด็กล่ะ?” เธอเลิกคิ้วสูงเอ่ยถามพยาบาลด้วยความสงสัย “ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เธอกดออดเรียกดิฉันเข้ามา แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้วค่ะ เห็นแค่เด็กที่นอนอยู่ค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยตอบ เพราะเธอเองก็ยังงุนงงสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างกัน “นั่นหลานฉันใช่ไหม?” คุณหญิงพจมานโพล่งคำขึ้น ก่อนจะรีบปรี่ไปที่เตียงเด็กทารกทันที พยาบาลสาวแอบลอบสังเกตพฤติกรรมอยู่ไม่ห่าง หญิงวัยกลางคนนี้คงจะเป็นย่าของเด็กกระมัง เพราะแม่ของหญิงสาวนางนั้น เธอเคยเห็นอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่มาตรวจครรภ์ เป็นหญิงวัยกลางคนอีกคน ส่วนผู้หญิงตรงหน้านี้ เธอไม่เคยเห็นมาก่อน พยาบาลสาวแอบคาดเดาความน่าจะเป็นอยู่ในใจเงียบ ๆ “หลานย่า ช่างน่าเกลียดน่าชังเสียจริงเลย โฉมเธอมาดูหลานฉันสิ เร็วเข้า!” หล่อนยิ้มเย้าด้วยความปรีติ พร้อมกับทั้งกวักมือเรียกโฉมฉายบ่าวรับใช้คนสนิทมาดูเด็กทารกแรกเกิดด้วยกัน คุณหญิงพจมานอายุราว 60 ปี ทว่าใบหน้าหล่อนดูมีอายุน้อยกว่าอายุจริง เพราะหน้าตึงเปรี๊ยะทั้งโบท็อก เมโส อัลเทอร่า หล่อนก็ฟาดมาหมดแล้ว ยามนี้คงเหลือแค่ผ่าตัดดึงหน้าให้ยกกระชับเท่านั้นที่ยังไม่ได้ลองทำ นิ้วเรียวขาวสะอาดเอื้อมไปแตะแก้มนิ่มของทารกน้อยแผ่วเบา ด้วยว่าอดใจไม่ไหว เมื่อเห็นเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าชัง อ้วนจ้ำม่ำเช่นนี้ เขาถูกห่อตัวไว้เป็นก้อนกลมดิกเหมือนซาลาเปาด้วยผ้าเนื้อนิ่ม เด็กทารกหลับตาพริ้มทำปากจุ๊บจั๊บเหมือนว่ากำลังดูดนมอยู่ ‘ยัยเด็กนั่น ไม่คิดจะอยู่เจอหน้ากันหน่อยหรือ’ คุณหญิงพจมานแอบค่อนขอดอยู่ในใจเมื่อนึกถึงแม่ของเด็กทารกขึ้นมา ‘ช่างรักษาสัญญาดีเสียจริง แต่ก็ช่างเถอะ ใครจะเป็นอย่างไร ฉันไม่สน แค่คลอดหลานชายให้ ฉันก็พอใจแล้ว’ “โฉมเดี๋ยวเธอช่วย ไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายที่เคาน์เตอร์แทนฉันทีนะ” “ได้ค่ะคุณผู้หญิง” โฉมฉายเดินตามหลังพยาบาลออกไป คุณหญิงพจมานเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารบนเตียงนอน เป็นหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอ และมีโน้ตแผ่นเล็กเขียนด้วยลายมือว่า... ‘ถ้าคุณหญิงจะมีความกรุณาต่อหนูอยู่บ้าง หนูอยากตั้งชื่อให้เขาว่า"นิกข์"ค่ะ นิกข์ที่แปลว่าทอง ใช้เป็นทั้งชื่อจริงชื่อเล่นของเขา เพื่อจะได้คล้องกับชื่อของคุณเพชรค่ะ’ ชมพู่. และจบข้อความด้วยการลงท้ายด้วยชื่อของเธอ คุณหญิงพจมานแอบคลี่รอยยิ้มบาง “อืมเป็นชื่อที่ดี งั้นก็ตามนี้ละกัน ว่าไงเจ้านิกข์หลานย่า ชอบชื่อนี้ไหม?” คุณหญิงพจมานพูดพลางหันไปยิ้มหยอกเย้ากับเด็กทารกน้อย แล้วโน้มใบหน้ากดปลายจมูกลงที่ศีรษะเล็ก เด็กน้อยขยับริมฝีปากคล้ายกำลังยิ้ม ราวกับกับว่าได้ยินและเข้าใจในสิ่งที่หล่อนพูด อย่างไรอย่างนั้น แต่ทว่าเขายังคงหลับตาพริ้ม ฝ่ามือนิ่มของคุณหญิงลูบลงบนศีรษะเล็กแผ่วเบาอย่างเอ็นดู ร่างบางที่อ่อนระโหยโรยแรง อีกทั้งใบหน้าซีดขาวราวกับไม่มีเลือด เดินตรงไปยังลานจอดรถ ซึ่งเป็นจุดนับพบที่นัดเจอกับใครคนหนึ่งไว้ “ยัย พลอย ทางนี้” เอกทัศน์ หรือชื่อในวงการเพื่อนเรียก เอกกี้ เพื่อนชาวเก้งโบกมือหยอย ๆ ระบุพิกัดตำแหน่ง ทว่าเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวจะทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้น ก็รีบปรี่เข้าไปประคองไว้ได้ทันท่วงที เอกทัศน์บอกให้หล่อนพักรักษาตัวให้ดีกว่านี้ก่อน หล่อนก็ไม่ยอมฟัง หลังจากเอกทัศน์เสร็จจากงานรับจ็อบแต่งหน้าให้นางเอกละครวิกน้อยสีชื่อดังท่านหนึ่งเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบบึ่งรถมาหาเพื่อนสาวคนสนิททันที “แก โอเคใช่ไหม ไหวนะ” เอกทัศน์เอ่ยถามเธอเสียงอ่อนด้วยความเป็นห่วง เธอพยักหน้ารับอย่างอ่อนแรง มือเรียวดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดอกแช่มช้า เอนตัวลงไปพิงพนักเบาะรถ ปรับท่วงท่าให้อยู่ในท่าผ่อนคลาย แล้วจึงหลับตาลงช้า ๆ ส่วนเอกทัศน์ก็ขับรถออกไปเงียบ ๆ นางไม่กล้าถามอะไรไปมากกว่านี้ เพราะจากการประเมินสถานการณ์แล้ว เพื่อนสาวคงยังไม่พร้อมที่จะตอบคำถามอะไรทั้งนั้น...ทว่ายามนี้ร่างกายร่างกายเขาร้อนรุ่ม จนแทบจะทนไม่ไหว ยาคงกำลังออกฤทธิ์ถึงเขาต้านทานร่างกายไปก็มีแต่จะทรมาณเปล่า ๆ ปลี้ ๆ หากจะโทษใครสักคนก็คงเป็นเธอที่เริ่มเรื่องนี้เอง เมื่อเธอขอร้องมาแบบนั้น เขาก็จะสนองให้ เขาควานหาคอนดอมในกระเป๋าหลังกางเกง แล้วก็มาที่กระเป๋าสตางค์ ค้นหาทุกซอกทุกมุม... “ไม่ได้หยิบมาหรือวะ!” เขาสบถดังลั่นด้วยความฉุนเฉียว ร่างบางจึงรีบวิ่งไปหยิบบางสิ่งบางอย่างในกระเป๋าสะพายของเธอออกมาเธอแบฝ่ามือทั้งสองออกมา ปรากฏว่าสิ่งที่เขาเห็นคือคอนดอมหลากหลายไซซ์ หลายกลิ่น หญิงสาวพยักพเยิดหน้าบอกให้เขาหยิบมันออกไปสักชิ้นเขาขมวดคิ้วมุ่นชนกันอีกครั้ง คิ้วหนาที่พาดเฉียงบนหน้าผาก ทำให้ใบหน้าของเขายิ่งดุดันมากขึ้นเป็นกอง ‘แม่งเตรียมพร้อมขนาดนี้เลยหรือวะ ประสบการณ์โชกโชนขนาดนี้ ไม่อยากคิดว่าตรงนั้นสภาพจะเป็นยังไง เปลี่ยนใจตอนนี้จะทันไหมวะ?’สรรเพชญ์มโนภาพอยู่ในหัวคิดสะระตะ แต่ทว่าร่างงามตรงหน้าก็ช่างล่อตาล่อใจ ล่อเสือล่อตะเข้ซะเหลือเกิน ท่อนขาเรียวที่โผล่พ้นกระโปรงผ่าข้างสูงปรี๊ดจนจะเห็นอะไรต่อมิอะไรที่อยู่ใต้ร่มผ้านั่นรอมร่อเขากลืนก้อนน้ำลายเหนียว ๆลงคอดังเอื้อก อย่างยา
“ว่ากันว่า Bloody Mary เป็น “อาหารเช้าของผู้ชนะ” เธอกดยิ้มมุมปากน้อย ๆแล้วหันไปประจันหน้ากับเขาอีกครั้ง “ฉันก็แค่...อยากลิ้มรสมันดูบ้างเท่านั้นเองค่ะ” ส่วนเขาเมื่อได้ฟังก็หัวเราะแผ่วเบากลั้วในลำคอสำหรับเขาพอพูดถึง บลัดดี้ แมรี่ เหตุใดจึงคิดไปถึงหนังสยองขวัญสั่นประสาทอะไรเทือกนั้นขึ้นมาได้ เขาหยิบวอดก้า มาตินี ขึ้นมาจิบไปพลาง ๆ“ฉันชื่อชมพู่นะคะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างเป็นมิตร ก่อนที่จะเป็นคนแนะนำตัวกับเขาก่อน“อ้อครับ ผมเพชร ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”เธอค้อมศีรษะรับเล็กน้อยก่อนจะหยิบแก้วทรงสูงที่บาร์เทนเดอร์ชงเสร็จแล้ววางไว้ตรงหน้า เธอหยิบแก้วขึ้นมาแล้วยื่นไปตรงหน้าเขา“แด่มิตรภาพของเราค่ะ” เธอคลี่รอยยิ้มหวาน แล้วแก้วสองใบก็กระทบกันดังเคร้ง มิตรภาพของทั้งคู่กำลังเบ่งบานนับจากนั้น...คืนนั้นเขากับเธอก็จบลงที่เรื่องบนเตียง เป็นสิ่งที่เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอเป็นคนจัดแจงพาเขามาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง สรรเพชญ์ไม่รู้ ว่าทำไมเขาถึงห้ามใจตัวเองไม่อยู่แบบนี้ ปกติเขาทำได้ดีทุกครั้ง แต่คืนนี้มันช่างเหนือการควบคุมเขาเพิ่งสะกดจิตบอกตัวเองไปเมื่อตะกี้อยู่หยก ๆ ว่าเธอไม่ใช่สเปค แต่ทำไมร่างกายกลับต่อต้าน ม
ทันทีที่สรรเพชญ์รู้ว่าตัวเองมีลูกชายขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ก็เหมือนพายุทอร์นาโดที่ไม่สามารถคาดการณ์การเกิดล่วงหน้าได้ เขาโคตรจะงงว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทว่าเมื่อมารดาส่งหลักฐานผลตรวจดีเอ็นเอจากโรงพยาบาล พร้อมกับแนบรูปเด็กทารกแรกเกิดมาให้ในโปรแกรมสนทนา นั่นก็บ่งบอกได้ว่า เขาคงหมดเวลาสนุกแล้วสิ!แต่จะว่าไป...หนึ่งปีผ่านมานี้ เขาแทบจะไม่ได้ไปซั่มใคร เขาจำได้ว่าไม่ได้ซั่มใครมาแน่ ๆ สรรเพชญ์เริ่มครุ่นคิดถึงที่มาที่ไป เกิดประกายพาดผ่านนัยน์ตาเข้ามาวูบหนึ่ง‘เอ๊ะ หรือว่าเป็นเธอคนนั้น’ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเขาป้องกันอย่างดีทุกครั้ง...จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วตอนกลับจากอเมริกาเพื่อไปพักผ่อนที่เมืองไทย เขาไปที่บาร์ลับแห่งหนึ่ง เขามักจะใช้ที่นี่ระบายความเครียดเมื่อมีโอกาส คืนนั้นเขาดื่มด่ำกับแอลกอฮอล์ เคล้าเสียงดนตรีบรรเลงเพลงแจ๊สที่เขาโปรดปราน และเมื่อสายตาของเขาเคลื่อนไปปะทะกับใครบางคนที่มุมหนึ่งในความมืดสลัว แสงไฟสีส้มสาดส่องแค่เพียงรำไร เขาเห็นเธอ ผู้หญิงคนนั้น ผมที่ดำขลับเรียงเส้นสวยยาวถึงกลางหลัง เธอสวมเดรสสายเดี่ยวคอถ่วงสีดำผ้าซาตินเรียบลื่น แผ่นหลังเปลือยจนถึงสะโพก ยอมรับว
หญิงสาวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลอง ก่อนจะจากไป เธอเดินมาหาลูกชายแล้วกดจมูกลงที่ศีรษะเล็กพร้อมกับเอ่ยร่ำลาทั้งน้ำตาด้วยความอาลัยอาวรณ์ยกหลังมือปาดน้ำตาจนแห้ง จากนั้นจึงกดออดเรียกพยาบาลเข้ามา ส่วนตัวเธอเองก็รีบออกจากห้องไปก่อนที่พยาบาลสาวที่ดูแลจะเข้ามาถึงเมื่อพยาบาลเข้ามาก็พบว่าเธอไม่อยู่ที่นี่แล้ว มีแค่เด็กทารกตัวน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ ไม่นานคุณหญิงพจมานและโฉมฉายคนรับใช้คนสนิทก็มาถึงเมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่ามีแค่พยาบาลสาวยืนอยู่ในห้องเพียงลำพัง ทว่ากลับไร้เงาของหญิงสาวคนนั้น“อ้าว แล้วแม่เด็กล่ะ?” เธอเลิกคิ้วสูงเอ่ยถามพยาบาลด้วยความสงสัย“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เธอกดออดเรียกดิฉันเข้ามา แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้วค่ะ เห็นแค่เด็กที่นอนอยู่ค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยตอบ เพราะเธอเองก็ยังงุนงงสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างกัน“นั่นหลานฉันใช่ไหม?” คุณหญิงพจมานโพล่งคำขึ้น ก่อนจะรีบปรี่ไปที่เตียงเด็กทารกทันที พยาบาลสาวแอบลอบสังเกตพฤติกรรมอยู่ไม่ห่าง หญิงวัยกลางคนนี้คงจะเป็นย่าของเด็กกระมังเพราะแม่ของหญิงสาวนางนั้น เธอเคยเห็นอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่มาตรวจครรภ์ เป็นหญิงวัยกลางคนอีกคน ส่วนผู้หญิ
“คุณแม่คะ น้องมาแล้วค่ะ” พยาบาลสาวหน้าตาจิ้มลิ้มแย้มยิ้ม เธออุ้มเด็กทารกเพศชายที่หนักราว 3.2กิโลกรัม ห่อไว้ด้วยผ้าเนื้อนิ่มเดินเข้ามาหาร่างอิดโรยใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวที่เพิ่งผ่าตัดคลอดไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว หญิงสาวยิ้มตอบแล้วยื่นมือออกไปรับเด็กทารกอุ้มไว้แนบอก เด็กทารกตัวแดงจ้ำม่ำน้ำหนักได้มาตรฐาน หน้าตาน่ารักน่าชัง หลังจากที่พยาบาลนำทารกหลังคลอดไปล้างตัวแล้ว ก็รีบพามาหาเธอที่ห้องพักฟื้นเด็กอ่อนพิเศษทันที หญิงสาวแกะปมเสื้อพยาบาลที่ผูกลวก ๆ ไว้ออก พยาบาลจึงรีบเข้ามาช่วย “อุแว้ อุแว้ อุแว้” เด็กน้อยร้องไห้จ้าอ้าปากกว้างจนเห็นเหงือกสีแดง หญิงสาวกดจมูกลงที่ศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดู น้ำตาหลั่งรินตื้นตันใจ ความรู้สึกเวลาที่ได้เป็นแม่คนเป็นเช่นนี้นี่เองพยาบาลสาวช่วยแกะผ้าที่ห่อตัวเด็กทารกออก แล้วช่วยจับเด็กทารกตัวเปลือยเปล่าล่อนจ้อน นอนคว่ำหน้าคร่อมลงบนหน้าอกเปลือยของผู้เป็นแม่เพื่อให้ความอบอุ่นของคุณแม่เผื่อแผ่ไปถึงทารกน้อยในท่านอนที่เรียกว่า “แคงการูแคร์” ซึ่งเป็นท่าทางเลียนแบบจิงโจ้ที่เลี้ยงลูกของมันไว้ที่กระเป๋าหน้าท้องนั่นเองเมื่อเด็กทารกได้ซบอยู่บนอกอุ่น ๆของแม่แล้ว เขาก




![พ่อผัว-[NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


