เข้าสู่ระบบ“อุ๊ย...ขออภัยค่ะ”
“ขอโทษ เราไม่ทันระวัง”
เพราะตรงนี้เป็นมุมทึบจึงทำให้มองไม่เห็นคนที่กำลังเดินมา อันวารกล่าวคำขอโทษหญิงสาว ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมอง หญิงสาวที่สนทนาอยู่กับตัวแทนจากประเทศไทยเมื่อครู่
“ถ้าไม่เจ็บเราขอตัว” อันวารจำเธอได้แต่มันไม่ได้มีความหมายอะไร เดี๋ยวเขาก็จากที่นี่ไปแล้ว
“ไม่เจ็บค่ะ” ...เจ้าชายอันวาร คีฟ ราเจฟ
เพียงสามคำที่เธอได้พูดกับเจ้าชายผู้ฝึกเหยี่ยว คงมีเพียงซีรีนเท่านั้นที่ยังจำชื่อนี้ของเขาได้ ในเวลานี้ทุกคนล้วนจดจำเขาในนามเจ้าชายกบฏทั้งสิ้น
“ท่านกลับมาแล้ว ท่านสบายดี” ซีรีนเอ่ยกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พร้อมรอยยิ้มบางใต้ผ้าเนื้อดีที่ใช้ปิดบังใบหน้า คนที่เธออยากรู้ข่าวคราวของเขามาโดยตลอด หนทางสู่อัลบราบานั้นช่างยากเย็น แต่เจ้าชายผู้นี้กลับมาได้อย่างปลอดภัย
หนวดเคราบนใบหน้าไม่อาจปกปิดความหล่อเหลาของอันวารได้ ซีรีนที่มาเป็นตัวแทนซารอได้แต่มองตามหลังคู่หมั้นของพี่สาว แผ่นหลังกว้างไหล่แกร่งที่เคยมีเหยี่ยวบินมาเกาะเธอยังจำได้ดี
“ฟาฮัด ใช่...เหยี่ยวฟาฮัด”
กี๊ยยยยยยย กี๊ยยยยยยย เสียงแหลมสูงทำให้ซีรีนต้องเชิดหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า ราวกับฟาฮัดรับรู้ได้ว่ามีใครกำลังเอ่ยถึงมัน เหยี่ยวบาดเจ็บในวันนั้นเติบโตเป็นเหยี่ยวทะเลทรายตัวโตและสง่างามเช่นเดียวกับเจ้านายของมัน ฟาฮัดแฝดเสียงร้องบินโฉบลงมาใกล้ซีรีนแล้วก็เชิดขึ้นฟ้า สิ่งที่มันแสดงออกทำให้อันวารหันกลับมามอง ฟาฮัดเป็นพญาเหยี่ยวที่เหยี่ยวทุกตัวที่เขาฝึกในอัลบราบาต่างหวั่นเกรงมัน แต่ดูท่าทางของมันต่อสตรีแปลกหน้าในตอนนี้สิ ฟาฮัดบินโฉบมาใกล้ซีรีนอีกครั้งก่อนที่อันวารจะยื่นแขนออกไป เป็นการส่งสัญญาณให้มันกลับลงมา
เขามองซีรีนด้วยแววตานิ่งสงบ ต่างจากเธอที่มองเขาด้วยความชื่นชมและปีติยิ่งที่ได้พบ เธอย่อตัวทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม แต่คนใจหินกลับมองการกระทำนี้เป็นเพียงเรื่องเสแสร้ง ต่อหน้าเคารพพอหันหลังกลับก็ขุดวาจาเชือดเฉือนขึ้นมาแต่งเติมเรื่องราวของเขาให้คนอื่นได้เข้าใจในมุมที่ผู้พูดต้องการ สุดท้ายล้วนจอมปลอม อันวารจึงไม่ได้ใส่ใจและตอบรับการทำความเคารพของเธอ เขาหันหลังเดินต่อไป โดยไม่ได้ไยดีสิ่งรอบตัว
“นายท่าน ฟาฮัดมันเป็นอะไรครับ ผมไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้มาก่อนเลย” ซัลวาเอ่ยถามเจ้าชาย
“ถ้าแบบนี้ปกติก็คงบอกว่ามันดีใจ แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจเพราะมันจะดีใจไปทำไม”
อันวารส่งไม้ต่อให้ชารีฟ ปล่อยให้ฟาฮัดไปเกาะบนแขนของชารีฟแทนแล้วจึงเอ่ยกับเจ้าแห่งนภาด้วยความไม่เข้าใจ
“เจ้าจะดีใจทำไม เหยี่ยวอกตัญญู ทีกับซารอเมื่อก่อนเจ้าไม่ให้จับ ทั้งยังดุใส่เธอ ทั้งที่เธอช่วยทำแผลให้เจ้า”
อันวารเอ่ยถึงคู่หมั้นที่ไม่ได้พบกันมานาน บุตรสาวของตระกูลมั่งคั่งอันดับหนึ่งในดูบีอา ผู้หญิงที่ผู้คนต่างบอกว่าเธอคือสตรีที่สวยที่สุด อันวารไม่เข้าใจเจ้าเหยี่ยวดื้อตัวนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนซารอช่วยมันไว้ มันกลับไม่แม้แต่จะเข้าใกล้เธอ
กริด!!! ฟาฮัดทำเสียงสั้นในลำคอ จากนั้นก็โผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ให้คนเบื้องล่างทั้งสามได้แหงนหน้ามองจนปวด
“เอาแต่ใจจริง ๆ ฉันถูกมันโกรธ...ทุกวันนี้ฉันหรือมันกันแน่ที่เป็นเจ้านาย”
การได้อยู่กับคนที่ไว้ใจเป็นเวลาที่อันวารรู้สึกผ่อนคลายที่สุด อีกไม่กี่วันก็ต้องออกจากนครหลวงไป ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้รับอนุญาตให้กลับมาอีก ดังนั้นก็อดนึกถึงคู่หมั้นของตนเองไม่ได้ ด้วยประเพณีของดูบีอาเธอไม่อาจแต่งงานหรือรับหมั้นใครได้ เพราะเขายังไม่ได้เอ่ยยกเลิกการหมั้นหมายในครั้งนี้ หากอีกฝ่ายรับหมั้นผู้อื่นทั้งที่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ฝ่ายหญิงจะเสียหายอย่างมิอาจชดใช้ ฟังดูแล้วช่างเป็นประเพณีที่ไม่ยุติธรรม แต่มันกลับทำให้อันวารพอใจ
“พรุ่งนี้ฉันจะไปตระกูลอัลซาดี”
“นายท่านจะไปทำไมครับ”
อันวารไม่ตอบเพียงยกยิ้มมุมปากแล้วเดินต่อไป หากแต่ในใจมีคำตอบแล้วว่าเขาจะต้องไปทวงสัญญาหมั้นหมาย จะปล่อยให้นางอดสูต่อไปไม่ได้ แต่ไม่มีทางที่อันวารจะยกเลิกงานแต่งระหว่างเขากับซารอ มีหรือจะไม่รู้ว่ารัชทายาทเองก็ต้องการตระกูลนี้เพื่อเสริมเก้าอี้บัลลังก์ของตัวเอง
“ไปทวงสัญญา”
“แต่พรุ่งนี้จะมีการอ่านพระราชสาส์นฉบับสุดท้ายนะครับ นายท่านจะไม่อยู่ฟังเหรอครับ” ซัลวาเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวชารีฟมาบอกเองแหละว่าตาเฒ่านั้นต้องการอะไร คงไม่ใช่ชีวิตแม่ฉันหรอก นางตายไปแล้วและตายซ้ำ ๆ เพราะวาจาของฟาติมาภรรยารักของเขาเอง...พรุ่งนี้ไปแสดงความเคารพท่านแม่ที่สุสานก่อนค่อยไป สิบปีมานี้ไม่รู้จะมีคนดูแลหรือไม่”
“ครับนายท่าน” ทั้งซัลวาและชารีฟตอบรับแข็งขัน เพราะสายตาของเจ้านายหม่นลงทันทีที่เอ่ยถึงพระมารดา
“ลูกมีชีวิตอยู่ตามคำของท่านแม่แล้ว”
นอกจากมีชีวิตอยู่ ยังพลิกฟื้นอัลบราบาจากผืนทะเลทรายเวิ้งว้างสู่ความเจริญ จนทำให้นครหลวงอยู่ไม่ติดเก้าอี้
ไม่มีความโกรธแต่เต็มไปด้วยความขวยเขิน เขาหายไปหลายเดือนกลับมาก็โมเมว่าเธอเป็นแฟนแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน มุกตาภาเดินลงบันไดจากชั้น 3 ของตึก โดยมีชารีฟเดินตามมาเงียบ ๆ เขาปล่อยให้เธอได้ปลดปล่อยอารมณ์อย่างเต็มที่โดยไม่ได้ขัดขวาง เพียงแต่มองดูห่าง ๆ ด้วยความห่วงใย "ตั้งแต่ชั้น 3 จนถึงลานจอดรถทำให้อารมณ์ดีขึ้นบ้างหรือยัง""ยัง!!! มันกล้าดียังไงมาว่าฉันเป็นผู้หญิงน่าเบื่อ ทั้งที่มันเป็นคนนอกใจฉัน ไอ้เลว""เลิกโกรธได้แล้วคุณหมอ หน้าเหี่ยวอินทผาลัมแห้งแล้ว""ชารีฟ!!""ครับ?"ท่าทางดี ๆ วันแบบนิ่ง ๆ ยิ่งทำให้คุณหมอแทบปรี๊ดแตก "ชอบเขามากเหรอครับถึงเป็นแบบนี้""ไม่ได้ชอบ" มุกตาภาตอบเสียงห้วน หมอก็คนโมโหเป็น อาละวาดได้ ยิ่งมาถูกพูดลับหลังแบบนี้ใครจะทนไหว "ไม่ได้ชอบเขาแล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ทำไมถึงคุมตัวเองไม่อยู่....รักเขามากเหรอ รักเขาจนลืมไม่ได้เลยหรือไง ผมรู้จักคุณมากี่ปีผมไม่เคยเห็นคุณเป็นแบบนี้ แค่เห็นเขาคุณก็คุมตัวเองไม่ได้ คุณรักเขามากขนาดนั้นเลยเหรอ"ชารีฟเอ่ยถามจากความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย หลายปีที่รู้จักกันมามุกตาภาไม่เคยเสียการควบคุมตัวเอง แต่เพราะคนคนนั้นทำให้เธอเป็นแบบนี้ เธอคงรักผู
บรรยากาศในโรงพยาบาลเอกชนไม่ได้วุ่นวายเหมือนในโรงพยาบาลรัฐที่มุกตาภาเคยทำงานก่อนหน้า หลายปีแล้วที่ลาออกและย้ายตัวเองมาเป็นคุณหมอเอกชนท่านหนึ่ง ไม่เคยมีใครรู้ว่าทำไมเธอถึงลาออก จนต้องหนีไปเที่ยวไกลถึงดินแดนทะเลทรายแล้วถูกจับตัวไป "พี่นอกใจมุก แล้วยังมีหน้ามาโทษว่ามุกไม่มีเวลาให้ พี่ก็หมอ มุกก็หมอน่าจะเข้าใจเรื่องเวลานะ....ถ้าไม่ใช่ก็แค่เลิกกันไม่ใช่นอกใจ แล้วหาข้ออ้างบอกว่าตัวเองไม่ผิด ไอ้เวร"ต้องการคุณหมอเรียบร้อยอ่อนหวานเหรอ เชิญป้ายหน้าได้เลยเพราะตรงนี้มีแค่หมอมุก ก๊อก ๆ เสียงเคาะประตูทำให้มุกตาภาออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง จัดระเบียบของชุดใก้เข้าที่เข้าทาง "เชิญค่ะ""หมอมุกคะ วันนี้คนไข้หมดแล้วค่ะ"พยาบาลส่งยิ้มให้คุณหมอคนสวย หลายเดือนแล้วที่ไม่ได้เห็นคนไข้ VIP ของคุณหมอแวะเวียนมา เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นใคร รู้เพียงว่าเป็นชาวต่างชาติ ใบหน้าหล่อคมเข้ม มีหนวดเคราเล็กน้อย แต่มองอย่างไรก็ดูสะอาดสะอ้าน ทุกครั้งที่มามักจะร่างกายแข็งแรงแต่ต้องการปรึกษาเรื่องโรคหัวใจกับคุณหมอมุกตาภา จากนั้นก็จะรอรับไปทานข้าวกลางวัน บางครั้งก็อยู่รอจนเลิกงาน"คนไข้โรคหัวใจไม่มาหลายเดือนแล้วนะคะ"
"ใจคอจะโกรธพี่ไปนานแค่ไหนอามีน""จนกว่าพี่ซัลวาจะตายจริงนั่นแหละ"ข่าวการหายสาบสูญของเจ้าชายอันวารและองครักษ์ทั้งสองคนที่ไม่รู้ชะตากรรม ทำให้อามีนเสียใจจนกินนอนแทบไม่ได้ เธอพึ่งเรียนรู้ความรักหนุ่มสาวเป็นครั้งแรก และรู้ว่าสิ่งที่รู้สึกกับซัลวานั้นคือความรัก รักที่ไม่ใช่เพียงพี่น้องหรือคนที่คุ้นเคย แต่เป็นความรักที่หญิงคนหนึ่งมอบหัวใจให้ผู้ชายสักคน เขารับปากจะเป็นครอบครัวให้เธอแต่กลับมาด่วนจากไปทำให้อามีนเป็นทุกข์มาก แต่นั่นยังไม่เท่าการมีชีวิตอยู่แต่ไม่ยอมติดต่อเธอมา ปล่อยให้เธออยู่กับความเสียใจนั้นอยู่หลายเดือน "โธ่ อามีน...ทุกอย่างมันฉุกละหุกไปหมด มันวุ่นวายและอยู่ในความเป็นความตาย แค่เสี้ยววินาทีพี่ก็ลงไปนอนใต้ทรายในอัลบราบาได้เลยนะ""พี่ก็นอนสินอนไปเลย ฉันอยากจะทุบพี่ให้ตายจริง ๆ ทุบให้ตายคามือเลย""คุณนายก็ยอมให้อภัยนายท่านแล้ว เธอจะโกรธพี่ต่อแบบนี้ได้ยังไง อีกอย่างถ้าเธอจะโกรธใครสักคนก็ต้องโกรธนายท่าน เพราะพี่ทำตามคำสั่ง""นี่พี่เจ้าเล่ห์ที่สุด""พี่เจ้าเล่ห์ที่ไหนกัน พี่เป็นทหารก็ต้องฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา แล้วคนที่ออกคำสั่งนั่นไม่ใช่ยศนายพลนะเป็นกษัตริย์ เธอต้องเห็นใจพี่ทหาร
อันวารไม่ได้สนใจคำตอบเพราะตอนนี้เขาได้กำจัดสิ่งน่ารำคาญทุกชิ้นบนตัวเธอออกไปจนหมดในเวลาอันสั้น ตอนนี้มีเพียงร่างเปล่าเปลือยอวดโฉมอยู่ตรงหน้า เขาครอบครองยอดอิ่มกลางอกดูดเลียจนได้ลิ้มรสอาหารหลักของทารกจากอกเธอ ลิ้นร้อนกระดกรัวจนยอดอกนั้นชูชันแข็งเป็นไตสู้ลิ้นของอันวาร อีกข้างก็ถูกฝ่ามือใหญ่บีบเคล้นจนเนื้อปูดออกตามซอกนิ้ว ร่างกายของเธอถูกกระตุ้นให้เตรียมพร้อม เขาสัมผัสเธอเพียงด้านบนแต่ความวาบหวามกลับวิ่งพล่านลงไปถึงด้านล่าง กลีบดอกไม้งามนั้นวาบหวามบหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่ม "แฉะไปหมดแล้วที่รัก"ร่างเล็กบิดตัวสะดุ้งเบา ๆ เมื่อปลายนิ้วของเขาสะกิดโดนเม็ดเกสรเต่งเหนือกลีบดอกไม้งามของเธอ "พี่อันวารแกล้ง....แกล้งซีรีน อื้อออ""เรียกพี่บ่อย ๆ เรียกอีกสิ พี่ชอบให้เธอเรียกชื่อพี่""อื้มมม พี่อันวาร อ้าาาาาา พี่อันวาร"ใบหน้าหล่อเหลาลดระดับลง ซีรีนที่เกือบจะหลุดลอยกลับมามีสติอีกครั้ง เธอยื่นมือมาปิดดอกไม้งามที่อวดโฉมอยู่ต่อหน้าของสามี แล้วส่ายหน้าเบา ๆ ให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ "ไม่ได้นะคะ....พี่จะทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่เหมาะไม่ควร""ทำไม....""พี่อันวารลืมไปแล้วเหรอคะว่าตัวเอง
"เจ้าตัวกลมกินจุเกินไปแล้ว"อันวารที่นั่งมองซีรีนให้นมลูกอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่อิ่มสักทีถึงกับต้องเอ่ยปาก เด็กอะไรกันอายุเพียง 6 เดือนหนักเกือบ 10 กิโลกรัม อุ้มแต่ละทีไหล่แทบหลุด แถมยังเอาแต่กินกับนอน ต้องขอร้องให้ตื่นลืมตามาเล่นกับพ่อบ้าง แสร้งบ่นไปอย่างนั้นเอง เพราะต่อให้กินจุกว่านี้อันวารก็ยังจะตามใจอาดิลอยู่ดี"พี่พาอะมานเข้านอน หลับไปตั้งนานแล้วแต่อาดิลยังกินไม่เสร็จสักที"ซีรีนหัวเราะเบา ๆ นี่คือองค์อันวาร กษัตริย์แห่งดูบีอาที่น่าเกรงขามจริงหรือ ซีรีนเห็นเพียงลูกชายคนโตที่กำลังงอแงอิจฉาน้องอยู่ต่างหาก "อาดิลหลับแล้วค่ะ"ซีรีนอุ้มลูกชายคนที่สองออกไปมอบให้พี่เลี้ยงที่รออยู่ด้านนอก อาดิลเป็นเด็กเลี้ยงง่ายกินเก่งและหลับยาว ไม่ตื่นมากวนในเวลากลางคืนเท่าไหร่นัก เรียกได้ว่าลูกชายของเธอทั้งสองคนนั้นไม่ทำให้เหนื่อยและได้พักผ่อนพอควร "วันนี้ซีรีนเห็นพี่งานยุ่งคิดว่าคงเหนื่อย"เป็นภรรยาเขามาตั้งหลายปีมีหรือจะไม่รู้อาการของสามี ว่าต้องการอะไร "ก็เหนื่อย...อยากให้เธอนวดให้พี่สักหน่อย"อันวารรั้งแขนของซีรีนเบา ๆ ให้เธอนั่งลงบนตักเขา ซีรีนรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ร้อนลวกอยู่ภายใต้ชุดนอนเนื้อดี เธอ
อันวารหัวเราะลั่น ตัวแค่นี้เข้าข้างแม่เป็นที่สุด โกรธตนทีไรก็มักบอกว่าจะเอาไปทิ้งถังขยะ ไม่เก็บเอาไว้ "ลูกจะเอาท่านพ่อทิ้งหยะ""อะมาน ทำแบบนั้นไม่ได้นะ ขอโทษท่านพ่อก่อน" ซีรีนเอ่ยปรามลูกชายที่ยังไม่รู้ความนัก "ท่านพ่อรังแกท่านแม่" อะมานแย้ง พร้อมทำปากจู๋ก่อนจะยกขวดนมในมือขึ้นดูด"พ่อไม่ได้รังแกแม่เจ้าสักหน่อย พ่อรักแม่เจ้าจะตายไป เมื่อกี้ที่อะมานเห็นพ่อช่วยแบ่งลมหายใจให้แม่เจ้า แม่เจ้าเป็นลม"อะมานทำตาโตนึกขึ้นได้ว่าตนเองได้ยินที่ผู้ใหญ่ด้านนอกต่างบอกว่าซีรีนเป็นลม ได้ยินดังนั้นก็เชื่ออันวารสนิทใจ "ท่านพ่อช่วยท่านแม่เหรอ ลูกผิดไปแล้ว ลูกจะเก็บท่านพ่อกลับมา"อะมานโยนขวดนมออกจากมือแล้ววิ่งเข้าไปกอดขาของอันวารอย่าออดอ้อน เจ้าตัวกลมพุงพุ้ยมองดูกี่ทียิ่งน่ามันเขี้ยว "ลูกรักท่านพ่อกับท่านแม่ที่สุด...รักน้องด้วย"มือกลมป้อมลูบที่ท้องของแม่เบา ๆ ยิ้มจนตาหยี จากนั้นก็ทำตาโตยืดตัวตรงเมื่อเห็นว่ามีใครกำลังเดินเข้ามา "อาชารีฟ อาซัลวา""เจ้าชายทรงเสด็จหนีพี่เลี้ยงอีกแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ ทุกคนตามหากันวุ่นไปหมดเลย""อาชารีฟไปไหนมา อะมานตามหาแทบแย่"เด็กน้อยจอมซนแก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ ยิ่งฟังยิ่งหน้ามันเข







