공유

บทที่ 4

작가: เด็ดบุปผาอันดับหนึ่ง
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นฟู่หย่าหนิงตื่นตระหนกขนาดนี้ เธอทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาจริง ๆ

และเธอกำลังร้องไห้เพราะผม

ผมรู้สึกหวิว ๆ ในใจ ราวกับว่าเธอยังรักผมอยู่

แต่ทว่าวินาทีต่อมา เสียงร้องไห้ของตงตงก็ดังขัดขึ้น “แม่ครับ พ่อก็เลือดออกเหมือนกัน ผมกลัว...”

ฟู่หย่าหนิงหันกลับไปมอง และเห็นหลินอวี๋เฮ้ากำลังกุมแขนที่มีเลือดไหลโชกด้วยสีหน้าเจ็บปวด

เมื่อครู่เศษกระจกกระเด็นไปบาดแขนเขาเป็นแผลเล็ก ๆ สองแผล

“อวี๋เฮ้า ฉันจะพาคุณไปโรงพยาบาล”

ฟู่หย่าหนิงทอดทิ้งผมอย่างไม่ลังเล เธอคว้าแขนหลินอวี๋เฮ้าเตรียมจะจากไปทันที

“หย่าหนิง พาคุณกู้ไปด้วยเถอะ แผลเขาดูหนักกว่าผมนะ”

หลินอวี๋เฮ้าพูดขึ้นท่ามกลางเสียงสะอื้นของตงตง

“ไม่เอา! พ่อครับผมกลัวเลือด ไม่อยากให้เขาไปด้วย!”

ตงตงมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและต่อต้าน

หลินอวี๋เฮ้าไม่ได้คะยั้นคะยอต่อ เขาหันไปมองฟู่หย่าหนิง

เพียงไม่กี่วินาที ฟู่หย่าหนิงก็ตัดสินใจเด็ดขาด

“ไม่ได้ ตงตงกลัวเลือด เขาไปด้วยไม่ได้หรอก ไม่ต้องไปสนเขา กู้เฉินเป็นนักดับเพลิง เขาปฐมพยาบาลเป็น ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว”

“เราไปกันเถอะ!”

ฟู่หย่าหนิงอุ้มตงตง พลางจูงมือหลินอวี๋เฮ้าเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองผมอีกเลย

เลือดสด ๆ ไหลรินจนตาผมพร่ามัว

ทั้งเลือดและน้ำตาไหลอาบเต็มหน้า

สุดท้าย เจ้าของร้านอาหารก็สั่งให้คนพาผมไปห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล

โชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก เป็นเพียงแผลภายนอกเท่านั้น ทำแผลเสร็จก็กลับได้

แต่เมื่อเทียบกับความเจ็บทางกาย หัวใจของผมมันชาหนึบจนไร้ความรู้สึกไปนานแล้ว

ฉากที่ฟู่หย่าหนิงทอดทิ้งผมในร้านอาหารอย่างไม่ลังเลนั้น เหมือนเข็มหมื่นเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจผมจนพรุน เลือดในใจไหลจนเหือดแห้ง

ผมนอนแน่นิ่งบนเตียงคนไข้ ไม่หลงเหลือความหวังใด ๆ ในตัวฟู่หย่าหนิงอีก คิดเพียงแค่ว่าขอให้แผลนี้ไม่กระทบกับการไปสนับสนุนภารกิจไฟป่าในวันพรุ่งนี้ก็เป็นพอ

คืนนั้น ผมจมอยู่กับความเจ็บปวดสลับกับการสะดุ้งตื่นด้วยความทรมาน

โทรศัพท์เงียบกริบตลอดทั้งคืน

ฟู่หย่าหนิงไม่ส่งข้อความมาถามไถ่แม้แต่คำเดียว ราวกับว่าหลินอวี๋เฮ้าและตงตงคือโลกทั้งใบของเธอ ส่วนผมเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เดินผ่านมา

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมถูกปลุกด้วยสายตาจากหัวหน้าหน่วย

“ครับ หัวหน้า”

“กู้เฉิน พร้อมหรือยัง?”

“ครับ ผมกลับไปรายงานตัวได้ทันทีครับ”

หัวผมไม่ปวดเท่าเมื่อคืนแล้ว ผมลองลุกจากเตียงขยับร่างกายดู พบว่าไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนเรื่องฟู่หย่าหนิง... ปล่อยเธอไปเถอะ

ผมก็แค่ปุถุชนธรรมดา ส่วนเธอคือเทพธิดาผู้สูงส่งที่เอื้อมไม่ถึง

“ดี แต่นายไม่ต้องรีบมานักหรอก ครั้งนี้ไฟป่ารุนแรงมาก ทางหน่วยกำลังรออุปกรณ์ดับเพลิงชุดใหม่จากเบื้องบนอยู่ อุปกรณ์มาถึงเมื่อไหร่คนก็ออกเดินทางเมื่อนั้น”

“สายแจ้งมาว่าเป็นช่วงบ่าย เวลาที่แน่นอนเดี๋ยวฉันแจ้งอีกที”

หลังวางสาย ผมยืนอึ้งอยู่ที่เดิม

มีเวลาเพิ่มมาอีกครึ่งวัน แต่ผมกลับไม่มีที่ไป

กลับบ้านงั้นเหรอ?

ช่างมันเถอะ ผมไม่อยากไปหาเรื่องใส่ตัวในวาระสุดท้ายแบบนี้

ในตอนนั้นเอง ฟู่หย่าหนิงก็โทรเข้ามา

“กู้เฉิน ช่วงนี้คุณอย่าเพิ่งกลับบ้านเลย ตงตงไม่ชอบคุณ แกบอกว่าทุกครั้งที่คุณปรากฏตัว พ่อของแกถ้าไม่เสียใจก็ต้องมีอุบัติเหตุ เด็กยังเล็ก ให้แกได้ปรับตัวสักพักเถอะ”

“ฉันจองโรงแรมไว้ให้คุณแล้ว ส่วนสัมภาระฉันจะให้พ่อบ้านส่งไปให้ ช่วงนี้หลินอวี๋เฮ้าจะมาพักที่บ้านเรา”

“อ้อ เขาจะนอนห้องคุณนะ แต่เราไม่มีอะไรกัน เรื่องนี้คุณวางใจได้”

ฟู่หย่าหนิงยังคงพูดจาเหมือนเป็นการออกคำสั่งกับผมเช่นเดิม

“แค่นี้นะ ฉันต้องเข้าประชุมแล้ว”

สายตัดไป ทิ้งไว้เพียงเสียงสัญญาณที่ว่างเปล่าและความเจ็บแปลบในอก

ฟู่หย่าหนิง คุณชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้ว

เริ่มจากให้ผมจับพิรุธได้ จากนั้นก็รับเด็กมาเลี้ยง แล้วก็ให้หลินอวี๋เฮ้าย้ายเข้ามาในบ้านอย่างเป็นเรื่องปกติที่ควรจะเป็น จนสุดท้ายก็ขับไล่ผมออกมา

เธอขาดแค่เพียงไม่ได้ป่าวประกาศออกมาตรง ๆ เท่านั้นว่าเธอมีความสัมพันธ์ยังไงกับหลินอวี๋เฮ้า

แต่ก็นั่นแหละ เทพธิดาผู้สูงส่งย่อมไม่ลดตัวลงมาอธิบายกับสามัญชนอย่างผม

ช่างมันเถอะ ถือเสียว่าห้าปีที่ผ่านมาผมเอาความรักไปทิ้งให้หมามันกิน

ในเมื่อต้องมุ่งหน้าสู่แนวหน้ากู้ภัยที่เสี่ยงตาย ผมเริ่มปล่อยวางเรื่องเล็กน้อยในครอบครัวได้บ้างแล้ว

หลังจากออกจากโรงพยาบาล ผมก็ตรงไปที่โรงแรมและได้รับกระเป๋าเดินทาง

แต่ผมคาดไม่ถึงว่า พ่อบ้านจะเอาโน้ตบุ๊กของฟู่หย่าหนิงติดมาด้วย

สงสัยจะคิดว่าเป็นของผม...

เพราะโน้ตบุ๊กเครื่องนี้คือของขวัญวันครบรอบที่ผมซื้อให้เธอ

ตอนนั้นผมซื้อมาผิดสี เป็นสีดำ แต่เธอก็ไม่ได้รังเกียจและใช้มันทำงานมาตลอดจนถึงตอนนี้

เนื่องจากโน้ตบุ๊กเครื่องนี้เป็นอุปกรณ์ที่เธอใช้ทำงาน

ผมไม่ได้อยากจะยุ่งกับมันนัก

แต่พอนึกขึ้นได้ว่าในนี้มีรูปถ่ายและวิดีโอสมัยที่เรายังรักกันอยู่มากมาย ตอนนั้นเธอยังไม่ได้ฝักใฝ่ในธรรมขนาดนี้ และเราเคยหวานซึ้งกันมาก

ในเมื่อจะจากไปแล้ว ก็ไม่อยากจะหลงเหลือความทรงจำใด ๆ

ไว้ให้รกสายตาอีก

ผมเปิดโน้ตบุ๊กขึ้นมา ตั้งใจจะลบทุกร่องรอยทิ้ง

แต่กลับพบว่าเครื่องล็อคอินไลน์ของเธอค้างไว้โดยอัตโนมัติ

แชทที่ถูกปักหมุดไว้บนสุดนั้นช่างบาดตาเหลือเกิน

หลินอวี๋เฮ้า

ฟู่หย่าหนิงไม่เพียงแต่ปักหมุดเขาไว้บนสุด แต่เธอยังตั้งชื่อเล่นให้เขาเป็นพิเศษด้วยอักษรตัวเดียว

“เฮ้า”

คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่ซ่อนความสนิทสนมไว้อย่างเหลือล้น

แล้วผมล่ะ?

ทั้งที่ผมส่งข้อความหาเธอวันละหลายสิบข้อความ แต่พอมองไปรอบ ๆ กลับไม่มีร่องรอยของผมอยู่เลย

ผมเจ็บจุกในอกจนต้องเลื่อนหน้าจอลงไปหา

หลินอวี๋เฮ้าคือคนเดียวที่เธอปักหมุดไว้ ถัดลงมาคือกลุ่มงาน รองประธานบริษัท และลูกค้า

ถัดลงไปอีก คือกลุ่มสนทนาทางธรรม เพื่อนร่วมปฏิบัติธรรม และไลน์ของเจ้าอาวาสวัด

สุดท้ายถึงเป็นผม อยู่อันดับที่ร้อยกว่า

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือชื่อในโซเชียลของผม แต่งงานกันมาห้าปี ผมไม่แม้แต่จะได้รับสิทธิ์ที่เธอจะตั้งชื่อจริงให้ในเครื่องเลยงั้นเหรอ?

และที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือเธอตั้งค่าปิดการแจ้งเตือนไว้แค่กับผมคนเดียว

มิน่าล่ะ... ข้อความที่ผมส่งไปเป็นสิบ ๆ ข้อความต่อวัน นาน ๆ ครั้งเธอถึงตอบกลับมาแค่คำสองคำ

ที่แท้เทพธิดาคนนี้ไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตามาตลอด

นี่น่ะหรือชีวิตคู่ที่ผมเคยหลงนึกว่ามีความสุข

จู่ ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนโลกกำลังหัวเราะเยาะผมอย่างบ้าคลั่ง

ชื่อเล่นอักษรตัวเดียวนั้นราวกับสัตว์ร้ายที่พุ่งเข้าฉีกขย้ำหัวใจของผมด้วยเล็บแหลมคมจนเป็นแหลกชิ้น ๆ แล้วโยนลงใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทร

ผมเจ็บปวดถึงขั้วหัวใจและหนาวเหน็บจนถึงกระดูก

ผมแทบจะหายใจไม่ออก

ผมไม่อยากจะดูต่อแล้ว แต่จู่ ๆ ไลน์ของเธอก็ดังขึ้น

หลินอวี๋เฮ้าส่งข้อความมา...

ส่งรัวมาเป็นสิบ ๆ ข้อความ เป็นรูปถ่ายที่ฟู่หย่าหนิงกับหลินอวี๋เฮ้าไปร่วมงานกิจกรรมกีฬาสีที่โรงเรียนของตงตง

รูปแรก: ฟู่หย่าหนิง หลินอวี๋เฮ้า และตงตงสวมเสื้อครอบครัว ถ่ายรูปจูงมือกันและยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

รูปที่สอง: ร่างกายของฟู่หย่าหนิงและหลินอวี๋เฮ้าแนบชิดกัน ทั้งคู่ช่วยกันอุ้มตงตงขึ้นไปปาลูกโป่ง

รูปที่สาม: ตงตงถือคุกกี้ชิ้นเล็ก ๆ ทั้งคู่โน้มตัวลงมางับคุกกี้ชิ้นนั้นพร้อมกัน โดยที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงสามเซนติเมตร

ภาพถ่ายแต่ละภาพที่ตามมา ยิ่งดูสนิทสนมกันยิ่งกว่ารูปก่อนหน้า

ผมปวดใจจนหายใจไม่ออก ไม่เคยเห็นเทพธิดาผู้เย็นชาเสียอาการจนหลุดกิริยาขนาดนี้มาก่อนเลย

ที่มุมขวาล่างของรูปมีลายน้ำบอกเวลา มันเพิ่งถูกถ่ายเมื่อ 10 นาทีที่แล้วนี่เอง

ผมหลุดยิ้มเยาะออกมาอย่างน่าเวทนา

มิน่าล่ะ เธอถึงไม่ยอมให้ผมกลับบ้าน เพราะกลัวผมจะไปจับผิดได้สินะ

ฟู่หย่าหนิง คุณบอกผมชัด ๆ ว่าคุณกำลังประชุมอยู่ที่บริษัท

ไหนคุณบอกว่าคนถือศีลไม่พูดปดไง?

แต่ทำไมในชีวิตคู่ของเราถึงมีแต่คำลวงเต็มไปหมดแบบนี้?

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 30

    ตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของฟู่หย่าหนิง “จางชิง ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่างข้อตกลงการหย่าร้างมาให้ฉันสองฉบับ เดี๋ยวฉันจะออกข้างนอกสักหน่อย!”ข้อตกลงการหย่าร้าง!จางชิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่า คราวนี้ฟู่หย่าหนิงคงจะตัดสินใจหย่าขาดจากกู้เฉินอย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆแต่เมื่อคืนคุณกู้ก็ยอมมาหาแล้วไม่ใช่เหรอ?หรือว่าทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน?ในเศษเสี้ยววินาที จางชิงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านเรื่องส่วนตัวของเจ้านายต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากห้องไปสิบนาทีต่อมา ข้อตกลงการหย่าร้างสองฉบับระหว่างกู้เฉินและฟู่หย่าหนิงก็ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานประธานฟู่หย่าหนิงคว้าเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าบึงตึง แล้วพุ่งตัวออกจากบริษัททันที มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีดับเพลิงที่กู้เฉินสังกัดอยู่“กู้เฉิน... คิดจะมาลองดีกับฉันงั้นเหรอ? เหอะ รนหาที่ตายชัด ๆ...”“ฉันจะทำให้คุณได้เห็นเอง ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนน่ะ คือใครกันแน่!”อีกด้านในเวลาเดียวกัน ผมที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อมสมรรถภาพร่างกายของหน่วยพลันถูกหัวหน้าหน่วยเรีย

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 29

    “คนถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ต้องงดเว้นที่สุดคือกามารมณ์”“เรื่องระหว่างสามีภรรยา อนุญาตให้มีได้แค่คืนวันที่สิบหกของเดือนเท่านั้น”เวลาล่วงเลยมาห้าปี ในที่สุดผมก็คืนประโยคนี้กลับไปให้เธอแบบคำต่อคำ จากนั้นก็กดตัดสาย และปิดเครื่องทันทีชั่วจังหวะนั้น รถแท็กซี่ที่โบกไว้ก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี ผมก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนที่ไม่มีวันหวนคืน“กู้เฉิน!”ในเวลาเดียวกัน ฟู่หย่าหนิงที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกใสได้แต่ทอดสายตามองตามจนตาแทบทะลุ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นท่ามกลางแสงสีอันศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่ที่สะท้อนเข้ามา ฟู่หย่าหนิงมองเห็นเงาของตัวเองบนกระจกได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธออาบไปด้วยคราบน้ำตาจนดูไม่ได้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีมีดแหลมคมกรีดแทงเข้ามาซ้ำ ๆคืนนั้น ฟู่หย่าหนิงนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ต่อให้สมองจะหนักอึ้งและอ่อนล้าจนเริ่มส่งอาการปวดแปลบ เธอก็ไม่ยอมปิดตาลงเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ในใจของเธอจะเ

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 28

    บางทีความอดทนและการยอมอ่อนข้อของฟู่หย่าหนิงอาจถึงขีดจำกัดแล้ว ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเธอจึงคล้ายกับจงใจจะยั่วโมโหผม เพื่อให้เราเปิดฉากทะเลาะกันเสียงดังลั่น จากนั้นค่อยหาช่องทางสำหรับการคืนดีผมบอกได้คำเดียวว่า เธอกำลังฝันหวานอยู่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ช่องทางสำหรับการคืนดี" นั้น แท้จริงแล้วก็คือการประนีประนอมของผมเพื่อชีวิตคู่และความรักเท่านั้นเองแต่ในวันนี้ คนที่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดเขาไม่คิดจะทนอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ มันไม่ได้ประนีประนอมกันบ่อย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ?“แล้วแต่คุณจะคิด จะมองว่าผมกำลังหึงหวงบ้าบออะไรนั่นก็ได้ ผมไม่แคร์”“รีบพักผ่อนซะเถอะ”สิ้นเสียงคำพูด ผมไม่คิดจะอยู่รอดูอาการของฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานประธานทันทีผมหลงนึกว่าค่ำคืนอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแล้วทว่าคาดไม่ถึงว่า ฟู่หย่าหนิงจะยังดื้อดึงวิ่งไล่ตามผมออกมา เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรงพลางตวาดกร้าวเสียงสั่น “กู้เฉิน! ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะ!”“ที่ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณก้าวล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะฉันยังเห็นความสำคัญของชีวิตแต่งงานของเราหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่เห

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 27

    แต่ในตอนนี้ การรักษาระยะห่างกับว่าที่อดีตภรรยาคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ฟู่หย่าหนิงยังคงขยับกายเบียดเข้ามาใกล้ แต่ผมกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็คงทนดูเธอเสียหลักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงยื่นมือออกไปประคองที่ต้นแขนของเธอไว้ตามมารยาท ไม่ต่างอะไรกับท่าทางที่จางชิงเคยทำ“ระวังครับ”สิ้นเสียงเตือนแผ่วเบาของผม ฟู่หย่าหนิงก็ชะงักไปทันทีแววตาคู่สวยจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับเธอไม่อยากจะเชื่อว่า สามีที่เคยยอมสยบแทบเท้าและคอยเอาอกเอาใจเธอฝ่ายเดียวมาตลอดห้าปีคนนี้ จะปฏิบัติต่อเธอด้วยความห่างเหินได้ถึงเพียงนี้“ขอบคุณค่ะ”ฟู่หย่าหนิงดูเหมือนคนหมดแรงขึ้นมาในพริบตา เธอไม่พยายามขยับเข้ามาใกล้ผมอีก แต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าเงียบ ๆเราเดินเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง เธอเดินไปหยิบกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นวางหนังสือวินาทีนั้น ผมหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่คิดที่จะก้าวตามเธอเข้าไปเพราะผมไม่อยากเห็นว่าห้องนอนที่เธอจงใจปกปิดผมมาตลอดห้าปีจะมีสภาพอย่างไร และไม่อยากเห็นร่องรอยของผู้ชายคนอื่นหลงเหลืออยู่ข

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 26

    “ไม่ ฉันไม่กลับบ้าน”“คืนนี้ฉันจะนอนที่บริษัท”ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังเมาแอ๋ แถมยังก้าวเข้ามาหาผมอีกครั้ง พร้อมกับยื่นนิ้วเรียวมาเชยคางของผมขึ้น“กู้เฉิน ฉันรู้ว่าคุณแคร์เรื่องอะไร”“คืนนี้คุณมาหาฉันแล้ว ฉันยอมทำตามใจคุณ ที่บ้านมีตงตงกับหลินอวี๋เฮ้าอยู่ ถ้าฉันไม่กลับไปที่นั่น คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?”เมื่อต้องเผชิญกับคำถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของฟู่หย่าหนิง ผมพลันก้าวถอยหลังหนีครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา การยอมผ่อนปรนและความอดทนของเธอที่มีต่อผม มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหย่ากับเธอแล้ว...แต่ต่อให้เธอจะยอมผ่อนปรนให้ในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนามากกว่าเดิมที่แท้เธอรู้มาโดยตลอดว่าผมแคร์เรื่องอะไร แต่ในยามที่หัวใจของผมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเธอ เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และใช้อำนาจเผด็จการควบคุมชีวิตคู่ของเราตามใจชอบตอนนี้มันสายไปแล้ว ฟู่หย่าหนิงผมไม่ได้แคร์เรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วถ้าคุณจะเห็นคุณค่าตอนที่เสียมันไป ง

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 25

    เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ผมยอมรับว่าแอบแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อเฉพาะของหลินอวี๋เฮ้า ความประหลาดใจเพียงเศษเสี้ยวในใจก็มลายหายไปในพริบตาจู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดีฟู่หย่าหนิง... ในยามที่ใจของผมมีแต่คุณ ทุ่มเทให้คุณจนหมดหน้าตัก คุณกลับทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ ซ้ำยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจที่รักคุณดวงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตอนนี้ บ้านหลังนั้นมีผู้ชายคนอื่นที่แคร์คุณย้ายเข้าไปอยู่สมใจอยากแล้ว แต่คุณกลับเอาลูกไม้เดิมตามตื้อตามตอแยผมเนี่ยนะ?เป็นบ้าอะไรของคุุณ?“เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”ผมตีหน้าตาย เดินเลี่ยงร่างของเธอเพื่อจะจากไปด้านหลัง... ฟู่หย่าหนิงตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ยอมลดละ “กู้เฉิน ตงตงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉันนะ วันนั้นที่โรงเรียนของแก ฉันรู้ว่าคุณเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”“แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ก็แค่ไม่อยากให้ตงตงรู้สึกมีปมด้อยที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้แกคิดว่าตัวเองไม่มีพ่อมีแม่ที่รักแก!”“ฉันไม่ได้จูบจริงกับหลินอวี๋เฮ้านะ!”“ทำไมคุณถึงไม่ให้เวลาเด็กคนนี้สักหน่อย เพื่อให้แกค่อย ๆ ยอมรับในตัวคุณล่ะฮะ?”ในเวลานี้ เสียงของฟู่หย่า

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status