Share

บทที่ 3

Penulis: เด็ดบุปผาอันดับหนึ่ง
“ฮัลโหลครับ หัวหน้า”

“กู้เฉิน มีข่าวร้าย เมื่อคืนเกิดไฟป่าที่แนวภูเขาทางตะวันตก ทีมกู้ภัยสามทีมทุ่มสุดกำลังแล้วแต่ยังคุมเพลิงไม่อยู่ ถึงคิวทีมเราต้องออกปฏิบัติหน้าที่แล้ว”

“รับทราบครับ ผมพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา!”

เส้นประสาทของผมตึงเครียดขึ้นมาทันที ผมไม่มีเวลามานั่งเสียใจ รีบเตรียมตัวเรียกแท็กซี่เพื่อไปรายงานตัวที่หน่วย

ไฟป่ากำลังลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้ และอันตรายอย่างยิ่ง

หากมันลุกลามไปมากกว่านี้ ไม่รู้ว่าจะมีครอบครัวผู้บริสุทธิ์อีกกี่ครอบครัวที่จะได้รับผลกระทบ

เมื่อเทียบกับภัยพิบัติตรงหน้า เรื่องระหว่างผมกับฟู่หย่าหนิง มันกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย

“ไม่ต้องรีบมาขนาดนั้น สถานการณ์ครั้งนี้... นายก็น่าจะรู้ดี ฉันให้เวลานายหนึ่งวันไปล่ำลาครอบครัวให้เรียบร้อย”

“โดยเฉพาะภรรยาของนาย ฉันจำได้ว่านายแต่งงานแล้วใช่ไหม?”

ฝีเท้าของผมชะงักลง ความรู้สึกสับสนประโคมเข้ามาในอก

คนในหน่วยรู้ดีว่าผมแต่งงานแล้ว แต่เพราะฟู่หย่าหนิงไม่เคยไปหาผมที่หน่วยเลยสักครั้ง แถมยังใช้ข้ออ้างว่างานยุ่งเพื่อบ่ายเบี่ยงงานเลี้ยงครอบครัวของหน่วยนับครั้งไม่ถ้วน

ดังนั้นหัวหน้าและเพื่อนร่วมทีมแทบจะลืมไปแล้วว่าเธอมีตัวตนอยู่

“รับทราบครับหัวหน้า”

หลังจากวางสาย ผมถอนหายใจยาว

ห้าปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันมา ผมรู้ซึ้งถึงนิสัยของฟู่หย่าหนิงดี

เทพธิดาผู้มุ่งมั่นในทางธรรมอย่างเธอ ไม่เคยเก็บเรื่องของผมมาใส่ใจ

ทุกครั้งก่อนที่ผมจะออกไปทำภารกิจ ต่อให้เธอรู้ เธอก็แค่ถามไถ่ตามมารยาทเพียงไม่กี่คำ

หลายปีมานี้ผมชินกับความเฉยเมยของเธอ จนเริ่มที่จะไม่ไปรบกวนเธออีก

แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งไหน ๆ...

ต่อให้ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับใบหน้าอันเย็นชาของเทพธิดาองค์นั้น ผมก็ตัดสินใจหันหลังกลับไป

ระยะทางห้านาทีนั้นสั้นนิดเดียว แต่เมื่อได้พบเธออีกครั้ง เธอกลับไม่ได้เย็นชาอย่างที่ผมคิด

ฟู่หย่าหนิงกำลังเตรียมจะขับรถออกไปข้างนอก เธอดูสง่างามและสวยจนไร้ที่ติ

ผมไม่เคยเห็นเธอแต่งตัวอย่างพิถีพิถันขนาดนี้มาก่อนเลย

“ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”

ผมเดินไปที่ข้างรถของฟู่หย่าหนิง แต่เธอกลับไม่แม้แต่จะปรายตามามอง น้ำเสียงนั้นยังคงเรียบเฉย “ไว้กลับมาค่อยคุย ฉันมีธุระด่วน”

“คุณจะไปไหน?”

ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยและไม่ยอมหลีกทาง

ไฟป่าวิกฤตมาก ผมไม่รู้ว่าจะมีเวลาเหลือรอจนเธอกลับมาไหม

ธุระด่วนของฟู่หย่าหนิง ถ้าไม่ใช่เรื่องงานในบริษัท ก็คงหนีไม่พ้นการไปไหว้พระที่วัด

ทว่า... ผมกลับคาดไม่ถึงเมื่อเห็นหลินอวี๋เฮ้านั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสารข้างคนขับ

ฟู่หย่าหนิงไม่ตอบผม แต่เขากลับเป็นฝ่ายเสนอหน้าอธิบายด้วยตัวเอง “คุณกู้ ขอโทษทีนะครับ พอดีเที่ยงนี้บริษัทผมมีงานเลี้ยง หย่าหนิงอยากจะไปเป็นเพื่อนผมหน่อยน่ะครับ”

พูดจบ เขาก็หันไปมองฟู่หย่าหนิง

“หย่าหนิง หรือว่าให้ผมไปเองดีกว่าไหม?”

“ไม่ต้อง เขาไม่มีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรหรอก เรื่องของคุณสำคัญกว่า”

ฟู่หย่าหนิงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไปทันที

ผมยืนตะลึงอยู่ที่เดิม ผ่านไปเนิ่นนานถึงได้สติ ในลำคอเหมือนมีก้อนหินขนาดมหึมาอุดไว้

หัวใจเหมือนถูกกรีดด้วยมีด

อยู่ด้วยกันมาห้าปี ฟู่หย่าหนิงปฏิเสธคำชวนไปงานเลี้ยงของผมมานับครั้งไม่ถ้วน แต่กับงานเลี้ยงบริษัทของหลินอวี๋เฮ้า เธอกลับแต่งตัวจัดเต็มและออกไปกับเขาโดยไม่ลังเล

งานเลี้ยงตอนเที่ยง... แต่พวกคุณออกไปกันตั้งแต่เช้าตรู่เลยงั้นเหรอ?

ฟู่หย่าหนิง คุณบอกว่าคนถือศีลไม่พูดปด ไม่ทรยศ

แต่หลินอวี๋เฮ้ากลับดูเหมือนสามีของคุณมากกว่าผมเสียอีก และยิ่งดูเหมือนคนที่คุณให้ความสำคัญที่สุด

หรือว่าที่คุณไปงานเลี้ยงของเขา ก็เพื่อลูกอีกงั้นเหรอ?

ผมได้แต่รู้สึกสมเพชตัวเอง ร่างกายหนาวเหน็บไปถึงกระดูก

หลังจากเธอไปแล้ว ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ที่นี่ต่อ

บ้านที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความหวัง ในตอนนี้กลับทำให้ผมรู้สึกต่อต้านอย่างรุนแรง

ทุกย่างก้าวที่เดินจากไป เหมือนเหยียบลงบนฟองสบู่แห่งความทรงจำอันแสนหวานระหว่างผมกับเธอ

ก้าวที่ดูสวยงาม แต่กลับแตกสลายลงไปทุกก้าว

จนกระทั่งตอนเย็น ผมได้รับข้อความจากฟู่หย่าหนิง

“คืนนี้ฉันว่าง ออกมาทานข้าวกันเถอะ คุณมีอะไรจะพูดกับฉันไม่ใช่เหรอ?”

คำเชิญง่าย ๆ ที่ดูเหมือนเป็นการทำทานให้คนน่าสมเพชอย่างผม

ผมลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจไปพบเธอเพื่อตกลงเรื่องหย่าให้จบสิ้น

หากผมไม่ได้กลับมาจริง ๆ ผมก็อยากจากไปโดยไม่มีพันธะ ไม่อยากติดพันกับเธออีกต่อไป

ผมจองร้านอาหารร้านเดียวกับที่เราเดทกันครั้งแรก และย้ำกับเธอว่าให้มาคนเดียว อย่าพาใครมาด้วย

ในเมื่อพรหมลิขิตเริ่มที่นี่ มันก็ควรจะจบลงที่นี่

ที่นั่งมุมเดิม แม้แต่กระดิ่งลมที่มุมหน้าต่างก็ยังเหมือนเดิม

แต่เรา... กลับเปลี่ยนไปแล้ว

เธอไม่ตอบข้อความผมเลย

ผมรอจนถึงสามทุ่มกว่า จนร้านอาหารใกล้จะปิดแล้ว

ฟู่หย่าหนิงก็ยังไม่มา

ก็นะ... เทพธิดาผู้ไร้ใจย่อมไร้ความรู้สึก

ช่างมันเถอะ ผมชินกับความเมินเฉยของเธอแล้ว

แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะลุกไป ฟู่หย่าหนิงก็มาถึง พร้อมกับหลินอวี๋เฮ้าและตงตง

“พวกเขามาได้ยังไง?”

ผมขมวดคิ้ว เรื่องคอขาดบาดตายที่จะล่ำลาในวาระสุดท้ายของชีวิต ผมไม่อยากให้คนนอกอยู่ด้วย

แต่ฟู่หย่าหนิงกลับทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ

“ฉันเพิ่งเลิกงาน หลินอวี๋เฮ้ากับตงตงก็ยังไม่ได้ทานข้าว มาด้วยกันแล้วมันจะเป็นอะไรนักหนา?”

ระหว่างที่เธอพูด หลินอวี๋เฮ้าและตงตงได้นั่งลงที่นั่งฝั่งตรงข้ามของผมแล้ว

ข้างกายผมยังมีที่ว่าง แต่ฟู่หย่าหนิงเพียงปรายตามองแวบเดียวแล้วเลือกไปนั่งข้างพวกเขา

“หลินอวี๋เฮ้าบอกว่ามื้อนี้เขาจะเป็นคนเลี้ยงเองเพื่อเป็นการขอโทษ”

“กู้เฉิน หัดดูคนอื่นเขาเป็นตัวอย่างบ้าง อย่าเอาแต่ทำตัวใจแคบแบบนั้น”

คำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามของเธอ ทำให้หัวใจผมฉีกขาดอีกครั้ง เจ็บปวดจนแทบขาดใจ

เนื่องด้วยครั้งนี้เป็นมื้อค่ำมื้อสุดท้าย ผมจึงไม่อยากจะโต้เถียงกับเธอ

และตั้งใจจะลาจากกันด้วยดี แต่การที่หลินอวี๋เฮ้าและตงตงอยู่ที่นี่ ทำให้คำพูดที่เตรียมไว้จุกอยู่ที่ลำคอ

ฟู่หย่าหนิง ถ้าคุณรู้ว่าคืนนี้ผมที่นัดคุณมาเพื่อจะลาจากเป็นครั้งสุดท้าย คุณจะเสียใจไหมที่พาคนนอกมาด้วย?

แต่มันคงไม่สำคัญแล้วล่ะ เพราะยังไงก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

หัวใจของเทพธิดานั้นเย็นชาเกินไป ผมไม่กล้าจะสัมผัสมันอีกแล้ว

“คุณกู้ มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง ทานตามสบายเลยนะครับ”

“หย่าหนิงเธอเป็นคนจิตใจดี ผมเองก็ต้องขอบคุณที่คุณยอมรับตงตง ขอบคุณจริง ๆ ครับ!”

หลินอวี๋เฮ้ายกแก้วขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณ

ผมไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเลยค้างเติ่งอยู่อย่างนั้นด้วยความกระอักกระอ่วน

“ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก เราดื่มกันเถอะ”

“เขาใจแคบเกินกว่าจะทำตัวสง่างามแบบคุณได้ เสียแรงที่คุณอุตส่าห์มีน้ำใจ”

ฟู่หย่าหนิงยกแก้วขึ้นชนกับหลินอวี๋เฮ้า พลางปลอบโยนเขาและไม่ลืมที่จะเหยียบย่ำผม

เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ถึงขั้นหันไปคุยกับตงตงด้วย

“ชนแก้ว!”

ทั้งสามคนชนแก้วฉลองกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มพลางคุยกันเรื่องการจัดบ้านไปพลางคุยเรื่องสิ่งที่ตงตงชอบ

ในวินาทีนี้ ผมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับกลายเป็นเหมือนคนแปลกหน้าที่มาขอนั่งร่วมโต๊ะเท่านั้น

“ฟู่หย่าหนิง สรุปคุณนัดผมมา หรือเขาเป็นคนนัดผมมากันแน่?”

ทันใดนั้นผมพลันฉุกคิดอะไรบางอย่างได้

“แน่นอนว่าต้องเป็นหลินอวี๋เฮ้าเป็นฝ่ายอยากมาขอโทษคุณ ฉันจะมีเวลาที่ไหนกัน?”

ฟู่หย่าหนิงขมวดคิ้ว คำพูดเพียงคำเดียวของเธอทำลายความหวังสุดท้ายที่ผมมีต่อเธอจนย่อยยับ

ช่างน่าขันสิ้นดี

การพบกันครั้งสุดท้ายของผมกับเธอ กลับเป็นโอกาสที่หลินอวี๋เฮ้าหยิบยื่นให้

ผมเจ็บปวดจนไร้ความรู้สึก แต่ผมกลับมีความกล้าที่จะปลดปล่อยตัวเองเสียที

“วันนี้ที่หน่วยแจ้งผมมา ให้ไปสนับสนุนภารกิจไฟป่า สถานการณ์ครั้งนี้อันตรายมาก ผมอาจจะไม่ได้กลับมา”

“ผมคิดว่า อย่างน้อยเราควรหย่ากันให้เรียบร้อย ผมจะทำให้พวกคุณสมปรารถณาเอง”

หลังเอ่ยคำเหล่านั้นออกมา ผมก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก

แต่ผมคาดไม่ถึงว่าคนทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้า กลับไม่มีใครสนใจคำพูดของผมเลย

เสียงหัวเราะต่อกระซิกของพวกเขาไม่หยุดลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว ไม่มีใครแม้แต่จะปรายตามามองผม

ตอนนี้ ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่ตัวตลกตัวหนึ่ง

หัวใจที่เพิ่งจะรู้สึกเบาสบายเมื่อครู่ กลับถูกทิ่มแทงอย่างแรงอีกครั้ง

“ฟู่หย่าหนิง คุณได้ยินที่ผมพูดไหม?”

“อืม รู้แล้ว ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน”

ฟู่หย่าหนิงมัวแต่ตักอาหารให้ตงตง เธอตอบรับผมด้วยท่าทีที่ขอไปทีอย่างที่สุด

ผมหัวเราะสมเพชตัวเองขึ้นมาทันที ไม่รู้จริง ๆ ว่าทนอยู่กับชีวิตคู่แบบนี้มาได้ยังไงตั้งห้าปี?

ในเมื่อเธอไม่มีใจจะฟัง งั้นก็ให้มันจบลงแบบนี้เถอะ

ผมลุกขึ้นเตรียมจะเดินจากไป

แต่คาดไม่ถึงว่า โคมไฟระย้าเหนือหัวจะเกิดหลุดลงมากะทันหัน และตกลงมาใส่กลางหัวของผมอย่างจัง!

จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

โคมไฟแก้วแตกละเอียดกระจายเต็มพื้น ผมเลือดอาบไปทั้งหน้าและล้มลงกับพื้นอย่างหมดแรง

วินาทีนั้นสายตาของทุกคนในร้านอาหารถูกดึงดูดมาทางนี้ทันที

ไม่เว้นแม้แต่ฟู่หย่าหนิง

“กู้เฉิน!”

สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันที พร้อมพุ่งตัวเข้ามาหาผมอย่างไม่คิดชีวิต

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 30

    ตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของฟู่หย่าหนิง “จางชิง ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่างข้อตกลงการหย่าร้างมาให้ฉันสองฉบับ เดี๋ยวฉันจะออกข้างนอกสักหน่อย!”ข้อตกลงการหย่าร้าง!จางชิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่า คราวนี้ฟู่หย่าหนิงคงจะตัดสินใจหย่าขาดจากกู้เฉินอย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆแต่เมื่อคืนคุณกู้ก็ยอมมาหาแล้วไม่ใช่เหรอ?หรือว่าทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน?ในเศษเสี้ยววินาที จางชิงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านเรื่องส่วนตัวของเจ้านายต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากห้องไปสิบนาทีต่อมา ข้อตกลงการหย่าร้างสองฉบับระหว่างกู้เฉินและฟู่หย่าหนิงก็ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานประธานฟู่หย่าหนิงคว้าเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าบึงตึง แล้วพุ่งตัวออกจากบริษัททันที มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีดับเพลิงที่กู้เฉินสังกัดอยู่“กู้เฉิน... คิดจะมาลองดีกับฉันงั้นเหรอ? เหอะ รนหาที่ตายชัด ๆ...”“ฉันจะทำให้คุณได้เห็นเอง ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนน่ะ คือใครกันแน่!”อีกด้านในเวลาเดียวกัน ผมที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อมสมรรถภาพร่างกายของหน่วยพลันถูกหัวหน้าหน่วยเรีย

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 29

    “คนถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ต้องงดเว้นที่สุดคือกามารมณ์”“เรื่องระหว่างสามีภรรยา อนุญาตให้มีได้แค่คืนวันที่สิบหกของเดือนเท่านั้น”เวลาล่วงเลยมาห้าปี ในที่สุดผมก็คืนประโยคนี้กลับไปให้เธอแบบคำต่อคำ จากนั้นก็กดตัดสาย และปิดเครื่องทันทีชั่วจังหวะนั้น รถแท็กซี่ที่โบกไว้ก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี ผมก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนที่ไม่มีวันหวนคืน“กู้เฉิน!”ในเวลาเดียวกัน ฟู่หย่าหนิงที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกใสได้แต่ทอดสายตามองตามจนตาแทบทะลุ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นท่ามกลางแสงสีอันศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่ที่สะท้อนเข้ามา ฟู่หย่าหนิงมองเห็นเงาของตัวเองบนกระจกได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธออาบไปด้วยคราบน้ำตาจนดูไม่ได้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีมีดแหลมคมกรีดแทงเข้ามาซ้ำ ๆคืนนั้น ฟู่หย่าหนิงนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ต่อให้สมองจะหนักอึ้งและอ่อนล้าจนเริ่มส่งอาการปวดแปลบ เธอก็ไม่ยอมปิดตาลงเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ในใจของเธอจะเ

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 28

    บางทีความอดทนและการยอมอ่อนข้อของฟู่หย่าหนิงอาจถึงขีดจำกัดแล้ว ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเธอจึงคล้ายกับจงใจจะยั่วโมโหผม เพื่อให้เราเปิดฉากทะเลาะกันเสียงดังลั่น จากนั้นค่อยหาช่องทางสำหรับการคืนดีผมบอกได้คำเดียวว่า เธอกำลังฝันหวานอยู่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ช่องทางสำหรับการคืนดี" นั้น แท้จริงแล้วก็คือการประนีประนอมของผมเพื่อชีวิตคู่และความรักเท่านั้นเองแต่ในวันนี้ คนที่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดเขาไม่คิดจะทนอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ มันไม่ได้ประนีประนอมกันบ่อย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ?“แล้วแต่คุณจะคิด จะมองว่าผมกำลังหึงหวงบ้าบออะไรนั่นก็ได้ ผมไม่แคร์”“รีบพักผ่อนซะเถอะ”สิ้นเสียงคำพูด ผมไม่คิดจะอยู่รอดูอาการของฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานประธานทันทีผมหลงนึกว่าค่ำคืนอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแล้วทว่าคาดไม่ถึงว่า ฟู่หย่าหนิงจะยังดื้อดึงวิ่งไล่ตามผมออกมา เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรงพลางตวาดกร้าวเสียงสั่น “กู้เฉิน! ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะ!”“ที่ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณก้าวล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะฉันยังเห็นความสำคัญของชีวิตแต่งงานของเราหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่เห

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 27

    แต่ในตอนนี้ การรักษาระยะห่างกับว่าที่อดีตภรรยาคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ฟู่หย่าหนิงยังคงขยับกายเบียดเข้ามาใกล้ แต่ผมกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็คงทนดูเธอเสียหลักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงยื่นมือออกไปประคองที่ต้นแขนของเธอไว้ตามมารยาท ไม่ต่างอะไรกับท่าทางที่จางชิงเคยทำ“ระวังครับ”สิ้นเสียงเตือนแผ่วเบาของผม ฟู่หย่าหนิงก็ชะงักไปทันทีแววตาคู่สวยจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับเธอไม่อยากจะเชื่อว่า สามีที่เคยยอมสยบแทบเท้าและคอยเอาอกเอาใจเธอฝ่ายเดียวมาตลอดห้าปีคนนี้ จะปฏิบัติต่อเธอด้วยความห่างเหินได้ถึงเพียงนี้“ขอบคุณค่ะ”ฟู่หย่าหนิงดูเหมือนคนหมดแรงขึ้นมาในพริบตา เธอไม่พยายามขยับเข้ามาใกล้ผมอีก แต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าเงียบ ๆเราเดินเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง เธอเดินไปหยิบกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นวางหนังสือวินาทีนั้น ผมหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่คิดที่จะก้าวตามเธอเข้าไปเพราะผมไม่อยากเห็นว่าห้องนอนที่เธอจงใจปกปิดผมมาตลอดห้าปีจะมีสภาพอย่างไร และไม่อยากเห็นร่องรอยของผู้ชายคนอื่นหลงเหลืออยู่ข

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 26

    “ไม่ ฉันไม่กลับบ้าน”“คืนนี้ฉันจะนอนที่บริษัท”ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังเมาแอ๋ แถมยังก้าวเข้ามาหาผมอีกครั้ง พร้อมกับยื่นนิ้วเรียวมาเชยคางของผมขึ้น“กู้เฉิน ฉันรู้ว่าคุณแคร์เรื่องอะไร”“คืนนี้คุณมาหาฉันแล้ว ฉันยอมทำตามใจคุณ ที่บ้านมีตงตงกับหลินอวี๋เฮ้าอยู่ ถ้าฉันไม่กลับไปที่นั่น คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?”เมื่อต้องเผชิญกับคำถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของฟู่หย่าหนิง ผมพลันก้าวถอยหลังหนีครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา การยอมผ่อนปรนและความอดทนของเธอที่มีต่อผม มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหย่ากับเธอแล้ว...แต่ต่อให้เธอจะยอมผ่อนปรนให้ในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนามากกว่าเดิมที่แท้เธอรู้มาโดยตลอดว่าผมแคร์เรื่องอะไร แต่ในยามที่หัวใจของผมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเธอ เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และใช้อำนาจเผด็จการควบคุมชีวิตคู่ของเราตามใจชอบตอนนี้มันสายไปแล้ว ฟู่หย่าหนิงผมไม่ได้แคร์เรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วถ้าคุณจะเห็นคุณค่าตอนที่เสียมันไป ง

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 25

    เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ผมยอมรับว่าแอบแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อเฉพาะของหลินอวี๋เฮ้า ความประหลาดใจเพียงเศษเสี้ยวในใจก็มลายหายไปในพริบตาจู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดีฟู่หย่าหนิง... ในยามที่ใจของผมมีแต่คุณ ทุ่มเทให้คุณจนหมดหน้าตัก คุณกลับทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ ซ้ำยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจที่รักคุณดวงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตอนนี้ บ้านหลังนั้นมีผู้ชายคนอื่นที่แคร์คุณย้ายเข้าไปอยู่สมใจอยากแล้ว แต่คุณกลับเอาลูกไม้เดิมตามตื้อตามตอแยผมเนี่ยนะ?เป็นบ้าอะไรของคุุณ?“เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”ผมตีหน้าตาย เดินเลี่ยงร่างของเธอเพื่อจะจากไปด้านหลัง... ฟู่หย่าหนิงตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ยอมลดละ “กู้เฉิน ตงตงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉันนะ วันนั้นที่โรงเรียนของแก ฉันรู้ว่าคุณเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”“แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ก็แค่ไม่อยากให้ตงตงรู้สึกมีปมด้อยที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้แกคิดว่าตัวเองไม่มีพ่อมีแม่ที่รักแก!”“ฉันไม่ได้จูบจริงกับหลินอวี๋เฮ้านะ!”“ทำไมคุณถึงไม่ให้เวลาเด็กคนนี้สักหน่อย เพื่อให้แกค่อย ๆ ยอมรับในตัวคุณล่ะฮะ?”ในเวลานี้ เสียงของฟู่หย่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status