แชร์

บทที่ 9 โดนกัดแล้วโว้ยยยยย!

ผู้เขียน: Sapphiros S. N.
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 15:37:02

บทที่ 9

โดนกัดแล้วโว้ยยยยย!

"เอาล็อกเกตฉันคืนมา!"

โดยที่ไม่มีใครคาดคิดอาร์เธอร์พุ่งตัวไปหาคลินตันที่ห้อยล็อกเกตของเขาอยู่บนคอ ในหัวของคลินตันกลับมีอีกเสียงหนึ่งแทรกเข้ามา 'รีบมากัดฉันเร็วเข้า!'

ที่อาร์เธอร์เลือกมาทางคลินตันนั้นเป็นเพราะว่าเจ้าแวมไพร์ตนนี้หลงมัวเมาในกลิ่นของเขาเข้าไปแล้ว การควบคุมจิตใจก็จะง่ายยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นที่เขาต้องทำก็แค่ควบคุมให้คลินตันกัดเขา เสร็จแล้วก็ไปต่อสู้กับแวมไพร์อีกสองตนเปิดทางหนีให้กับเขา

คลินตันหัวเราะร่า อ้าแขนรับเหยื่อที่วิ่งเข้ามาสู่เงื้อมมือของเขาด้วยเอง "ฮ่าๆๆ เหยื่อเลือกที่จะเป็นของข้า พวกเจ้ากลับไปเสีย!"

อาร์เธอร์ใส่พลังควบคุมจิตใจผ่านกางเขนเงินลงไปมากกว่าเดิม 'คลินตัน กัดฉันเดี๋ยวนี้!'

คลินตันถูกควบคุมจิตใจอย่างไม่คิดต่อต้าน ก้มลงดอมดมกลิ่นหอมหวานของเหยื่อในอ้อมแขน "อา หอมยิ่งนัก"

'เร็วเข้าสิ!'

"ไม่รีบ"

"ห๊ะ?"

"ไว้พาเจ้ากลับคฤหาสน์ก่อน เราค่อยมาสนุกกัน"

อาร์เธอร์อ้าปากค้าง เขาได้เห็นความคิดในหัวของคลินตัน เจ้าบ้านี่ไม่ได้แค่อยากสูบเลือดเขาจนหมดตัวแบบในครั้งที่แล้วแต่จะเอาเขาไปทำเป็นถังไวน์ส่วนตัว!

ถังไวน์ของแวมไพร์นั้นก็เหมือนกับฟาร์มนมวัวหรือฟาร์มไข่ไก่ แวมไพร์หลายๆ ตระกูลมักจะจับมนุษย์ไปขังไว้เพื่อใช้เป็นโรงงานผลิตเลือดที่ไม่มีวันหมดไป ขอเพียงไม่กัดก็จะไม่ติดเชื้อและไม่ตาย จากนั้นก็ดูดเลือดไปครั้งหนึ่งให้เหลือพอที่มนุษย์จะมีชีวิตรอดอยู่เพื่อสร้างเลือดขึ้นมาใหม่ ในสามเดือนต่อมาก็จะมาสูบไปใหม่อีก วนเวียนไม่รู้จบสิ้น เหมือนกับถังหมักไวน์ที่เปิดก็อกเทไวน์ออกมาได้ไม่มีสิ้นสุด

ไอ้แวมไพร์สารเลวนี่ไม่มีความคิดที่จะกัดเขาในตอนนี้เพราะต้องการจะเอาเขาไปขัง ล่ามโซ่ไว้ในห้องนอน สูบกินเลือดออกไปจากร่างวันละนิดๆ จนทนไม่ไหวค่อยเลี้ยงดูฟูมฟักให้อุดมสมบูรณ์ใหม่แล้วละเลงอาหารจานนี้ต่อ เป็นถังไวน์ที่มีเพียงเขาที่ได้ละเลียดลิ้มลอง แค่เห็นภาพแผนการบัดซบในหัวของเขาอาร์เธอร์ก็เลือดขึ้นหน้าแล้ว!

อาร์เธอร์รีดเค้นพลังควบคุมเพิ่มเข้าไปในกางเขนเงินอีก แต่คลินตันเพียงแค่กุมศีรษะด้วยความมึนงงเท่านั้น ต้องโทษกางเขนเงินระดับฮันเตอร์ฝึกหัดบ้านี่ที่ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อนำส่งพลังในปริมาณมากออกไปได้ ในเมื่อความตั้งใจในการจับเขาไปทำเป็นถังไวน์ส่วนตัวของคลินตันนั้นแรงกล้าเป็นอย่างมาก พลังอันน้อยนิดที่อาร์เธอร์สามารถส่งผ่านกางเขนเงินออกไปจึงไม่สามารถควบคุมเขาได้

อาร์เธอร์กัดฟันด้วยความโมโห

'ถ้าอย่างนั้นจงต่อสู้เพื่อปกป้องฉันจากแวมไพร์ตนอื่นซะ'

การควบคุมนี้ง่ายกว่ามาก เนื่องจากคลินตันไม่คิดจะยกเขาไปให้แวมไพร์ตนอื่นอยู่แล้ว

แท่งน้ำแข็งนับร้อยแท่งพุ่งเสียดแทงผ่านอากาศเข้ามาโจมตีใส่พวกเขา คลินตันดันอาร์เธอร์ไปหลบด้านหลังของตน แล้วกางกรงเล็บออกกวาดทำลายแท่งน้ำแข็งที่พุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ พลังพิเศษของคลินตันคือการดมกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นอะไรสำหรับคลินตันก็มีกลิ่นเฉพาะตัวทั้งหมด เขาสูดกลิ่นอายเย็นยะเยือกของแท่งน้ำแข็งและปัดป้องอย่างแม่นยำทุกตำแหน่ง

ด้านหลังมีอสูรกายหมีและกวางเดินมาล้อมไม่ให้อาร์เธอร์หนีไป อาร์เธอร์ลองใช้พลังจิตควบคุมพวกมัน แต่ในหัวของพวกมันกลับว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดอยู่เลย อาร์เธอร์ขนลุกซู่ ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ใช่ว่าพลังพิเศษของฟาราเดย์ไม่ใช่แค่เพียงเปลี่ยนสัตว์ป่าให้กลายเป็นสัตว์อสูรแต่ยังเปลี่ยนให้กลายเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ด้วยมิใช่หรือ หากฟาราเดย์สามารถเปลี่ยนได้แม้กระทั่งมนุษย์หรือปีศาจก็จะสามารถสร้างกองกำลังที่อาร์เธอร์ไม่สามารถควบคุมแทรกแซงได้

เป็นพลังพิเศษที่เขาแพ้ทางชัดๆ ทำไมเมื่อตอนเป็นราชาเขาไม่เคยสังเกตเห็นแวมไพร์ตนนี้กันนะ

แสงวูบตัดผ่านอสูรกายสองตัวนั้นไป พริบตาหัวของอสูรกายทั้งสองก็ร่วงหล่นตามมาด้วยร่างไร้วิญญาณที่ทิ้งตัวลงกระทบพื้น ส่งเลือดสีดำพุ่งกระฉูดออกมาจากตอเนื้อที่เคยเป็นลำคอ ก่อนที่จะกลายเป็นเถ้าถ่านลอยหายไปในอากาศ

ฟาราเดย์สีหน้าดูไม่ได้รีบเรียกอสูรกายมาขวางการโจมตีด้านหน้า หมาป่าที่กระโจนมาบังเขาไว้ตัวขาดเป็นสองท่อนในพริบตา เสี้ยวคมดาบยังคงไม่ถูกหยุด กรีดขวางลำคอของเขาจนเลือดไหลออกมาเป็นทางยาว

การโจมตีที่แข็งแกร่งในการตวัดดาบเพียงครั้งเดียว เล็งไปที่ลำคอจุดอ่อนถึงตายของแวมไพร์ แม้จะโดนขวางไว้จนอ่อนกำลังลงแต่ยังสามารถเฉือนผ่านผิวหนังที่มีพลังทนทานดั่งเกราะเหล็กของแวมไพร์ไปได้

ฟาราเดย์กลืนน้ำลาย

"แก รนหาที่ตาย!"

เสียงตะโกนแผดลั่นจนทั่วทั้งป่าหวั่นเกรง ร่างสีเงินพุ่งตรงเข้ามา คมดาบเงินอัดน้ำหนักตวัดลง จุดหมายเดียวคือลำคอขอฟาราเดย์!

อาร์เธอร์มองอย่างอึ้งตะลึง ที่มากกว่าความตกใจคือความงุนงง เขาหันไปมองที่ที่เดสมอนเคยต่อสู้กับกุนเธอร์ กลับเห็นเพียงกุนเธอร์ในสภาพร่อแร่คุกเข่าอยู่ที่พื้น แวมไพร์ระดับสูงที่สู้ด้วยอยู่กำลังเสียเปรียบอย่างมาก เป็นโอกาสอันดีในการปลิดชีพ แต่เดสมอนกลับทิ้งกุนเธอร์แล้วหันไปโจมตีฟาราเดย์แทนเนี่ยนะ

ในเมื่อไม่เข้าใจก็ขอเข้าไปดูในหัวหน่อยก็แล้วกัน!

ดวงตาสีทองเบิกโพลง ภาพที่อาร์เธอร์เห็นคือฝันร้ายที่เดสมอนต้องเผชิญทุกครั้งยามหลับตา

เหตุการณ์ฆ่าล้างหมู่บ้านที่เดสมอนเติบโตมา และเสือดำตาแดงก่ำที่มีเขาสีดำผุดขึ้นมาบนศีรษะ เขี้ยวที่ใหญ่ผิดธรรมชาติของมันฝังลึกลงไปในหลังคอของบาทหลวงที่โอบกอดปกป้องเด็กชายไว้ กรงเล็บที่ใหญ่กว่านิ้วของเด็กน้อยตะกุยหลังของบาทหลวงจนเหวอะหวะก่อนมันจะออกแรงกระชากเนื้อในปากออกมาจนเห็นกระดูกสันหลัง

เป็นอสูรกายของฟาราเดย์

เช่นนั้นฟาราเดย์ก็มีส่วนร่วมในการสังหารหมู่ครั้งนั้น

ซวยชะมัด นายไม่ได้ตายดีแน่ เจ้าแวมไพร์แว่น!

การต่อสู้ของเดสมอนกับกุนเธอร์ในตอนแรกก็แทบจะถางป่าโดยรอบไปหมดแล้ว ตอนนี้สนามรบขยับเข้ามาใกล้บ้านเรือนมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำแข็งกัดเซาะจนบ้านกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหลังจากนั้นก็ถูกอสูรกายและคมดาบชนจนแตกกระจาย บ้านหินสิบกว่าหลังตอนนี้พังทลายจนอยู่อาศัยไม่ได้ ชาวบ้านข้างในวิ่งหนีตายไปอีกฟากของหมู่บ้าน แต่ยังมีอีกหลายคนที่คิดจะหลบซ่อนอยู่ในซากปรักหักพังจนกว่าความวุ่นวายจะสงบลง

อาร์เธอร์รู้ดีว่าแวมไพร์พวกนี้ไม่ได้สนใจมนุษย์เหล่านั้นเลย ดังนั้นถึงจะวิ่งหนีกันให้วุ่นอย่างไรก็ไม่ดึงดูดนักล่าเหล่านี้ อาร์เธอร์ชูกางเขนเงินส่งพลังควบคุมไปยังชาวบ้านทุกคนให้หนีไปรวมตัวกันอยู่ในโบสถ์ร้างที่อยู่อีกฟากหนึ่งทันที

"ยังจะมีเวลาไปช่วยคนอื่นอีกรึ รวมตัวกันขนาดนั้นไม่กลัวว่าพวกข้าจะสังหารในคราเดียวหรืออย่างไร"

คลินตันกระโดดผละออกมาจากพายุน้ำแข็งของเซซิลได้กลิ่นมนุษย์ทุกคนรวมตัวกันก็ฉีกยิ้มขำขัน

"จะฆ่าก็ฆ่าไปสิ ฮันเตอร์มีหน้าที่ล่าปีศาจไม่ใช่ปกป้องมนุษย์ นั่นมันหน้าที่ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์"

อาร์เธอร์จู่ๆ ก็ทำตัวเป็นหนึ่งเดียวกับองค์กรเพื่อจะให้แวมไพร์เข้าใจว่าไม่สามารถใช้ชาวบ้านเป็นตัวประกันกับเขาได้ อันที่จริงแล้วเขาเองก็ไม่ได้คิดจะช่วยชาวบ้านจริงๆ นั่นแหละ แต่เดสมอนไม่เหมือนกับเขา ทุกครั้งที่ฟาราเดย์กำลังจะสิ้นท่าภายใต้คมดาบเงินก็จะส่งอสูรกายไปบุกทำลายบ้านเรือนทำให้เดสมอนต้องปลีกความสนใจไปจัดการอสูรกายเหล่านั้นก่อน ฟาราเดย์จึงรอดชีวิตมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้นให้พวกมนุษย์หลบไปจะเป็นการช่วยให้เดสมอนต่อสู้ได้สะดวกมากขึ้น

คลินตันหัวเราะชอบใจในคำตอบ ทันใดนั้นก็หายตัวมาอยู่เบื้องหน้าอาร์เธอร์รับกรงเล็บเคลือบน้ำแข็งของเซซิล

"ยอมแพ้เสียเถอะ เจ้าใกล้จะร่วงแล้ว ข้าขี้เกียจไปอธิบายกับผู้นำตระกูลบาร์โธลิน"

เซซิลกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย เธอแค่อยากทำภารกิจที่ผู้นำตระกูลมอบหมายให้ลุล่วง แต่ผู้ขัดขวางกลับมีมากถึงเพียงนี้ แต่ละตนก็ดื้อดึงไม่ยอมเจรจากันโดยง่าย

เฮ้อ ข้าอยากกลับไปหาท่านแคนเดซแล้ว

คลินตันประสานสองมือต้านกรงเล็บเคลือบน้ำแข็งทั้งสองข้างของเซซิล แขนทั้งสองข้างสั่นระรัว พละกำลังเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสู้กับแวมไพร์น้ำแข็งตนนี้ คลินตันหันไปด้านหลัง "อาร์เธอร์ แชมเบิร์ต รีบหนีไปซะ! หนีไปให้ไกลอย่าให้ผู้ใดมาแตะต้องตัวเจ้าได้ จำเอาไว้เจ้าเป็นเหยื่อของข้า คลินตัน บาร์โธลินแต่เพียงผู้เดียว!"

คลินตันแผดเสียงร้องปลุกเลือดในกายให้เดือดพล่าน ปีกหนังสีดำฉีกกระชากเลือดเนื้อแทงทะลุเสื้อผ้าออกมากางแผ่ออกเป็นปีกค้างคาวขนาดมหึมา ปีกข้างหนึ่งปัดตัวอาร์เธอร์ที่อยู่ด้านหลังดันให้เขาวิ่งหนีไป

"จะไม่กัดฉันตอนนี้จริงๆ เหรอ?"

"ไปได้แล้ว!"

อาร์เธอร์ต้านแรงปีกไม่ไหววิ่งเข้าไปในหมู่บ้าน เขาเจ็บใจนัก ถ้าหากเขามีร่างอมตะของแวมไพร์ก็คงไม่อ่อนแอไร้กำลังต่อสู้ถึงเพียงนี้ และยังไม่โดนจำกัดพลังด้วยกางเขนง่อยๆ นี่อีก ด้วยร่างกายมนุษย์เขาทำได้แค่หลบอยู่ข้างหลังคนอื่นและวิ่งหนี

วิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ความเจ็บปวดก็แล่นขึ้นมาจากแขนขวา ร่างที่พุ่งไปข้างหน้าอยู่เดิมฉุดดึงให้แขนหลุดจากพันธนาการทันที อาร์เธอร์ยกแขนข้างนั้นขึ้นมาดูด้วยความสับสน รูสองรูปรากฏขึ้นที่กลางท้องแขน เลือดสีแดงสดไหลออกมาเป็นสาย อาร์เธอร์หันกลับไปพบกับดวงตาโลหิตสุดแสนจะบ้าคลั่ง

"เจ้าเป็นเหยื่อของข้า ไม่มีใครแย่งไปได้!"

กุนเธอร์แผดเสียงร้องอย่างคลุ้มคลั่ง ร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยโลหิตหลั่งริน บาดแผลจากคมดาบปรากฏให้เห็นแทบทุกส่วนของร่างกาย แขนซ้ายบิดผิดรูปห้อยข้างลำตัว ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ดุร้ายเกรี้ยวกราดไม่ต่างจากสัตว์ป่า

อาร์เธอร์สูดลมหายใจเฮือก

ในที่สุด ก็โดนกัดแล้วโว้ยยยยย!

"ไอ้สารเลวกุนเธอร์ บังอาจมาแตะต้องเหยื่อของข้า!" คลินตันผละจากการต่อสู้พุ่งมาหาพวกเขา

"ชิ! เขากัดไปได้แค่นิดเดียว เชื้อน่าจะเข้าไปไม่มาก ตอนนี้น่าจะยังไม่ลุกลาม!" เซซิลบ่นพึมพำอย่างหัวเสียแล้วรีบพุ่งตัวตามคลินตันมา

"จะตายอยู่แล้วยังทำตัวเป็นปัญหาอีกนะครับ" แม้แต่ฟาราเดย์ก็ปลีกตัวจากเดสมอนพุ่งเข้ามา

"อาร์เธอร์ หนีไป!" เดสมอนถูกอสูรกายนกฮูกสามตัวรุมล้อมโฉบไปมาคอยสกัดกั้นความเคลื่อนไหว ทำให้วิ่งมาได้ช้ากว่าใคร

อาร์เธอร์ที่จับกางเขนเงินได้ยินทุกความคิด แวมไพร์ทั้งสามเห็นกุนเธอร์กัดเขาก็รีบพุ่งตัวมา แต่ไม่ได้มาเพื่อจัดการกับกุนเธอร์

ทุกตนกำลังแย่งชิงกันจับตัวเขา

อาร์เธอร์ได้สิ่งที่ต้องการมาแล้ว แถมในหัวแวมไพร์แต่ละตนในนี้ไม่มีอนาคตดีๆ ไว้สำหรับเขาอยู่สักตน อาร์เธอร์ชูกางเขนเงินคุณภาพกิ๊กก๊อก แผดเสียงร้องดังลั่น ปลอดปล่อยควบคุมจิตใจขั้นสูงสุดออกมา

ภาพความทรงจำทุกอย่างไหลเวียนเหมือนสายน้ำ พัดผ่านเร็วดังลมพายุ เสียงดังกัมปนาทดั่งสายฟ้าฟาด แวมไพร์ทั้งสี่กรีดร้องโหยหวน ทรุดตัวลงกุมศีรษะ ความทรงจำหยุดหมุนเวียน หยุดอยู่ที่เหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด น่าหวาดกลัวมากที่สุด ความทรงจำที่อยากกลบฝังลงหลุมลึกถูกฉายซ้ำ ไม่อาจปีนขึ้นมาจากก้นหุบเหวแห่งฝันร้ายได้อีก

เคร้ง!

พลังที่ปลดปล่อยเกินขีดระดับความสามารถของกางเขนเงินทำให้กางเขนเงินในมือของอาร์เธอร์แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ การควบคุมจิตใจหายไป แต่ความหวาดกลัวยังกัดกินจิตใจแวมไพร์ทั้งสี่ตนอยู่

อาร์เธอร์พ่นลมหายใจสั่นระริก เขารีดเค้นพลังออกมามากเกินไป ทั้งร่างกายและกางเขนที่มีไม่ใช่ตัวรองรับและสื่อกลางที่ดีจนพลังย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขา เลือดสีแดงสดไหลออกจากมุมปากส่งกลิ่นเย้ายวนมอมเมาเหล่าแวมไพร์ที่อยู่ใกล้จนสลัดความหวาดกลัวภายในใจก่อนหน้านี้แล้วลุกขึ้นมาทีละตน แต่ทุกตนยังคงหยั่งเชิงไม่เข้าใกล้เนื่องจากสัมผัสได้ถึงพลังกดข่มบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวมนุษย์ผู้นี้

'ท่านแคนเดซพยากรณ์ไว้ไม่มีผิด นี่คือพลังกดข่มของราชาไม่ผิดแน่'

อาร์เธอร์หันไปมองเซซิล บางทีการไปเข้าร่วมกับตระกูลเชอร์บิลอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ ผู้นำตระกูลแคนเดซคงพยากรณ์ถึงการมาของราชาแวมไพร์ได้จึงส่งเซซิลมาพาตัวเขาไป อย่างน้อยคนพวกนี้ก็น่าจะปฏิบัติต่อตัวเขาเหมือนในกาลก่อน

ขณะที่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจ พลังกดข่มอีกสายก็กดดันลงมาจนทุกคนไม่เว้นแม้แต่อาร์เธอร์ต้องลงไปคุกเข่ากับพื้น

"ตายหรือไสหัวไป เลือกเอาเอง"

เสียงเย็นยะเยียบเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งของเซซิลกัดกินหัวใจของแวมไพร์ทุกตน เสียงของเงินกระทบกันขยับเข้ามาใกล้ เดสมอนในชุดเกราะเงินเดินผ่านวงล้อมของแวมไพร์เข้ามาตรงกลาง เขาย่อตัวประคองให้อาร์เธอร์นั่งพิงร่างเขา ยกแขนที่เปลือยเปล่าจากการโดนกัดฉีกเผยให้เห็นรูสองรูที่ยังคงมีเลือดไหลซึมไม่หยุด ความโกรธเข้าครอบงำจิตใจ รัศมีกดข่มพลันเสริมความอำมหิตจนกลายเป็นรังสีสังหาร แวมไพร์ระดับสูงทุกตนสั่นสะท้านรีบคลานตะเกียกตะกายหนีไปให้เร็วที่สุดตามสัญชาตญาณ

จากผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่า

คลินตันกางปีกโผบินขึ้นไปบนฟ้า เซซิลใช้น้ำแข็งพาตัวเธอพุ่งเข้าไปในป่า ฟาราเดย์ลากขาอ่อนกำลังกึ่งวิ่งกึ่งคลานหนีไปที่ป่าเช่นเดียวกัน ก่อนจากไปยังสั่งให้อสูรกายนกฮูกตัวเท่าหมูป่าโตเต็มวัยหิ้วกุนเธอร์ตามไปด้วย

หมู่บ้านฮาวส์วีลกลับคืนสู่ความสงบสุข ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและมนุษย์สองคนตรงกลาง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ One thousand years later

    บทพิเศษOne thousand years later"เดสมอน ฉันอยากไปดูหนัง นะ นะ น้าาา"อาร์เธอร์งอแงโวยวาย ภาคต่อของภาพยนต์ชื่อดังที่เขาชื่นชอบกำลังเข้าฉายอยู่ในโรง อาร์เธอร์เห็นโฆษณาในโทรทัศน์ว่าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วจึงอดใจไม่อยู่ หากเขาต้องรอให้เรื่องนี้เข้าแอพพลิเคชั่นดูหนังก็อีกตั้งเป็นเดือน เขาต้องขาดใจก่อนแน่ๆ!กาลเวลาผันผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง จากบ้านหลังน้อยสุดท้ายถูกรังสรรค์ให้เป็นคฤหาสน์เงินตั้งอยู่ตำแหน่งเดิมเร้นลับจากผู้คน ที่ทั้งสองตัดสินใจสร้างบ้านใหม่ให้เป็นคฤหาสน์เนื่องจากนานวันเข้าอาร์เธอร์ยิ่งมีนิสัยเหมือนกับแวมไพร์มากขึ้นทุกที เห็นของอะไรต้องตาก็เป็นต้องเก็บสะสม เดสมอนห้ามเท่าไรก็เอาไม่อยู่ จึงแก้ปัญหาด้วยการสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีห้องหับมากมายเพื่อเก็บของสะสมของราชาแวมไพร์ รวมถึงมีห้องใต้ดินเพื่อหมักไวน์ให้เดสมอนดื่มอีกต่างหาก พวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงินทองเพราะมีพลังแร่เงินของเดสมอน เพียงแต่..."เราไม่ได้ออกไปไหนมาหลายปีแล้ว สกุลเงินจะเปลี่ยนรึยังก็ไม่รู้""ไปไถเอาจากคลินตันก็ได้ ยังไงฉันก็ต้องไปเติมเลือดใส่ล็อกเกตก่อนที่หมอนั่นจะออกอาละวาดไปกัดมนุษย์มั่วซั่วอยู่ดี และก็ยังต

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ ความลับของปาปากับมามา

    บทพิเศษความลับของปาปากับมามาเดสมอนกลับมาที่บ้านเงินของพวกเขา แม้โลกจะสงบสุขมาเป็นเวลาหลายปี เขาก็ยังคงตระเวนออกไปทำหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ นาๆ ที่สามสถานศักดิ์สิทธิ์เข้าไม่ถึง รวมถึงช่วยประคับประคองให้ระบบจัดสรรเป็นไปด้วยดี ไม่มีปีศาจแอบฉกชิงผลประโยชน์และไม่มีมนุษย์ขับไล่ไสส่งปีศาจยามนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ดวงอาทิตย์แผดแสงเจิดจ้าผ่ากลางศีรษะของพวกเขา สูบเอาพลังในการใช้ชีวิตไปจากทุกอณูรูขุมขนของแวมไพร์ แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่เด็กเล็กกำลังเปี่ยมล้นไปด้วยความต้องการที่จะเล่นสนุกอาร์เธอร์นั่งนิ่งถือร่มกันแดดให้กับตัวเขาเองและหลานสาว พวกเขานั่งอยู่บนผ้าปูรองพื้นสนามหญ้าตัดสั้นหน้าบ้าน เอ็ดน่าวัยสามขวบกำลังหยิบจับถ้วยและกาน้ำชาทำทีเป็นต้มชาและตัดก้อนดินต่างขนมเค้กใส่ใบไม้ยื่นให้กับอาร์เธอร์ที่ตาลอยไปแล้ว เขานั่งแข็งค้างราวกับวิญญาณหลุดลอย ขาดก็แต่น้ำลายไหลยืดออกจากปากที่เผยอค้าง เดสมอนหัวเราะขบขันก่อนจะเดินเข้าไปหาพวกเขา"อาร์เธอร์ กินขนมเค้กสิ หนูทำสุดฝีมือเลยนะ"เอ็ดน่าเพิ่งจะมีอายุได้สามขวบก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว ไวกว่าที่ป้าแอนน์บอกมาถึงสองสามปี แต่ยัยหนูกลับไม่ได้เปลี่ยนเป็น

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ งานวิวาห์ใต้แสงดาว

    บทพิเศษงานวิวาห์ใต้แสงดาวหลังประกาศยุคสมัยใหม่แห่งการอยู่ร่วมกันของปีศาจและมนุษย์ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ผู้เข้าร่วมการจัดสรรก็มีมากขึ้นไปตามกาลเวลา โลกสงบสุขเสียจนสามสถานศักดิ์สิทธิ์แทบจะกลายเป็นพวกว่างงานสตรีศักดิ์สิทธิ์นั่งเหม่อมองอยู่ริมหน้าต่างบนชั้นสูงสูดของหอคอยที่เดิมเป็นที่สถิตของกางเขนศักดิ์สิทธิ์ เธอไม่มีภารกิจช่วยเหลือมนุษย์มาหลายเดือนแล้ว"เวโรซ่า เกษียณเถอะ"เวโรซ่านิ่งอึ้ง เธอหันไปหาหัวหน้าอัศวินศักดิ์ที่เดินมาหยุดยืนข้างหลังเธอ "ฉันยังต่อสู้ได้ ปีศาจที่ไม่เชื่อฟังยังมีอยู่มาก อสูรกายเองก็ปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์ยังต้องการความช่วยเหลือ""เดสมอนกับราชาแวมไพร์จัดการได้ดี ไม่ตกถึงมือพวกเราหรอก" ดันเซลกล่าว"แต่..."ไม่รอให้เธอได้พูดจนจบ ดันเซลคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือใหญ่ช้อนมือเรียวสวยของหญิงสาวขึ้นมาจุมพิต"เวโรซ่า ความหมายของฉันคือ แต่งงานกันเถอะ"งานวิวาห์จัดขึ้นในโบสถ์ของหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ดันเซลผู้เก็บเดสมอนมาเลี้ยงรวมถึงมอบนามสกุลของตนให้แก่เขาแน่นอนว่าพระเจ้าต้องมาร่วมเป็นสักขีพยานความรักในครั้งนี้ด้วย เดสมอนพาอาร์เธอร์มานั่งที่เก้าอี้แถวแรกสุด รัศมีเรืองรองขอ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ สตอล์กเกอร์ต้องสาป

    บทพิเศษสตอล์กเกอร์ต้องสาปหมู่นี้อาร์เธอร์มักรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา แต่ตัวเขาเองก็สัมผัสถึงผู้ใดในระยะใกล้เคียงไม่ได้จึงไม่ได้ใส่ใจนัก"คิดไปเองล่ะมั้ง"ช่วงเวลากลางวันนั้นเป็นเวลาของมนุษย์ อาร์เธอร์มักจะง่วงหาวนอนตามประสาแวมไพร์ที่เข้าสู่ห้วงนิทราหลบแสงอาทิตย์ เดสมอนออกไปทำงานในช่วงเวลานั้นทิ้งให้คนรักนอนอุตุคอยเลี้ยงหลานสาวตัวจ้ำม่ำที่บ้าน ช่วงพลบค่ำแวมไพร์จึงตื่นเต็มตา งานอดิเรกใหม่ของเขาคืออุ้มยัยหนูไปเล่นที่ลานทุ่งหญ้ากว้างที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเลยออกไปไม่ไกลจากบ้านของพวกเขานักเดสมอนกลับมาถึงบ้านหลังดวงอาทิตย์ลาลับฟ้า วันนี้เขาไปจัดการแบ่งงานในส่วนขององค์กรฮันเตอร์แห่งใหม่ที่เริ่มจะเข้ารูปเข้ารอยทำให้กลับมาบ้านค่อนข้างช้า เมื่อกลับมาก็ไม่พบใครอยู่แล้ว เดสมอนคาดว่าอาร์เธอร์คงพาเอ็ดน่าไปเดินเล่นที่ทุ่งหญ้าอีกตามเคย เขาจึงออกตัวมุ่งหน้าไปยังลานทุ่งหญ้าทันที"สูงอีกเหรอ? เอ้า! สูงอีก"อาร์เธอร์โยนหลานสาววัยยังไม่ถึงขวบปีดีขึ้นฟ้า ตัวเขารอรับอยู่ข้างล่างพร้องกางปีกทั้งสองข้างออกไว้กันเขารับพลาด เอ็ดน่าตัวน้อยบัดนี้ตัวหนาหนักกลมดิ๊กเหมือนลูกหมีมากกว่าลูกหมาป่า เธอหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ เมฟวิน โรซารีน

    บทพิเศษเมฟวิน โรซารีนอาร์เธอร์รีบมุ่งหน้าไปยังศูนย์จัดสรรที่อยู่ไม่ไกลจากกางเขนศักดิ์สิทธิ์ยักษ์อันใหม่มากนัก ราชาแวมไพร์เพียงแค่คลุมผ้าคลุมลวกๆ ปกปิดผิวหนังซีดเซียวภายใต้ผ้าขนสัตว์ผืนหนา แต่ผ้าคลุมจะผืนใหญ่เท่าใดก็ไม่อาจปิดบังปีกค้างคาวที่ยืดสยายเต็มอัตราพร้อมกับสะบัดออกแรงบินเหินขึ้นไปในนภาได้ปีกเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดและฟื้นฟูได้ยากที่สุดของแวมไพร์แต่อาร์เธอร์ไม่ได้สนใจ อาการบาดเจ็บที่ไม่อาจฟื้นฟูกลับมาภายหลังสงครามทำให้เขาบินได้ช้ากว่าเดิม ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังฟื้นฟูได้ทันแสงแดดยามย่ำรุ่งที่ยังพอมีม่านเมฆและภูเขาช่วยบดบังลำแสงสาดส่องจากดวงอาทิตย์ได้บ้าง ราชาแวมไพร์ร่อนลงยังอาคารหินหลังหนึ่งอันเป็นศูนย์จัดสรรที่ตัวเขาเองเป็นผู้ก่อตั้ง"อาร์เธอร์ ตายจริง! นายบินมาทั้งอย่างนี้เลยเนี่ยนะ แล้วเดสมอนล่ะ เขาไม่ได้พานายมาเหรอ?"เออร์ธา ลูกครึ่งมนุษย์หมาป่า น้องสาวของอัลเฟรดรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลการจัดสรรตรงปรี่เข้ามาหาอาร์เธอร์"เขาออกไปทำงานทางฝั่งมนุษย์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฉันได้ยินรายงานก็รีบตรงมาที่นี่เลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉันฟื้นฟูได้ทัน เล่าเรื่องด่วนที่ว่ามาเถอะ"เรื่องด่วนที่ศูนย์จัด

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทที่ 30 ปัจจุบันของฉันและนาย (2)

    บทที่ 30ปัจจุบันของฉันและนาย (2)ในค่ำคืนถัดไป การประชุมครั้งใหญ่ของสองเผ่าพันธุ์ถูกจัดขึ้นใต้ร่มเงาของกางเขนเงินศักดิ์สิทธิ์ยักษ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือซากปรักหักพังของคฤหาสน์ตระกูลคาร์ไลน์ ผู้ร่วมประชุมฝั่งปีศาจมีทั้งผู้นำตระกูลทั้งสี่ของเผ่าแวมไพร์ ผู้นำเผ่ามนุษย์หมาป่าไวเวิร์น และผู้นำเผ่าสัตว์อสูรอีกนานาชนิด ส่วนทางด้านฝั่งมนุษย์ก็มีทั้งหัวหน้าหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ หัวหน้าโบสถ์อาญาสวรรค์และหัวหน้าองค์กรที่ล่มสลายจากสงครามครั้งนี้อย่างคาร์ลอส ฮันต์ รวมถึงผู้นำเมืองมนุษย์ต่างๆเดสมอนในฐานะพระเจ้าของทางฝั่งมนุษย์และอาร์เธอร์ในฐานะราชาปีศาจเป็นประธานในองค์ประชุม สำหรับเดสมอนที่ทุกผู้ทุกคนได้พบเห็นจากปรากฏการณ์การจุติไม่มีใครโต้แย้งสำหรับเรื่องนี้ ส่วนอาร์เธอร์เองเผ่าพันธุ์ปีศาจปกครองกันด้วยความแข็งแกร่งอยู่เดิม เพียงแผ่รัศมีแห่งราชาออกไปก็ไม่มีปีศาจตนใดสามารถคัดค้านได้แล้ว"กางเขนศักดิ์สิทธิ์เองก็รวมตัวกันเหลือเพียงอันเดียวแล้ว ฉันมีความเห็นให้ยุบรวมสามสถานศักดิ์สิทธิ์ไว้ด้วยกันแล้วจัดตั้งเป็นองค์กรใหม่" เดสมอนเปิดประเด็นเสียงปรึกษาหารือดังขึ้นถมเถ มีทั้งผู้ที่คัดค้านและผู้ที่เห็นด้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status