Home / วาย / ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก / บทที่ 8 ภารกิจแรก ปะทะแวมไพร์ระดับสูง

Share

บทที่ 8 ภารกิจแรก ปะทะแวมไพร์ระดับสูง

last update Last Updated: 2026-01-10 15:36:57

บทที่ 8

ภารกิจแรก ปะทะแวมไพร์ระดับสูง

"ภารกิจแรกคืออะไร" อาร์เธอร์เช็ดปากพลางถามเดสมอนที่กำลังเก็บกล่องไม้ของตนอยู่

"อย่างที่บอกไปว่าช่วงนี้ในเขตการปกครองคริมสันแวมไพร์กำลังออกอาละวาดอย่างหนัก แทบทุกหมู่บ้านร้องขอไม่ฮันเตอร์ก็อัศวินศักดิ์สิทธิ์ให้ไปช่วยอยู่เฝ้าระวังปกป้องชาวบ้านในยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า"

อาร์เธอร์โล่งใจ ถ้าแค่งานเฝ้าหมู่บ้านก็อาจจะไม่ได้เจอแวมไพร์เลยด้วยซ้ำ หากต้องปะทะกับอดีตลูกน้องที่ไม่รู้จักตัวเขาในตอนนี้คงวางตัวลำบาก อีกอย่างลูกน้องแต่ละคนของเขาก็แข็งแกร่งกันทั้งนั้น อาร์เธอร์ที่เป็นเพียงมนุษย์คงต่อกรได้ลำบาก

เอ๊ะ ไม่สิ ถ้าเจออดีตลูกน้องเขาก็แค่ทำเป็นพลาดท่าโดนกัดก็พอแล้วนี่ อย่างไรลูกน้องของเขาก็เป็นสายเลือดบริสุทธิ์อันแข็งแกร่งเหมือนกับคลินตันแทบทุกตนอยู่แล้ว ทีนี้เดสมอนก็จะรังเกียจที่เขาเป็นแวมไพร์ไม่ยื้อเขาไว้ในองค์กรฮันเตอร์อีก

...แต่จะตามล่าเขาแทน

แค่คิดอาร์เธอร์ก็ปวดหัวแล้ว คงต้องรอดูสถานการณ์ตอนนั้นก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง

"แค่เฝ้าหมู่บ้านแล้วจะได้เลื่อนระดับไวเหรอ?"

"ปกติระดับก็แบ่งตามความสามารถ ตอนนี้ขาดแค่พื้นที่แสดงฝีมือก็เท่านั้น อีกอย่างอย่าเพิ่งรีบปะทะกับแวมไพร์จะดีกว่า ฉันจะใช้เวลาช่วงนี้ในการฝึกฝนนาย"

อาร์เธอร์นึกภาพการฝึกหฤโหดเพื่อปั้นยอดมนุษย์ขึ้นมาเหมือนกับเดสมอนก็สยองแล้ว "ต้องไปอยู่นานแค่ไหน?"

"เจ็ดวัน แล้วรอคนรับภารกิจคนถัดไปมาเปลี่ยน" เดสมอนตอบเขาแล้วโยนกระเป๋าเป้ใบใหญ่ลงบนตักของอาร์เธอร์ "เครื่องแบบกับของใช้ที่จำเป็นสำหรับนาย"

"ขอบคุณ"

อาร์เธอร์รื้อกระเป๋าเป้ นี่เป็นกระเป๋าที่เขาเอามาด้วยตอนไปตั้งแคมป์กับเพื่อนๆ ข้างในมีชุดหนังเครื่องแบบฮันเตอร์สามชุด ปลอกแขนสีเขียวของฮันเตอร์ฝึกหัด กับข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่เขาไม่มีโอกาสได้เอามาจากแคมป์ "นายไปปล้นแคมป์ฉันมาเหรอ?"

"แค่เดินไปหยิบของของนายมา"

"นั่นแหละที่เขาเรียกว่าปล้น"

เดสมอนลุกขึ้นยืน "ฉันจะไปจัดสัมภาระ เราจะออกเดินทางพรุ่งนี้ตอนรุ่งสาง"

อาร์เธอร์ไม่คิดหนีอีกแล้ว

เขาจะหนีจากสภาพมีแขนหมีมาพาดทับตัวอัดติดกำแพงไปได้อย่างไร ในโลงศพที่ว่าคับแคบตอนนอนแรกๆ ยังไม่อึดอัดเท่านี้เลย!

อาร์เธอร์พยายามอย่างหนักที่จะข่มตาหลับ เขาฟังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอปล่อยไออุ่นร้อนกระทบใบหูต่างเสียงเพลงกล่อมนอนจนเคลิ้มหลับไป

รุ่งสาง เดสมอนก็ลากอาร์เธอร์ลงมาจากเตียง อาร์เธอร์เดินตามเขาไปทำนู่นทำนี่ด้วยความง่วงงุนไร้สติรับรู้ จนเดสมอนจูงเขาไปที่โรงม้าข้างประตูรั้วเหล็กขององค์กร อาร์เธอร์ไม่เคยขี่ม้ามาก่อน เดสมอนจึงได้แต่เลือกม้าตัวใหญ่พอจะแบกผู้ชายสองคนขี่หลังได้ สักพักเดสมอนก็จูงม้าเพศผู้สีน้ำตาลปลอดหางดำยาวสลวยตัวหนึ่งออกมาใส่อานอย่างชำนาญ เมื่อจัดการอย่างเสร็จก็เดินมาหิ้วคออาร์เธอร์ที่ยืนหลับอยู่ข้างๆ

"ตื่นได้แล้ว ขึ้นม้า"

"ครืดด"

เดสมอนได้รับคำตอบกลับมาเป็นเสียงกรนจากคนที่ยืนคอพับ

เดสมอนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะอุ้มคนขี้เซาขึ้นไปนั่งบนอานม้า จากนั้นก็เหยียบโกลนเหวี่ยงขาขึ้นไปนั่งซ้อนหลังเขา แผงอกแกร่งมั่นคงแนบดันแผ่นหลังบาง อาร์เธอร์สัมผัสที่ยึดพิงได้แล้วก็ทิ้งตัวเอนลงนอนในอ้อมอกของเดสมอนอย่างสบายใจ

"หึ ทีนอนบนเตียงดีๆ ไม่ยอมหลับ"

เดสมอนยกมุมปากก่อนจะกระตุ้นม้าควบออกไป

หมู่บ้านฮาวส์วีลอยู่ไม่ไกลจากองค์กรมากนัก แต่ด้วยความที่มีประชากรน้อยและตั้งอยู่ริมขอบป่าใหญ่ จึงห่างไกลจากความเจริญแบบชุมชนคนเมืองอยู่มาก

หัวหน้าหมู่บ้านยืนรอพวกเขาอยู่ที่ประตูทางเข้าหมู่บ้าน เขาเห็นชายร่างใหญ่สวมผ้าคลุมสีดำปิดบังทั้งตัวและใบหน้าครึ่งบนขี่ม้าตรงมาทางหมู่บ้าน "สวัสดี ผมชื่ออารอน เวสต์ เป็นหัวหน้าหมู่บ้านฮาวส์วีลแห่งนี้ ผมเข้าใจว่าองค์กรจะส่งฮันเตอร์มาสองคนซะอีก"

"คุณเข้าใจถูกแล้ว" เดสมอนเลิกผ้าคลุมที่เขาสวมบดบังคนทั้งสองจากแสงอาทิตย์เจิดจ้าออก เผยให้เห็นชายหนุ่มผมสีทองอ่อนสว่างรับแสงอาทิตย์ที่ซ่อนตัวอยู่ในแผงอกแกร่ง "ตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว"

อาร์เธอร์ที่กำลังนอนเพลินถูกปลุกขึ้นมาด้วยแสงอาทิตย์แผดเผายามเที่ยงก็ตกใจสะดุ้งลืมตาโพลงขึ้นทันที

"จะโดนเผาแล้ว!"

"..."

เดสมอนรีบหิ้วคอเขาลงจากหลังม้าก่อนที่จะทำตัวประหลาดต่อหน้าหัวหน้าหมู่บ้านไปมากกว่านี้

อาร์เธอร์ลงถึงพื้นก็พบกับสายตาว่างเปล่าของอารอน "เอ่อ...คุณคือ?"

"อารอน หัวหน้าหมู่บ้าน" อารอนรู้สึกโกรธเล็กน้อย องค์กรฮันเตอร์คงเห็นว่าหมู่บ้านห่างไกลอย่างฮาวส์วีลไม่มีความสำคัญจึงส่งคนไม่ได้ความมา แต่เอาเถอะ อย่างน้อยอีกคนก็ดูแข็งแกร่งไม่ใช่น้อย "ผมจะพาพวกคุณไปดูที่พัก"

ที่พักที่หัวหน้าหมู่บ้านจัดหาให้พวกเขาคือโบสถ์ร้างแห่งหนึ่งที่ร้างบาทหลวงและผู้มีจิตศรัทธามานานแล้ว ด้านหลังยังมีบ้านพักของบาทหลวงประจำที่รกร้างพอกันกับโบสถ์ อีกด้านยังมีโรงม้าเล็กๆ สำหรับม้าสองตัวที่เติมฟางและน้ำไว้พร้อม

"ผมให้คนมาทำความสะอาดให้แล้ว ตอนเย็นจะให้ภรรยาเอาอาหารมาส่งให้ พวกคุณเดินทางมาเหนื่อยๆ พักผ่อนก่อนเถอะ"

"ขอบคุณ" เดสมอนขอบคุณเสียงเรียบก่อนจะลากอาร์เธอร์ที่ยึดผ้าคลุมของเขาไปพันตัวหนีแสงแดดจนเหมือนศพคลุมผ้าเดินได้เข้าไปในบ้านพัก

"ต้องการอะไรไปหาผมได้ที่บ้านหินสองชั้นกลางหมู่บ้านได้เลยนะ" หัวหน้าหมู่บ้านตะโกนไล่หลังก่อนจะเดินจากไป

ในบ้านพักบาทหลวงที่สร้างขึ้นจากหินอย่างง่าย มีห้องกินข้าว ห้องนอน และห้องน้ำอย่างละห้อง ในห้องนอนมีเตียงหนึ่งหลังกับกองฟางคลุมผ้าหนานุ่มอย่างดีเป็นเตียงเสริม

เดสมอนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเมื่อยล้าจากการควบม้าเดินทางมาครึ่งวันโดยไม่หยุดพัก "ฉันจะนอนพักสักหน่อย จะได้เตรียมพร้อมสำหรับตอนกลางคืน"

อาร์เธอร์ตื่นเต็มตาแล้ว เขานอนพิงเดสมอนมาตลอดทางจึงไม่ง่วงอีก "งั้นฉันออกไปเดินเล่นในหมู่บ้านนะ"

"นายไม่ใช่กลัวแดดมากรึ?" แท้จริงเดสมอนก็ติดใจเรื่องนี้แต่ไม่สะดวกพูดต่อหน้าหัวหน้าหมู่บ้าน เลยสบโอกาสสอบถามพอดี

อาร์เธอร์มองแสงแดดภายนอก หากเขายังเป็นแวมไพร์แดดร้อนแรงขนาดนี้ย่อมเผาผิวหนังของจนไหม้เกรียม ถึงแม้อาร์เธอร์จะสามารถฟื้นฟูได้ทันทีก็จะเผาไหม้ถลอกปอกเปิกไปเรื่อยๆ อยู่ดี ความเจ็บปวดเช่นนั้นเขาลืมไม่ลง ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงฝังลึกลงไปในใจแล้วแม้ตอนนี้เขาจะยังเป็นมนุษย์ก็ยังคงหวาดกลัว

แต่ถ้าเขาแสดงออกมาว่ากลัวก็จะมีเรื่องให้เดสมอนมาสงสัยอีกถึงทำใจกล้ากระชับผ้าคลุมแล้วเปิดประตู

"เดี๋ยวก่อน"

อาร์เธอร์โดนหยุดกลางคันจนแทบสะดุด หันขวับมาถามอย่างหัวเสีย "มีอะไรอีก?"

"เก็บแรงไว้ซะ คืนนี้ห้ามนอน"

"ก็ได้"

อาร์เธอร์แสร้งชักสีหน้าแต่ในใจแอบลิงโลดที่ไม่ต้องไปเผชิญกับแดดร้อนแรงข้างนอก เขาเดินไปที่เตียงฟาง

"มานี่" เดสมอนบนเตียงอ้าแขนเว้นที่ว่างบนเตียงไว้ จ้องอาร์เธอร์เขม็งเหมือนถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมเดินมาเขาจะไม่ยอมนอน

อาร์เธอร์ไร้คำจะพูด "ฉันไม่หนีไปไหนหรอกน่า" บางทีล่ะนะ

"จะมาเองดีๆ หรือให้ฉันไปลากมา"

"..."

อาร์เธอร์เม้มปากเดินไปที่เตียง กลิ้งตัวเข้าสู่อ้อมกอดอย่างกระฟัดกระเฟียด แขนหมีที่อ้ารอเขาพาดลงบนตัวเมื่ออาร์เธอร์เข้าประจำที่ ใครใช้ให้ตอนนี้เขาสู้เจ้าบ้านี่ไม่ได้กันเล่า กลางวันแสกๆ ยังต้องให้ผู้ชายตัวโตมานอนกอด ช่างเสียศักดิ์ศรีราชาแวมไพร์ผู้ครองโลกเสียจริง!

ก่นด่าในใจไปมากลับเป็นอาร์เธอร์ที่หลับไปก่อน นอนตอนกลางวันคือเรื่องปกติของแวมไพร์

เดสมอนคลี่ยิ้มบางมองคนที่บอกจะไม่นอนกลับชิงหลับก่อนคนที่เหนื่อยจากการเดินทางที่แท้จริงอย่างเขา เขาเริ่มจะชินกับการมีร่างบางในอ้อมแขนยามหลับเสียแล้ว

ร่างกายที่ยังอบอุ่น อกสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ และลมหายอุ่นร้อนสม่ำเสมอ สัญญาณของความเป็นมนุษย์เหล่านี้ เขาจะปกป้องไว้ในอ้อมแขนเอง

ฟ้ามืดครึ้ม พระจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า หมู่ดาวพร่างพราย

อาร์เธอร์ลืมตาเบิกโพลง ได้เวลาออกล่าแล้ว!

ซะที่ไหนกันเล่า เขายังเป็นมนุษย์จะไปออกล่าทำไม อาร์เธอร์เขย่าแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ "เดสมอน ตื่นเร็ว ฟ้ามืดแล้ว"

ความเคลื่อนไหวปลุกให้เดสมอนตื่นขึ้นมาทันทีตามสัญชาตญาณที่ตื่นตัวอยู่เสมอ เขาหลับสนิทเกินไปจนลืมที่จะตื่นขึ้นมาเอง ดีที่ยังมีอาร์เธอร์ปลุกเขา "ขอบใจที่ปลุก"

ทั้งสองลุกออกนอกห้องนอนไป ที่โต๊ะกินข้าวมีขนมปัง เนื้อหมูป่าย่างกับผลไม้สองสามอย่างวางไว้บนโต๊ะ คงเป็นภรรยาของอารอนนำมาให้ตอนที่พวกเขาหลับอยู่ ทั้งสองนั่งจัดการอาหารเย็นเพื่อเติมแรงก่อนจะไปเดินลาดตระเวนและถือโอกาสสำรวจรอบๆ หมู่บ้านไปด้วย

"ที่นี่คล้ายหมู่บ้านที่นายไปเจอฉันเลย"

"หมู่บ้านเล็กริมชายป่า เงียบสงบเหมาะกับการล่าของปีศาจ"

"ไม่ใช่ว่ามีเหยื่อให้เลือกน้อยไปเหรอ" เดสมอนพูดประเด็นนี้ขึ้นมาทำให้อาร์เธอร์นึกขึ้นมาได้

หมู่บ้านในลักษณะนี้เหมาะกับการล่าของปีศาจก็จริง แต่สำหรับแวมไพร์ที่ชอบเลือกเหยื่อแล้ว สถานที่ที่คนพลุกพล่านย่อมเป็นพื้นที่ในการออกล่าที่ดีกว่า

แล้วทำไมคลินตันที่เป็นแวมไพร์ระดับสูงที่ตามปกติสนใจการเลือกเหยื่อมากกว่าการทำให้ท้องอิ่มถึงปรากฏตัวอยู่ที่ร้านเหล้าในหมู่บ้านแสนห่างไกลในคืนนั้น?

ที่เขาโดนคลินตันกัดจนกลายเป็นแวมไพร์ ได้รับเชื้อของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์อันแข็งแกร่งในพื้นที่ที่ไม่ควรพบแม้กระทั่งแวมไพร์ทั่วไปด้วยซ้ำ มันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า?

กลางดึกพวกเขาก็เดินตระเวนจนครบรอบหมู่บ้าน บ้านแทบทุกหลังดับเทียนลงไปแล้ว แม้แต่ร้านเหล้ายังปิดทำการก่อนเวลาตามปกติเนื่องจากการบุกอาละวาดของแวมไพร์ในเขตการปกครองคริมสัน

"สงบเงียบขนาดนี้ไม่น่ามีอะไรแล้วล่ะมั้ง ยังต้องเดินไปจนถึงเมื่อไร"

อาร์เธอร์นั่งยองใช้กางเขนเงินเขี่ยหญ้าบนพื้นดินเล่น

"กางเขนเงินใช่ของที่นายจะเอามาเล่นมั่วๆ ได้รึ"

เดสมอนเอ็ดคนไม่เข้าใจความศักดิ์สิทธิ์ของอุปกรณ์ปราบปีศาจ มือที่กำลังจะเคาะกะโหลกศีรษะทุยๆ ชะงักแล้วเปลี่ยนไปคว้ากางเขนเงินที่ห้อยกระเป๋ากางเกงของตนอย่างรวดเร็ว มีดเงินสามเล่มพุ่งทะยานไปที่ต้นไม้ใหญ่ในป่า มีดเงินเล่มแรกพุ่งตรงไปยังตรงกลาง อีกสองเล่มเลี้ยวไปโจมตีด้านข้าง ไม่เปิดโอกาสให้เป้าหมายหนี

เงาร่างวูบไหว ปีศาจหลบหลีกการโจมตีปลิดชีพอย่างง่ายดาย "สัญชาตญาณดีนี่ กลิ่นก็หอมใช่ย่อย"

แวมไพร์ร่างสูงใหญ่กระโดดลงมาจากกิ่งไม้สูง ม้วนตัวลงยืนอย่างสง่างาม ผมสีเงินพลิ้วสไวไม่ได้รวบเอาไว้แผ่สยายปลิวไปตามการเคลื่อนไหว ใบหน้าหล่อเหลาสูงส่งตามแบบฉบับแวมไพร์สูงศักดิ์ฉีกยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวแหลมคม ตาสีโลหิตจ้องมองผู้โจมตีราวกับจะฉีกทึ้งเนื้อหนังเขากระจุยกระจายด้วยสายตา

อาร์เธอร์เบิกตากว้าง มือกุมอกด้วยความกังวลใจ เจอใครไม่เจอดันมาเจ้าหมอนี่ กุนเธอร์ คาร์ไลน์ หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ที่มีสายเลือดเก่าแก่โบราณบริสุทธิ์ที่สุดในสี่ตระกูล โดยเฉพาะกุนเธอร์ ผู้นำตระกูลคาร์ไลน์ตนปัจจุบันที่ขึ้นเป็นผู้นำด้วยการเด็ดหัวผู้นำคนก่อนที่เป็นพ่อแท้ๆ ของตนเอง ปกครองตระกูลด้วยความป่าเถื่อน มีพลังพิเศษควบคุมเลือดได้ นับเป็นแวมไพร์ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุคสมัย ในครั้งนั้นยังควบตำแหน่งมือขวาของราชาแวมไพร์อย่างเขา

ถึงสายเลือดของกุนเธอร์จะดีมากแค่ไหน แต่หากตกเป็นเหยื่อของเจ้านี่คงได้กลายเป็นเศษเนื้อก่อนที่จะได้กลายร่างเป็นแวมไพร์ กุนเธอร์ขึ้นชื่อเรื่องการชอบเล่นกับเหยื่อ ทรมานขณะที่เหยื่อยังไม่ตายแล้วค่อยดูดเลือดในชั่วอึดใจที่เหยื่อปลดปล่อยลมหายใจเฮือกสุดท้าย

เจอกุนเธอร์ในตอนที่เป็นมนุษย์มีแต่ตายกับตายอย่างทรมาน เขาต้องหนี!

เหมือนได้ยินความคิดดวงตาโลหิตตวัดมาจดจ้องอาร์เธอร์แทน ลิ้นแดงฉานเลียริมฝีปากอย่างตะกละตะกลาม "แต่ฉันมาที่นี่เพราะนาย"

ฟ้าผ่ากึกก้องในสมอง กุนเธอร์เล็งเขาไว้เป็นเหยื่องั้นรึ?!

อาร์เธอร์ชี้นิ้วไปที่เดสมอน "เจ้านี่เป็นคนโจมตีนายนะ เมื่อกี้นายก็บอกว่าเขากลิ่นหอมนี่ ฉันมันผอมแห้งไม่มีเลือดให้นายสูบหรอก กินเขาดีกว่า"

"..." เดสมอน

"ไม่ล่ะ นายหอมกว่าเยอะ"

"..." เดสมอนกับอาร์เธอร์

อาร์เธอร์รีบกระโดดเข้าไปหลบหลังเดสมอน "เดสมอนสหายรักช่วยฉันด้วย!"

เดสมอนแค่นเสียงสบถในลำคอ อย่างน้อยเขาก็คิดถูกเรื่องที่ว่าอาร์เธอร์น่าจะมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าเขา ปกติกลิ่นของเดสมอนก็มักจะล่อปีศาจออกมามากมายเช่นกัน แต่ครั้งนี้แวมไพร์ระดับสูงถึงกับเมินกลิ่นของเขาเพราะอาร์เธอร์ เจ้านี่คงจะแข็งแกร่งมากเพียงแต่ยังไม่ได้รับการขัดเกลา เหตุผลแค่นี้ก็เพียงพอให้เขาปกป้องเจ้าตัวแล้ว

เดสมอนชูกางเขนเงินในมือ แร่เงินยืดยาวออกมาเป็นดาบเงินสองคมส่องแสงสว่างเรืองรองในความมืดมิดดั่งดวงดารา ร่างสูงใหญ่ไม่แพ้แวมไพร์ตรงหน้าพุ่งทะยานเข้าจู่โจมทันที

กุนเธอร์เห็นดังนั้นก็หัวเราะดังลั่น ใช้กรงเล็บกรีดแขนตัวเองจนเป็นแผลลึก เลือดไหลทะลักออกมาเป็นสาย ก่อนจะถึงพื้นสายธารแห่งโลหิตก็สะบัดตัวขึ้นรับคมดาบที่ฟาดฟันลงมา

เสียงดาบเงินกับเลือดกระทบกันดังสนั่นก่อนที่เลือดสายนั้นจะอ่อนตัวลงแล้วไหลลงสู่พื้นดิน กุนเธอร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความประหลาดใจ คมดาบฟาดฟันลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างรวดเร็วและหนักแน่น กุนเธอร์ควบคุมเลือดนับสิบสายไปปัดการโจมตี เลือดทุกสายที่กระทบโดนดาบเงินกลับอ่อนพลังลงกลายเป็นเลือดธรรมดาไร้พลัง แม้กุนเธอร์จะพยายามใช้พลังพิเศษเข้าควบคุมอีกกี่ครั้งเลือดเหล่านั้นก็ไม่ขยับตามคำสั่งแม้เพียงนิด

"เงินอย่างนั้นหรือ?"

เดสมอนไม่เสียเวลาตอบ เขาพุ่งโจมตีเข้าไปอย่างต่อเนื่อง เดสมอนเองก็จำกุนเธอร์จากในชาติที่แล้วได้เหมือนกัน เป็นแวมไพร์ที่แข็งแกร่งมาก ยังดีที่พลังพิเศษของอีกฝ่ายแพ้ทางพลังพิเศษของเขา แต่การต่อสู้ยืดเยื้อไม่เป็นผลดี ขณะนี้แวมไพร์รู้ตัวแล้วว่าพลังของเขาคือการสร้างแร่เงิน ก่อนที่อีกฝ่ายจะคิดหาวิธีแก้ทางได้เขาต้องรีบปิดฉากให้ไวที่สุด

ยิ่งป้องกันยิ่งสิ้นเปลืองเลือดในกายไปอย่างสูญเปล่า กุนเธอร์ไม่สนใจจะป้องกันอีกต่อไป เขากระโดดถอยหลังพร้อมกับทุ่มเทเลือดทั้งหมดเปลี่ยนให้เป็นมีดหอกกว่าร้อยด้ามพุ่งโจมตีเดสมอนจากทุกทิศทาง

เดสมอนถูกแท่งเลือดแหลมคมแทงจนกลายเป็นเม่น กุนเธอร์หัวเราะอย่างสะใจ ก่อนที่เขาจะทันได้ไปสนใจเหยื่อที่แท้จริงก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง หนามเม่นโลหิตที่เขาเป็นคนประดับตกแต่งค่อยๆ ร่วงโรยลงมาทีละอัน เผยเกราะสีเงินสว่างโร่จนเหมือนโคมตะเกียงห่อหุ้มตัวคนไว้ข้างใน เดสมอนเก็บเกราะเงินกลับเข้าไปในร่าง เขาไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

"แก เจ้ามนุษย์ไร้ค่า เจ้าเริ่มจะทำให้ข้าโมโหแล้ว!"

กุนเธอร์ลอยขึ้นไปบนอากาศ แวมไพร์ผู้บ้าคลั่งแทงกรงเล็บเขาไปกลางอกของตนเอง คว้านเลือดสีแดงฉานที่ทะลักล้นจนดูเหมือนมีปริมาณไร้สิ้นสุด โลหิตไหลออกมาหมุนวนปกคลุมผสานกับผิวกายขาวซีดจนกลายเป็นสีชาด แวมไพร์สีโลหิตทิ้งตัวลงมาตวัดกรงเล็บแหลมคมเล็งไปที่ศีรษะของเดสมอน

เดสมอนสร้างโล่เงินมากันไว้ แรงปะทะรุนแรงจนส่งให้เขาต้องกลิ้งตัวไปด้านหลัง กุนเธอร์เห็นช่องว่างก็สาดแท่งโลหิตแหลมคมตามติดสกัดไม่ให้เขาลุกขึ้นยืน แวมไพร์หายตัวไปหยุดอยู่ข้างหลังฮันเตอร์ ฟาดฟันกรงเล็บใส่เขาอีกครั้ง ดาบเงินยกขึ้นมาสกัดการโจมตีไว้ได้ทันก่อนที่ศีรษะของเดสมอนจะแหลกเป็นเศษเนื้อ ทั้งสองผละกันและพุ่งเข้าโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า

อาร์เธอร์ใช้ดวงตามนุษย์มองในความมืดเห็นเพียงแสงสีเงินของดาบเงินแกว่งไปมากับสีแดงฉานจากประกายกรงเล็บ ความเร็วในการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนอาร์เธอร์มองตามไม่ทันแต่เขาไม่คิดจะอยู่มองนาน

สู้กันได้ดี ลาขาดล่ะ

การปรากฏตัวของกุนเธอร์หมายความว่าในคืนนี้ที่นี่คือเขตล่าของเขา ปีศาจที่ยังสมองดีหน่อยไม่มีทางเอาชีวิตมาทิ้งด้วยการขโมยเหยื่อในอาณาเขตของแวมไพร์ที่แข็งแกร่ง อาร์เธอร์ตัดสินใจไปหาที่ซ่อนที่เรียกว่านอนเล่นในบ้านพักอย่างสงบเสงี่ยม รอเดสมอนสู้เสร็จแล้วค่อยออกมาใหม่

แน่นอน อาร์เธอร์มั่นใจว่าเดสมอนจะชนะ พลังพิเศษควบคุมเลือดพิการทุกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังพิเศษควบคุมเงินเมื่อเลือดของกุนเธอร์สัมผัสโดนเงินของเดสมอนก็จะใช้การไม่ได้อีก มีเลือดมากแค่ไหนก็ไม่เพียงพอ สักพักแวมไพร์ก็จะเลือดหมดตัวและอ่อนแอลงไปเอง

อาร์เธอร์เพิ่งก้าวไปได้ก้าวเดียวก็เจอปีศาจไม่มีสมองมาขวางทางเขาไว้ มันเป็นหมีตนหนึ่งที่ดูดุร้ายกว่าปกติ สองตาแดงก่ำ เขี้ยวใหญ่จนโผล่ออกนอกปาก และยังมีเขาสีดำงอกขึ้นมาบนหัวอีก แต่ปีศาจหมีคืออะไร? ราชาแวมไพร์อย่างเขาไม่เคยพบเคยเจอ

"จะไปไหนครับ"

เสียงนุ่มนวลสุภาพดังขึ้นที่ด้านหลังปีศาจหมี ไม่สิ คงต้องเรียกว่าอสูรกายหมี

แวมไพร์รูปหล่อท่าทางทรงภูมิฐานดั่งสุภาพบุรุษก้าวเข้ามาใกล้ ผมสีเงินของตระกูลคาร์ไลน์ถูกตัดเป็นทรงประบ่าเหมือนมนุษย์ทั่วไป ดวงตาสีโลหิตภายใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมประกอบกับรอยยิ้มคลี่บางทำให้แวมไพร์หนุ่มแลดูใจดี โดยรวมแล้วเขาเหมือนหัวหน้าพ่อบ้านระดับไฮคลาสของตระกูลสูงศักดิ์สักตระกูลหนึ่ง

อาร์เธอร์จำแวมไพร์ตนนี้ได้รางๆ เขาไม่ค่อยมีบทบาทสำคัญมากนักในชีวิตก่อน รู้สึกว่าจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของกุนเธอร์ชื่อฟาราเดย์ คาร์ไลน์ อะไรทำนองนั้น ส่วนพลังพิเศษเหมือนจะเป็นการเปลี่ยนสัตว์ให้กลายเป็นอสูรกายข้ารับใช้ ถ้าเป็นเจ้านี่เขาอาจจะยังพอมีทางรอดได้อยู่บ้าง

"แวมไพร์ระดับสูงออกล่าด้วยกันงั้นหรือ เพิ่งเคยเห็น" อาร์เธอร์พยายามพูดเบี่ยงเบนความสนใจ

กุนเธอร์ที่ต่อสู้อยู่เองก็เหมือนจะสัมผัสถึงผู้มาใหม่ได้ "ฟาราเดย์ ถอยไป! เจ้ากล้ามาแย่งชิงเหยื่อของข้าอย่างนั้นหรือ ไม่อยากตายดีแล้วใช่ไหม?!"

ฟาราเดย์เพียงปิดปากหัวเราะเบาๆ อย่างสุภาพ "ชีวิตตัวเองจะเอาไม่รอดอยู่แล้ว ท่านพี่ยังมีเวลาว่างมาสนใจข้าอีกหรือ"

อาร์เธอร์เริ่มรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที แวมไพร์ตนนี้แม้พลังจะไม่ได้น่ากลัว แต่กลับมีความเฉลียวฉลาดแทนที่จะใช้แต่กำลังแบบตระกูลคาร์ไลน์ทั่วไป ถึงกับรอจนมั่นใจว่ากุนเธอร์ที่แข็งแกร่งกว่าตนจะพ่ายแพ้แล้วจึงค่อยมาแย่งเหยื่อไป ดูแล้วทุกการกระทำจะผ่านการวิเคราะห์ภายใต้กรอบแว่นและหน้ากากสุภาพชนนั้นมาจนหมด เผลอๆ ที่กุนเธอร์มาที่นี่อาจจะเป็นแผนที่ฟาราเดย์วางไว้เพื่อให้เขาช่วยขัดขวางฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งอย่างเดสมอน

"อาร์เธอร์ หนีไป!"

เดสมอนตะโกนออกมา ในการต่อสู้เพียงลำพังครั้งแรกของอาร์เธอร์ไม่ควรจะเป็นแวมไพร์ระดับสูง ถึงพลังพิเศษของเขาจะทรงพลังมาก แต่ตัวอาร์เธอร์เองกลับไม่มีทักษะการต่อสู้อยู่เลย หากโดนเข้าประชิดตัวเมื่อไรก็จบเห่

อาร์เธอร์ไม่รอให้เดสมอนบอกซ้ำสอง เขาไม่ขอเสี่ยงตกไปอยู่ในน้ำมือพวกตระกูลคาร์ไลน์หรอกนะ ขณะหมุนตัวไปอีกทางเตรียมออกวิ่ง ใบหน้าที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

"หาตัวเจอแล้ว! ในที่สุดข้าก็หาเจ้าเจอแล้ว อาร์เธอร์ แชมเบิร์ต!"

คลินตัน บาร์โธลินทิ้งตัวลงมาจากฟากฟ้า เขาหุบปีกค้างคาวขนาดยักษ์ลง ตาสีโลหิตจดจ้องอาร์เธอร์ด้วยความหิวกระหาย

แวมไพร์ระดับสูงถึงสามตน! สถานการณ์เช่นนี้ผิดปกติเกินไป อาร์เธอร์หมุนตัวไปยังทิศสุดท้าย กลับมีแวมไพร์สาวหน้าตาสะสวยเดินนวยนาดเข้ามา ผมสีน้ำเงินเข้มหยักศกของเธอปล่อยสยายถึงกลางหลัง ทิ้งเกล็ดน้ำแข็งไว้เบื้องหลังทุกที่ที่เดินผ่าน

"ข้ามาช้าไปรึ เหตุใดพวกเจ้าจึงมาชุมนุมกันที่นี่"

อาร์เธอร์แทบจะกรีดร้องออกมา ตระกูลใหญ่ของแวมไพร์มีสี่ตระกูล ตอนนี้มีแวมไพร์ระดับสูงมาล้อมเขาที่เป็นมนุษย์ถึงสามตระกูล! ผู้มาใหม่คือเซซิล เชอร์บิล มือขวาของผู้นำตระกูลเชอร์บิล ผู้นำตระกูลตนนี้ไม่ค่อยจะลงมือจัดการสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองนัก เธอมักจะเป็นผู้ควบคุมอยู่เบื้องหลังเสียมากกว่า ส่วนงานใหญ่ๆ ที่ต้องลงมือก็จะส่งเซซิลที่เป็นมือขวาไปแทน

"พวกเจ้าจะหาเรื่องกันใช่ไหม ที่นี่เป็นเขตล่าของข้า!" กุนเธอร์ถูกเบนความสนใจจนเกือบจะโดนดาบเงินแทงเข้า โลหิตคลั่งที่ครอบคลุมเนื้อหนังบิ่นขาดเป็นริ้วๆ ทั่วทั้งตัว สภาพของเขาตอนนี้ไม่เหลือมาดเค้าของแวมไพร์ผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุคสมัยเลย

"สภาพดูไม่จืดเลยนี่ กุนเธอร์" คลินตันพูดเสียงหยันแต่สายตายังไม่ละไปจากเหยื่อที่เขารอคอยจะได้ลิ้มรสมานานหลายวัน

"พลังพิเศษของมนุษย์ผู้นั้นคืออะไรกัน กุนเธอร์ควบคุมเลือดในกายเขาไม่ได้รึ?" เซซิลเหลือบมองการต่อสู้แสนดุเดือด เธอต้องเก็บข้อมูลไปรายงานท่านผู้นำตระกูล

"แร่เงินน่ะ ว่าแต่ท่านแคนเดซพยากรณ์อะไรได้หรือครับ คุณถึงได้มาอยู่ที่นี่" ฟาราเดย์หรี่ตาลง ดวงตาใจดีอ่อนโยนหายไปเหลือเพียงดวงตาแสนเย็นชาเสมองผู้มาขัดขวางแผนการของเขาทั้งสอง

"แค่มาพาเหยื่อชั้นเลิศไปถวายท่านผู้นำก็เท่านั้น เจ้าก็ได้กลิ่นเขาแล้วนี่" เซซิลยักไหล่ เธอไม่มีทางนำความลับของตระกูลมาเผยแพร่ให้คนภายนอกฟังโดยเด็ดขาด

"มนุษย์ผู้นี้เป็นเหยื่อของข้า! ข้าตามหาเขามานาน ไม่ง่ายเลยกว่าจะเจอ!" คลินตันตวาดลั่น กางกรงเล็บพร้อมต่อสู้ เขาจะไม่ยอมเสียเหยื่อคนนี้ไปอีก

"ถ้าจะพูดแบบนั้นในเราสามตน ข้าเป็นคนแรกที่เจอเขา ก็ย่อมมีสิทธิ์ในตัวเขาใช่หรือไม่" ฟาราเดย์ดันแว่นให้เข้าที่ เรียกอสูรกายออกมาจากป่าเพิ่มอีกสามตัว

"ขอโทษด้วย แต่มนุษย์ผู้นี้เป็นเหยื่อของท่านแคนเดซ" ความชื้นในอากาศรอบตัวเซซิลจับตัวเป็นสะเก็ดน้ำแข็ง

อาร์เธอร์มองแวมไพร์ระดับสูงจากทั้งสามตระกูลเตรียมจะต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงเหยื่ออย่างเขา ศัตรูสู้กันเองเป็นเรื่องดี แต่ตอนนี้เขาโดนล้อมอยู่ตรงกลาง ไม่โดนกระซวกคอก็โดนลูกหลงตาย เขาสอดส่องสายตาล่อกแล่กไปมาหาทางหนี ประกายแสงจันทร์สะท้อนอะไรบางอย่างส่องกระทบดวงตาของเขา สมองประมวลผลเร็วจี๋จนแทบจะเดือดปุด หนทางการหนีที่ไม่ทำให้เกิดการระแคะระคายสงสัยและมีโอกาสรอดชีวิตมากที่สุด

อาร์เธอร์พุ่งตัวไปทางคลินตัน "เอาล็อกเกตฉันคืนมา!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ One thousand years later

    บทพิเศษOne thousand years later"เดสมอน ฉันอยากไปดูหนัง นะ นะ น้าาา"อาร์เธอร์งอแงโวยวาย ภาคต่อของภาพยนต์ชื่อดังที่เขาชื่นชอบกำลังเข้าฉายอยู่ในโรง อาร์เธอร์เห็นโฆษณาในโทรทัศน์ว่าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วจึงอดใจไม่อยู่ หากเขาต้องรอให้เรื่องนี้เข้าแอพพลิเคชั่นดูหนังก็อีกตั้งเป็นเดือน เขาต้องขาดใจก่อนแน่ๆ!กาลเวลาผันผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง จากบ้านหลังน้อยสุดท้ายถูกรังสรรค์ให้เป็นคฤหาสน์เงินตั้งอยู่ตำแหน่งเดิมเร้นลับจากผู้คน ที่ทั้งสองตัดสินใจสร้างบ้านใหม่ให้เป็นคฤหาสน์เนื่องจากนานวันเข้าอาร์เธอร์ยิ่งมีนิสัยเหมือนกับแวมไพร์มากขึ้นทุกที เห็นของอะไรต้องตาก็เป็นต้องเก็บสะสม เดสมอนห้ามเท่าไรก็เอาไม่อยู่ จึงแก้ปัญหาด้วยการสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีห้องหับมากมายเพื่อเก็บของสะสมของราชาแวมไพร์ รวมถึงมีห้องใต้ดินเพื่อหมักไวน์ให้เดสมอนดื่มอีกต่างหาก พวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงินทองเพราะมีพลังแร่เงินของเดสมอน เพียงแต่..."เราไม่ได้ออกไปไหนมาหลายปีแล้ว สกุลเงินจะเปลี่ยนรึยังก็ไม่รู้""ไปไถเอาจากคลินตันก็ได้ ยังไงฉันก็ต้องไปเติมเลือดใส่ล็อกเกตก่อนที่หมอนั่นจะออกอาละวาดไปกัดมนุษย์มั่วซั่วอยู่ดี และก็ยังต

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ ความลับของปาปากับมามา

    บทพิเศษความลับของปาปากับมามาเดสมอนกลับมาที่บ้านเงินของพวกเขา แม้โลกจะสงบสุขมาเป็นเวลาหลายปี เขาก็ยังคงตระเวนออกไปทำหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ นาๆ ที่สามสถานศักดิ์สิทธิ์เข้าไม่ถึง รวมถึงช่วยประคับประคองให้ระบบจัดสรรเป็นไปด้วยดี ไม่มีปีศาจแอบฉกชิงผลประโยชน์และไม่มีมนุษย์ขับไล่ไสส่งปีศาจยามนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ดวงอาทิตย์แผดแสงเจิดจ้าผ่ากลางศีรษะของพวกเขา สูบเอาพลังในการใช้ชีวิตไปจากทุกอณูรูขุมขนของแวมไพร์ แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่เด็กเล็กกำลังเปี่ยมล้นไปด้วยความต้องการที่จะเล่นสนุกอาร์เธอร์นั่งนิ่งถือร่มกันแดดให้กับตัวเขาเองและหลานสาว พวกเขานั่งอยู่บนผ้าปูรองพื้นสนามหญ้าตัดสั้นหน้าบ้าน เอ็ดน่าวัยสามขวบกำลังหยิบจับถ้วยและกาน้ำชาทำทีเป็นต้มชาและตัดก้อนดินต่างขนมเค้กใส่ใบไม้ยื่นให้กับอาร์เธอร์ที่ตาลอยไปแล้ว เขานั่งแข็งค้างราวกับวิญญาณหลุดลอย ขาดก็แต่น้ำลายไหลยืดออกจากปากที่เผยอค้าง เดสมอนหัวเราะขบขันก่อนจะเดินเข้าไปหาพวกเขา"อาร์เธอร์ กินขนมเค้กสิ หนูทำสุดฝีมือเลยนะ"เอ็ดน่าเพิ่งจะมีอายุได้สามขวบก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว ไวกว่าที่ป้าแอนน์บอกมาถึงสองสามปี แต่ยัยหนูกลับไม่ได้เปลี่ยนเป็น

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ งานวิวาห์ใต้แสงดาว

    บทพิเศษงานวิวาห์ใต้แสงดาวหลังประกาศยุคสมัยใหม่แห่งการอยู่ร่วมกันของปีศาจและมนุษย์ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ผู้เข้าร่วมการจัดสรรก็มีมากขึ้นไปตามกาลเวลา โลกสงบสุขเสียจนสามสถานศักดิ์สิทธิ์แทบจะกลายเป็นพวกว่างงานสตรีศักดิ์สิทธิ์นั่งเหม่อมองอยู่ริมหน้าต่างบนชั้นสูงสูดของหอคอยที่เดิมเป็นที่สถิตของกางเขนศักดิ์สิทธิ์ เธอไม่มีภารกิจช่วยเหลือมนุษย์มาหลายเดือนแล้ว"เวโรซ่า เกษียณเถอะ"เวโรซ่านิ่งอึ้ง เธอหันไปหาหัวหน้าอัศวินศักดิ์ที่เดินมาหยุดยืนข้างหลังเธอ "ฉันยังต่อสู้ได้ ปีศาจที่ไม่เชื่อฟังยังมีอยู่มาก อสูรกายเองก็ปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์ยังต้องการความช่วยเหลือ""เดสมอนกับราชาแวมไพร์จัดการได้ดี ไม่ตกถึงมือพวกเราหรอก" ดันเซลกล่าว"แต่..."ไม่รอให้เธอได้พูดจนจบ ดันเซลคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือใหญ่ช้อนมือเรียวสวยของหญิงสาวขึ้นมาจุมพิต"เวโรซ่า ความหมายของฉันคือ แต่งงานกันเถอะ"งานวิวาห์จัดขึ้นในโบสถ์ของหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ดันเซลผู้เก็บเดสมอนมาเลี้ยงรวมถึงมอบนามสกุลของตนให้แก่เขาแน่นอนว่าพระเจ้าต้องมาร่วมเป็นสักขีพยานความรักในครั้งนี้ด้วย เดสมอนพาอาร์เธอร์มานั่งที่เก้าอี้แถวแรกสุด รัศมีเรืองรองขอ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ สตอล์กเกอร์ต้องสาป

    บทพิเศษสตอล์กเกอร์ต้องสาปหมู่นี้อาร์เธอร์มักรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา แต่ตัวเขาเองก็สัมผัสถึงผู้ใดในระยะใกล้เคียงไม่ได้จึงไม่ได้ใส่ใจนัก"คิดไปเองล่ะมั้ง"ช่วงเวลากลางวันนั้นเป็นเวลาของมนุษย์ อาร์เธอร์มักจะง่วงหาวนอนตามประสาแวมไพร์ที่เข้าสู่ห้วงนิทราหลบแสงอาทิตย์ เดสมอนออกไปทำงานในช่วงเวลานั้นทิ้งให้คนรักนอนอุตุคอยเลี้ยงหลานสาวตัวจ้ำม่ำที่บ้าน ช่วงพลบค่ำแวมไพร์จึงตื่นเต็มตา งานอดิเรกใหม่ของเขาคืออุ้มยัยหนูไปเล่นที่ลานทุ่งหญ้ากว้างที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเลยออกไปไม่ไกลจากบ้านของพวกเขานักเดสมอนกลับมาถึงบ้านหลังดวงอาทิตย์ลาลับฟ้า วันนี้เขาไปจัดการแบ่งงานในส่วนขององค์กรฮันเตอร์แห่งใหม่ที่เริ่มจะเข้ารูปเข้ารอยทำให้กลับมาบ้านค่อนข้างช้า เมื่อกลับมาก็ไม่พบใครอยู่แล้ว เดสมอนคาดว่าอาร์เธอร์คงพาเอ็ดน่าไปเดินเล่นที่ทุ่งหญ้าอีกตามเคย เขาจึงออกตัวมุ่งหน้าไปยังลานทุ่งหญ้าทันที"สูงอีกเหรอ? เอ้า! สูงอีก"อาร์เธอร์โยนหลานสาววัยยังไม่ถึงขวบปีดีขึ้นฟ้า ตัวเขารอรับอยู่ข้างล่างพร้องกางปีกทั้งสองข้างออกไว้กันเขารับพลาด เอ็ดน่าตัวน้อยบัดนี้ตัวหนาหนักกลมดิ๊กเหมือนลูกหมีมากกว่าลูกหมาป่า เธอหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ เมฟวิน โรซารีน

    บทพิเศษเมฟวิน โรซารีนอาร์เธอร์รีบมุ่งหน้าไปยังศูนย์จัดสรรที่อยู่ไม่ไกลจากกางเขนศักดิ์สิทธิ์ยักษ์อันใหม่มากนัก ราชาแวมไพร์เพียงแค่คลุมผ้าคลุมลวกๆ ปกปิดผิวหนังซีดเซียวภายใต้ผ้าขนสัตว์ผืนหนา แต่ผ้าคลุมจะผืนใหญ่เท่าใดก็ไม่อาจปิดบังปีกค้างคาวที่ยืดสยายเต็มอัตราพร้อมกับสะบัดออกแรงบินเหินขึ้นไปในนภาได้ปีกเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดและฟื้นฟูได้ยากที่สุดของแวมไพร์แต่อาร์เธอร์ไม่ได้สนใจ อาการบาดเจ็บที่ไม่อาจฟื้นฟูกลับมาภายหลังสงครามทำให้เขาบินได้ช้ากว่าเดิม ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังฟื้นฟูได้ทันแสงแดดยามย่ำรุ่งที่ยังพอมีม่านเมฆและภูเขาช่วยบดบังลำแสงสาดส่องจากดวงอาทิตย์ได้บ้าง ราชาแวมไพร์ร่อนลงยังอาคารหินหลังหนึ่งอันเป็นศูนย์จัดสรรที่ตัวเขาเองเป็นผู้ก่อตั้ง"อาร์เธอร์ ตายจริง! นายบินมาทั้งอย่างนี้เลยเนี่ยนะ แล้วเดสมอนล่ะ เขาไม่ได้พานายมาเหรอ?"เออร์ธา ลูกครึ่งมนุษย์หมาป่า น้องสาวของอัลเฟรดรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลการจัดสรรตรงปรี่เข้ามาหาอาร์เธอร์"เขาออกไปทำงานทางฝั่งมนุษย์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฉันได้ยินรายงานก็รีบตรงมาที่นี่เลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉันฟื้นฟูได้ทัน เล่าเรื่องด่วนที่ว่ามาเถอะ"เรื่องด่วนที่ศูนย์จัด

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทที่ 30 ปัจจุบันของฉันและนาย (2)

    บทที่ 30ปัจจุบันของฉันและนาย (2)ในค่ำคืนถัดไป การประชุมครั้งใหญ่ของสองเผ่าพันธุ์ถูกจัดขึ้นใต้ร่มเงาของกางเขนเงินศักดิ์สิทธิ์ยักษ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือซากปรักหักพังของคฤหาสน์ตระกูลคาร์ไลน์ ผู้ร่วมประชุมฝั่งปีศาจมีทั้งผู้นำตระกูลทั้งสี่ของเผ่าแวมไพร์ ผู้นำเผ่ามนุษย์หมาป่าไวเวิร์น และผู้นำเผ่าสัตว์อสูรอีกนานาชนิด ส่วนทางด้านฝั่งมนุษย์ก็มีทั้งหัวหน้าหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ หัวหน้าโบสถ์อาญาสวรรค์และหัวหน้าองค์กรที่ล่มสลายจากสงครามครั้งนี้อย่างคาร์ลอส ฮันต์ รวมถึงผู้นำเมืองมนุษย์ต่างๆเดสมอนในฐานะพระเจ้าของทางฝั่งมนุษย์และอาร์เธอร์ในฐานะราชาปีศาจเป็นประธานในองค์ประชุม สำหรับเดสมอนที่ทุกผู้ทุกคนได้พบเห็นจากปรากฏการณ์การจุติไม่มีใครโต้แย้งสำหรับเรื่องนี้ ส่วนอาร์เธอร์เองเผ่าพันธุ์ปีศาจปกครองกันด้วยความแข็งแกร่งอยู่เดิม เพียงแผ่รัศมีแห่งราชาออกไปก็ไม่มีปีศาจตนใดสามารถคัดค้านได้แล้ว"กางเขนศักดิ์สิทธิ์เองก็รวมตัวกันเหลือเพียงอันเดียวแล้ว ฉันมีความเห็นให้ยุบรวมสามสถานศักดิ์สิทธิ์ไว้ด้วยกันแล้วจัดตั้งเป็นองค์กรใหม่" เดสมอนเปิดประเด็นเสียงปรึกษาหารือดังขึ้นถมเถ มีทั้งผู้ที่คัดค้านและผู้ที่เห็นด้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status