Home / โรแมนติก / ร่ายรักเหนือผืนทราย / ตอนที่ 5 กลับคืนอีกครั้ง (1)

Share

ตอนที่ 5 กลับคืนอีกครั้ง (1)

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-29 17:56:31

ข่าวการสิ้นพระชนม์ขององค์อุซามุสเป็นข่าวใหญ่ไปทั้งรัฐดูบีอาและรัฐพันธมิตรใกล้เคียง การครองราชย์ยาวนานถึงสามสิบปีของกษัตริย์อุซามุสเป็นที่จดจำของรัฐข้างเคียงมาเสมอ ผู้คนในเมืองต่างผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าสีฉูดฉาดออก หันมาสวมใส่เพียงสีขาวหรือสีดำเพื่อแสดงความอาลัยต่อการจากไปขององค์กษัตริย์

เจ้าชายกบฏผู้นั้นได้รับอนุญาตให้กลับคืนสู่นครหลวงเป็นการชั่วคราว

การอนุญาตให้คืนสู่นครหลวงของเจ้าชายอันวารเป็นที่กล่าวถึงเป็นวงกว้าง เป็นเวลาสิบปีที่เรื่องราวของเจ้าชายผู้นี้ได้ค่อย ๆ เลือนหายไปจนกระทั่งถูกลืมเลือนในที่สุด ความเป็นมาของอันวารถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง สายตาที่มองมายังอันวารนั้นเฉยเมย ไม่มีใครอยากจะเอ่ยทักทายเขาสักคน แต่ทว่าด้วยสถานะเจ้าชายที่ยังคงอยู่จึงทำให้คนเหล่านั้นไม่อาจคอตั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าอันวาร ทุกคนล้วนแสดงความเคารพต่อเขา และอันวารรู้ดีว่าหาใช่การแสดงออกจากใจ แต่นี่คือการแสดงความเคารพต่อสถานะเจ้าชายที่ไม่ถูกปลดต่างหาก

ฐานันดรดังกรงขัง ไม่ยอมยกเลิกสถานะเจ้าชายของอันวารก็ไม่ต่างจากการเอากรงเหล็กร้อนมาครอบตัวเขาไว้ มิอาจอยู่เยี่ยงสามัญชนเพราะยังเป็นเจ้าชาย แต่ก็ไม่สามารถอยู่สูงเทียบเท่าผู้อื่นในราชวงศ์ได้เพราะคำว่ากบฏ ใบหน้าหล่อเหยียดยิ้มเย้ยหยันผู้คนที่รายล้อมอันซาผู้เป็นพี่ชาย เพราะอีกไม่นานเข้าก็ได้สืบบัลลังก์ต่อจากบิดา ในขณะที่อันวารต้องออกจากเมืองนี้ไปเมื่อครบกำหนดเจ็ดวัน อันวารมองที่ที่ควรเป็นของตัวเอง แววตาของเขาเย็นเยียบยากจะคาดเดา ดูคล้ายว่านิ่งสงบหากแต่ดูลึกล้ำสุดจะหยั่งถึง

“เจ้าชาย เสด็จมาทำอะไรตรงนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ”

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้พูดธรรมดาก็พอ” อันวารหันไปทำหน้าดุใส่ซัลวา 

“ข้า...เอ่อ...ผมขอโทษครับ นายท่านมาทำอะไรตรงนี้ครับ”

“มาแอบฟังคนนินทาฉัน ต่อหน้าก็ยังทำความเคารพ แต่พอหันหลังให้ก็หางโผล่” เมื่อก่อนเคยเสียใจ เคยทุกข์ใจกับวาจาของผู้คนมากมาย เสียงก่นด่าจากคนมากมายดั่งคมกริชที่กรีดลงบนหัวใจ ความรู้สึกเจ็บปวดและอัดอั้นที่ไม่อาจได้อธิบาย หรือแก้ต่างให้มารดาและตนเองได้ ไม่ต่างจากเข็มนับพันนับหมื่นพุ่งปักลงบนตัวเขา แล้วจมลึกเข้าไปในร่างกายไม่อาจดึงมันออกมาได้ วันเวลาหล่อหลอมให้อันวารคนเก่าค่อย ๆ ตายไป หัวใจของอันวารคนนี้ด้านชาต่อวาจาเหยียดหยามเย้ยหยันของผู้คนทั้งโลก ต่อให้ฟ้าจะถล่มลงตรงหน้าก็ไม่อาจสะเทือนบุรุษผู้นี้ให้สั่นคลอน

“นั่นตัวแทนจากประเทศไทยนี่ครับนายท่าน”

“อืม คนนี้เมื่อก่อนเขายังเป็นเพียงผู้ช่วย สิบปีผ่านไปได้ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งสำคัญแล้ว”

ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไร ขนาดตัวเขาเองจากเจ้าชายผู้ที่ถูกวางตัวเอาไว้ให้เป็นรัชทายาท มีความสามารถโดดเด่นเหนือพี่น้องทุกคน วันนี้ยังได้รับหน้าที่สำคัญเป็นเจ้าชายกบฏ เป็นคนโฉดชั่ววางแผนโค่นล้มบิดาหวังครองอำนาจ ข้อกล่าวหาที่ใช้ปัญญาแบบประหยัดอดออม เขาต้องชิงบัลลังก์ให้เหน็ดเหนื่อย ให้ผู้คนก่นด่าไปเพื่ออะไรในเมื่อมันก็ต้องเป็นของเขาอยู่ดี

“ยืนคุยกับใคร ฉันไม่เคยเห็น”

“นายท่านจากไปสิบปีนะครับจะรู้จักได้ยังไง”

“ท่าทางเธอดูคุ้นตามาก เหมือนเคยได้พบที่ไหน แต่เธอปิดหน้าข้าจำไม่ได้...คุ้นมากจริง ๆ” 

ประชาชนทั่วไปได้รับอนุญาตให้ไว้อาลัยได้เพียงด้านนอก อันวารที่ยืนอยู่ในมุมลับตากำลังจับจ้องมายังซีรีน หญิงสาวนางหนึ่ง เขารู้สึกคุ้นเคยคลับคล้ายว่าเคยได้เจอกันมาก่อน แต่สิบปีที่ผ่านมา อันวารมั่นใจมากว่าไม่เคยได้พบปะกับสตรีที่มีรูปลักษณ์เช่นนี้มาก่อน เมื่อนึกย้อนไปในวัยเยาว์ก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใครกัน เพราะเธอปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิดทำให้อันวารยิ่งนึกสงสัยมากขึ้น แต่เขาจำต้องปัดเรื่องราวอื่นออกไปเมื่อคนที่เขาต้องการพบกำลังเดินเข้ามาในพิธี

หลังจากพิธีผ่านพ้นไป ชารีฟรีบมารายงานว่าคนสำคัญผู้นั้นไม่สามารถมาพบเจ้าชายอันวารได้ เนื่องด้วยรานีและรัชทายาทส่งคนแฝงตัวเข้ามาเพื่อจับตามองเชื้อพระวงศ์และข้าราชบริพารทุกคนอย่างไม่วางตา การที่อันวารได้รับอนุญาตให้กลับเข้านครหลวงเป็นประสงค์ขององค์อุซามุส ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าขัดคำสั่งเสียก่อนตายขององค์กษัตริย์ หากแต่อันวารนั้นไม่ต่างจากหอกแหลมคมที่ทิ่มอยู่ข้างกายขององค์รัชทายาทมาโดยตลอด 

“มาไม่ได้เหรอ...คงระแวงข้ามากจนนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วสินะ”

ในขณะเดียวกันที่รัชทายาทก็ออกมาด้านนอก เขาหันไปมองสบสายตาของน้องชาย อันวารยิ้มให้พี่ชายด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้ขนลุกไปทั้งตัว รอยยิ้มสดใสแต่หาความเป็นมิตรไม่ได้เลยสักนิด ทว่าอันซาก็ยังต้องข่มใจเชิดหน้าขึ้นมองฟ้าแสร้งทำเป็นไม่รู้ ทำให้อันวารเป็นฝ่ายเดินเข้าไปทักทาย

“รัชทายาท” เขาทำความเคารพ เช่นเดียวกับผู้ติดตามทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“ไม่ต้องมากพิธีหรอก เจ้าเข้านครหลวงมาก็หลายวันแล้ว พี่ยังไม่มีโอกาสได้พูดจาด้วยเลย เป็นอย่างไรบ้างน้องชาย”

อันวารอยากจะถ่มน้ำลายให้กลายเป็นโอเอซิสกลางนครหลวง น้องชายหรือ...หากคิดว่าเขาเป็นน้องชายเหตุใดเรื่องเมื่อสิบปีก่อนถึงเกิดขึ้นได้ แต่อันวารก็อดทนมากพอที่จะไม่วู่วามเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ใบหน้าของรัชทายาทอันซาให้แหกจนหมอไม่ยอมรักษา 

“ข้าสบายดี กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุแห้งแล้ง ข้าเดินจนเท้าพอง กรีดเลือดดื่มแทนน้ำ...ช่างน่าตื่นเต้นและเป็นประสบการณ์ที่วิเศษนัก”

แววตาของอันวารสวนทางกับรอยยิ้มที่เขาแสดงออกมา แววตาและน้ำเสียงของอันวารไม่ต่างจากเสียงปีศาจพ่อมดในการ์ตูนที่ทั้งคู่ชอบดูเมื่อตอนยังเด็ก สองพี่น้องที่สนิทกันที่สุดแม้ต่างมารดา วันนี้กำลังมอบรอยยิ้มให้กัน หากแต่แววตานั้นดังกริชที่พร้อมจะกรีดลงบนเส้นเลือดใหญ่ของอีกฝ่ายให้ขาดสะบั้น

“พี่ทึ่งในความสามารถของเจ้านัก”

“ขอบพระทัยรัชทายาท ข้ามากะทันหันมิได้มีสิ่งใดมากำนัล ท่านอย่าได้ถือสา”

“พี่จะต่อว่าเจ้าด้วยเรื่องเล็กน้อยนี้ได้อย่างไร”

“ข้าไม่มีสิ่งใดมามอบให้ หากแต่เป็นห่วงรัชทายาทยิ่งนัก เกรงว่าอาการปวดหลังจากการนั่งเก้าอี้ที่ไม่มั่นคงจะพาให้นอนไม่หลับมานาน รัชทายาทโปรดถนอมวรกายตนเองด้วย”

อันวารเดินจากไปแต่ไม่ได้จากไปแบบว่างเปล่าและต่ำต้อยอย่างที่คนอื่นมองมา เจ้าชายกบฏที่ทั้งดูบีอาเย้ยหยันผู้นี้แหละ ที่ทำให้รัชทายาทของพวกเขาหลับตานอนไม่สนิทมาเป็นสิบปี เขามีชีวิตอยู่ต่อหนึ่งวัน รัชทายาทก็ต้องหวาดหวั่นเพราะการมีอยู่ของเขาเพิ่มไปอีกหนึ่งวัน ไม่ให้เขาเข้านครหลวงก็ไม่เป็นไร ต่อให้อยู่กันคนละซีกโลก น้องชายผู้นี้ก็จะถวายความจงรักภักดีต่อพี่ชายด้วยความหวาดหวั่นแบบไม่สิ้นสุด เหมือนยามที่เขานั้นมองทะเลทรายแสนอ้างว้างไร้ขอบเขต

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ร่ายรักเหนือผืนทราย    บทพิเศษ 4 (2)

    ไม่มีความโกรธแต่เต็มไปด้วยความขวยเขิน เขาหายไปหลายเดือนกลับมาก็โมเมว่าเธอเป็นแฟนแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน มุกตาภาเดินลงบันไดจากชั้น 3 ของตึก โดยมีชารีฟเดินตามมาเงียบ ๆ เขาปล่อยให้เธอได้ปลดปล่อยอารมณ์อย่างเต็มที่โดยไม่ได้ขัดขวาง เพียงแต่มองดูห่าง ๆ ด้วยความห่วงใย "ตั้งแต่ชั้น 3 จนถึงลานจอดรถทำให้อารมณ์ดีขึ้นบ้างหรือยัง""ยัง!!! มันกล้าดียังไงมาว่าฉันเป็นผู้หญิงน่าเบื่อ ทั้งที่มันเป็นคนนอกใจฉัน ไอ้เลว""เลิกโกรธได้แล้วคุณหมอ หน้าเหี่ยวอินทผาลัมแห้งแล้ว""ชารีฟ!!""ครับ?"ท่าทางดี ๆ วันแบบนิ่ง ๆ ยิ่งทำให้คุณหมอแทบปรี๊ดแตก "ชอบเขามากเหรอครับถึงเป็นแบบนี้""ไม่ได้ชอบ" มุกตาภาตอบเสียงห้วน หมอก็คนโมโหเป็น อาละวาดได้ ยิ่งมาถูกพูดลับหลังแบบนี้ใครจะทนไหว "ไม่ได้ชอบเขาแล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ทำไมถึงคุมตัวเองไม่อยู่....รักเขามากเหรอ รักเขาจนลืมไม่ได้เลยหรือไง ผมรู้จักคุณมากี่ปีผมไม่เคยเห็นคุณเป็นแบบนี้ แค่เห็นเขาคุณก็คุมตัวเองไม่ได้ คุณรักเขามากขนาดนั้นเลยเหรอ"ชารีฟเอ่ยถามจากความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย หลายปีที่รู้จักกันมามุกตาภาไม่เคยเสียการควบคุมตัวเอง แต่เพราะคนคนนั้นทำให้เธอเป็นแบบนี้ เธอคงรักผู

  • ร่ายรักเหนือผืนทราย    บทพิเศษ 4 (1)

    บรรยากาศในโรงพยาบาลเอกชนไม่ได้วุ่นวายเหมือนในโรงพยาบาลรัฐที่มุกตาภาเคยทำงานก่อนหน้า หลายปีแล้วที่ลาออกและย้ายตัวเองมาเป็นคุณหมอเอกชนท่านหนึ่ง ไม่เคยมีใครรู้ว่าทำไมเธอถึงลาออก จนต้องหนีไปเที่ยวไกลถึงดินแดนทะเลทรายแล้วถูกจับตัวไป "พี่นอกใจมุก แล้วยังมีหน้ามาโทษว่ามุกไม่มีเวลาให้ พี่ก็หมอ มุกก็หมอน่าจะเข้าใจเรื่องเวลานะ....ถ้าไม่ใช่ก็แค่เลิกกันไม่ใช่นอกใจ แล้วหาข้ออ้างบอกว่าตัวเองไม่ผิด ไอ้เวร"ต้องการคุณหมอเรียบร้อยอ่อนหวานเหรอ เชิญป้ายหน้าได้เลยเพราะตรงนี้มีแค่หมอมุก ก๊อก ๆ เสียงเคาะประตูทำให้มุกตาภาออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง จัดระเบียบของชุดใก้เข้าที่เข้าทาง "เชิญค่ะ""หมอมุกคะ วันนี้คนไข้หมดแล้วค่ะ"พยาบาลส่งยิ้มให้คุณหมอคนสวย หลายเดือนแล้วที่ไม่ได้เห็นคนไข้ VIP ของคุณหมอแวะเวียนมา เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นใคร รู้เพียงว่าเป็นชาวต่างชาติ ใบหน้าหล่อคมเข้ม มีหนวดเคราเล็กน้อย แต่มองอย่างไรก็ดูสะอาดสะอ้าน ทุกครั้งที่มามักจะร่างกายแข็งแรงแต่ต้องการปรึกษาเรื่องโรคหัวใจกับคุณหมอมุกตาภา จากนั้นก็จะรอรับไปทานข้าวกลางวัน บางครั้งก็อยู่รอจนเลิกงาน"คนไข้โรคหัวใจไม่มาหลายเดือนแล้วนะคะ"

  • ร่ายรักเหนือผืนทราย    บทพิเศษ 3

    "ใจคอจะโกรธพี่ไปนานแค่ไหนอามีน""จนกว่าพี่ซัลวาจะตายจริงนั่นแหละ"ข่าวการหายสาบสูญของเจ้าชายอันวารและองครักษ์ทั้งสองคนที่ไม่รู้ชะตากรรม ทำให้อามีนเสียใจจนกินนอนแทบไม่ได้ เธอพึ่งเรียนรู้ความรักหนุ่มสาวเป็นครั้งแรก และรู้ว่าสิ่งที่รู้สึกกับซัลวานั้นคือความรัก รักที่ไม่ใช่เพียงพี่น้องหรือคนที่คุ้นเคย แต่เป็นความรักที่หญิงคนหนึ่งมอบหัวใจให้ผู้ชายสักคน เขารับปากจะเป็นครอบครัวให้เธอแต่กลับมาด่วนจากไปทำให้อามีนเป็นทุกข์มาก แต่นั่นยังไม่เท่าการมีชีวิตอยู่แต่ไม่ยอมติดต่อเธอมา ปล่อยให้เธออยู่กับความเสียใจนั้นอยู่หลายเดือน "โธ่ อามีน...ทุกอย่างมันฉุกละหุกไปหมด มันวุ่นวายและอยู่ในความเป็นความตาย แค่เสี้ยววินาทีพี่ก็ลงไปนอนใต้ทรายในอัลบราบาได้เลยนะ""พี่ก็นอนสินอนไปเลย ฉันอยากจะทุบพี่ให้ตายจริง ๆ ทุบให้ตายคามือเลย""คุณนายก็ยอมให้อภัยนายท่านแล้ว เธอจะโกรธพี่ต่อแบบนี้ได้ยังไง อีกอย่างถ้าเธอจะโกรธใครสักคนก็ต้องโกรธนายท่าน เพราะพี่ทำตามคำสั่ง""นี่พี่เจ้าเล่ห์ที่สุด""พี่เจ้าเล่ห์ที่ไหนกัน พี่เป็นทหารก็ต้องฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา แล้วคนที่ออกคำสั่งนั่นไม่ใช่ยศนายพลนะเป็นกษัตริย์ เธอต้องเห็นใจพี่ทหาร

  • ร่ายรักเหนือผืนทราย    บทพิเศษ 2 (2)

    อันวารไม่ได้สนใจคำตอบเพราะตอนนี้เขาได้กำจัดสิ่งน่ารำคาญทุกชิ้นบนตัวเธอออกไปจนหมดในเวลาอันสั้น ตอนนี้มีเพียงร่างเปล่าเปลือยอวดโฉมอยู่ตรงหน้า เขาครอบครองยอดอิ่มกลางอกดูดเลียจนได้ลิ้มรสอาหารหลักของทารกจากอกเธอ ลิ้นร้อนกระดกรัวจนยอดอกนั้นชูชันแข็งเป็นไตสู้ลิ้นของอันวาร อีกข้างก็ถูกฝ่ามือใหญ่บีบเคล้นจนเนื้อปูดออกตามซอกนิ้ว ร่างกายของเธอถูกกระตุ้นให้เตรียมพร้อม เขาสัมผัสเธอเพียงด้านบนแต่ความวาบหวามกลับวิ่งพล่านลงไปถึงด้านล่าง กลีบดอกไม้งามนั้นวาบหวามบหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่ม "แฉะไปหมดแล้วที่รัก"ร่างเล็กบิดตัวสะดุ้งเบา ๆ เมื่อปลายนิ้วของเขาสะกิดโดนเม็ดเกสรเต่งเหนือกลีบดอกไม้งามของเธอ "พี่อันวารแกล้ง....แกล้งซีรีน อื้อออ""เรียกพี่บ่อย ๆ เรียกอีกสิ พี่ชอบให้เธอเรียกชื่อพี่""อื้มมม พี่อันวาร อ้าาาาาา พี่อันวาร"ใบหน้าหล่อเหลาลดระดับลง ซีรีนที่เกือบจะหลุดลอยกลับมามีสติอีกครั้ง เธอยื่นมือมาปิดดอกไม้งามที่อวดโฉมอยู่ต่อหน้าของสามี แล้วส่ายหน้าเบา ๆ ให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ "ไม่ได้นะคะ....พี่จะทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่เหมาะไม่ควร""ทำไม....""พี่อันวารลืมไปแล้วเหรอคะว่าตัวเอง

  • ร่ายรักเหนือผืนทราย    บทพิเศษ 2 (1)

    "เจ้าตัวกลมกินจุเกินไปแล้ว"อันวารที่นั่งมองซีรีนให้นมลูกอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่อิ่มสักทีถึงกับต้องเอ่ยปาก เด็กอะไรกันอายุเพียง 6 เดือนหนักเกือบ 10 กิโลกรัม อุ้มแต่ละทีไหล่แทบหลุด แถมยังเอาแต่กินกับนอน ต้องขอร้องให้ตื่นลืมตามาเล่นกับพ่อบ้าง แสร้งบ่นไปอย่างนั้นเอง เพราะต่อให้กินจุกว่านี้อันวารก็ยังจะตามใจอาดิลอยู่ดี"พี่พาอะมานเข้านอน หลับไปตั้งนานแล้วแต่อาดิลยังกินไม่เสร็จสักที"ซีรีนหัวเราะเบา ๆ นี่คือองค์อันวาร กษัตริย์แห่งดูบีอาที่น่าเกรงขามจริงหรือ ซีรีนเห็นเพียงลูกชายคนโตที่กำลังงอแงอิจฉาน้องอยู่ต่างหาก "อาดิลหลับแล้วค่ะ"ซีรีนอุ้มลูกชายคนที่สองออกไปมอบให้พี่เลี้ยงที่รออยู่ด้านนอก อาดิลเป็นเด็กเลี้ยงง่ายกินเก่งและหลับยาว ไม่ตื่นมากวนในเวลากลางคืนเท่าไหร่นัก เรียกได้ว่าลูกชายของเธอทั้งสองคนนั้นไม่ทำให้เหนื่อยและได้พักผ่อนพอควร "วันนี้ซีรีนเห็นพี่งานยุ่งคิดว่าคงเหนื่อย"เป็นภรรยาเขามาตั้งหลายปีมีหรือจะไม่รู้อาการของสามี ว่าต้องการอะไร "ก็เหนื่อย...อยากให้เธอนวดให้พี่สักหน่อย"อันวารรั้งแขนของซีรีนเบา ๆ ให้เธอนั่งลงบนตักเขา ซีรีนรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ร้อนลวกอยู่ภายใต้ชุดนอนเนื้อดี เธอ

  • ร่ายรักเหนือผืนทราย    บทพิเศษ 1(3)

    อันวารหัวเราะลั่น ตัวแค่นี้เข้าข้างแม่เป็นที่สุด โกรธตนทีไรก็มักบอกว่าจะเอาไปทิ้งถังขยะ ไม่เก็บเอาไว้ "ลูกจะเอาท่านพ่อทิ้งหยะ""อะมาน ทำแบบนั้นไม่ได้นะ ขอโทษท่านพ่อก่อน" ซีรีนเอ่ยปรามลูกชายที่ยังไม่รู้ความนัก "ท่านพ่อรังแกท่านแม่" อะมานแย้ง พร้อมทำปากจู๋ก่อนจะยกขวดนมในมือขึ้นดูด"พ่อไม่ได้รังแกแม่เจ้าสักหน่อย พ่อรักแม่เจ้าจะตายไป เมื่อกี้ที่อะมานเห็นพ่อช่วยแบ่งลมหายใจให้แม่เจ้า แม่เจ้าเป็นลม"อะมานทำตาโตนึกขึ้นได้ว่าตนเองได้ยินที่ผู้ใหญ่ด้านนอกต่างบอกว่าซีรีนเป็นลม ได้ยินดังนั้นก็เชื่ออันวารสนิทใจ "ท่านพ่อช่วยท่านแม่เหรอ ลูกผิดไปแล้ว ลูกจะเก็บท่านพ่อกลับมา"อะมานโยนขวดนมออกจากมือแล้ววิ่งเข้าไปกอดขาของอันวารอย่าออดอ้อน เจ้าตัวกลมพุงพุ้ยมองดูกี่ทียิ่งน่ามันเขี้ยว "ลูกรักท่านพ่อกับท่านแม่ที่สุด...รักน้องด้วย"มือกลมป้อมลูบที่ท้องของแม่เบา ๆ ยิ้มจนตาหยี จากนั้นก็ทำตาโตยืดตัวตรงเมื่อเห็นว่ามีใครกำลังเดินเข้ามา "อาชารีฟ อาซัลวา""เจ้าชายทรงเสด็จหนีพี่เลี้ยงอีกแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ ทุกคนตามหากันวุ่นไปหมดเลย""อาชารีฟไปไหนมา อะมานตามหาแทบแย่"เด็กน้อยจอมซนแก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ ยิ่งฟังยิ่งหน้ามันเข

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status