LOGINเด็กน้อยสิบเดือนเริ่มเกาะคอกพยุงตัวเองลุกขึ้นมาและจับคอกกั้นเดินไปเดินมาได้แล้ว เขามีพ่อกับแม่คอยเป็นกำลังใจให้ไม่ห่าง ถึงจะล้มก็ลุกขึ้น และหันกลับมายิ้มให้พ่อกับแม่“เก่งมากเลยลูกพ่อ” สรรเพชญ์ตบมือให้แล้วยกนิ้วโป้งให้ พร้อมกับส่งเสียงเชียร์ลูกชาย ตั้งแต่วันที่คุยกับเธออย่างเปิดอก เขาก็ยืนกรานว่าจะไม่หย่าเด็ดขาด เขาขอโทษที่ทำอะไรขาดสติ ทำอะไรไม่คิด อยากให้เธอให้อภัย และอยากเริ่มต้นใหม่กับเธอ ตอนนี้เขารู้ใจตัวเองแล้ว สรรเพชญ์ดึงมือข้างซ้ายเธอขึ้นมาพิจารณา“นิ้วดูโล่ง ๆ ไปนะ”“พลอยไม่ชอบใส่เครื่องประดับค่ะ มันเกะกะ เวลาทำงานบ้าน เลี้ยงลูกก็ไม่สะดวก” เธออ้อมแอ้มตอบเสียงอ่อย“แต่ว่าอันนี้ต้องใส่นะ” เธอเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย สรรเพชญ์หยิบกล่องกำมะหยี่สีดำออกมาจากกระเป๋ากางเกง พอเปิดออกกล่องออกก็พบว่าเป็นแหวนเพชรน้ำงาม “แต่งงานกันนะ” เธอยิ้มตื้นตันน้ำตาเริ่มเอ่อขังขอบตา แล้วตอบรับด้วยการพยักหน้าลงหงึกหงักมันจุกอกจนพูดไม่ออก เขาบรรจงสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายให้เธอ ทั้งคู่โผเข้ากอดกัน เด็กน้อยเห็นพ่อกับแม่กอดกันกลมก็ยิ้มร่า รีบคลานต้วมเตี้ยมมาหาเร็วรี่ ทั้งสองหอมแก้มอ้วนกลมลูกน
พลอยชมพูยื่นจุกซิลิโคนที่มีรูเจาะไว้รอบซึ่งเป็นซิลิโคนสำหรับไว้ใส่ผลไม้สุก เวลาลูกดูดหรือกัดเนื้อผลไม้ก็จะออกมาตามรูที่เจาะไว้เธอใส่เนื้อมะม่วงสุกไว้ข้างใน เด็กน้อยรับจุกซิลิโคนจากแม่มาดูดกัดกินด้วยความเอร็ดอร่อย หลังจากกินอาหารเช้า ก็ตามด้วยผลไม้พลอยชมพูพยายามตีตัวออกหากจากสรรเพชญ์นับตั้งแต่เธอรู้ความจริงจากปากเขา ต่อไปนี้เธอจะขอทำหน้าที่แม่เพียงอย่างเดียว ส่วนเด็กน้อยรับรู้ถึงความผิดปกติของพ่อกับแม่มาโดยตลอด นับจากวันที่เห็นแม่ร้องไห้เด็กน้อยนั่งเล่นที่คอกเด็กบริเวณโซนรับแขกเช่นเดิม เมื่อพ่อเดินผ่านมาเขาก็เริ่มเรียกร้องความสนใจ ร้องอ้อแอ้ขึ้นมา เพื่อให้พ่อมาเอาใจ“แอ้ แอ้ แอ้”สรรเพชญ์เดินเข้ามาในคอกเด็ก เขาลอบมองหน้าพลอยชมพูไปแวบหนึ่ง เธอเบือนหน้าหนีเขา เขาเห็นสีหน้าของเธอวางเฉย หลายวันมานี่ เขาคุยกับเธอนับครั้งได้ เมื่อพลอยชมพูกำลังจะลุกออกไป เธอไม่อยากทนเห็นหน้าเขา“แง้~” เด็กน้อยก็เบะปากร้องขึ้น มือป้อมดึงแขนแม่เอาไว้“เป็นอะไรคะลูก ไม่ร้องนะคะ” ฝ่ามือบางลูบศีรษะเด็กน้อยปลอบโยน จากนั้นเด็กน้อยดึงมือหนาของพ่อมา และให้มือของพ่อจับกับมือแม่ของเขาไว้“แอ้” เด็กน้อยเงย
“ใช่ ถึงพลอยจะไม่บอกกูถึงเหตุผลที่ทำไป แต่ก็พอเดาได้ว่าคงเป็นแบบนั้น เธอก็คงจะเป็นผู้หญิงหน้าเงินคนหนึ่ง หึ” เขากดยิ้มมุมปาก แค่นเสียงในลำคอ ‘ผู้หญิงหน้าเงิน’ พอคิดถึงหน้าเธอ เรื่องราวที่เจอกันครั้งแรกก็ปรากฏขึ้น เธอจงใจจะเข้าหาเขาก็เพราะเงินของแม่นั่นแหละ ไม่ผิดนักหรอก“เออ มีเรื่องที่กูสงสัย มึงบอกว่าเธอแต่งหน้าจนเป็นคนละคน จนมึงจำไม่ได้ มันเรื่องจริงหรือวะ”อู่ทองเอ่ยถาม เขาพยักหน้ารับ“แม่ง! ใครจะไปจำได้วะ ถ้าเป็นมึง มึงก็จำไม่ได้แน่” สรรเพชญ์ออกอาการฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียดที่เขาเป็นควายให้เธอหลอกสนตะพายง่าย ๆ คิดแล้วมันน่าเจ็บใจ“แล้วมึงจะเอาไงต่อ” อู่ทองถามอีก“ตอนนี้ กูไม่รู้ว่ะ”“แล้วมึงรักน้องเขาไหมล่ะ”“...”สรรเพชญ์เมามายโซซัดโซเซเข้าบ้าน พลอยชมพูเข้ามาประคองเขาไว้ แต่กลับถูกเขาสลัดแขนเธอออกไป อย่างไม่ไยดี“ไม่ต้องมายุ่ง พลอย ทำไมเธอต้องโกหกฉันด้วย” เขาพูดเสียงยานคาง บ่นพึมพำไม่ได้สติ เธอพาเขามานั่งที่โซฟาในใจเขายังคงไม่ลืมเรื่องนี้หรือ เธอหลงคิดว่าเธอกับเขาจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วเสียอีก แล้วจะให้เธอทำเช่นไร...“พี่เมามากแล้วนะคะ”“เธอมันจะไปรู้อะไร ฮะ ฮ่า ไม่รู
เอกทัศน์มีโอกาสมาเยี่ยมเพื่อนสาวและหลานชายที่บ้าน เมื่อทุกอย่างเริ่มคลี่คลายแล้ว พลอยชมพูอุ้มลูกมาวางบนตักเขา“น้องนิกข์ ของน้าเอกกี้ น่ารักที่สุดเลย” เขาหอมมือเด็กน้อยไปหลายที เด็กน้อยเหมือนว่าจะจำเขาได้เพราะแม่เคยให้วิดิโอคอลคุยกันกับเขาเด็กน้อยอ้าปากกว้างหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเสียงดัง อารมณ์ดี“ลุงเอกกี้เหอะ” พลอยชมพูเย้าแหย่ เอกกี้จิปาก ยู่หน้าใส่เธอทันที พอสรรเพชญ์ลงมาจากชั้นสองเห็นว่าพลอยชมพู กำลังคุยหัวเราะสนุกสนาน อยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง ก็รีบปรี่เข้ามาทันทีด้วยสีหน้าบูดบึ้งผู้ชายหน้าตาดีคนนี้ เขาเป็นคนเดียวกันกับคนที่มาส่งเธอเมื่อหลายเดือนที่แล้วทว่าพอได้รู้จักเอกทัศน์ก็ถึงบางอ้อ ที่แท้เอกทัศน์เป็นเพื่อน LGBTQ+ของพลอยชมพูนี่เอง เขานี่มันโง่ซ้ำโง่ซากจริง ๆ จากนั้นเขาก็เลยปล่อยให้ทั้งอยู่คุยกันตามสบายส่วนเขาปลีกตัวไปทำงานบนชั้นสองของบ้านเช้าวันต่อมา...พลอยชมพูกำลังสาละวนกับการทำอาหารเช้าอยู่ สรรเพชญ์ก็เข้ามาป้วนเปี้ยนยุ่มย่ามกับเธออีกแล้ว ทั้งที่เมื่อคืนเธอถูกเขากินแทบไม่พัก ทุกแรงกระแทกถาโถมเข้าใส่เธอ มันรุนแรงหนักหน่วงกว่าทุกครั้งมากอุ้งมือหนาลูบไล้ที่ต้นแขนเธอแผ่วเบา ริมฝ
“แง้ แง้ แง้” เด็กน้อยรับรู้ได้ว่าพ่อกับแม่กำลังทะเลาะกัน เขาปีนคอกยืนดูอยู่ เขาตกใจไม่เคยเห็นพ่อกับแม่เป็นแบบนี้ก็ร้องไห้จ้าลั่นบ้าน สรรเพชญ์รีบเดินเข้าไปอุ้มลูกชายขึ้นมา เขากดปลายจมูกลงศีรษะทุยปลอบขวัญ แล้วอุ้มลูกขึ้นไปที่บนชั้นสองของบ้านหนีหน้าจากพลอยชมพูทันทีสรรเพชญ์หยิบสต็อกน้ำนมที่แช่ตู้เย็นไว้มาอุ่นให้ลูก เด็กน้อยยื่นมือมารับขวดนมอย่างไว น้ำตายังไหลเปรอะแก้ม เขาเอื้อมมือไปเช็ดให้ลูกชายอย่างเบามือ“แล้วถ้าเกิดว่าไล่เธอออกไป ลูกจะเอานมแม่ที่ไหนกินวะ อย่างน้อยลูกก็ต้องได้กินจนถึงสักหนึ่งขวบก็ยังดี” เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง เจ้าอ้วนก็กินเก่งซะเหลือเกินเด็กน้อยนั่งดูดนมเสียงดังจุ๊บจั๊บเอียงคอมองหน้าพ่อตาแป๋ว“หนูอยากให้หม่ามี้อยู่กับเราไหมครับ” เขาพยักหน้าลงหงึกหงัก เอ่ยตอบเสียงใสแจ๋ว“แอ้”“เข้าใจที่ป๊าพูดด้วยเหรอเราอะ” เขายีผมลูกน้อยด้วยความมันเขี้ยว คนที่เขาชอบกับแม่ของลูกเป็นคนเดียวกัน ทำไมเขามันโง่อย่างนี้ ทำไมถึงดูไม่ออกหรือไม่เอะใจอะไรเลยเหรอ“ไอ้เบื้อกเอ๊ย” เขาพรูลมหายใจออกมาด่าทอตัวเองอย่างหนักหน่วง เมื่อเด็กน้อยกินนมเสร็จ ก็ยื่นขวดนมให้พ่อเอาไปเก็บ แล้วก็คลานไปนอนกล
ถึงเวลาออกจากโรงพยาบาลแล้ว เด็กน้อยก็กลับมาสดใสร่าเริงเช่นเดิม“คนนี้ใครเอ่ย” พลอยชมพูให้เด็กน้อยดูกระจกเขายิ้มร่าเมื่อเห็นตัวเองในกระจก “จุ๊บ ๆ” เด็กน้อยก้มลงจุ๊บตัวเองในกระจกเงาตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาชื่ออะไร พ่อกับแม่ชื่ออะไร“คนนี้ชื่อหม่ามี้พลอย”เธอชี้มาที่ตัวเอง “ส่วนคนนี้ชื่อน้องนิกข์” “แหะ แหะ แหะ จา จา จา” เด็กน้อยหัวเราะแหะ ๆ แล้วพูดเป็นภาษาทารกของเขา“ส่วนคนนู้น” เธอชี้ไปที่เขา “ชื่อปะป๊าเพชร จำได้ใช่ไหมครับ”“แอ้ แอ้”“หึ!” สรรเพชญ์แค่นเสียงหึในลำคอ และส่งสายตาดุมาทางเธอ ‘เป็นอะไรของเขา โมโหอะไรเนี่ย’ เขาเก็บแล็ปท็อปแล้วเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน พลอยชมพูคิดว่าเขาเปลี่ยนไป ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลเขาก็ดูเหมือนคนขี้โมโหอยู่ตลอดเวลาเหมือนเหม็นขี้หน้าเธออย่างนั้นแหละ และก็เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธออีกเลย สรรเพชญ์ยอมรับว่าเขามีความรู้สึกว่าไม่อยากเข้าใกล้เธออีก หากบางเรื่องที่เขาสงสัยนั้นยังไม่กระจ่างหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...‘คุณสรรเพชญ์จะมารับด้วยตัวเอง หรือให้ทางเราส่งเป็นจดหมายไปให้คะ’ ต้นสายเอ่ยถาม“ผมจะไปรับเองครับ ขอบคุณมากนะครับ” เช้าวันหนึ่งพลอยชมพูได้ยินเ







