องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน

องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน

โดย:  ใบไม้ร่วงในเมืองร้างจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
9.6
34 การให้คะแนน. 34 ความคิดเห็น
865บท
186.3Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ฉินซูจากยุคปัจจุบันกลับต้องข้ามมิติมายังสมัยโบราณ กลายเป็นองค์รัชทายาทผู้ไร้ค่าแห่งราชวงศ์ต้าเหยียน เพื่อความอยู่รอด เขาจึงต้องหาทางกลับมาแข็งแกร่งดังเดิม ในเวลานี้ ภายนอกถูกศัตรูรุกราน ภายในถูกขุนนางวางแผนร้าย เช่นนั้น เขาจึงควบม้าถือหอก ปราบปรามความวุ่นวาย กำจัดคนทรยศ ปราบปรามศัตรูต่างแคว้น ครองแผ่นดินทั้งหก เป็นที่โจษจันไปทั้งราชสำนัก

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

ร้านคาราโอเกะเจ๊จุง

‘ภูภามว์’ ทวนชื่อบนป้ายร้านคาราโอเกะเจ้าประจำในใจ ที่ประดับประดาไปด้วยแสงสีไฟพราวระยับราวกับดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง ก่อนจะปรายตามองมาทางบรรดาลูกน้องที่แหกปากร้องเพลงด้วยสกิลหลบลิขสิทธิ์ขั้นเทพอย่างคนหมดคำจะพูด

“ยายแล่มอีตอนสาว... ส๊าว...”

“ผิวขาวตาคมสมใจ โว้วๆ”  

“ฉันจะเล่ากล่าวตอนย้อนไป”

“อายุแกได้วัยปิ๊งพอดี ฮิ้วววว...”

สุดท้ายภูภามว์ก็ทนมองภาพบาดตาได้ไม่นาน ต้องยกแก้วเหล้าสีเข้มที่เจือผสมด้วยโซดาขึ้นมาดื่มย้อมใจ พร้อมผินหน้าหนีไปทางอื่นอย่างนึกละอายแทน

นี่พวกมันไม่นึกสงสารสาว ๆ หุ่นอวบอั๋น ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะ ที่นั่งประกบอยู่ข้างกายบ้างหรือไง ถ้าเป็นเขาคงมอมเหล้าตัวเองแล้วแกล้งหลับหนีไปเฝ้าพระอินทร์นานแล้ว

มีลูกน้องแบบนี้ชวนปวดกระบาลได้ไม่เว้นแต่ละวัน พอเหล้าเข้าปากที เหมือนปล่อยผีห่าซาตานออกจากร่าง สารรูปอย่างนี้ อย่าเที่ยวไปอวดอ้างที่ไหนเชียว ว่าเป็นคนในปกครองของนายภูภามว์ เจ้าของ ‘ไร่ภูพลาธร’

รู้ถึงไหน ! อายถึงนั่น !

คิดแล้วคนเป็นนายก็ได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับ ค่ำนี้เขาไม่ค่อยมีอารมณ์อยากสังสรรค์สักเท่าไร แต่เพราะวันนี้เป็นวันเงินเดือนออก ภูภามว์จึงถูกลูกน้องรบเร้าให้มาเลี้ยงฉลองด้วยกัน จนกลายเป็นธรรมเนียมประจำทุก ๆ สิ้นเดือนไปแล้ว

“นายครับ พวกผมต่ออีกสองกลมได้ไหมครับ”

ภูภามว์ที่พาใจตัวเองลอยออกไปนอกร้านพลางคิดในใจว่า อีกสักพักคงต้องชิ่งหนี หันกลับมามองเจ้าของเสียงเรียกอย่าง ‘สันติ’ ผู้เป็นมือขวาที่ทำงานกับเขามานานหลายปีด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

“เออ ! จะแดกอะไรก็สั่งเอา แล้วถ้าพรุ่งนี้ใครมาทำงานไม่ไหว กูจะเล่นรายตัวเลย คอยดู”

คนเป็นเจ้านายกระแทกเสียงใส่ ยกมือขึ้นมาชี้หน้าขู่เรียงตัว ทว่าสุดท้ายภูภามว์ก็ยอมให้พวกมันอีกตามเคย สิ้นเดือนทั้งที แทนที่คนจ่ายเงินจะถูกปรนเปรอบ้าง กลับกลายเป็นว่า เขาถูกพวกมันลากออกมาให้เป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้าเสียนี่

เหอะ ! ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง จะหาเจ้านายแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก ถ้าไม่ใช่ไอ้ภูภามว์คนนี้

“แหม... ทำงานด้วยกันมาตั้งนาน นายยังไม่รู้อีกเหรอครับ ว่าพวกผมแยกแยะได้ งานเป็นงาน ! เล่นเป็นเล่นครับ !”

สันติยืดอกอวยตัวเองด้วยท่าทีจริงจัง ซึ่งขัดกับแววตาและสีหน้าที่ฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างสิ้นเชิง “เจ๊จุง ! เจ๊จุงหนาย... ขอเหล้าเพิ่มหน่อยคร้าบ...” ก่อนจะตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงยานคาง เรียกเจ้าของร้านมารับออร์เดอร์ท่ามกลางเสียงดนตรีหมอลำที่ดังอึกทึกไปทั่วร้าน

ทำเอาคนเป็นนายได้แต่ส่ายหัวอย่างอิดหนาระอาใจ ล้วงกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเตรียมเฉ่งบิลค่าเสียหาย แล้วกะจะชิ่งหนีกลับก่อน เพราะขืนอยู่ดึกกว่านี้ เสียงแหกปากร้องเพลงของพวกมันคงทำเขาฝันร้ายตลอดทั้งคืน

“ว่าไงจ๊ะ สุดหล่อของเจ๊ จะเอาอะไรเพิ่ม สั่งมาได้เลยจ้ะ เด็กเจ๊รอจดอยู่”

รอไม่ถึงหนึ่งนาที ‘เจ๊จุง’ เจ้าของร้านในวัยเหยียบเลขห้า แต่ยังคงความแซ่บไว้มากโข ก็ปรากฏตัวมาพร้อมกับเด็กในร้านที่เดินก้มหน้าตามหลังมาติด ๆ เหมือนทุกครั้ง

ทว่าวันนี้... ในสายตาของภูภามว์กลับเห็นต่างออกไป เขาไม่เคยเห็นหน้าเด็กคนนี้ในร้านมาก่อน

หรือจะเป็นเด็กใหม่เจ๊จุง ?

โคตรแจ่ม ! มุมริมฝีปากหยักมีรอยยิ้มมาดร้ายแต่งแต้มน้อย ๆ ตอนที่ภูภามว์ยอมรับกับตัวเองว่าสนใจเด็กใหม่คนนี้อย่างไม่คิดปิดบังความรู้สึก

จากที่เบื่อ ๆ มีเนื้อ นม ไข่ มาเสิร์ฟเป็นอาหารตาครบขนาดนี้ ค่อยเจริญหูเจริญตาขึ้นมาหน่อย

สงสัยคืนนี้จะไม่ได้กลับบ้านไวแล้วละมั้ง ไอ้ภูภามว์เอ๊ย...

“เอาเหมือนเดิมสามกลมเจ๊จุง แล้วก็น้ำแข็งสี่ถัง”

“อะ ลูกสาวจดตามที่พี่เขาบอกค่ะลูก” เจ้าของริมฝีปากสวยที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดหันไปออกคำสั่งกับเด็กสาวคนใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานในร้านได้แค่สามวัน “แค่นี้เหรอคะ สุดหล่อของเจ๊” ก่อนจะหันไปถามความต้องการเพิ่มเติมของลูกค้าอีกรอบ

“แล้วก็เอากับแกล้มแซ่บ ๆ มากระแทกปากอีกชุดด้วยครับ เจ๊จุงคนสวย”

“ได้จ้ะ พ่อสันติคนหล่อ” เจ๊จุงจีบปากจีบคอป้อนคำหวานให้ลูกค้ากลุ่มประจำได้ไหลลื่นอย่างไม่มีติดขัด “ชมเจ๊ขนาดนี้ เดี๋ยวคืนนี้เจ๊แถมน้ำแข็งให้หนึ่งถัง” จากนั้นถึงหันไปกระซิบบอกคนข้างหลังให้รีบเอาออร์เดอร์เข้าไปส่งในครัว ส่วนตัวเองก็ยืนอ้อล้อกับแขกต่ออีกพักใหญ่

ภูภามว์หาได้ใส่ใจกับสิ่งที่ลูกน้องสั่งเกินกว่าที่ตกลงกันไว้แต่แรก

ดวงตาลุ่มลึกเอาแต่จับจ้องเจ้าของร่างเล็กในชุดเดรสสีขาวตัวสั้น ที่แหวกอกลึกเกือบถึงสะดือ เผยให้เห็นความอวบอิ่ม มีน้ำมีนวล น่าฟัดน่ากอด ซึ่งเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจรดปลายปากกาหยุกหยิกลงบนสมุดในมือ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองคนสั่งด้วยซ้ำ กระทั่งเดินห่างจากโต๊ะไป

“คุณภามว์ล่ะคะ ไม่รับอะไรเพิ่มเหรอ คืนนี้คุณภามว์ดูไม่สนุกเลย หรือว่าเบื่อเด็กร้านเจ๊แล้ว”

เจ๊จุงผละออกจากวงสนทนาใหญ่ แล้วหันมาสนใจเจ้าของไร่ภูพลาธรบ้าง เมื่อสังเกตเห็นว่าค่ำคืนนี้ลูกค้ากระเป๋าหนักดูนั่งไม่ค่อยติดเก้าอี้สักเท่าไร ปกติคุณภูภามว์จะเรียกเด็กอย่างน้อยหนึ่งคนมานั่งประกบข้างคอยเอาอกเอาใจ เผลอ ๆ ลากกันไป ‘เอา’ อย่างอื่นนอกรอบก็มีหลายต่อหลายครั้ง

แต่คืนนี้ไม่ ! แถมเหล้าในแก้วก็ไม่ค่อยพร่อง ปล่อยทิ้งจนน้ำแข็งละลายเสียดายของ

ไม่รู้หรือไงว่าทำเจ๊จุงขาดรายได้ไปหลายร้อยบาทเลยเชียว !

“ผมจะไปเบื่อเด็กร้านเจ๊ได้ยังไงล่ะครับ” ...ก็ในเมื่อระแวกนี้ มีร้านเจ๊จุงแค่ร้านเดียวที่สร้างความจรรโลงใจให้เขาได้ยาม ‘เปล่าเปลี่ยว’ ภูภามว์รีบแย้งเจ๊จุงแล้วเก็บประโยคท้ายไว้ในใจ

“เมื่อกี้เจ๊เห็นสายตาคุณภามว์มองเด็กเจ๊นะคะ” แม้อายุจะใกล้เลขห้า แต่สายตาเจ๊จุงคนนี้มองทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งของจิตใจชายฉกรรจ์ทั้งหลายได้ไม่ยาก ไม่งั้นหล่อนคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้ได้นานเกือบยี่สิบปี  

“เจ๊จุงรู้ใจผมเสมอครับ” แววตาดำมืดทอประกายพึงพอใจ

ถึงอาหารร้านเจ๊จุงจะไม่ค่อยถูกปากเขา แต่เหล้ากับเจ๊จุงจริงใจกับเขาเสมอ

“เด็กใหม่เหรอครับ อายุถึงยี่สิบหรือยัง”

เพราะต่อให้สวยจนเขาหน้ามืดแค่ไหน หากอายุเด็กคนนั้นทำเขาเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ภูภามว์ก็ขอลา จากที่สำรวจด้วยเนื้อตาเปล่าคร่าว ๆ ถึงนมจะระดับมหา’ลัย แต่หน้าตาพริ้มเพราจิ้มลิ้มนั่น ถ้าบอกว่าเรียนอยู่มัธยมฯ เขาก็เชื่อ

“แหม... คุณภามว์ก็ ! พูดเหมือนไม่รู้จักเจ๊ไปได้” ก่อนจะรับผู้หญิงแต่ละคนเข้าทำงาน เจ๊จุงเช็กประวัติละเอียดยิบ เรื่องค้าประเวณี หรือทำผิดกฎหมายอะไรเทือกนั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นที่ร้านคาราโอเกะเจ๊จุงแน่นอน

“แล้วคนนี้เจ๊จัดให้ผมได้ไหมครับ” ถ้าเจ๊จุงนอนยันว่าไม่มีปัญหา ภูภามว์ก็กล้าขออย่างตรงไปตรงมา

“คนนี้เจ๊เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะ”

“...” ม่านตาที่เคยมีประกายวาววับหดรัดลงทันตาเห็น

“คุณภูภามว์ก็รู้ว่าเจ๊ไม่เคยบังคับเด็ก” ตอนเข้ามาทำงานวันแรก เด็กคนนั้นยืนยันว่าไม่รับ ‘งานอย่างว่า’ ซึ่งหล่อนก็พร้อมทำตามข้อตกลง แล้วอีกอย่างรูปลักษณ์ของเด็กคนนั้นก็สามารถดึงดูดแขกเข้าร้านได้ หล่อนสนใจเพียงเท่านี้

แต่ถึงกระนั้น... บนโลกใบนี้ก็ยังมีคำว่า ข้อยกเว้น “...เว้นเสียแต่ว่า คุณภูภามว์จะเข้าไปคุยกับเด็กเจ๊ด้วยตัวเอง น้องเขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะคะ”

เพราะนอกจากคนตรงหน้าหล่อนจะเป็นถึงเจ้าของไร่ภูพลาธร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร ไหนจะฟาร์มโคนมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ติดอันดับท็อป3 ของเอเชียแล้ว คุณภูภามว์ทั้งยังหนุ่ม ยังแน่น และยังหล่อเหลาเอาการ หาตัวจับยาก

จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่โง่ปฏิเสธ !

“ถ้าเด็กเจ๊จะเล่นตัวขนาดนั้น ผมก็ไม่เอาด้วยหรอก ! เช็กบิลโต๊ะนี้ได้เลย ถ้าพวกมันจะสั่งต่อ เจ๊ลงบิลไอ้สันไว้ก็แล้วกัน ผมจะกลับแล้ว ง่วงนอน !”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

คะแนน

10
91%(31)
9
0%(0)
8
6%(2)
7
0%(0)
6
0%(0)
5
0%(0)
4
0%(0)
3
0%(0)
2
0%(0)
1
3%(1)
9.6 / 10.0
34 การให้คะแนน · 34 ความคิดเห็น
เขียนรีวิว

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

06_03_01 Mr.Kumpon Homchuen
06_03_01 Mr.Kumpon Homchuen
ไม่มาสับดานี้จะได้ลยแอพครับ
2025-08-07 19:24:45
0
0
อภิรักษ์ วรรณโกเมศ
อภิรักษ์ วรรณโกเมศ
เมื่อไหร่เล่ม2จะมาครับ รอเกือบเดือนล่ะ
2025-08-06 21:00:48
0
0
Patchara Bunlom
Patchara Bunlom
ไม่อัพต่อแล้วหรอครับ
2025-07-24 12:15:38
3
1
Suriyawut Omkaew
Suriyawut Omkaew
ขอเล่มที่ 2 ครับ
2025-07-16 19:45:28
3
1
yont302206yont302206
yont302206yont302206
เรื่อยๆแต่กรุณาอย่าเทเหมือนเจ้าอื่นนะครับ
2025-04-06 19:06:51
0
0
865
บทที่ 1
ราชวงศ์ต้าเหยียน ชานเมืองหลงเฉิง เขาต้าอวี่“ตายซะ!”เสียงคำรามดังกึกก้อง ดาบคมกริบที่มีแสงเย็นเฉียบแทงเข้าหาหัวใจของฉินซูเร็วยิ่งกว่าสายฟ้า“คุ้มกันองค์รัชทายาท!”ราชองครักษ์หลายนายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉินซูตะโกนลั่นด้วยความโกรธ พลางชักดาบขึ้นสู้ในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้กัน ฉินซูมีแววตาเลื่อนลอย‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น?‘‘เมื่อกี้ข้ายังอยู่กับเทพีสงครามผู้งดงามในห้องอยู่เลยมิใช่หรือ?’‘ไฉนจู่ ๆ ข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?‘ขณะที่เขากำลังสงสัยอยู่นั้น จู่ ๆ ก็รู้สึกปวดศีรษะแปลบ ความทรงจำที่มิใช่ของตัวเองไหลเข้ามาในสมองราวกับน้ำป่าไหลหลาก!ราชวงศ์ต้าเหยียน... รัชทายาท…‘(สะอึก!) นี่ข้าข้ามมิติมาแถมยังกลายเป็นองค์รัชทายาทของราชวงศ์ต้าเหยียนไปแล้วจริง ๆ หรือนี่!‘ฉินซูตื่นตัวอย่างรวดเร็ว มิคิดมิฝันว่าการข้ามมิติที่เคยอ่านในนิยายจะเกิดขึ้นจริงกับตัวเองในขณะที่เขากำลังประหลาดใจ เหล่าราชองครักษ์ก็ถูกมือสังหารฟันลงไปกองกับพื้น(เสียงชักดาบออกมาพร้อมกัน)มือสังหารสวมหน้ากากเจ็ดหรือแปดคนถือดาบล้อมรอบเขาไว้หนึ่งในนั้นตะโกนอย่างเย็นชา “ฉินซู ถึงขนาดนี้แล้ว เจ้ายังมิยอมฆ่าตัวตายอีก รอหาอะไ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
เห็นสระเลือดอยู่มิไกลเบื้องหน้า!ฉินเหยี่ยนพูดด้วยความมิเชื่อ “เลือดพวกนี้ หรือว่าเป็นของคนพี่สี่?”คนสนิทคนหนึ่งโบกมือแล้วสั่งคนที่อยู่ข้างหลังว่า “ไปสำรวจบริเวณรอบ ๆ เดี๋ยวนี้!”เหล่าบรรดาองครักษ์แยกย้าย!หลังจากนั้นมินานพวกเขาก็รีบวิ่งกลับ แต่ละคนส่ายหัวแล้วพูดว่า “องค์ชาย นอกจากที่นี่แล้วไม่มีร่องรอยเลือดที่อื่นเลยพ่ะย่ะค่ะ”ฉินเหยี่ยนขมวดคิ้วและพึมพำ “เป็นไปได้อย่างไร? หรือว่าพวกเขาทั้งหมดถูกไอ้สารเลวฉินซูนั่นฆ่าตายหมดแล้ว?”“องค์ชาย พวกที่ท่านอ๋องซิ่นส่งมาล้วนเป็นยอดฝีมือทั้งสิ้น องค์รัชทายาทมัวเมาในสุราเคล้านารีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่มีกำลังพอที่จะฆ่าคนพวกนั้นได้ กระหม่อมจึงมั่นใจว่า ต้องมียอดฝีมือคอยแอบช่วยเหลืออยู่เป็นแน่ มิเช่นนั้น องค์รัชทายาทย่อมมิอาจอยู่รอดปล่อยภัยได้แน่พ่ะย่ะค่ะ!”หลังจากได้ยินสิ่งนี้ฉินเหยี่ยนก็พยักหน้าช้า ๆ “ตัวข้าก็สงสัยอยู่ว่า เหตุใดฉินซูถึงกล้าฆ่าเฉินฉวิน ที่แท้เขาอาศัยความช่วยเหลือจากยอดฝีมือในเงามืด เดิมทีข้าวางแผนที่จะรอให้คนของอ๋องซิ่นฆ่าฉินซูแล้วคอยจับมือสังหารเหล่านั้น ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!”“เช่นนั้นเราควรทำอย่างไรดีหรือพ่ะย่ะค่ะ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
ในพระตำหนักจินหลวนอันอันสง่างามและโอ่อ่าฉินอู๋ต้าว จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าเหยียน สวมฉลองพระองค์ลายมังกร นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรพระพักตร์ดูสง่างาม มิมีแววโกรธแต่ยังดูทรงอำนาจมิว่าจะเป็นขมับที่ขาวโพลน หรือรอยย่นสามเส้นบนหน้าผาก ล้วนแต่บอกเล่าถึงความเหนื่อยล้าจากการทรงงานราชการตลอดทั้งวันใต้บันไดหยก มีเก้าอี้ไม้หนานมู่เนื้อทองสองตัวอยู่ทางซ้ายและขวา มีชายชราสองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล่านั้นคนทางซ้ายสวมชุดขุนนางสีม่วง และเข็มขัดสีทองลายดอกไม้เลื้อยรอบเอวแม้ว่าเขาจะอายุเกินเจ็ดสิบปีแล้วแต่เขาก็เต็มไปด้วยพลังและกระปรี้กระเปร่า!มิใช่ใครอื่นนอกจากผู้อาวุโสแห่งสำนักขุนนางใหญ่!คนทางขวามีอายุเท่าเว่ยเจิงสวมชุดนักปราชญ์ บนคางมีหนวดเคราสีเทายาวประมาณสามนิ้ว ในมือถือเข็มทิศหยกขาวไว้เสื้อคลุมสีเทาของเขาปักลวดลายของกลุ่มดาวหมีใหญ่ทั้งเจ็ดดวง!แววตาของเขาดูลึกซึ้งและสงบ แต่การเคลื่อนไหวเฉียบคมราวกับสามารถมองทะลุทุกสิ่งในใต้หล้าได้ในพริบตามิใช่ใครอื่นนอกจากเหลยเจิ้น หัวหน้าโหรหลวงแห่งสำนักหอดูดาวหลวง!ชายสองคนนี้เป็นทั้งขุนนางที่มีอิทธิพลอย่างมากในราชวงศ์ต้าเหยียน และได้รับความไว้วา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ดูเหมือนหนิวจินจะมิตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ เขาถือดาบและตะโกนด้วยเสียงทุ้ม “ฉินซูปล่อยองค์ชายของกระหม่อมเดี๋ยวนี้!"ฉินซูยิ้มอย่างดูแคลนและมองเขาราวกับว่าเขากำลังมองร่างไร้วิญญาณ!ทันใดนั้นใบหน้าของเฉิงจืออี้มืดครึ้มลงทันที เขาสังหรณ์ใจมิดีเสียแล้ว!เขากำลังจะขอให้หนิวจินวางดาบลงแต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงแหลมดังขึ้น“ฉึก!”เลือดพุ่งออกมาบนหน้าผากของหนิวจินทันทีจากนั้นก็หงายหลังล้มลงในแอ่งเลือด!หลังจากขุนนางทั้งหมดตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก็หันไปมองที่เหลยเจิ้นบุคคลเดียวที่สามารถฆ่านักรบอันดับหนึ่งของเป่ยเยี่ยนได้อย่างง่ายดาย คงมีเพียงหัวหน้าโหรหลวงเท่านั้นฉินซูยังลอบเหลือบมองเหลยเจิ้น และแอบพยักหน้าในใจสามารถใช้กำลังภายในฆ่าคนได้โดยมิเผยกำลังภายนอกเช่นนี้ หัวหน้าโหรหลวงผู้นี้เป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าอย่างแท้จริงเขาอยากรู้มากว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเหลยเจิ้นไปถึงขั้นไหนแล้วตั้งแต่ที่เขาเดินทางข้ามมิติมาจนถึงตอนนี้ เขายังมิได้เข้าใจระบบการบ่มเพาะของใต้หล้านี้เลยส่วนเจ้าของร่างดั้งเดิมขององค์รัชทายาทนั้น มิรู้อะไรเลยเกี่ยวกับวรยุทธ ดังนั้นฉินซูจึงมิได้รับข้อม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
ฉินอู๋ต้าวเหลือบมองฉินซู และถามอย่างใจเย็น “องค์รัชทายาท เจ้ามีแผนการดี ๆ จริงรึ?”ฉินซูพูดอย่างใจเย็น “ทูลเสด็จพ่อ กระหม่อมไม่มีความคิดดีๆ เลยพ่ะย่ะค่ะ"ทันทีที่เขาพูดจบ ฉินเหยี่ยนก็พูดด้วยความเย้ยหยัน “เมื่อเสด็จพี่องค์รัชทายาท ตอนท่านวิจารณ์ทูตของเป่ยเยี่ยน ดูดุดันมากเพียงนั้น ตอนนี้กลับบอกว่าไม่มีความคิดดี ๆ อะไรเลย นี่มิไร้สาระไปหน่อยหรือ?"“เช่นนั้น หากไม่มีแผนดี ๆ แล้วท่านยังจะเสนอให้ทำสงครามอีกหรือท่านอยากเห็นต้าเหยียนของเราตกที่นั่งลำบาก หรือท่านอยากอวดตัวต่อหน้าเหล่าขุนนางในท้องพระโรงกันแน่?”ฉินหงก็สนับสนุนทันที เขามิอยากพลาดโอกาสที่จะได้เหยียบย่ำองค์รัชทายาทต่อหน้าขุนนางทั้งหลายเช่นนี้หลินซียังถามอีกว่า “ในเมื่อองค์รัชทายาทไม่มีแผนการในใจ เหตุใดท่านถึงมิเห็นด้วยกับการคืนเมืองชิ่งโจวให้กับเป่ยเยี่ยนเล่า?”ฉินซูวางมือไพล่หลังและส่งเสียงฮึมฮัม “หึ เมืองชิ่งโจวเดิมทีเป็นดินแดนของต้าเหยียน เหล่าทหารพยายามอย่างยากลำบากกว่าจะยึดกลับคืนมาได้ แต่พวกเจ้ากลับต้องการคืนชิ่งโจวให้เป่ยเยี่ยน การกระทำเช่นนี้มิเพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของเราเท่านั้น แต่ยังบ่อนทำลายขวัญกำลังใจ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
ฉินหงขมวดคิ้วและถามว่า “ไฉนท่านมองข้าเช่นนั้นเล่า?”ฉินซูยิ้มอย่างสงบและพูดว่า “ไม่มีอะไร ข้าแค่อยากจะบอกว่า หากมู่หรงฟู่มิชอบก็ยังมีหลินชิงเหยามิใช่รึ?”บุตรีสุดที่รักของใต้เท้าหลินเป็นหนึ่งในห้าของสาวงามแห่งหลงเฉิงของเรา ด้วยความงามเช่นนี้ ตราบใดที่มู่หรงฟู่มิใช่ขันที ก็คงไม่มีทางที่เขาจะมิถูกนางล่อลวงหรอกใช่หรือไม่?”ครั้นได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของฉินหงก็แสดงถึงความมิพอใจทันใด!ขุนนางคนอื่น ๆ ก็มีการแสดงออกที่แตกต่างกันออกไปมีผู้ใดมิรู้บ้างเล่าว่า หลินชิงเหยาเป็นคนรักของอ๋องฉี ฉินหง เมื่อฉินซูพูดเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาอยากมีปัญหากับอ๋องฉีใช่หรือไม่?สีหน้าหลินซีดูมิพอใจ เขาประสานมือและโค้งคำรับไปทางฉินอู๋ต้าว “ฝ่าบาท บุตรีของข้าน้อยมีคนที่นางรักอยู่แล้ว ข้าน้อยมั่นใจว่าฝ่าบาทจะมิ…”ยังมิทันที่เขาจะพูดจบฉินอู๋ต้าวก็โบกมือและขัดจังหวะเขา“เสนาบดีหลิน เรื่องยังมิไปถึงขั้นนั้น ไฉนเจ้าต้องตื่นตระหนกนัก?”“ข้าน้อย… ข้าน้อยเพียงกังวล…”“มีสิ่งใดให้กังวลนัก? แม้ว่านางจะแต่งงานกับมู่หรงฟู่โดยมีข้าสนับสนุน เช่นนั้นเจ้าก็กลัวว่ามู่หรงฟู่จะกล้ารังแกนางรึ? อีกอย่างข้าเพิ่งบอกว่าเรื่องยั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
เหลยเจิ้นมิตอบทันที แต่ชี้ไปที่หัวของตนฉินอู๋ต้าวขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้าหมายถึงอะไร?”“ทูลฝ่าบาท ปีนี้ดาวแห่งจักรพรรดิจะเข้าสู่วังชีวิต ทำลายอิทธิพลชั่วร้าย ดาวดวงอื่น ๆ หลับใหล นี่เป็นตัวบ่งบอกถึงจำนวนภัยพิบัติ อย่างไรก็ตาม เมื่อดาวไท่เวยอยู่ข้าง ๆ วังชีวิต เคราะห์ร้ายก็คลายกังวล หลังจากวันชุนเฟินในปีหน้า ครั้นดาวทุกดวงกลับคืนสู่ตำแหน่ง ไทเว่ยก็จะถูกขับออกจากตำแหน่ง"“เจ้ากำลังบอกว่า องค์รัชทายาทคือกุญแจสำคัญที่ช่วยป้องกันข้าจากเคราะห์ร้ายรึ?”เหลยเจิ้นพยักหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “พ่ะย่ะค่ะ ก่อนที่ดวงดาวจะกลับสู่ตำแหน่ง ต้องมิรบกวนไท่เวย มิเช่นนั้นโชคร้ายร่วงหล่นจากสวรรค์ ทั่วหล้าโกลาหลวุ่นวาย แคว้นจะตกอยู่ในอันตรายพ่ะย่ะค่ะ!”การแสดงออกของฉินอู๋ต้าวเริ่มจริงจังหากมีใครพูดเช่นนี้เขาคงจะสั่งให้ลากคนผู้นั้นออกไปตัดศีรษะแล้วทว่ายามนี้คำพูดที่มาจากปากของหัวหน้าโหรหลวงแห่งสำนักหอดูดาวหลวง เขาก็มิกล้าที่จะนิ่งนอนใจท้ายที่สุดแล้ว ความสามารถของเขาในการขึ้นสู่บัลลังก์นั้นขึ้นอยู่กับวิธีการทำนายที่ลึกลับยากจะคาดเดาของเหลยเจิ้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คำทำนายทั้งหมดของเหลยเจิ้นนั้นเป็
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
ฉินหงตะลึงตัวแข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่งและรีบอธิบายว่า “มิใช่เป็นแน่ ตอนนั้นข้าเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว ข้าจะมิยอมให้อะไรเกิดขึ้นกับเจ้าเด็ดขาด”หลินชิงเหยาเยาะเย้ยในใจ คร้านจะพูดอะไรกับเขามากกว่านี้ฉินหงพูดกับตัวเองว่า “วันนี้ตัวข้าอารมณ์ดี ไปล่องเรือในทะเลสาบกันเถอะ”หลินชิงเหยาส่ายหัวด้วยสีหน้าเย็นชา "หม่อมฉันขออภัยเพคะ วันนี้หม่อมฉันรู้สึกมิสบายนิดหน่อย หม่อมฉันคงไปกับท่านอ๋องมิได้ โปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ"ฉินหงถามด้วยความเป็นห่วง “เจ้าเป็นอะไรไป? ให้ข้าเรียกหมอมาดีหรือไม่?"“มิเป็นไรเพคะ หม่อมฉันแค่เวียนหัวนิดหน่อย เพียงต้องพักผ่อนเพคะ”“ก็ได้ เช่นนั้นเจ้าพักผ่อนก่อน หลังจากโค่นฉินซูองค์รัชทายาทไร้ประโยชน์ลงได้แล้ว ข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวชมสถานที่ดี ๆ”หลังจากพูดเพิ่มเติมเล็กน้อย เขาก็หันหลังกลับเดินออกไปอย่างมิเต็มใจเมื่อมองดูร่างที่จากไปของเขา ดวงตาของหลินชิงเหยาก็สั่นไหว หัวใจของนางดิ้นรนกับอารมณ์ที่ขัดแย้งกันหลินชิงเหยา สวมเสื้อคลุมสีดำ เดินออกจากประตูหลังจวนอย่างเงียบ ๆ และมุ่งตรงไปยังตำหนักบูรพา……ตำหนักบูรพาขันทีน้อยหลายคนยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกห้องทรงพระอักษรด้วย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
หลังจากที่หลินชิงเหยาได้สติ นางก็หัวเราะกับตัวเอง “ดูเหมือนว่าหม่อมฉันจะเข้าไปยุ่งโดยมิจำเป็น วางพระทัยเถิดเพคะ องค์รัชทายาท หม่อมฉันจะมิเข้ามารบกวนท่านอีก"นางดูหดหู่ใจ ความโศกเศร้าจาง ๆ ยังคงอยู่บนใบหน้าอันบอบบางของนาง หลังจากพูดเช่นนั้นแล้วนางก็หันหลังเดินจากไปสตรีผู้นี้มีความรู้สึกต่อเขาอย่างเห็นได้ชัด!ฉินซูยิ้มอย่างมีเสน่ห์ พลันคว้าแขนขาวดั่งหยกอันละเอียดอ่อนของหลินชิงเหยาแล้วดึงนางเข้าไปในอ้อมอกร่างกายที่บอบบางของหลินชิงเหยาสั่นสะท้าน และตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้เมื่อตระหนักรู้ตัวได้เช่นนั้นนางก็พยายามจะแยกตัวออกนางเริ่มตะโกน“องค์รัชทายาท ท่านจะทำอะไร ปล่อยหม่อมฉันเดี๋ยวนี้!”ฉินซูยื่นมือออกมาเชยคางของนางแล้วจ้องมองเมื่อสบกับสายตาเจ้าเสน่ห์ของฉินซู หลินชิงเหยาก็อดมิได้ที่จะตะลึงเล็กน้อยตอนนั้นเองที่นางสังเกตเห็นรูปลักษณ์อันหล่อเหลาขององค์รัชทายาทไร้ค่า คิ้วคมโดดเด่น และดวงตาที่น่าดึงดูดและนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมองนางด้วยสายตาอันลึกซึ้งเช่นนี้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าอ๋องฉีฉินหงจะบอกว่าเขารักนางก็ตามแต่เขามักจะมองนางด้วยท่าทางวางตัวราวกับว่าคว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
เฉิงจืออี้กล่าวอย่างมีความหมาย “หลังจากมาถึงหลงเฉิงแล้ว กระหม่อมได้ยินมาหลายครั้งว่า เหล่าองค์ชายและองค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียนมิลงรอยกัน ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร องค์ชาย หากท่านประสงค์ทวงคืนศักดิ์ศรี ท่านสามารถร่วมมือกับเหล่าองค์ชายแห่งต้าเหยียนได้พ่ะย่ะค่ะ”“เป็นความคิดที่ดี!”มู่หรงฟู่ตบต้นขาของตนในทันใด และลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นแต่หลังจากสงบลงแล้วเขาก็ถอนหายใจด้วยความหดหู่ “วันนี้เราก่อความวุ่นวายในราชสำนักต้าเหยียน องค์ชายแห่งต้าเหยียนเหล่านี้คงเกลียดเราแล้วจะมีใครร่วมมือกับเราอีกหรือ?”“องค์ชาย หาอย่าได้ประมาทความยั่วยุของตำหนักบูรพา องค์ชายเหล่านั้นต่างรอมิไหวที่จะได้เหยียบย่ำฉินซูพ่ะย่ะค่ะ”“แล้วตามที่ขุนนางอาวุโสเฉิงบอก เราควรร่วมมือกับองค์ชายคนใดดีเล่า?”เฉิงจืออี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “องค์ชายสามฉินหงหรือองค์ชายหกฉินเหยี่ยนแห่งต้าเหยียน ทั้งสองเผชิญหน้ากับฉินซูในราชสำนักในวันนี้ พวกเขาจะตกลงร่วมมือกับเราอย่างแน่นอน”มู่หรงฟู่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เรื่องนี้มิควรล่าช้า เราไปคุยกับพวกเขาตอนนี้เถิดพ่ะย่ะค่ะ”“องค์ชาย หากออกไปเช่นนี้จะถูกดึงดูดความสนใจ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status