Masuk“ใช่ย่ะสองคนเลย ตอนนี้ฉันมีแฟนสองคนพร้อมกันเริดป่ะละ”
“อีเพื่อนเลวฉันอุตส่าห์เป็นห่วง ที่ไหนได้กลับยิ้มระเริงเชียวนะยะ” จอยเหลือบตามองฉันอย่างน้อยอกน้อยใจ
“อย่างอนสิขอบใจแกมากที่เป็นห่วงฉัน ตอนนี้ฉันไม่ต้องหาลูกค้าแล้วล่ะเพราะพี่เขาจะเป็นคนให้เงินเดือนและดูแลฉันทุกเรื่อง”
“แกมั่นใจแล้วใช่ป่ะว่าสองคนนั้นโอเคจริง ๆ”
“จะบอกว่ามั่นใจไหมก็ยังแหละแก แต่ฉันรู้สึกชอบพี่เขาแล้วอ่ะทำไงได้ อีกอย่างฉันก็เสียตัวไปแล้วด้วย ฉันไม่ยอมเสียฟรี ๆ แน่นอน” ฉันบอกเหตุผลกับยัยจอยไป
“ถ้าแกตัดสินใจแล้วก็ตามนั้น ฉันดีใจด้วยละกันอย่างน้อยแกก็ไม่ต้องมาเสียตัวให้ผู้ชายมากหน้าหลายตาอย่างฉัน” จอยมันเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้า เห็นอย่างนั้นฉันก็รู้สึกสงสารมันเหมือนกัน เพราะความจนนี่ล่ะที่ทำให้พวกเราไม่มีทางเลือก
“แกอย่าคิดมากสิอย่างน้อยเราก็ได้เงินไปเลี้ยงครอบครัวแถมยังส่งตัวเองเรียนอีกต่างหาก ถือซะว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ฉันเชื่อว่าอีกไม่นานแกจะตั้งตัวได้และเลิกทำอาชีพนี้แน่นอน”
“แกคิดว่าฉันจะเลิกได้จริง ๆ เหรอ”
“ได้สิทำจะไม่ได้ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับแกคนเดียวเท่านั้น”
“ขอบใจแกมากนะที่ยังอุตส่าห์คบกับฉันอยู่”
“ต่างหากที่ต้องขอบใจแก เรามันก็ไม่ต่างกันหรอก แกขายตัว แต่ฉันมันก็เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ แต่สถานะของฉันตอนนี้มันก็ไม่ต่างจากขายตัวแล้วล่ะ”
“เหมือนตรงไหนยะคนเป็นแฟนกันไม่เรียกว่าขายหรอกอย่าคิดมากสิ”
“เปล่า! ฉันไม่ได้คิดมากซะหน่อย แต่กำลังคิดว่าคืนนี้ฉันจะโดนอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้น่ะสิ”
“อีบ้า! โดนครั้งเดียวร่านขึ้นมาทันทีเลยนะยะ” จอยมันเริ่มยิ้มออก
“ก็พี่เขาลีลาดีนี่นา แถมยังหล่ออีกด้วย” ฉันอวยแฟนทั้งสองคนให้เพื่อนฟังอย่างภาคภูมิใจ คงไม่มีใครใจง่ายเกินกว่าฉันแล้วล่ะ เจอกันครั้งเดียวก็ชอบเลยแถมยังตกลงปลงใจเป็นแฟนด้วยอีก
“ฉันเดาว่าสิ่งที่ทำให้แกติดพี่เขาทั้งสองคนแจขนาดนี้คงไม่ใช่เพราะหล่ออย่างเดียวหรอกมั้ง ไอ้นั่นคงจะใหญ่ด้วยล่ะสิท่า” ก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยได้คุยกันเรื่องอย่างว่าสักเท่าไหร่ เพราะฉันยังไม่เคยมีประสบการณ์ แต่หลังจากนี้มันคงจะเป็นหัวข้อหลักในบทสนทนาของเราแล้วล่ะ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน อิอิ
“มากกก ถ้าเข้าพร้อมกันสองอันฉันคงต้องได้แอดมิดเข้าโรง’ บาลแน่ ๆ” ฉันพูดติดตลกออกไป
“อีบ้าก็พูดไป แต่ก็ไม่แน่นะวันดีคืนดีพี่เขาอาจจะทำอย่างที่แกพูดก็ได้”
“ไม่มีทางย่ะ ใครจะให้ทำอย่างนั้นยัดเข้ามาแค่ดุ้นเดียวก็เจ็บจะแย่แล้ว” ฉันก็พูดไปอย่างนั้นเองละค่ะ หากเขาต้องการจริง ๆ ฉันก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ พูดไปมันก็น่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยแต่น้องสาวฉันมันจะรับได้เหรอเนี่ย
“ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้สิยะ หากวันไหนแกโดนทำแบบนั้นแล้วมาเล่าให้ฉันฟังบ้างนะ” ยัยจอยเองก็ทะลึ่งตึงตังไม่แพ้ใคร ถ้าอยากรู้ทำไมไม่ลองเองยะอีเพื่อนรัก
Rrrrr….
ในระหว่างนั้นโทรศัพท์ฉันก็มีสายโทรเข้ามา เมื่อหยิบขึ้นมาดูที่หน้าจอก็พบว่าเป็นพี่คิมนั่นเอง
“แกฉันรับโทสับแปบนะ”
“ย่ะ ผัวโทรมาล่ะสิ” ยัยจอยเบะปากใส่ฉันราวกับรู้สึกหมั่นไส้ซะเต็มประดา
ฉันยิ้มให้ยัยจอยก่อนจะลุกออกจากโต๊ะเพื่อไปรับสาย
“ว่าไงคะพี่คิม”
(ทำอะไรอยู่ครับเมียสุดที่รัก)
“อย่ามาทำเป็นปากหวานหน่อยเลย เพิ่งรู้จักกันเมื่อวานนี้เองนะคะ” ฉันพูดไปยิ้มไปราวกับคนบ้า เพราะรู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก
“อา!! แม่งโคตรเสียว ตอดอย่างนี้ไม่รักได้ไงล่ะครับ” เหมันต์เอ่ยกับเจ้าหล่อนพร้อมกับจ้องมองใบหน้าสวยอย่างหื่นกระหาย“แรงๆ ได้ไหมคะฉันไม่ไหวแล้ว”“ได้เลยครับที่รัก”เหมันต์ไม่รอช้าเริ่มเร่งจังหวะกระเด้า กระแทกดุ้นใหญ่หัวบานเข้าไปในร่องสวาทไม่ยั้ง ห่างเรื่องอย่างว่าไปนานเขาไม่นึกเลยว่าน้ำฟ้าจะมีความกล้ามากขึ้นอย่างนี้ นั่นทำให้เขายิ่งพอใจในตัวเธอมากขึ้นไปอีกปับ! ปับ! ปับ!“อ๊ะๆ ๆ ๆ”แรงกระแทกทำให้หน้าอกกลมโตกระเพื่อมไปตามจังหวะ เหมันต์จึงหยุดมันไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง บีบคลึงไปด้วยกระเด้าไปด้วยอย่างสบายอารมณ์กลีบสวาทอวบอูมทั้งสองข้างเริ่มแดงช้ำ เต็มไปด้วยน้ำหล่อลื่นอันฉ่ำแฉะเหนียวเป็นเส้น เจ้าหล่อนกระเด้งเอวรับจังหวะเด้าของเหมันต์ไปด้วยอย่างอัตโนมัติ“มะ...ไม่ไหวแล้วแม่งเอ้ย ซี๊ดดด” เหมันต์ทำหน้าเหยเกสูดปากเสียว บั้นท้ายยังคงกระเด้งเด้าไม่ยั้งจนคนที่อยู่ใต้ร่างแทบจะแหลกคาเตียง“พะ...พร้อมกันนะคะฉันก็ไม่ไหวแล้ว” น้ำฟ้าตอบรับสามีด้วยความรู้สึกไม่ต่างกันเมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทางแล้วเหมันต์ก็กอดตัวภรรยาเอาไว้แน่น พรมจูบไปตามซอกคอขาวอย่างหื่นกระหาย พร้อมทั้งเร่งจังหวะกระเด้าให้แรงและเร็วขึ้น
เมื่อเคลียร์ทุกอย่างที่กรุงเทพเสร็จแล้วทั้งสามคนก็บินกลับเชียงรายทันที ตอนนี้ทุกคนต่างก็ตั้งตารอที่จะได้เห็นหน้าแม่เลี้ยงของไร่อีกครั้ง เหมันต์รับสาวใช้คนใหม่มาแทนคำปองแล้ว เธอเป็นสาวเหนืออายุราวสี่สิบปี สามารถเข้ากับป้าบัวคลี่ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ความสุขของคนในบ้านหลังนี้ได้กลับคืนมาสมบูรณ์แบบอีกครั้งแล้ว“ป้าบัวครับทำไมคุณพ่อยังไม่มาอีก” คิมหันต์เอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าเพราะนั่งรอผู้เป็นพ่อมานานหลายชั่วโมงแล้ว“อีกแปบนึงค่ะคุณหนูเดี๋ยวคุณพ่อก็มา”“คุณแม่จะกลับมาด้วยไหมครับ”“ป้ามั่นใจว่าคุณแม่ต้องกลับมาด้วยแน่นอนค่ะ”พูดยังไม่ทันขาดคำทั้งหมดก็ได้ยินเสียงรถขับเข้ามาจอดหน้าบ้าน ทุกคนจึงรีบวิ่งออกไปรอต้อนรับผู้มาใหม่ทันที“คณแม่กลับมาแล้วเย้!!!”“น้องคิมลูกแม่”เมื่อเห็นเด็กชายที่เธอรักราวกับลูกแท้ๆ น้ำฟ้าก็รีบวิ่งเข้ามากอดทันที เจ้าหล่อนหอมแก้มนุ่มๆ ทั้งสองข้างด้วยความคิดถึง“น้องคิมคิดถึงคุณแม่ทุกวันเลยครับ”“แม่ก็คิดถึงหนูครับ ต่อไปนี้แม่จะไม่จากหนูไปไหนแล้วนะ”“เย้! น้องคิมดีใจที่สุดในโลกเลย”“อย่ามัวแต่ดีใจจนลืมไหว้เพื่อนแม่สิครับน้องคิม” เหมันต์เอ่ยกับลูกชาย“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่
น้ำฟ้ากลับเข้ามาทำงานที่ภัตตาคารแห่งเดิม ส่วนเรื่องที่หลับที่นอนก็กลับมาพักอยู่กับมะเหมี่ยวเพื่อนรัก แต่ทว่าการกลับมาครั้งนี้ของเธอกลับลืมของสำคัญบางอย่างไว้ที่เชียงราย นั่นคือหัวใจและทำให้การใช้ชีวิตที่กรุงเทพไม่ได้มีความสุขเหมือนแต่ก่อน เธอเอาแต่นั่งเหม่อลอยคิดถึงชายหนุ่มผู้เป็นที่รักยิ่งอยู่ทุกวันเวลา จนมะเหมี่ยวเองก็สังเกตเห็นและพยายามถามไถ่ เธอจึงยอมเล่าความจริงทุกอย่างให้เพื่อนฟัง อย่างน้อยการได้ระบายให้ใครสักคนฟังมันก็รู้สึกดีขึ้นมากอยู่ไม่น้อยเมื่อลงจากรถเมล์สายประจำแล้วสองสาวก็เดินตรงไปยังที่ทำงาน ซึ่งเดินไปตามถนนเส้นนี้อีกไม่ไกลนัก“เร็วๆ แกเดี๋ยวเข้างานสายกันพอดี” มะเหมี่ยวเอ่ยกับเพื่อนรักขณะเร่งฝีเท้าเดินไปอย่างเร่งรีบ“ไม่สายหรอกน่าไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้แก” น้ำฟ้าบ่นให้เพื่อนขณะที่เจ้าหล่อนเดินเอ้อระเหอลอยชายอย่างไร้ชีวิตชีวา“ไม่รีบมีหวังนางยักษ์ขมูขีชี้หน้าด่าเราแน่” ที่พูดถึงนั่นคือหัวหน้าเชฟสาวใหญ่เจ้าระเบียบที่ใครๆ ต่างก็หวาดผวาเมื่อได้อยู่ใกล้“เออๆ รีบก็รีบวะ” น้ำฟ้าเอ่ยเสียงเอื่อยก่อนจะถูกเพื่อนดึงมือให้เดินตามไปเดินมาถึงหน้าภัตตาคารแล้วก็พบว่า มีชายหนุ่มหล่อสว
“เป็น...เพราะน้ำค้างสินะ” เหมันต์พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงได้หนีเขาไปอย่างนั้น คงเป็นเพราะเธอห่วงน้องสาว แต่จะทำยังไงได้ล่ะในเมื่อตอนนี้เขามอบหัวใจให้น้ำฟ้าไปแล้ว ไม่อาจหวนกลับไปรักน้ำค้างได้อีก นั่นคือปัญหาที่เขาไม่สามารถทำตามความปรารถนาของน้ำฟ้าได้“เธอมักจะพูดเสมอว่าตัวจริงของมึงมาแล้ว คงเดาได้ไม่ยากว่าเพราะอะไร กูเองก็เข้าใจเธอเพราะนี่คือน้องสาวที่เธอรัก เธอคงไม่สามารถแย่งมึงไปจากคุณน้ำค้างได้หรอก”“มันก็จริงอย่างที่มึงพูด แต่สำหรับกูแล้วน้ำฟ้าคือคนที่กูอยากใช้ชีวิตด้วย เธอเข้ามาเติมเต็มทุกอย่างในชีวิตกู กูคงไม่สามารถกลับไปรักน้ำค้างได้อีกแล้วว่ะ”น้ำค้างที่ยืนแอบฟังอยู่ตรงบันไดก็น้ำตาไหลลงมาเป็นทาง เธอไม่นึกเลยว่าแค่ช่วงเวลาไม่นานที่พี่สาวเธอและเหมันต์ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งสองจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันถึงเพียงนี้ แต่จะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเธอเอง ในเมื่อทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมแล้วเธอควรจะเป็นฝ่ายเดินออกไปเสียเอง เพื่อไม่ให้พี่สาวต้องเสียใจอย่างนี้ คิดได้อย่างนั้นเจ้าหล่อนก็เดินขึ้นไปบนห้องนอน“ถ้ามึงคิดไตร่ตรองดีแล้วก็ทำตามหัวใจตัวเองสิวะ เรื่องของหัวใจมันห้ามกันได้ซะที่ไหนกันล่ะ
“ขอบคุณจ้ะป้า”เมื่อสาวใช้ทั้งสองเดินออกไปแล้ว ประจวบเหมาะว่าภูวดลก็เดินเข้ามาในบ้านพอดี“อ้าว! นึกว่าขึ้นข้างบนกันหมดแล้วซะอีก” ภูวดลเลิกคิ้วมองทุกคนก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างคิมหันต์ พร้อมทั้งกอดคอเอาไว้“รอมึงนั่นล่ะไปไหนมาวะ”“กู...ไปเดินเล่นในสวนมา” จริงๆ แล้วเขาคุยสายกับน้ำฟ้าต่างหาก รายงานให้เธอรู้ว่าตอนนี้เหมันต์ปลอดภัยดีและกลับมาที่บ้านเรียบร้อยแล้ว เธอจะได้สบายใจ“ยังมีอารมณ์สุนทรีย์อีกนะมึงอะ”“นิดหน่อยว่ะ” ภูวดลแค่นยิ้มออกมาเล็กน้อย“เอ่อ...เดี๋ยวฉันขึ้นไปข้างบนก่อนนะคะ คุยกันตามสบายค่ะ” น้ำค้างรู้สึกว่าทั้งสองคงอยากมีอะไรคุยกันเป็นการส่วนตัว“ไว้ค่อยคุยกันนะครับ” ภูวดลเอ่ยกับหญิงสาว“ค่ะ” น้ำค้างส่งยิ้มให้ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับเด็กชายที่นั่งอยู่ข้างภูวดล “น้องคิมขึ้นไปดูการ์ตูนข้างบนกันดีกว่าครับ”“ครับคุณแม่” คิมหันต์ตอบรับแล้วก็หันไปเอ่ยกับคนที่นั่งอยู่ข้างกัน “น้องคิมขึ้นไปข้างบนก่อนนะครับอาภู”“ครับผม” ภูวดลเอื้อมมือไปจับแก้มลูกชายเพื่อนอย่างเอ็นดูหลังจากทั้งสองคนเดินไปแล้วภูวดลก็หันไปสนใจเพื่อนต่อทันที เขาอยากให้เพื่อนถามไถ่เรื่องน้ำฟ้าซะเหลือเกิน แต่ทว่าเหมันต์กลับนิ่งเ
ปัง!“คุณฉัตรชัย!”ลูกตะกั่วพุ่งจากปลายกระบอกปืนของเหมันต์เข้าไปที่กลางหลังฉัตรชัย ก่อนที่เขาจะลั่นไกฆ่าลูกเมียตนเอง เหมันต์ไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นเลยสักนิด หากย้อนเวลากลับไปได้จะไม่มีทางทำให้พ่อกับแม่ของฉัตรชัยต้องตายเด็ดขาด เพราะเขาเองก็ไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นฆาตกร แต่ครั้งนี้เขาตั้งใจทำเพื่อให้เด็กในท้องคำปองได้เกิดขึ้นมาลืมตาดูโลกคำปองรีบวิ่งเข้าไปพยุงตัวฉัตรชัยขึ้นไว้บนตักตนเอง แม้ว่าเธอจะไม่ได้รักฉัตรชัยแม้แต่น้อย แต่ทว่าเขาก็คือพ่อของลูก เธอเองก็อยากให้ลูกเกิดขึ้นมาแล้วมีพ่อเหมือนคนอื่น ๆ“คุณฉัตรชัย ฮือ ๆ”“ฉะ...ฉันขอโทษที่จะทำร้ายเธอ” ฉัตรชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับลมหายใจใกล้จะหมดลงในอีกไม่ช้า“ฉันอภัยให้คุณทุกอย่าง ฮือๆ อย่าเป็นอะไรไปนะคะคุณต้องอยู่เพื่อลูกของเรา”เมื่อได้ยินอย่างนั้นฉัตรชัยก็ยิ้มน้อยๆ ออกมา อย่างน้อยเขาก็ได้รู้ว่าตนเองยังมีลูกชายไว้สืบสกุลก่อนจะตายไปจากโลกใบนี้“ลูก...ฉันกำลังจะมีลูก เฮือก!”“ใช่ค่ะเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน คุณต้องไม่เป็นไรนะ”“ดูแลลูกแทนฉันด้วยนะ อย่าให้ลูกรู้ว่ามีพ่อเลวๆ อย่างฉัน”“คุณคือพ่อของลูกฉันนะ คุณฉัตรชัย ฮือๆ ๆ” คำ







