Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2025-10-31 23:26:37

ภาคินถูกนำตัวเข้าไปในห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว ทั้งหมอและพยาบาลต่างช่วยกันยื้อชีวิตของภาคินไว้เพราะชีพจรเริ่มเต้นช้าลง ใช้เวลาไม่นานชีพจรก็กลับเต้นตามปกติจนพ้นขีดอันตราย แต่ยังไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นเลย

ด้านกิ่งหลังจากที่ตำรวจโทรไปบอกว่าภาคินประสบอุบัติเหตุรถชนเธอจึงรีบมาโรงพยาบาลทันทีและไม่ลืมโทรบอกพ่อแม่ของภาคินที่อยู่ต่างอำเภอให้ทราบเรื่อง

กิ่งยืนรออยู่ตรงหน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลใจได้แต่ยืนกระวนกระวายใจอยู่ตรงหน้าห้องเท่านั้น ไม่นานหมอก็ออกมาจากห้องฉุกเฉิน กิ่งจึงรีบเข้าสอบถามอาการทันที

"หมอค่ะ คนไข้อาการเป็นยังไงบ้างค่ะ" กิ่งถามด้วยความเป็นห่วง

"พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ยังไม่ฟื้นเลย" หมอบอกอาการไปตามตรง

"แล้วเมื่อไหร่จะฟื้นคะ"ถามน้ำตาคลอเบ้า

"อันนี้หมอก็บอกไม่ได้ครับ ขึ้นอยู่กับตัวคนไข้เองเพราะคนไข้ได้รับแรงกระแทกอย่างหนัก ถ้าคนไข้ฟื้นหมอจะตรวจดูร่างกายอย่างละเอียดอีกทีครับ"

"แล้วร่างกายภายนอกมีบาดเจ็บตรงไหนไหมคะ"

"ภายนอกก็มีแผลเล็กน้อยตรงศรีษะครับ แต่หมอก็ยังไม่วางใจถ้าคนไข้ฟื้นหมอจะทำการเอ็กเซเรย์ร่างกายทุกส่วนอีกทีครับ หมอขอตัวก่อนนะครับต้องไปดูคนไข้ต่อ"

"ค่ะ" กิ่งเดินไปนั่งทรุดตัวลงบนเก้าอี้ น้ำตาไหลเอ่อออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง ภาวนาอยู่ในใจขอให้ภาคินฟื้นขึ้นมาเร็วๆ เพื่อให้เธอไม่รู้สึกผิดมากไปกว่านี้

เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืนแล้ว พ่อแม่ของภาคินยังไม่มาถึงโรงพยาบาลเลย กิ่งยืนมองภาคินผ่านกระจกห้องไอซียู ที่ตอนนี้นอนนิ่งอยู่บนเตียงมีเครื่องช่วยหายใจกับอุปกรณ์ช่วยชีวิตติดเต็มตัวไปหมด

เธอไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นภาคินอยู่ในสภาพนี้ เพราะปกติภาคินจะขับรถด้วยความระมัดระวังมาก ถ้าเขาไม่ดื่มจนขาดสติคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย

ถึงเธอจะทำผิดกับภาคินแต่เธอก็ยังคงรักเขาอยู่เหมือนเดิม แต่เธอไม่อยากจะทำร้ายภาคินลับหลังไปมากกว่านี้ ที่แอบไปมีความสัมพันธ์กับกาย เธอจึงตัดสินใจบอกเลิกไป ภาคินก็คงจะรับไม่ได้เหมือนกันที่เธอหักหลังเขาแบบนี้

เวลาผ่านไปจนถึงตีสามพ่อแม่ของภาคินก็มาถึงโรงพยาบาลทั้งคู่เดินตรงเข้ามาหากิ่งด้วยความเร่งรีบ ร้อนใจเป็นห่วงที่ลูกชายต้องมาประสบอุบัติเหตุอย่างนี้

"คินอาการเป็นยังไงบ้างหนูกิ่ง" อัมพรผู้เป็นแม่ถามด้วยความเป็นห่วง

"พ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ แต่ยังไม่ฟื้นเลย" จับกุมมืออัมพรไว้

"โธ่ พี่คินของแม่เวรกรรมอะไรของลูกถึงเกิดเรื่องแบบนี้กับลูกได้" มองผ่านกระจกเข้าไปในห้องเห็นภาคินนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร้องไห้สะอึกสะอื้นแทบขาดใจที่เห็นลูกชายตัวเองเป็นแบบนี้

"หนูกิ่งพอจะรู้ไหม ว่าทำไมคินถึงขับรถชนได้" สุวัตรถามออกไปด้วยความสงสัย

"พี่คินน่าจะเมาค่ะ" พูดออกมาไม่เต็มปาก

"เมางั้นเหรอ คินไม่เคยดื่มเหล้าเลย ถ้าไม่เครียดจริงๆ น่าแปลก" สุวัตรขมวดคิ้วเข้าหากัน

"รอลูกฟื้นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยถามก็ได้คุณ" อัมพรหันมาบอกกับสามีตัวเอง

"ก็ได้ผมแค่อยากรู้เฉยๆ ปกติลููกเราจะไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย" นอกจากมีงานสังสรรค์กับเพื่อนหรือออกงานสังคมเท่านั้น

"ฉันรู้ค่ะ แต่รอฟังจากปากเจ้าตัวดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่" อัมพรก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ที่ทำให้ภาคินต้องอยู่ในสภาพนี้

"ผมว่าคุณไปพักก่อนเถอะ นั่งรถมาหลายชั่วโมงแล้ว" สุวัตรเดินเข้าไปประคองอัมพรไปนั่งที่เก้าอี้ด้วยกัน

จากนั้นทั้งสามคนก็พากันไปพักที่คอนโดของกิ่งเพราะภาคินอยู่ในห้องไอซียูและจำกัดเวลาในการเยี่ยม ญาติจึงไม่สามารถอยู่เฝ้าได้

วันต่อมา

ทั้งสามคนกลับมาเยี่ยมภาคินที่โรงพยาบาลอีกครั้ง โดยที่ทั้งสามคนใส่ชุดปลอดเชื้อเข้าไปข้างในห้องไอซียู ยืนมองภาคินที่นอนหลับใหลอยู่โดยไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นขึ้นมาเลย

"คินรีบตื่นขึ้นมาหาแม่นะ แม่ใจจะขาดแล้วรู้ไหม"ร้องไห้สะอึกสะอื้นยื่นมือไปจับมือภาคินไว้

กิ่งได้แต่ยืนมองอัมพรกับภาคินที่นอนแน่นิ่งอยู่ ด้วยความรู้สึกผิดในใจถ้าภาคินฟื้นขึ้นมาแล้วบอกความจริงกับทุกคน เรื่องที่เธอบอกเลิกเขา เธอก็คงต้องรับสภาพไป ตลอดเวลาที่เธอคบกับภาคินเธอยอมรับว่าเขาเป็นคนดีให้ เกียรติเธอเสมอ แต่ไม่ค่อยมีเวลาให้เธอก็เท่านั้นเอง ทำให้เธอเผลอใจไปกับคนที่เข้าหาเธอได้อย่างง่ายดาย

"คุณพ่อ คุณแม่ค่ะ พี่คินเป็นยังไงบ้าง" มินเดินเข้ามาข้างในห้อง

"มาแล้วเหรอมิน พี่เขายังไม่ฟื้นเลยลูก"สุวัตรหันไปบอกลูกสาว

"โธ่ พี่คินทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้" เดินเข้าไปจับมือพี่ชายตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอรู้ข่าวตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่ก็มาไม่ได้เพราะยังอยู่ที่เกาะกลางทะเลกับเพื่อนๆ ที่ไปเที่ยวด้วยกัน พอเช้าเธอก็รีบเข้าฝั่งบินด่วนขึ้นมาเชียงใหม่เลย

"พ่อเชื่อว่าคินจะฟื้นขึ้นมาหาพวกเราแล้วอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างที่เคยเป็น" สุวัตรเดินเข้าสวมกอดปลอบอัมพรกับมิน

กิ่งมองภาพตรงหน้าพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ อยู่ๆโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น กิ่งจึงเดินออกไปจากห้องเพื่อรับโทรศัพท์ พอคุยเสร็จเธอก็เดินกลับมาตรงหน้าห้อง เจอทั้งสามคนพ่อแม่ลูกเดินออกมาจากห้องพอดี

"คุณพ่อกับคุณแม่ของกิ่งฝากความคิดถึงกับความห่วงใยมาให้คุณพ่อกับคุณแม่ และก็เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่คินด้วยค่ะ" พูดไปตามที่พ่อแม่ของเธอฝากบอก

"ขอบใจจ้ะ แล้วทั้งสองคนไม่มาเยี่ยมด้วยตัวเองเหรอจ้ะ" อัมพรถามออกไป

"พอดีคุณพ่อกับคุณแม่อยู่ต่างประเทศค่ะ อีกหนึ่งอาทิตย์ถึงจะกลับมาค่ะ" ตอบไปตามตรง

"ตัวไม่มาแต่ฝากความห่วงใยมาแทนแม่ก็ดีใจแล้วล่ะจ้ะ" อัมพรส่งยิ้มให้กิ่ง

"งั้นกิ่งขอตัวกลับไปเคลียร์งานก่อนนะคะ ไว้ตอนเย็นกิ่งจะกลับมาอีกทีค่ะ" พนมมือยกขึ้นไหว้อัมพรกับสุวัตร

"มินไปส่งที่รถนะคะ"เดินตามหลังกิ่งออกไป

"พี่กิ่งค่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกับพี่คินกันแน่" ระหว่างทางเดินไปลานจอดรถมินก็ถามกิ่งไป

"พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน พี่คินเขามาหาพี่ที่คอนโดเอาเค้กวันเกิดมาให้พี่ แล้วเขาก็กลับไป" ตอบโดยไม่ยอมมองหน้ามิน

"ปกติถ้าพี่คินมาหาพี่กิ่งจะค้างตลอดแล้วทำไมครั้งนี้ถึงรีบกลับล่ะคะ"ขมวดคิ้วเข้าหากัน

"พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน "รีบเดินตรงไปที่รถ

"แสดงว่าระหว่างทางกลับพี่คินแวะดื่มเหล้าเหรอค่ะ ถึงได้ขาดสติขับรถไปชนเสาไฟฟ้าได้ แล้วพี่คินดื่มทำไมล่ะคะ"เดินตามหลังกิ่งไปติดๆ

"น้องมินค่ะ พี่ขอตัวกลับก่อนนะพี่มีงานด่วน" เปิดประตูก้าวเท้าขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

มินมองรถของกิ่งที่แล่นออกไปด้วยความงงที่กิ่งไม่ยอมตอบคำถามเธอ จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปข้างในโรงพยาบาล

ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองเชียงใหม่

กิ่งเดินเข้าไปยังห้องทำงานของตัวเอง นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า หยิบเอกสารตรงหน้าขึ้นมากำลังจะอ่าน แต่กลับไม่มีสมาธิเพราะในหัวมีแต่ภาพของภาคินที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียงลอยเข้ามาทำให้เธอเสียสมาธิ

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พร้อมกับเลขาหน้าห้องเปิดประตูเดินเข้ามา

"คุณกายมาขอพบค่ะ"

"เชิญเข้ามาเลยจ้ะ" มองไปที่ประตู

เลขาเดินหายออกไปกายก็เดินเข้ามาในห้องทันทีพร้อมกับส่งยิ้มให้กิ่ง เดินเข้าไปที่โต๊ะใช้แขนโอบไปด้านหลังกิ่งย่อตัวลงยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มกิ่งหนึ่งที จากนั้นก็เลื่อนริมฝีปากตัวเองไปใกล้ริมฝีปากกิ่ง หมายจะจูบแต่เธอดันหน้าเขาออกไปก่อน

"อย่าค่ะเดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ ถึงได้มาหาฉันที่นี้" มือดันหน้ากายค้างไว้

"ผมคิดถึงคุณ ก็เลยอยากมาหาไม่ได้หรือไง" ถอยออกมานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับกิ่งพร้อมกับจับกุมมือเธอไว้

"ฉันว่าคุณกลับไปก่อนเถอะ ฉันปวดหัว" ดึงมือตัวเองออกจากมือกาย

"ทำไมคุณยังรักมันอยู่ใช่ไหม" กายเริ่มมีอารมณ์ที่ถูกกิ่งปฏิเสธ

"ฉันแค่อยากจะอยู่กับตัวเองสักพักค่ะ" ลุกขึ้นยืนหันหลังให้กาย

"คุณยังอาลัยอาวรณ์มันอยู่ใช่ไหม ตกลงคุณจะคบกับผมต่อหรือว่าคุณกลับไปหามัน"ถามด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว

"คุณก็เห็นว่าฉันคืนแหวนหมั้นให้เขาไปแล้ว คุณยังจะมาถามเอาอะไรอีก มันยังชัดเจนไม่พอหรือไงคะ" หันไปมองหน้ากาย

"ผมขอโทษ ก็ผมหึงคุณนี้" เดินเข้าไปสวมกอดกิ่งจูบไซ้ซอกคอขาวเนียน พร้อมกับใช้มือลูบไล้หน้าอกเต่งตึงทั้งสองข้างไปมา

"ให้ผมช่วยคุณให้หายเครียดดีไหม" กระซิบข้างหูกิ่งพร้อมกับใช้มือล้วงเข้าไปในกระโปรงลูบไล้บริเวณช่องรักจากนั้นก็ดึงกางเกงชั้นในลงไปกองอยู่ตรงตาตุ่มของกิ่งอย่างง่ายดาย

"ในห้องนี้มันจะเหมาะเหรอคะ" สบสายตากับกาย

"คุณก็โทรไปบอกเลขาคุณสิ ว่าอย่าให้ใครรบกวนเราตอนนี้" พูดไปมือก็บีบขย้ำสะโพกกิ่ง

"ก็ได้ค่ะ " หยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูตัวเองกดโทรออกไปหาเลขาหน้าห้องออกคำสั่งไม่ให้ใครรบกวนเวลาส่วนตัวของเธอ จากนั้นก็วางสายทันที

"คุณพร้อมแล้วใช่ไหม" กายถามขึ้นพร้อมกับถอดเสื้อเซิ้ตออก

"ค่ะ "เดินเข้าไปใช้แขนทั้งสองข้างคล้องคอกายแล้วประกบจูบกายอย่างดูดดื่ม

ไม่นานทั้งคู่ก็บรรเทิงบทรักอันเร้าร้อนไปทั่วทุกมุมของห้องทำงาน จนไปจบลงที่ตรงโซฟานุ่มตรงมุมหนึ่งของห้อง ทั้งคู่นอนกอดก่ายกันอย่างมีความสุข จนกายพูดทำลายความเงียบขึ้น

"อาการเขาเป็นยังไงบ้าง" กายหันไปถามกิ่งที่นอนอยู่ข้างๆกัน

"ไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นเลยค่ะ"กิ่งลุกขึ้นนั่งหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่

"ก็น่าเห็นใจอยู่นะ แต่เรื่องของหัวใจมันบังคับกันไม่ได้หรอก จริงไหม" ยื่นหน้าไปหอมแก้มกิ่ง

"ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แต่ถึงพี่คินเขาจะไม่รู้วันนี้ สักวันเขาก็ต้องรู้เรื่องของเราอยู่ดี" พูดพลางใส่เสื้อผ้าจนเสร็จเรียบร้อย

"ผมได้ยินอย่างนี้ก็ชื่นใจขึ้นมาหน่อย แล้วคุณจะบอกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเมื่อไหร่ ว่าคุณจะถอนหมั้นกับเขา" หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่

"รอพี่คินฟื้นขึ้นมาก่อน แล้วฉันจะบอกทุกคนเองค่ะไม่ต้องเป็นห่วง"

"ตามใจคุณก็แล้วกัน ผมกลับก่อนนะไว้เย็นนี้ผมจะไปหาอีก" ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มกิ่งแล้วเดินออกจากห้องไป

พอกายออกไปกิ่งก็ลงไปนั่งบนเก้าอี้ทำงานต่อ เธอได้แต่หวังว่าภาคินจะฟื้นขึ้นมาในเร็ววันและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะเข้าใจ ที่เธอถอนหมั้นกับภาคินเช่นกัน

ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอนอกเมือง เชียงใหม่

ติ๊ดๆๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในกระเป๋าเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ มือเรียวเล็กเจ้าของเครื่องหยิบขึ้นมารับทันที

"ฮัลโหล มิน" กรอกเสียงหวานใส่โทรศัพท์

"มะลิสะดวกคุยตอนนี้ไหม"มินถามเผื่อมะลิอยู่ในช่วงเข้าเวร

"สะดวกจ้ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า" นั่งลงบนม้านั่งตรงทางเดิน

"คือฉันจะโทรมาบอกเธอเรื่องพี่คิน" พยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด

"พี่คินเป็นอะไรเหรอ" มะลิแปลกใจปกติมินจะโทรหาเธอคุยกันเรื่องงานกับเรื่องตามประสาผู้หญิงเท่านั้น ไม่เคยพูดถึงภาคินเลยสักครั้งแต่ครั้งนี้มาแปลก

"ตอนนี้พี่คินอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ฟื้นเลย" พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"อะไรนะ พี่คินเป็นอะไรทำไมถึงยังไม่ฟื้น" มะลิถามออกไปด้วยความตกใจ

"พี่คินขับรถเสียหลักไปชนเสาไฟฟ้า จนสลบไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นเลย" น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง

"โธ่ มินฉันเสียใจด้วยนะ เธอต้องเข้มแข็งนะรู้ไหม ฉันเชื่อว่าพี่คินจะต้องฟื้นขึ้นมาในเร็ววัน" มะลิพยายามพูดปลอบใจเพื่อนแต่ตัวเองกลับน้ำตาคลอเบ้า

"ขอบใจนะ ฉันจะพยายาม" ยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง

"แล้วตอนนี้อยู่โรงพยาบาลไหนล่ะ"มะลิถามต่อ

"โรงพยาบาลในตัวเมืองเชียงใหม่นี้แหละ เธอจะมาเยี่ยมพี่คินไหม" มินถามขึ้น

"ฉันก็อยากจะไปนะ แต่ติดเข้าเวรแทนเพื่อน พอดีเพื่อนๆ หยุดกันยาวเลยฉันไปไม่ได้หรอก" ตอบไปตามตรงเธอต้องอยู่เวรแทนเพื่อนพยาบาลคนอื่นที่หยุดกัน

"งั้นเหรอ ไว้พี่คินกลับไปที่บ้าน เธอค่อยไปเยี่ยมก็ได้ " มินเสนอขึ้น

"ได้สิ ถ้าพี่คินกลับมาที่บ้านฉันจะไปเยี่ยมที่บ้านเอง" เธอเห็นภาคินมาตั้งแต่เด็กๆแล้วเพราะไร่ที่เธออยู่กับสวนส้มอยู่ติดกัน

"จ้ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะ ฉันไม่กวนเวลาทำงานของเธอแล้ว" เธอไม่อยากจะรบกวนเวลาทำงานของมะลิมากไปกว่านี้

"ไว้เจอกันนะ แล้วอย่าคิดมากล่ะ พี่คินจะต้องไม่เป็นอะไร" มะลิพูดให้กำลังใจมินอีกครั้ง

"จ้ะ ฉันวางสายก่อนนะ" มินพูดจบก็กดวางสายทันทีน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลเอ่อออกมาอาบแก้มทั้งสองข้างเพื่อระบายความอัดอั้นที่อยู่ข้างใน

ด้านมะลิหลังจากที่วางสายจากมินเธอก็อดห่วงภาคินไม่ได้ อยากจะไปเห็นด้วยตัวเองว่าตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง ป่านนี้คู่หมั้นคู่หมายของเขาคงจะดูแลไม่ห่าง เพราะทั้งคู่รักกันมาก และอาจจะมีข่าวดีในเร็วๆนี้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 179

    "ผมว่าเด็กยังไงก็ยังเป็นเด็ก มีแต่ผู้ใหญ่เนี่ยแหละที่คิดมากไปเอง ผมว่าคุณอย่าเข้มงวดกับลูกไปหน่อยเลย" หมอต้นเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน "ก็ได้ผมจะปล่อยเด็กไปตามวัยก็ได้ แต่ถ้าโตขึ้นผมไม่รับประกันนะ ว่าจะเป็นยังไง" ภาคินกระดกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม "แม้หวงแต่ลูก อย่าลืมหวงเมียด้วยก็แล้วกันค่ะ"

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 178

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ สวนส้มพงษ์ไพศาลครอบครัวของภาคินกับหมอต้นมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านพักในสวนเพื่อมาผ่อนคลายพักผ่อนกันในวันหยุดและถือโอกาสพาเด็กๆ ทั้งสองบ้านมาเล่นด้วยกัน ระหว่างที่มะลิกับมินกำลังช่วยกันทำกับข้าวลูกๆ ก็พากันวิ่งเล่นไล่จับอยู่บริเวณในสวน ส่วนภาคินกับหมอต้นก็นั่งดื่มพร้อมกับแกล้มเนื้อย่

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 177

    "แล้วคิดจะมีอีกสักคนไหมคะ" "แล้วมินไหวไหมละ ถามอย่างนี้อยากมีใช่ไหม" "ไม่ใช่ค่ะ มินแค่ถามเฉยๆเอง แค่รินกับตินก็เหนื่อยมากแล้ว พี่ไหวเหรอ" "สำหรับพี่แค่นี้ก็พอแล้ว มีกันแค่สองคนพี่น้องก็พอ และที่สำคัญมีเมียที่น่ารักอยู่ข้างๆแบบนี้ตลอดไป พี่ไม่ขออะไรอีกแล้วล่ะ" จูบหน้าผากมนเบาๆ "มินก็เหมือนกันค

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 176

    "มะลิกำลังยั่วพี่อยู่ใช่ไหม" "เปล่าสักหน่อยค่ะ" พูดพลางเดินไปยืนตรงใต้ฝักบัวพร้อมกับเปิดน้ำไหลลงมาอาบบนเรือนร่างบาง ภาพตรงหน้ามันช่างยั่วยวนปลุกความกำหนัดของคุณพ่อลูกสามยิ่งนัก ภาคินไม่รอช้ารีบถอดกางเกงยีนส์และกางเกงชั้นในออกด้วยความรวดเร็ว แล้วเข้าไปยืนซ้อนหลังเมียรักพร้อมกับใช้มือหนาลูบไล้ไปตร

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 175

    ภาคินกับมะลิกำลังแต่งตัวกันอยู่ในห้องเพื่อจะพาเด็กๆ เข้าไปเล่นในสวนส้มด้วยในวันนี้ ทั้งสองคนกำลังจูบคลอเคลียกันอย่างดูดดื่มอยู่ตรงหน้ากระจกแต่งตัว ริมฝีปากหนาจูบดูดกลืนความหวานจากริมฝีปากอ่อนนุ่มไม่ยอมหยุด จนคนที่ถูกเล้าโลมแทบจะหายใจไม่ออกจึงผลักไหล่หนาออกเบาๆ "พอได้แล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทันที

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 174

    ภาคินพอดูออกว่ามะลิยังคงน้อยใจเรื่องเมื่อตอนกลางวันอยู่ เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดทำร้ายจิตใจเธอสักหน่อย ก็แค่พูดเล่นๆเองแต่เธอก็จริงจังไปได้มันน่าน้อยใจนัก ร่างหนาขยับตัวเข้าไปสวมกอดร่างบางเอาไว้พร้อมกับสูดดมกลิ่นกายหอมๆ เข้าสู่ปอดด้วยความชื่นใจ "ยังงอนพี่อยู่เหรอ" "เปล่าค่ะ นอนเถอะ" "มะลิอยากให้พี

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 165

    "ครับ คือผมพึ่งจะพามะลิไปตรวจที่โรงพยาบาลเพราะสงสัยว่าจะท้อง" "แล้วท้องไหมคะ" มินถามแทรกขึ้นด้วยความตื่นเต้น "ผลปรากฏว่าท้องจริงๆครับ และมีแนวโน้มว่าจะเป็นฝาแฝดด้วยครับ แต่ต้องรอตรวจให้ละเอียดอีกทีในเดือนต่อๆไป" ภาคินส่งยิ้มให้ทุกคนในห้อง เขาไม่คิดเลยว่าลูกจะมาทีเดียวพร้อมกันสองคนเลยมันเกินคาด

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 164

    เจ็ดเดือนต่อมา ช่วงค่ำของวันภาคินเดินเข้ามาในห้องนอนเห็นเมียรักกำลังกล่อมลูกน้อยวัยเจ็ดเดือนที่หลับสนิทลงนอนในเปลพอดี ร่างหนาไม่รอช้ารีบเข้าไปประชิดร่างบางพร้อมกับช้อนอุ้มขึ้นไปวางลงบนเตียงแล้วขึ้นคร่อมทาบทับเอาไว้ จากนั้นก็จูบไซ้ไปตามซอกคอขาวเนียนด้วยความหื่นกระหาย "ใจเย็นๆสิคะ " "พี่เย็นไม่ไ

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 163

    หลายวันต่อมา หลังจากที่มะลิกับลูกน้อยออกจากโรงพยาบาลทุกคนก็แวะวนมาเยี่ยมเธอกับลูกอยู่ตลอด วันนี้ก็เช่นกันมินกับหมอต้นก็แวะมาเยี่ยมพร้อมกับของติดไม้ติดมือมาด้วย ตั้งแต่ที่หมอต้นแต่งงานกับมิน หมอหนุ่มก็ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านพงษ์ไพศาลทันที ระหว่างที่รอเรือนหอที่กำลังปลุกสร้างอยู่ เพราะในอนาคตก็ต้องขยับข

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 162

    พอมะลิถูกส่งตัวไปยังห้องพักฟื้นทุกคนก็พากันเข้าไปเยี่ยมเธอ ส่วนภาคินก็นั่งกุมมือเมียรักและถามอาการต่างๆไม่ยอมห่างด้วยความตื้นตันใจ ทุกคนต่างก็รอพยาบาลนำลูกหลานคนแรกเข้ามาข้างในห้องด้วยความตื่นเต้น ไม่นานพยาบาลก็เข็นทารกน้อยเดินเข้ามาข้างในห้อง พร้อมกับอุ้มส่งให้คุณแม่ยังสาวแล้วเดินออกไป มะลิอุ้มลูกน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status