Masukบทที่ 4
ข้าวตังไปกินซูซู
ฉันเดินลงจากรถของพี่ภีม ห้างในกรุงเทพฯ มันใหญ่โตจริง ๆ ฉันเดินหมุน ๆ มองบรรยากาศรอบ ๆ ที่ดูแปลกตา พี่ภีมหันมาจับแขนฉันแล้วพาฉันเดินตามพี่ริวกับพี่ไนท์มาที่ร้านซูซูที่ฉันอยากมา
ฉันถูกพามานั่งด้านในติดกระจกพี่ภีมกักขังฉันเอาไว้ คงกลัวว่าฉันจะไปซนโต๊ะอื่น พนักงานคนสวยรีบหยิบเมนูเอามาให้ฉัน สายตากวาดมองหาแต่ผู้ชาย แต่ฉันไม่เปิดอ่านเพราะจำได้ว่าพี่ภีมเคยพูดซูซูไว้
"เอาซูซูใส่นมค่ะ เอาเฉาก๊วยกับทับทิมกรอบด้วยนะคะ น้ำแดงกับน้ำมะลิราดมาอย่างละครึ่งใส่นมเยอะ ๆ ค่ะ"
"อะ อะไรนะคะ?"
นอกจากพนักงานจะงงพวกพี่สามคนก็ทำหน้าเหลอหลาไปด้วย ทำไมล่ะตอนอยู่บ้านนอกก็กินแบบนี้ คนกรุงเทพฯ กินไม่เป็นเหรอ
"เดี๋ยวฉันสั่งให้ เธอนั่งเงียบ ๆ ไม่ต้องพูดอะไร"
"พี่ภีมน่ารักมาก ใจดีที่สุดค่ะ"
"ไอ้ไนท์มึงกับกูคิดถูกหรือคิดผิดวะที่มากับยัยนี่"
"คิดผิด! ดีนะคนไม่เยอะ อายเขาฉิบหายสั่งอะไรก็ไม่รู้"
"ก็ซูซูไง!"
ฉันแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ไนท์กับพี่ริวจนถูกพี่ภีมผลักหัวเบา ๆ ไม่ถึงยี่สิบนาทีเจ้าซูซูมีสตรอว์เบอร์รีเต็มไปหมดก็ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ
"ว้าววว สวยจนไม่กล้ากินเลย"
"มีขนมปังสังขยาด้วยรอก่อนนะ"
ฉันหันไปยิ้มให้พี่ภีมคนดีคนเดิมของฉัน แล้วหันไปจิกตาแต่พี่ไนท์กับพี่ริว สองคนนี้คบไม่ได้ แค่ฉันหันไปหาพี่ภีมหันกลับมาเจ้า
สตรอว์เบอร์รี่บนยอดสูง ๆ ก็หายไป มันไปอยู่ในปากของพี่ไนท์แล้ว"ตอนเด็ก ๆ แม่พี่ไม่ได้สอนเรื่องมารยาทหรือไง จะกินของใครก็ต้องขอก่อน แต่ฉันเข้าใจคนเราโตมาในสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน บางทีพ่อกับแม่พี่อาจจะสอนมาดี แต่ของแบบนี้มันอยู่ที่ตัวบุคคลจริง ๆ"
"ยะ ยัยบ้านนอก!!"
"จุ๊ ๆ อยู่ข้างนอกพูดจาให้มันมีสกุลหน่อยสิ เกรงใจคนอื่นเขาบ้าง"
พี่ริวรีบก้มหน้าก้มตาทานขนมปังสังขยาที่ถูกยกมาเสิร์ฟ ส่วนพี่ไนท์ขยับไปนั่งเงียบ ๆ ติดขอบกระจก ไม่รู้เป็นอะไรอยู่ ๆ ก็ไม่พูดไม่จากับใครเลย
ฉันนั่งทานซูซูจนหมด มันเย็นชื่นใจอร่อยดีนะทุกคนลองไปทานสิ เดินออกมานอกร้านพี่ภีมรีบพาฉันขึ้นมาซื้อของ ส่วนพี่ไนท์กับพี่ริวเดินแยกไปซื้อของใช้ส่วนตัวอีกทาง
"ทำกับข้าวอะไรเป็นบ้าง หรือเป็นหมดทุกอย่างเลย"
"เป็นหมดทุกอย่างเลย แม่ใหญ่สอนตั้งแต่น้อย ๆ บ้านฉันต้นตระกูลแม่ใหญ่บอกว่าเคยเป็นแม่ครัวอยู่ในวัง ตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณนู่น"
"บ้านฉันมีเชื้อหม่อม ฉันชอบทานอาหารไทย มันเป็นอาหารที่ครอบครัวของฉันอนุรักษ์เอาไว้ คุณยายของฉันเคยห้ามทุกคนเสิร์ฟอาหารฝรั่งอาหารตะวันตกบนโต๊ะ เพราะท่านต้องการอนุรักษ์ความเป็นไทย"
"แสดงว่าบ้านพี่ภีมค่อนข้างเข้มงวดใช่ไหมคะ ดูเป็นคนเจ้าระเบียบแน่ ๆ"
"จะพูดแบบนั้นก็ถูก ฉันถึงเบื่อ บางครั้งคนเรามันก็ต้องออกมาใช้ชีวิตนอกกรอบบ้าง แค่เรียนฉันก็เหนื่อยพอแรงแล้ว กลับไปบ้านก็ต้องทำตัวให้อยู่ในกรอบอีก"
"อ๋อ! แบบนี้นี่เอง พี่ภีมถึงชอบเรียกสาวมาสวิงกิ้งทุกคืนใช่ไหมคะ!"
"พูดอะไรของเธอนี่มันห้างนะไม่ใช่บ้าน!"
ฉันรีบยกมือขึ้นปิดปากแต่ก็คงไม่ทัน เสียงของฉันเมื่อกี้มันคงทำให้ทุกคนแถวนี้ได้ยินหมดแล้ว สายตาของคนรอบข้างมองมาด้วยความตกใจ บางคนก็รีบขยับหนี บางคนก็พากันซุบซิบ ที่หนักสุดคงจะเป็นพวกเจ๊ชม้อยกะเทยหัวโปกที่พากันซู๊ดปากเก็บน้ำลายของตัวเอง สายตามองมาที่ภีมน้อย จนพี่ภีมรีบเอารถเข็นมาบังไว้
"ขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าจะมีใครได้ยิน"
พี่ภีมรีบพาฉันมายังโซนผลไม้ เขาเลือกซื้อกล้วยหอมผลไม้ที่ไม่ค่อยมีน้ำตาลใส่ตะกร้า ฉันเองก็ช่วยเลือกเหมือนกัน
"ทำไมมันแพงจัง ดูสิแตงโมลูกละ 70 - 80 บาทเลย"
"ก็ปกตินะ"
"ไม่นะ! ไม่ปกติค่ะ ตอนอยู่บ้านนอกแตงโมลูกละ 10 บาทเอง"
"ของขึ้นห้างต้องมีการคัดเกรดมีการตรวจคุณภาพ ราคานี้ถือว่าปกติแล้ว"
"อ๋อ.... มีการคัดเกรดตรวจคุณภาพ"
"วันนี้ไม่ต้องทำข้าวเย็นก็ได้นะ ดูท่าจะอิ่มถึงพรุ่งนี้เลย"
"นั่นสิฉันยังอิ่มอยู่เลย แล้วพี่สองคนนั้นไปไหน ทำไมทำตัวไม่คัดเกรดไม่มีคุณภาพเลยล่ะ"
"หึ คงไปหาซื้อของพวกมันนั่นแหละ"
ฉันเริ่มใช้ความคิดบางอย่างกับตัวเอง จนกระทั่งกลับมาถึงบ้าน ฉันก็เริ่มวางแผนการทำงานของตัวเอง เริ่มจากการทำงานบ้าน จัดสรรปันส่วนให้เรียบร้อย แต่ละคนชอบมีมุมของตัวเอง พี่ภีมชอบอ่านหนังสือบนห้อง ส่วนพี่ไนท์ชอบลงมาเล่นเกม ตัดมาที่พี่ริว... นอกจากกินไม่เป็นที่ยังทิ้งเรี่ยราด ไม่นึกถึงคนทำความสะอาดบ้างเลย
ฉันเอาของว่างมาเสิร์ฟให้พวกพี่ ๆ ทุกคนได้ทาน มีทั้งผลไม้น้ำส้มและน้ำเปล่า ถาดของพี่ภีมมีกล้วยหอมทอง บลูเบอร์รี สตรอว์
เบอร์รี กีวี่จัดเรียงอย่างสวยงาม"ไอ้ริวทำไมของไอ้ภีมน่ากินจังวะ แล้วของกูกับมึงทำไมเป็นกล้วยน้ำว้าเปลือกดำ ๆ แบบนี้?"
"เออนั่นดิ เหมือนไปเอามาจากศาลเจ้าเลย ของไอ้เหี้ยภีมมีทั้งนม ทั้งน้ำส้ม ส่วนมึงกับกูมีน้ำเปล่า แล้วนี่อะไรน้ำแดงแฟนต้า เห็นกูเป็นศาลพระภูมิหรือไง!"
"กูว่ายัยนี่มันกวนตีน มึงกับกูไปเยี่ยวรดหัวมันหรือไง แม่งปั่นฉิบหาย!"
"ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงนะกูจะตบให้หัวทิ่ม กวนตีนกูตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาแล้ว"
"เออ!"
"พวกพี่ไม่เข้าใจหรอกว่าฉันต้องคัดเกรด คัดคุณภาพ พี่ภีมเป็นคนมีคุณภาพ ส่วนพวกพี่เป็นคนไม่มีคุณภาพ ไร้ความสามารถ ไร้ความคิด ไร้จิตสำนึก กินแค่นั้นก็หรูแล้ว"
"รู้ได้ไงว่าพวกฉันไร้คุณภาพ ไร้ความสามารถ เธอรู้ไหมว่าน้ำกามของฉันเป็นสิ่งที่สาว ๆ หลายคนเฝ้าปรารถนา ถ้ามันได้อัดฉีดใส่หน้าใส่ปากใครรับรองติดใจรสชาติของฉัน ไม่มีวันลืมเลยล่ะ"
"ไอ้ไนท์ยัยเด็กนี่มันไม่เชื่อมึงหรอก มึงพูดไปมันจะเข้าใจหรือไงหน้าซื่อ ๆ ดูเหมือนจะไม่ทันคนแบบนี้"
"เรื่องนั้นฉันพอเข้าใจ แต่พวกพี่ต้องลองคิดดูนะว่าน้ำอสุจิของผู้ชายมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรขนาดนั้น อีกอย่างเชื้อของพวกพี่ก็ไม่ได้เป็นที่ต้องการของใครหลาย ๆ คนนักหรอก ใครจะไปอยากได้เชื้อที่ไม่มีคุณภาพแบบนี้ พี่พาผู้หญิงมากินทุกคืน น้ำที่มันออกมาทุก ๆ วันนั่นน่ะ ลองเก็บตัวอย่างไปส่องกล้องดูสิ บางทีอสุจิของพวกพี่อาจจะพิการก็ได้นะ"
"โหวว นี่เธอ! ไอ้ภีมมึงจัดการเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นกูกับไอ้ริวจะหนีออกจากบ้าน!"
"โตเป็นควายแล้วคิดว่าพี่ภีมเขาจะตามหรือไง อยากออกไปไหนก็ไปเถอะ"
"กรี๊ดดด ไอ้ภีมมึงจัดการให้กูเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ฉันรีบขยับเข้ามาหาพี่ภีมเพราะพี่ไนท์กำลังสติแตก ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน หรือเมื่อเช้าเขาไม่ได้กินยาตกเย็นมาระบบประสาทถึงทำงานผิดปกติ
บทที่ 37ตอนพิเศษ 2มหาวิทยาลัยเอกชนนอกจากที่ฉันต้องไปปวดหัวกับเรื่องของพี่ภูริ ฉันยังต้องมาเป็นผู้ปกครองของนะโมในวันนี้อีก เมื่ออาทิตย์ก่อนนะโมมีเรื่องซึ่งฉันรู้ดีเพราะฉันอยู่ในเหตุการณ์ที่ผับคืนนั้นแต่ฉันไม่รู้ว่าคู่อริของนะโม เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับนะโมทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เพราะทั้งสองมีเรื่องชกต่อยกันที่หอประชุม ทำให้ฉันต้องมาเป็นผู้ปกครองของนะโมอย่างกะทันหันเรื่องนี้บอกให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้ไม่ได้ เพราะฉันไม่อยากให้นะโมถูกทำโทษ ถึงนะโมจะดื้อด้านมากแค่ไหนแต่นะโมก็เป็นน้องที่เชื่อฟังฉันมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่ผ่านมามันเกิดขึ้นตอนที่ฉันกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ ฉันถูกนักศึกษาคนนั้นเข้ามากระชากแขน แถมยังมาขโมยจูบฉันอีก มันเป็นจูบแรกของฉันเลยนะ ฉันจะเก็บไว้ให้เจ้าชาย ฉันรีบวิ่งมาฟ้องให้นะโมรู้ หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องชุลมุนจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ คิดว่าเรื่องมันจะจบแต่ก็ไม่จบวันนี้ฉันนั่งอยู่ในห้องของอธิการบดี เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหน้าของผู้ชายคนนั้นเต็มตา หน้าตาก็ดีการแต่งตัวก็สะอาดสะอ้านรถที่ขับมาก็ราคาหลายสิบล้าน ทำไมถึงมีสันดานแบบนั้นนะ"เจ๊ห
บทที่ 36ตอนพิเศษ 1คอนโด X นายแพทย์ภูริ ภูริพัฒน์ ชนาธินาถหลังจากที่เขาต่อรองกับครอบครัวขอออกมาอยู่คอนโดในช่วงชั้นปีที่ 3 เป็นช่วงเวลาที่แฟนสาวของเขาได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยพอดีไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาแอบมาอยู่ด้วยกัน ภูริยังกลับบ้านทุกเสาร์อาทิตย์ วันปกติก็จะอยู่กับแฟนสาว "พี่ภูริคะ เรื่องทุนที่พี่ภูริขอให้ชะเอมวันนี้อาจารย์เรียกไปคุยแล้วนะคะ""เป็นไงบ้างครับ""ชะเอมได้ทุนค่ะ ขอบคุณพี่ภูริมาก ๆ เลยนะคะที่ยอมคุยกับหม่อมย่าเรื่องทุนของชะเอม""ชะเอมเหมาะสมที่จะได้ทุนนี้ครับ อีกสามปีพี่ต้องไปเรียนต่อที่เมืองนอกคงจะไม่ได้อยู่ทันรับปริญญาของชะเอม ตั้งใจเรียนนะครับเด็กดีของพี่" "ชะเอมสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนค่ะ จะเป็นเด็กดีของพี่ภูริ ชะเอมรักพี่ภูรินะคะ" 3 ปีผ่านไป ในวันที่ชะเอมกำลังจะได้ส่งโปรเจกต์สุดท้ายของการเรียน วันนี้เป็นวันที่ภูริต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อเฉพาะทาง ชะเอมรีบก้าวขาเดินลงมาจากคอนโด จู่ ๆ ก็มีรถตู้สีดำขับมาจอดตรงหน้าเธอหยุดเดินแล้วจ้องมองไปยังประตูรถที่กำลังเปิดออก จนเห็นผู้หญิงสูงส่งสง่างามนั่งอยู่ด้านใน"หม่อมย่า!" เหมือนว่านี่จะเป็นแค่การเตือน ท่านไม่ได้พู
บทที่35อบอุ่น ตอนจบหลังจากความวุ่นวายจบลงเด็ก ๆ ได้เข้าเรียนมัธยมศึกษา เรนนี่โตเป็นสาวทั้งสวยทั้งน่ารักได้เป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน คุณพ่อทั้งสามห่วงลูกสาวมาก ฉันดีใจอย่างหนึ่งนะที่ทั้งสามไม่ได้มาคิดเล็กคิดน้อยคำว่าลูกมึงลูกกู เพราะทุกคนคือลูกของเขาทั้งหมดส่วนภูริตอนนี้เป็นพี่ม.6 เรียนเก่งเป็นประธานนักเรียน ที่สำคัญยังเป็นขวัญใจของสาว ๆ ด้วยเจ้าตัวแสบของเรื่องนี้ก็คงจะเป็นนะโม เจ้าเด็กแสบของฉันเพิ่งจะขึ้นม.1 แต่ก็ก่อเรื่องให้ฉันปวดหัวตั้งแต่วันแรกที่โรงเรียนเปิดเหมือนกัน ร้านอาหารของฉันตอนนี้ก็ยังเปิดตัวอยู่ มีลูกค้าเก่าลูกค้าใหม่แวะเวียนมาตลอด หน้าที่ของฉันในแต่ละวันคือการตื่นมาดูแลลูก ๆ แม้ลูก ๆ จะโตแล้วแต่ฉันก็ยังมีความรักและความเป็นห่วง อะไรที่ทำให้ลูกได้ฉันก็มักจะทำภูริมีความฝันที่จะเป็นคุณหมอ แม้คุณพ่อของเขาจะมีตัวเลือกให้แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะเรียนหมอ เพื่อที่จะกลับมาดูแลโรงพยาบาลของครอบครัวฉันได้ยินแบบนี้ก็ดีใจ อย่างน้อยลูกชายของฉันเขาก็เลือกที่จะเดินตามความฝันและเดินตามรอยพ่อ พี่ภีมตามใจลูกมากแต่มีสิ่งเดียวที่ลูก ๆ มีความเห็นตรงกัน นั่นคือการอยู่กับพวกฉันไม่ออกไปไหน
บทที่ 34ลูกชายพี่ไนท์ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยมันก็มาถึง สามปีผ่านไปฉันตั้งท้องที่สาม และมีลูกชายให้พี่ไนท์ได้เลี้ยงดูเป็นลูกของเขาเอง และคุณพ่อของพี่ไนท์ก็ทำการถ่ายโอนมรดกส่วนหนึ่งให้หลานชายเป็นที่เรียบร้อยแล้วมาทีหลังแต่มาพร้อมเงิน 100 ล้านใครบ้างจะสู้ลูกชายคนเล็กของฉันมีชื่อว่านะโม คนนี้คุณปู่เป็นคนตั้งให้เพราะท่านชอบเข้าวัดทำบุญ จึงอยากให้หลานชายมีชื่อว่าน้องนะโมท่านหวังเอาไว้ว่านะโมจะเป็นเด็กที่เรียบร้อยมีสติรู้จักคิดรู้จักทำเพล้ง! "ฮะ ๆ ๆ จ๋วยปี้จ๋วย!" "กรี๊ดดด! นะโม คุณแม่ขาน้องทำกระจกแตกค่ะ!" "เรนนี่อย่าเข้าไปนะเดี๋ยวเหยียบกระจก มานี่มาหาพี่!" สติ ใจเย็น มีเหตุผล กี่โมง!!! ฉันรีบวิ่งออกมาจากในครัว ตอนนี้ประตูบ้านฉันแตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวแสบไปเก็บก้อนหินมาปาประตูบ้านจนแตกกระจาย คุณสามีทั้งสามรีบวิ่งออกมาดูจากห้องทำงานพวกเขา จับลูก ๆ ขึ้นมาอยู่บนที่สูงแล้วรีบจัดการซ่อมประตูให้ฉันเพราะนี่มันไม่ใช่ประตูบานแรก บ้านฉันเปลี่ยนประตูมาไม่ต่ำกว่าสิบบานแล้ว พี่ไนท์ถึงกับต้องสั่งประตูสำรองมาไว้เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นบ่อยมากไหนคือความสงบ ไหนคือสติสัมปชัญญะของลูกฉั
บทที่ 33ลูกสาวพี่ริวเวลาผ่านไปตอนนี้ฉันคลอดลูกคนแรกแล้ว ลูกคนแรกของฉันเป็นไปตามความคิดของพี่ภีมนั่นก็คือลูกชาย พี่ภีมตั้งชื่อว่าน้อง ภูริ ตอนนี้ภูริกลายเป็นขวัญใจของทุกคนไปแล้ว คุณแม่ของพี่ภีมมาอยู่ดูแลเลี้ยงดูด้วยตนเองฉันจึงได้มีเวลาพักผ่อน แต่ช่วงกลางคืนฉันกับพวกพี่ ๆ ก็จะคอยดูแล ไม่ได้จ้างพี่เลี้ยงมาดูแลแต่อย่างใดตอนนี้พี่ริวเริ่มวางแผน พวกเขาไม่ซีเรียสว่าอีกสองคนจะเป็นลูกสาวหรือเป็นลูกชาย เพราะยังไงธุรกิจที่เหลือจะเป็นผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ดีแต่คงไม่ใช่ภายในปี 2 ปีนี้หรอก ขอให้ภูริโตกว่านี้ก่อนฉันค่อยทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรผลิตลูกให้พวกเขาชีวิตครอบครัวของพวกฉันยอมรับเลยว่ามันเป็นครอบครัวที่โคตรสงบสุข ไม่เคยมีเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งหรือแม้แต่เรื่องงานมาให้ปวดหัว กลับถึงบ้านทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง มีเวลาว่างก็ช่วยกันดูแลภูริ จนวันที่ฉันเริ่มมีอาการแพ้ท้องอีกครั้งในระยะเวลาแค่สองปีครึ่ง ฉันไม่มั่นใจว่าจะใช่หรือไม่ใช่แต่ เพื่อความชัวร์ฉันจึงโทรหาพี่ริวให้พี่ริวพาไปโรงพยาบาล ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพี่ริวก็ขับรถมารับฉันเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาลด้วยกันพี่ภีมลงมาฟังผลพร้อมกับพวกฉัน และผล
บทที่ 32ข่าวดีของพี่ภีมหลังจากที่ฉันบอกเรื่องราวสำคัญกับพี่ภีมแล้ว กลับมาถึงบ้านฉันกับพี่ภีมก็เริ่มปฏิบัติงานกันเลย พี่ริวกับพี่ไนท์ยอมสวมถุงยางอนามัย เพื่อปล่อยให้พี่ภีมกับฉันได้มีลูกด้วยกันก่อน พวกเขารู้ว่าพี่ภีมถูกครอบครัวกดดันทั้งเรื่องงานเรื่องเรียนรวมถึงเรื่องคู่ชีวิต ถ้าหากมีหลานสักคนบางทีครอบครัวของพี่ภีมอาจจะปล่อยวางมากขึ้นพี่ภีมกดแช่ทุกหยาดหยดเข้าสู่ร่างกายของฉัน ส่วนทั้งสองทำได้แค่ถอดถุงยางปล่อยพ่นอัดฉีดใส่ตัวและหน้าของฉัน บางครั้งฉันก็เลือกที่จะกลืนกินของทั้งสองเพื่อไม่ให้เขารู้สึกน้อยอกน้อยใจทุกวันหยุดพวกฉันแทบไม่ได้ออกไปไหน ทำกับข้าวเสร็จก็สานต่อกันหน้าทีวี ในครัว บันได และห้องนอนของพวกฉัน ไม่มีวันไหนที่พี่ภีมไม่กดแช่ปลดปล่อยน้ำเชื้อใส่ตัวฉัน และข่าวดีของฉันกับเขามันก็ทำให้ทุกคนดีใจ ฉันกำลังจะเป็นคุณแม่และพี่ภีมกำลังจะกลายเป็นคุณพ่อ หลังจากรับปริญญาของฉันเสร็จเราทั้งสองก็ขับรถมาที่บ้านของพี่ภีมเพื่อบอกข่าวดีให้กับทุกคนรู้ตอนแรกฉันยังไม่บอกหรอกนะปล่อยให้ทุกคนพูดคุยกันไปก่อน ผลการตรวจและแผ่นอัลตร้าซาวด์มันอยู่ในมือของฉัน ซึ่งฉันหยิบเอกสารให้คุณแม่ขาโดยหลอกว่าเป็นสัญญ
บทที่ 23จมน้ำทุกคนเริ่มทยอยลงเรือเพื่อเตรียมล่องแก่ง น้ำมนต์กับฉันได้นั่งคู่กันอยู่ตรงกลาง ด้านหลังมีพี่ริวกับพี่เรย์ ส่วนด้านหน้ามีพี่เพื่อน ๆ นั่งคู่กัน พวกเราค่อย ๆ พายเรือออกมา ช่วงต้นสายน้ำยังไม่ค่อยแรง แต่น้ำใสมากจนเห็นฝูงปลาด้านล่าง บรรยากาศรอบ ๆ มีแต่ต้นไม้มีนกน้อยบินผ่านไปผ่านมาฉันหัน
บทที่ 22เครียดช่วงเย็นนักศึกษาออกมาทำกิจกรรมกันด้านนอก วันนี้เป็นกิจกรรมร้องเล่นเต้นระบำไปตามประสา ลานจอดรถถูกดัดแปลงให้เป็นลานกิจกรรมในค่ำคืนนี้ แต่ก็แค่ช่วงหนึ่งทุ่มเท่านั้น หลังจากนี้ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำกิจกรรมพักผ่อนกันตามอัธยาศัยในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานร้องรำทำเพลง รถของพี่ภีมก็ขับเข้ามา
บทที่ 21โดนจับได้ฉันกับน้ำมนต์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในรั้วมหาวิทยาลัย กลุ่มของพี่โมเว้นระยะห่างหลังจากถูกพี่ริวขู่ไปวันนั้น ที่สำคัญฉันก็มีพวกพี่เรย์คอยปกป้องดูแลวันนี้เป็นวันเดินทางไปจังหวัดนครนายก แม้จะเดินทางไปไม่กี่ชั่วโมงแต่กิจกรรมบนรถ นอกจากร้องรำทำเพลงพวกนักศึกษาชายก็เอาเกมและไพ่มาเล่นกัน
บทที่ 19เดทแรกร้านอาหารเรือนกระจกร้านอาหารไทยที่ขึ้นชื่อมีเหล่ายูทูบเบอร์ และนักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนมาชิมลงรีวิวกันกระหน่ำ ฉันมาทานข้าวพร้อมกับพี่เรย์ แต่ก็ไม่คิดว่าพี่ภีม พี่ไนท์ และพี่ริวจะตามมาด้วยบรรยากาศที่แสนอึดอัด พี่เรย์ทำหน้าตาเบื่อหน่าย แค่เขาจะตักกับข้าวให้ฉันก็ถูกทั้งสามหนุ่มยกจาน







