Share

บทที่ 10

Penulis: เมิ่งซานเชียน
“รัชทายาท นี่ก็คือหน้าไม้ที่ให้ข้าทำหรือ? เสียเวลาข้าจริง ๆ เลย!”

ไม่ถึงครึ่งชั่วยามหลู่หนีก็เดินออกมาจากห้องทำงานแล้ว ในมือถือหน้าไม้ประณีตที่เพิ่งทำเสร็จ เขามองดูรอบ ๆ ไม่เห็นว่าเจ้าของสิ่งนี้จะมีความวิเศษวิโสอันใด

“งั้น ๆ หรือ? ลองดูก็รู้แล้วนี่? เห็นป้ายภัตตาคารต้าเฉียนประมาณสองร้อยเมตรนั่นหรือไม่?”

ฉินอวิ๋นฟานชี้ไปที่ป้ายร้านไกล ๆ พลางยิ้มพูดราบเรียบ

เขารับหน้าไม้มา วางลูกศรที่พกติดตัวมาแต่แรกไว้ตรงแล่ง มันแนบสนิทกับร่อง ต้องยอมรับแล้วว่าฝีมือของหลู่หนีละเอียดมากจริง ๆ

“รัชทายาท นี่ นี่จะยิงป้ายร้านนั่นหรือ?”

เฉินม่อถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

“เจ้าคิดว่ายังไงล่ะ”

ฉินอวิ๋นฟานยกยิ้มตรงมุมปาก สีหน้ามั่นใจ ในความทรงจำเดิม การยิงธนูในสมัยโบราณปกติแล้วจะยิงได้ในระยะประมาณร้อยยี่สิบเมตร ถ้าเป็นธนูชั้นดีและเป็นผู้ที่มีกำลังมาก จะยิงได้ประมาณร้อยเจ็ดสิบแปดสิบเมตร

แต่ธนูมีจุดอ่อนที่แย่มากอย่างหนึ่ง ยิ่งระยะทางไกล พลังการโจมตีก็จะยิ่งลดลง ดังนั้นระยะสองร้อยเมตรอยู่เหนือระยะการโจมตีสูงสุดแล้ว

“รัชทายาทจะวู่วามไม่ได้นะขอรับ เวลานี้เป็นช่วงที่คนพลุกพล่านที่สุด ภัตตาคารต้าเฉียนไกลเกินไป จะพลาดทำร้ายถูกคนได้ง่ายนะขอรับ”

อู่จ้านรีบเข้ามาปราม

รัชทายาทเปลี่ยนนิสัยราวฟ้ากับดินจริง ไม่เพียงแต่ไม่เขลาอีก ยังเด็ดขาด เฉียบคมและแข็งกร้าวด้วย มีท่วงทำนองของผู้เป็นราชันแล้ว

แต่การยิงธนูในตลาดไม่ใช่เรื่องดีอะไร หากจุดชนวนโทสะจะยุ่งเอา

“เฮอะ ต่อให้ยอดมือธนูที่เก่งกาจที่สุดในต้าเฉียนอยู่ที่นี่ ก็คงไม่กล้าโม้ว่ายิงป้ายภัตตาคารต้าเฉียนที่อยู่ห่างออกไปสองร้อยเมตรกลางตลาดได้หรอก รัชทายาทจะถือดีไปหน่อยแล้วกระมัง?”

หลู่หนีพูดเสียดสีแสยะยิ้มอยู่ข้าง ๆ

ฉินอวิ๋นฟานไม่สนใจ แต่ยกหน้าไม้ในมือขึ้นมา เล็งให้ดี ออกแรงเหนี่ยวถึงจุดสูงสุด จากนั้นก็กดปุ่มปล่อยออกไปเลย ได้ยินเพียงเสียงฟิ้ว ลูกศรแล่นออกไปราวกับแสง

ฉึก!!!

เพียงชั่วพริบตาเดียว ลูกศรปักอยู่บนป้ายภัตตาคารต้าเฉียนนิ่งแล้ว ภายใต้พลังโจมตีอันน่ากลัว ป้ายภัตตาคารต้าเฉียนแกว่งไกวไม่หยุด ชัดเจน ลูกศรนี้ยังมีพลังอยู่

“ไอ้โฮ!!!”

“นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!”

พวกอู่จ้านและหลู่หนีใจเย็นไม่ได้ฉับพลัน ดวงตาเบิกโพลงเท่าไข่ไก่ แววตาที่มองฉินอวิ๋นฟานเหมือนกับแววตาที่เห็นผี หน้าไม้ที่ดูเล็กกะทัดรัดทรงอานุภาพอย่างนี้เชียวหรือ?

“รัช รัชทายาท หน้าไม้ที่ดูธรรมดา ๆ นี้เป็นอาวุธสังหารเช่นนี้เชียวหรือ?”

หลู่หนียังคงทึ่งอยู่ ขณะรับหน้าไม้จากมือฉินอวิ๋นฟาน สองมือยังสั่นเทา นี่ใช่หน้าไม้รูปแบบใหม่ที่เขาทำเองกับมือหรือ? มันจะน่ากลัวไปแล้วกระมัง?

เมื่อกี้เขายังทำท่าทางดูแคลนอยู่เลย? คิดแล้วช่างน่าขัน

“นี่ไม่นับเป็นอะไร!”

ฉินอวิ๋นฟานกล่าวเรียบ

“เอ่อ...นี่ยังไม่นับเป็นอะไร? หากองค์ชายใหญ่หรือราชนิกุลท่านอื่นรู้ต้องพากันผลิต เห็นเป็นอาวุธลับสุดยอดแน่ แต่รัชทายาทกลับไม่สนใจเลย?”

เวลานี้สายตาที่หลู่หนีมองฉินอวิ๋นฟานเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงแล้ว ถ้าเป็นตอนแรก เขาต้องมั่นใจว่าฉินอวิ๋นฟานขี้โม้แน่ เพราะของสิ่งนี้อาจเป็นอาวุธสังหารที่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในสงครามได้

แม้เขาที่เป็นช่างฝีมือยังตกตะลึงพรึงเพริดอย่างยิ่ง ผ่านไปนานยังมิอาจสงบใจ

“ข้ายอมรับฝีมือของเจ้าแล้ว ติดตามข้า ข้าจะให้เจ้าได้เห็นว่าอะไรจึงเป็นอาวุธสังหารใหญ่ของจริง หน้าไม้ออกหน้าไม่ได้หรอก เจ้ายินดีตามข้าเข้าวัง อยู่ฝ่ายเดียวกับข้าหรือไม่?”

ฉินอวิ๋นฟานเอ่ยเสียงหนัก

ตุบ...

หลู่หนีไม่คิดอะไรทั้งนั้น ถูกวิธีการของฉินอวิ๋นฟานสยบโดยสิ้นเชิง คุกเข่าลงเสียงดังตุบ พูดแบบจริงจังที่สุด “ข้าน้อยหลู่หนียินดีตามรัชทายาทเข้าวัง ยินดีติดตามรัชทายาทขอรับ”

หน้าไม้หนึ่งคันพอให้หลู่หนีอยู่เหนือศิษย์ทั้งหลาย หากการติดตามรัชทายาทจะทำให้เขาทะลวงขีดจำกัดและเจอกับความท้าทายได้มากกว่าเดิม เช่นนั้นเขาหลู่หนีแม้ตายก็ต้องขอติดตามให้ได้อยู่แล้ว นี่คือความใฝ่ฝันในชีวิตของช่างฝีมือทุกคนเลยนะ

“เฉินม่อ เจ้าอยู่เป็นเพื่อนนายช่างหลู่หนีเก็บอุปกรณ์กับของติดตัวแล้วก็เข้าวังได้ จัดการทุกอย่างให้ดี ข้าจะไปหารืองานต่อจากนี้ด้วยตัวเอง”

ฉินอวิ๋นฟานเอ่ย

“ขอรับ!”

เฉินม่อตื่นเต้นอย่างมิมีอะไรเทียบเทียม ขานรับเดี๋ยวนั้น วันนี้เขาศิโรราบกับวิธีการของรัชทายาทโดยสิ้นเชิงแล้ว

“รัชทายาทเฉียบนัก ใช้ลูกไม้นิดหน่อยก็ได้ตัวหลู่หนีมาแล้ว อู่จ้านเลื่อมใส!”

อู่จ้านตามอยู่ข้างหลังฉินอวิ๋นฟาน เขาเลื่อมใสวิธีการของเขาอย่างยิ่ง

ใช้การข่มขวัญมาข่มขวัญก่อน จากนั้นก็ยกหลู่กงที่เขาเคารพที่สุดมาข่มเขา สงสัยกดดันระดับความเป็นมืออาชีพของเขา บั่นทอนความยโส ก่อนจะใช้ความสามารถที่แท้จริงสยบเขาและรับเขาเข้าอยู่ใต้อาณัติ

ขั้นตอนเหล่านี้ อู่จ้านเห็นแล้วทำเอาอกสั่นขวัญหาย ร้องว่าเยี่ยมตรง ๆ ทำให้จอมวางมาดที่ทำตัวสูงส่งคนหนึ่งยอมสยบได้

“อาจ้าน ต่อไปท่านเรียกข้าว่าเสี่ยวฟานต่อเถอะ ไม่ต้องเรียกตามความสัมพันธ์นายบ่าวหรอก”

เห็นอู่จ้านเอาแต่เรียกว่ารัชทายาท ฉินอวิ๋นฟานจึงรู้สึกไม่ชินเล็ก ๆ

“ได้ ถ้าไม่อยู่ต่อหน้าสาธารณชน ข้าจะเรียกชื่อเล่นของเจ้า แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าสาธารณชน ยังต้องแบ่งความเป็นนายบ่าวให้ชัดเจน”

อู่จ้านพูดด้วยความปลาบปลื้ม

“อื่ม ต้องยอมรับเลยว่าฝีมือหลู่หนีละเอียดอ่อนจริง ๆ แต่ชอบวางมาดเท่านั้น ทว่าต่อไปคงไม่กล้ากำแหงกับรัชทายาทแล้วละ ”

ฉินอวิ๋นฟานพยักหน้า เขาพอใจหลู่หนีมาก มีเขาที่ฝีมือดีเช่นนี้คอยช่วยเหลือ ไยต้องกังวลว่าต่อไปจะขึ้นเป็นใหญ่ในต้าเฉียนหรือเป็นใหญ่ในโลกไม่ได้?

“นั่นสิ ดูออกเลยว่าหลู่หนีศิโรราบต่อฝีมือของรัชทายาทแล้ว”

อู่จ้านเห็นด้วยที่สุด

ขณะฉินอวิ๋นฟานกำลังสนทนาพลางกลับวังหลวง จู่ ๆ ก็มีเสียงวิวาทดังมาจากที่ไกล ๆ เมื่อมองตามเสียง เห็นเพียงกลุ่มคนกำลังมุงล้อมอย่างคึกคัก

“ไม่อย่างนั้นเราก็ไปดูสถานการณ์กันเถอะ?”

อู่จ้านเอ่ยปาก

“ไหน ๆ ก็ว่าง เราไปร่วมสนุกสักหน่อยแล้วกัน”

เมื่อใกล้จะถึง ฉินอวิ๋นฟานเห็นเพียงชายร่างสูงใหญ่กำยำคนหนึ่งกำลังถือปังตอยืนอยู่ตรงกลางกลุ่มคน โดยมีชายผมแห้งแบกกระบี่พกคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ด้านข้างมีหญิงงามดุจบุปผาปานหยกนางหนึ่งร้องไห้กระซิกไม่หยุด

“ภาพนี้คุ้นจังแฮะ”

ฉินอวิ๋นฟานขมวดคิ้วพูด

“ฮ่า ๆ หานซิ่น ถ้าวันนี้เจ้ามุดหว่างขาข้าไป ข้าจะยกย่องเจ้าเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง เรื่องระหว่างเราจบเพียงเท่านี้ แต่ถ้าไม่ เช่นนั้นเจ้าก็คือไอ้ขี้ขลาด คนจนอย่างเจ้าไม่คู่ควรมีกระบี่พกหรอก ข้าจะรับไว้แทนเจ้าเอง”

ชายร่างกำยำพูดกลั้วหัวเราะ ใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง

“เฮ้อ หานซิ่นน่าสงสารจริง ๆ เกิดมาพ่อแม่ก็จากเขาไปเสียแล้ว ยังดีที่ยายข้างบ้านใจบุญฝืนรับเลี้ยงเขาจนเติบใหญ่ ตอนนี้กลับมาเป็นขอทานเสียได้”

“ก็นั่นนะสิ! เขาร่างกายอ่อนแอ ไม่มีใครจ้าง ได้แต่อาศัยการตกปลาขอทานเลี้ยงปากท้อง เขาที่กินไม่อิ่มจะกล้าแข็งข้อกับคนขายเนื้อในตลาดได้ยังไง?”

“มันก็ช่วยไม่ได้นี่นะ คนขายเนื้อในตลาดขึ้นชื่อว่าเป็นคนโหด วางก้ามเอาแต่ใจในถนนสายนี้จนเคยชินแล้ว ใครจะไปกล้าหาเรื่อง?”

......

ทุกคนพูดกันคนละคำ ต่างรู้สึกเสียดายหานซิ่น ผู้ชายระดับล่างและยากจนข้นแค้นคนหนึ่ง ต่อหน้าการกลั่นแกล้งรังแก นอกจากจะละทิ้งศักดิ์ศรียอมรับความอัปยศแล้วยังจะทำอะไรได้?

“พี่ซิ่น ไม่ได้นะ”

หญิงสาวร่ำไห้ปานดอกสาลี่ต้องหยาดฝน ในดวงตาเปื้อนไปด้วยความทุกข์ระทม ในยุคสมัยเชิดชูลัทธิขงจื๊อ เกียรติสำคัญยิ่งกว่าชีวิต ถ้าหานซิ่นคลานลอดหว่างขาต่อหน้าธารกำนัล ต่อไปยังจะเงยหน้าเป็นคนได้อย่างไร?

หานซิ่นมองหญิงสาวและคนโดยรอบ สีหน้ายังคงเดิม ต่อหน้าคนขายเนื้อที่รังแกคน เขารู้ตัวดีว่าสู้ไม่ได้ แต่เล็กจนโตเขาแทบจะขอทานเลี้ยงชีพ รับกับการเสียดสีและสายตาเย็นชามากมาย

กระบี่พกนี้เป็นสมบัติสิ่งเดียวที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้ และเป็นความเชื่อเพียงหนึ่งเดียวของเขา สำหรับเขาที่เป็นเช่นนี้ เกียรตินับเป็นอะไร?
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1062

    ในที่สุดเหมิงฉาก็รับไม่ไหว ร้องตะโกนคำที่แทบจะเป็นความอัปยศนั้นการแข่งขันทางบู๊นี้ก็ปิดฉากลงท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของทุกคน...เรื่องหักเหจากการคาดหมายของทุกคนเหลียงจ้านอิงและเหลียงเทียนจื้อต่างคิดไม่ถึงว่าเหลียงเทียนอี้จะล้วงปืนสั้นออกมาพลิกสถานการณ์ในการแข่งขันด้านบู๊นี้กระทั่งว่าเหลียงเทียนจื้อไม่มีโอกาสจะได้ออกโรงเลย...เช่นละครอย่างไรอย่างนั้น เนื่องจากเหมิงฉากลัวสุดขีดจึงยกมือยอมแพ้ดังนั้นเหลียงเทียนอี้จึงคว้าชัยชนะการแข่งขันรอบนี้ได้อย่างง่ายดายโดยไม่เปลืองแรงภาพมหัศจรรย์เกิดให้แบบไม่มีการเปลี่ยนแปลงลุ้นระทึกและไม่มีเลือดร้อนพลุ่งพล่านที่ใครคาดหวัง!ถึงขั้นว่าลวงตามากแต่ผลลัพธ์เป็นของจริงแท้แน่นอน เหลียงเทียนอี้ชนะแล้ว......“ดูท่าครั้งนี้ฟานเอ๋อร์จะช่วยข้าได้มากอีกแล้ว”เหลียงเทียนอี้กลับมาถึงด้านในก็คืนปืนสั้นให้ฉินอวิ๋นฟานและพรูลมหนัก ๆ“เหอะ ๆ เสด็จน้าชมเกินไปแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของท่านทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับข้าสักหน่อย”ฉินอวิ๋นฟานยักไหล่ มิได้กล่าวอะไรอีกถ้าจะบอกว่าเขาทำอะไรเพื่อเหลียงเทียนอี้ นั่นก็แค่บอกเขาว่าความจริงการแข่งขันนี้สามาร

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1061

    การกระทำของเหลียงเทียนอี้ทำให้ทุกคนในนั้นตกตะลึงแม้แต่เหลียงจ้านอิงที่อยู่บนปะรำก็ยังหยุดการดื่มน้ำชาไม่ได้ มองไปด้วยสีหน้าประหลาดใจ“เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?”เหลียงเทียนจื้อมองเหลียงเทียนอี้ที่ปราศจากเครื่องป้องกันใด ๆ ด้านข้าง ใบหน้าแปลกใจนี่คือการแข่งขันบู๊นะ คือสถานที่ตีรันฟันแทง ถ้าไม่ระวังอาจต้องคมศาสตราได้จริง ๆ ศีรษะย้ายที่อยู่ หากไม่ใช่เพราะมั่นใจกับฝีมือของตัวเองมาก กอปรกับวางแผนร่วมกับทางซยงหนูดีแล้วเขาคงต้องสวมชุดเกราะหนักมารับมือกับการแข่งขันด้านบู๊วันนี้เหมือนกันทว่าการกระทำเช่นนี้ของเหลียงเทียนอี้ต่างจากการรนหาที่ตายอย่างไร?ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแปลก เหลียงเทียนจื้อหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย...ทั้งที่เขาควรดีใจกับเวลานี้ ถ้าเหลียงเทียนอี้เกิดอุบัติเหตุในการแข่งขันรอบนี้ เช่นนั้นบัลลังก์ต้องเป็นของเขาแน่แล้วแต่ใจกับกระวนกระวาย อย่างไรก็ไม่เป็นสุข“หรือว่าเขาแอบวางแผนอะไร?”ทันใดนั้นเหมิงฉาเริ่มบุกโจมตีก่อนแล้วร่างสูงใหญ่นั้นหวดขวานใหญ่หนักร้อยชั่งพลางเข้าใกล้เหลียงเทียนอี้อย่างต่อเนื่องภายใต้แสงสุริยา คมมีดนั้นน่ากลัวเช่นนี้ ราวกับแค่ถากเถือเบา ๆ ก็เฉือนศีรษ

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1060

    “ข้าเอง!”ทันใดนั้นเหลียงเทียนอี้ก็ก้าวออกมาช้า ๆโง่อย่างที่คิด...เหลียงเทียนจื้อยืนยิ้มเยาะอยู่ในใจข้างหลังเขารู้นิสัยของพี่ชายดี และรู้ว่าเหลียงเทียนอี้เป็นคนดื้อรั้นมากเมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ก็มักจะดาหน้าออกไปทันทีแม้เผชิญหน้ากับพันขุนศึกหมื่นอาชาก็ยังปราศจากความกลัวเกรง พลีตนจนตัวตาย...แต่พฤติกรรมวู่วามเช่นนี้ กลัวแต่ต้องจบอย่างอนาถในท้ายที่สุด“ฮ่า ๆ ๆ รัชทายาทกล้าหาญดังคาด!” เหมิงฉาหัวเราะเสียงดัง “ปกติยังนึกว่าท่านเป็นแต่สะบัดพู่กันขีดเขียน วันนี้ข้าอยากลองดูสิว่าฝีมือดาบกระบี่ของท่านจะล้ำลึกหรือไม่?”เพิ่งกล่าวจบ เหมิงฉาก็กวัดแกว่งขวานใหญ่พลางเดินประชิดไปทางเหลียงเทียนอี้ทีละก้าวรูปร่างใหญ่นั้น ร่างกายแข็งแรงนั้น แค่ยืนอยู่ก็สร้างแรงกดดันที่มองไม่เห็นแล้วทำให้หลาย ๆ คนเห็นแล้วอดเกิดใจกลัวอย่างหนึ่งขึ้นมาไม่ได้“อุ๊ย ท่านพี่จะเอาชนะสัตว์ประหลาดตัวนี้ยังไง?”เหลียงจื่อฝูที่อยู่บนปะรำหน้าทุกข์ร้อน สองมือบีบผ้าเช็ดหน้าแน่น สีหน้าซีดไปเล็กน้อยนางจ้องเหลียงเทียนอี้กลางลานฝึกซ้อม“ท่านพี่ไม่มีความสามารถด้านนี้เท่าไร ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเหมิงฉา!”ผู้เป็นน้องสาว

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1059

    เหลียงเทียนอี้ขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าราบเรียบ มองอารมณ์ไม่ออกแต่ในใจเขารู้ดี การต่อสู้ครั้งนี้ได้เปิดฉากอย่างเป็นทางการตั้งแต่เหมิงฉาเริ่มพูดแล้วนี่คือการหยามหน้า คือการหยามเหยียดอย่างชัดเจนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย“เป็นยังไง? องค์ชายสาม?”เหมิงฉาเมินเหลียงเทียนอี้ที่อยู่อีกทางหนึ่ง แล้วใช้สายตาท้าทายมองไปทางเหลียงเทียนจื้อ ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น “ได้ยินว่าฝีมือการใช้ดาบกระบี่ขององค์ชายสามค่อนข้างร้ายกาจ วันนี้ข้าขอท้าทายสักหน่อยเถิด”“มิเป็นไร” เหลียงเทียนจื้อฉีกยิ้ม ใบหน้าเปื้อนไปด้วยความกระหยิ่มใจจากนั้นก็ชักกระบี่ล้ำค่าคู่กายออกมาจากตรงเอวช้า ๆการต่อสู้ครั้งนี้ คือของเขาเท่านั้น!และเป็นเขาได้เท่านั้น!เขาต้องการให้ทุกคนรู้ว่าเขาเหลียงเทียนจื้อต่างหากที่เป็นผู้ชนะในท้ายที่สุดคนนั้น คือคนที่สามารถเอาชนะซยงหนูได้อย่างแท้จริง!......“ดูท่าทุกอย่างจะดำเนินไปตามแผนนะ”เหลียงจ้านอิงดื่มน้ำชาสบายใจเฉิบอยู่บนปะรำมองผลสะท้อนกลับอย่างอบอุ่นของเหล่าผู้ชม จิตใจยิ่งฮึกเหิมตื่นเต้นไม่พูดไม่ได้เลย ถ้อยคำนั้นของเหมิงฉาทำให้เกิดผลดีเยี่ยม สามารถชักจูงอารมณ์ของทุกคนได้ในพริบตาเขาเช

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1058

    ตกลงไว้แต่แรกว่าเป็นการแข่งขันรูปแบบปิด และไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร นอกจากราชวงศ์จะมิมีผู้ใดล่วงรู้ทว่าตอนนี้กลับแข่งขันในลานกว้างต่อหน้าธารกำนัล?หากท่านพี่แพ้มิต้องเป็นที่หัวเราะไปทั่วหรือ?“นี่ก็คือผลลัพธ์ที่ทางเหลียงชินอ๋องต้องการกระมัง?”ฉินอวิ๋นฟานนั่งลงด้านข้าง ยิ้มพูดอย่างเฉยชา “ในฐานะที่เป็นละครฉายซ้ำของวันนี้ พวกเขาแค่ต้องการให้ทุกคนได้เห็นความประดักประเดิดของเสด็จน้าเท่านั้น”แต่แพ้จากการต่อสู้เช่นนั้นผลลัพธ์ต้องเทข้างแน่โอรสสวรรค์ของต้าเหลียงที่กล่าวขานกลับแพ้ให้กับคนป่าเถื่อน ทั้งความสามารถยังมิสู้องค์ชายสามเหลียงเทียนจื้อขอเพียงมีการพูดประเภทนี้ต่อไป ไม่นานอัตราการสนับสนุนเหลียงเทียนจื้อก็จะพุ่งสูงลูกไม้พรรค์นี้ช่างโหดเหี้ยมนัก“น่ารังเกียจจริง ๆ...” คิ้วงามเหลียงจื่อฝูย่นยู่เล็กน้อย อดกระตุกมุมปากไม่ได้ “ไม่เคยคิดเลยว่าพวกเขาจะใช้วิธีการต่ำช้าเช่นนี้”“เมื่อวานท่านพี่ชนะการแข่งขันด้านบุ๋นกับซยงหนูในท้องพระโรง พวกเขาไม่เห็นจะพูดกันเลย เลวทรามจริง ๆ!”ฉินอวิ๋นฟานหัวเราะอย่างไม่ออกความเห็นเขากลับไม่ใส่ใจว่าเมื่อวานจะชนะหรือแพ้ วันนี้ต่างหากที่เป็นส่วนสำค

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 1057

    สำหรับเหลียงเทียนอี้ การแข่งขันในวันนี้ค่อนข้างน่าตกใจแต่ยังดีที่สุดท้ายเขาสามารถคลี่คลายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้พวกซยงหนูหน้าบึ้งตึง โจมตีจนพวกเขารับมือไม่ทันดูท่าปกติว่างเว้นจากการงานอ่านหนังสือให้มากจะมีประโยชน์...หลังประชุมเช้า เหลียงเทียนอี้ก็อดรนทนไม่ไหวบอกข่าวดีกับฉินอวิ๋นฟาน อยากแบ่งปันความสุขและความเปรมปรีดิ์ของตนแต่พอได้ยินฉินอวิ๋นฟานตอบกลับ เขาจึงตระหนักว่าเรื่องราวไม่ได้เรียบง่ายธรรมดาอย่างที่เขาคิดอย่างนั้น“การแข่งขันทางบู๊ในวันพรุ่งนี้จึงจะเป็นส่วนสำคัญอย่างแท้จริง”คำพูดราบเรียบประโยคหนึ่งของฉินอวิ๋นฟานทำให้ความยินดีปรีดาของเหลียงเทียนอี้ในแต่เดิมสูญสิ้น สีหน้าอึมครึมมากขึ้นเรื่อย ๆ“ข้าย่อมรู้ดี...แต่ปกติ คนที่จะชนะในการแข่งขันทางบู๊คงจะเป็นน้องสาม”เกี่ยวกับจุดนี้แทบไม่มีอะไรให้ลุ้นเพราะเหลียงเทียนจื้อร่ำเรียนกับเหลียงจ้านอิงแต่เล็ก อีกทั้งยังเคยเข้าสนามรบฟาดฟันกับศัตรู ด้านประสบการณ์การรบ จึงมีความคล่องมากกว่าเป็นธรรมดาเช่นนี้ หากคิดจะชิงคะแนนหนึ่งมาจากมือของเหลียงเทียนจื้อ คาดว่าต้องยากเป็นพิเศษเมื่อเห็นเหลียงเทียนอี้มีท่าทางปราศจากใจฮึดสู้ ฉินอวิ

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 352

    จางเต้าหลินพูดด้วยใบหน้าราบเรียบ “ในเมื่อพวกท่านพี่น้องต่างมีเป้าหมายเดียวกัน ข้าจะพูดได้หรือไม่ว่าที่ท่านทำก็เพื่อจะเอาชนะ จงใจผลักไสข่มรัชทายาท?!”ถูกจางเต้าหลินไต่ถามกะทันหัน สีหน้าองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองดำเป็นตับหมูฉับพลัน คำพูดนี้โต้กลับมาจนพวกเขาสองพี่น้องอ้าปากไม่ออกถ้าคำพูดนี้ออกมาจากปากของฉ

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 385

    “เฮ้ย! นี่มันอะไรกันเนี่ย?!”การปะทุกะทันหันของเย่ซื่อกวานทำเอาเริ่นซวี่ตกใจตัวกระตุก พลับนิ่งที่รังแกมานานอย่างนั้น กลับเป็นสัตว์ร้ายเหี้ยมเกรียมตัวหนึ่ง? นี่ทำเอาเขาตกใจขวัญเตลิด“เฮ้ย! นี่มันจะน่ากลัวไปแล้ว!”ลูกสมุนอีกคนตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ รีบสับขาวิ่ง พุ่งปรู๊ดเข้าไปในฝูงชน แต่น่าเสียดายที่เขาประเม

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 383

    “ลองว่ามาดูสิ เจ้าคิดจะลองยังไง?”ก็ขณะที่เย่ซื่อกวานใบหน้าหมดหวัง จู่ ๆ ก็มีเสียงทุ้มต่ำน่าเกรงขามโดยที่ไม่โกรธดังขึ้นมาจากด้านนอกของฝูงชน เมื่อทุกคนหันไปมอง เห็นเพียงชายหนุ่มสุภาพ รูปร่างสูงโปร่ง สองมือไพล่หลัง สาวเท้ายาวออกมาจากภัตตาคารต้าเฉียนการปรากฏตัวของฉินอวิ๋นฟานทำให้ทุกคนต่างแสดงสีหน้าประหล

  • รัชทายาทชะตาฟ้า   บทที่ 351

    “อ้อ? เชื่อแล้วจะยังไง? ไม่เชื่อแล้วจะยังไง?”ยามนี้ ดวงตาทั้งสองของฉินอวิ๋นฟานเปลี่ยนเป็นคมกริบขั้นสุดแล้ว กับการใส่ร้ายป้ายสีของทุกคน แต่ไรมาเขาฉินอวิ๋นฟานเถรตรง มีหรือจะยอมให้พวกเขาเชือดตามอำเภอใจ?ถ้าแม้แต่การเสียเปรียบพรรค์นี้เขายังกระเดือกลง เช่นนั้นต่อไปเขาจะยืนอยู่ในต้าเฉียนได้อย่างไร? จะคว้าช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status