Mag-log inร่างเล็กเดินกลับเข้ามาในห้อง เธอถอดเข็มขัดกระโปรงนักศึกษาออก ดึงชายเสื้อออกมานอกกระโปรง ยืนดูสภาพหน้าตาตัวเองในกระจกเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์และเดินออกจากห้อง ลงไปหาร่างสูงที่ยืนรอเธออยู่ที่รถของเขา
หอพักแห่งนี้มีเพียงสิบชั้น เธอพักชั้นบนสุด ถึงจะเป็นหอพักที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก แต่ทว่ามีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และความปลอดภัยก็ดีเยี่ยม หากเป็นคนนอกมาหา จะต้องให้คนในหอลงมารับ เพราะต้องสแกนคีย์การ์ดตรงประตูทางเข้า เพราะแบบนี้พ่อกับแม่เลยวางใจที่จะให้เธอพักหอนี้ ท่านทั้งสองคนมองว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นเรื่องที่สำคัญ มุกดาออกจากลิฟต์เดินตรงไปหาร่างสูงของเวกัสที่ยืนกอดอกพิงรถของเขา ตอนที่เขาหันมาเห็นเธอ เขาทำเพียงยกยิ้มมุกปากตามสไตล์ของเขา แต่สายตาคมกริบที่กำลังจ้องมองเธอนั้น ทำให้เธอรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งร่างกาย “พี่รู้ได้ยังไงว่าฉันพักที่นี่” “ก็ไม่ได้ยากอะไร”คนตัวสูงยักไหล่ ทำเหมือนเรื่องนี้ไม่ได้สำคัญ ทั้งที่จริงไอ้เลโอเพื่อนสนิทของเขา เป็นคนส่งข้อความไปบอกเขาว่าช่วงเย็นตอนมันขับรถออกจากมหาลัย เห็นเธอเดินเข้ามาในซอยข้าง ๆ แล้วในซอยนี้ก็มีแค่หอนี้หอเดียว มันคงไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะคาดเดาได้ และที่สำคัญเธอคงไม่รู้ว่าคอนโดของเขาอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขับมาถึงได้อย่างสบาย “พี่ตามฉันเหรอคะ” “ตามผู้หญิงที่สนใจ แปลกตรงไหน” คนตัวเล็กหลุบตามองพื้น หลบสายตาคมของเขาทันที ตอนนี้รู้สึกเหมือนภูมิคุ้มกันในร่างกายตัวเองจะต่ำลงไปทุกที ยิ่งมาอยู่ต่อหน้าเขาแบบนี้ ทุกอย่างดูจะควบคุมได้ยากไปหมด “แถวหอเธอมีอะไรกินบ้าง” “คะ” “ฉันหิว” มุกดาพยักหน้าหงึกหงักเดินนำหน้าเขาไปตามซอยเล็กข้างหอ ระหว่างทางเธอพยายามชวนเขาคุยเพื่อลดความประหม่า “ร้านที่ฉันจะพาไปเป็นร้านอาหารตามสั่ง มีก๋วยเตี๋ยวด้วยนะคะ เผื่อพี่อยากซดน้ำซุป” “อืม” “แล้วก็มีน้ำผลไม้ปั่นด้วยนะคะ ผลไม้แท้ ๆ เลยค่ะ” “อืม” มุกดาแอบถอนหายใจเบา ๆ ขนาดเธอชวนคุย เขาก็ยังคงทำสีหน้าเคร่งขรึม ตอบกลับมาแค่คำว่าอืม เหมือนบอกเธอว่าเขากำลังตั้งใจฟังเธออยู่ แต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือทุกครั้งที่เธอเดินนำหน้า เวกัสไม่ได้มองทางเลยแม้แต่น้อย สายตาคมของเขาจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังบางใต้เสื้อนักศึกษาสีขาว เธอไม่ได้ใส่เสื้อตัวเล็กรัดรูปเหมือนผู้หญิงส่วนใหญ่ มันชวนให้เขาคิดไปถึงรูปร่างภายในของเธอว่าจะเป็นแบบไหน เดินถึงหน้าร้านเป็นเพิงเก่าเล็ก ๆ แสงไฟสลัว กลิ่นอาหารหอมฟุ้ง เวกัสเดินเบียดแขนเธอเข้าไป หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมของเขาโชยเข้าจมูก ทั้งคู่เลือกนั่งโต๊ะหนึ่งมุมร้านด้านใน ก่อนมุกดาจะเอ่ยถามเขาออกมา “พี่อยากกินอะไรคะ ฉันสั่งให้” “เอาเหมือนเธอ”เขาตอบกลับเพียงสั้น ๆ มองหน้าใบหน้าสวยของเธอตรง ๆ จนคนตัวเล็กต้องหลบตาคมร้อนแรงของเขา “วันนี้พาแฟนมาด้วยเหรอจ๊ะ” ป้าร้านตามสั่งที่ยืนรอรับเมนูเอ่ยหยอกล้อ ด้วยความสนิทสนม คำว่าแฟนทำให้มุกดาหน้าแดงก่ำ คนตัวสูงเองก็ไม่ปฏิเสธอะไรออกไป “อะ เอ่อยังไม่ใช่ค่ะ” "ยังไม่ใช่ ก็แปลว่ารอให้เขาขออยู่หรือเปล่า พ่อหนุ่มรีบ ๆ ขอนะ" "ครับ" มุกดายกมือปิดปากตัวเอง รู้สึกเขินจนแทบจะมุดดินหนีตอนนี้ เธอรีบก้มหน้าก้มตาสั่งอาหารเพื่อกลบเกลื่อน ระหว่างรออาหาร เวกัสเอาแต่จ้องหน้าเธอไม่วางตา เธอเองก็เอาแต่หลบสายตาเขา ทำทีเป็นหยิบโทรศัพท์ในมือขึ้นมาเล่นแก้เขิน รู้สึกคิดผิดที่มานั่งทานข้าวให้เขาใช้สายตามองเธอแบบนี้ จนกระทั่งน้ำผลไม้ปั่นที่เธอสั่งมาเสิร์ฟ เธอจึงได้ก้มหน้าก้มตาดูดน้ำไม่สนใจเขา "ขอกินหน่อย" เขาดึงแก้วน้ำปั่นของเธอไปดูดหน้าตาเฉย ทำเอาเธอยิ่งเขินหนักขึ้นไปอีก “เมื่อกี้พี่บอกไม่อยากกิน” “ทำไม แค่นี้หวง” "ไม่ได้หวงค่ะ"เขาเลื่อนแก้วน้ำปั่นกลับมาตรงหน้าเธอ ดวงตากลมโตมองหลอดที่เขาเพิ่งดูดไปเมื่อกี้ เธอกำลังลังเลว่าจะดูดต่อดีไหม ทำแบบนี้มันเหมือนการจูบกันทางอ้อมเลย เวกัสมองคนตัวเล็กที่เอาแต่มองหลอดน้ำปั่น นึกแล้วก็ตลกตัวเองเป็นบ้า ที่ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดที่จะทำมาก่อนในชีวิต ถ้าไอ้เลโอรู้มันคงล้อเขายันลูกบวช ไม่อยากจะเชื่อว่าแค่อยากได้ผู้หญิงคนหนึ่งเขาจะลงทุนทำได้ขนาดนี้ หลังจากอาหารที่สั่งไว้มาเสิร์ฟ ทั้งคู่ก็นั่งทานกันเงียบ ๆ ปกติเขาไม่เคยมานั่งทานข้าวร้านทางแบบนี้ แต่ทว่ารสชาติอาหารก็จัดว่าถูกปากเขาอยู่ไม่น้อย "มุกดา"เวกัสเอ่ยเรียกชื่อเธอเป็นครั้งแรก "คะ”เธอกระพริบตาปริบ ๆ รอฟังเขาด้วยความสงสัย “กินเสร็จแล้ว ไปเดินเล่นกัน” มันไม่ใช่แค่ประโยคบอกเล่า แต่เป็นประโยคคำสั่ง เหมือนบังคับเธอกลาย ๆ มุกดาที่ได้ยินพยักหน้าทันทีโดยไม่รู้ตัว ในใจเวกัสตอนนี้มีเพียงประโยคเดียวคือถูกใจลักษณะท่าทางของคนตรงหน้า เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่ไร้เดียงสาได้ขนาดนี้ ทว่าเขาก็ยังคงแสดงออกกลับไปด้วยท่าทางเรียบเฉย ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร ทั้งที่ในใจเขาตอนนี้ อยากจะรุกเธอให้เร็วและมากกว่านี้ เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเธอชอบเขา แต่ตามนิสัยผู้หญิงที่ไม่เจนจัดเรื่องผู้ชาย เลยยังไม่เก่งกาจที่จะยั่วยวนให้เขาหลงเสน่ห์ได้โดยง่ายภายในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง อัญชันนอนอยู่บนเตียงของผู้ป่วย ใบหน้าซีดเซียวแต่ทว่ายังคงความสวย ถึงแม้จะเพิ่งผ่านการผ่าตัดคลอดลูกมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เธอหลับตาพริ้ม ผมยาวสีดำขลับกระจายเต็มหมอน ข้างเตียงมีรถเข็นเด็กจอดอยู่ อาเธอร์ ลูกชายคนเล็กที่เพิ่งคลอด นอนหลับปุ๋ยในผ้าห่มสีฟ้า ใบหน้าแดงระเรื่อ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ แกร๊ก!!! เสียงประตูห้องเปิดเข้ามาโดยขุนเขาคนเป็นสามี ในมือถือของพะรุงพะรังเดินเข้ามา คนตัวสูงลงไปซื้อของจากร้านค้าด้านล่างของโรงพยาบาล มีข้าวต้มของอัญชันและของใช้อีกหลายอย่าง ก่อนจะวางถุงลงบนโต๊ะข้างเตียง และก้มตัวลงจูบหน้าผากของอัญชันด้วยความรัก คนตัวเล็กบนเตียง ขยับเปลือกตาเปิดขึ้น เมื่อรู้สึกเหมือนถูกรบกวน ลืมตาขึ้นมาเจอหน้าสามีหนุ่มก็ส่งยิ้มหวานให้ทันที “ตื่นแล้วเหรอครับ รู้ไหมว่าเมียพี่เก่งที่สุด” เสียงทุ้มของเขานุ่มนวล ใช้ฝ่ามือลูบผมนุ่มของเธอแผ่วเบา “อาเธอร์หลับอยู่หรือเปล่าคะ” “หลับสนิทเลย”ขุนเขาตอบพลางหันไปมองลูกชาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจอย่างไม่คิดปิดบัง “หน้าตาเหมือนพี่ไอริสตอนเกิดเลย” “จริงเหรอคะ อัญอยากเห็นลูกชัด ๆ จังเลยค่ะ” “พยาบ
กระแทกไม่นานทั้งคู่ก็ถึงจุดสุดยอดพร้อมกันอีกครั้ง อัญชันเกร็งกระตุก น้ำสีใสพุ่งทะลัก ขุนเขาเองก็ปล่อยลาวาอุ่นร้อนเข้าไปข้างในตัวเธอจนมันเอ่อล้นออกมา หลังจากปลดปล่อย เขาก็ทิ้งตัวลงนอนกอดเธอแน่น หายใจหอบถี่ จูบซับใบหน้าชื้นเหงื่อของเธออย่างแสนรัก “พี่รักอัญมากนะครับ” อัญชันหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า ได้ยินคำว่ารักแสนหวานของเขาก็คลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะผล็อยหลับไปทันที เวลาต่อมา แสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า สาดส่องผ้าม่านผืนบางของบ้านพักวิลล่าเข้ามา ขุนเขากระพริบตาตื่นจากภวังค์ตั้งแต่ช่วงบ่าย จากบทรักที่สูบพลังเขาและอัญชันไปจนหมด ร่างกายแกร่งยังคงเปลือยเปล่า มีอัญชันนอนขดตัวอยู่ด้านข้าง ผมยาวสลวยสีดำสนิทกระจายบนหมอน ผิวเนียนละเอียดสีขาวผ่อง ร่างกายของเธอยังคงมีส่วนเว้าส่วนโค้งสวยงาม ถึงแม้จะอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ อกอวบใหญ่กระเพื่อมขึ้นลงตามลมหายใจสม่ำเสมอ ขุนเขายกยิ้มมุมปากเมื่อรู้สึกถึงความตื่นตัวที่ส่วนกลางกายของเขาอีกครั้ง ราวกับว่าร่างกายยังรู้สึกไม่พอ อยากจะลิ้มรสความหอมหวานจากร่างกายของเธออีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ โน้มลงไปยังอกอวบของอัญชัน ริมฝีปากร้อนผ
ขุนเขาคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ตัวยาว มือหนาดึงสายบิกินี่ส่วนบนของอัญชันลงจากไหล่ทั้งสองข้าง เนื้อผ้าสีฟ้าร่วงลงบนพื้นไม้ทันที เต้าอวบคู่งามที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และจุกยอดสีหวานชูชันขึ้นท้าทายสายตาของเขา ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงดูดเม้มจุกยอดข้างหนึ่งทันที ลิ้นร้อนตวัดดูดเลียวนเป็นวงกลมอย่างหิวกระหาย มืออีกข้างบีบเค้นเต้าอีกข้างอย่างแรง จนเนินเนื้อปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้ว อัญชันแอ่นอกครางออกมา มือจิกกลุ่มผมหนาของเขาด้วยความแรง “พี่ อื้อ~ เบา ๆ สิ” แต่ทว่าคนตัวสูงไม่ฟังเสียงเธอ ยังคงสลับเปลี่ยนไปดูดอีกข้าง ขบเม้มแรงจนจุกยอดบวมเป่งทั้งสองข้าง มือหนาลากต่ำลงไปคลายปมสายเส้นเล็กข้างสะโพก เนื้อผ้าบิกินี่ส่วนล่างร่วงลงตามแรงดึง เผยเนินเนื้ออวบอิ่มไร้ขนที่เปียกชุ่มจากความเสียวซ่าน ก่อนเขาจะจับขาเรียวเธอแยกออกกว้าง แล้วก้มลงดูดเลียช่วงล่างทันที ลิ้นร้อนสอดลึกเข้าไปในร่องแคบ เลียวนขึ้นลงบนความเปียกชื้น ดูดเม้มกลีบเนื้อนุ่มจนอัญชันตัวเกร็ง มือเล็กจิกลงบนขอบเก้าอี้แน่น น้ำสีใสไหลทะลักเข้ามาในปากของเขา “อร้ายยย”เธอครางออกมาเสียงดังอย่างเสร็จสม คนตัวสูงยกใบหน้าขึ้นมอง ริมฝีปากหนาเลอะเปรอะเปื้อน ก่อนจะดึงก
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านบางของบ้านพักวิลล่าสุดหรูบนเกาะมัลดีฟส์ ขุนเขานั่งกอดก่ายร่างเล็กของอัญชันอยู่ที่ระเบียง ที่ตอนนี้หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากอายุครรภ์ที่มากขึ้น ด้านหน้าคือท้องทะเลสีฟ้าครามที่ใสจนมองเห็นพื้นทรายด้านล่าง กระทบกับแสงของดวงอาทิตย์จนระยิบระยับไปทั่ว ทั้งสองคนตัดสินใจมาฮันนีมูนกันที่นี่ เป็นความต้องการของขุนเขาที่อยากพาเธอมาสัมผัสทะเลที่สุดแสนจะโรแมนติกนี้ ตัวเขาเองเคยมาถ่ายโฆษณาที่นี่เมื่อประมาณสองปีก่อน ความสวยงามของมันดึงดูดเขาจนเผลอแอบคิดว่าหากแต่งงาน เขาอยากจะพาภรรยามาฮันนีมูนที่นี่สักครั้ง ไม่คิดว่าหลังจากนั้นแค่สองปี เขาจะมีวันนี้จริง ๆ “พี่เคยมาที่นี่ใช่ไหมคะ อัญจำได้ตอนนั้นพี่น่าจะถ่ายโฆษณาอะไรสักอย่าง เราสองคนกำลังถ่ายละครด้วยกัน”อัญชันเอ่ยถามขึ้น มือเล็กลูบหน้าท้องกลม ๆ ของตัวเองที่ตอนนี้ลูกน้อยกำลังออกแรงดิ้นจนเธอรู้สึกได้ “อืม พี่มาแล้วติดใจ ก็เลยคิดว่าหากแต่งงานจะพาเมียมาฮันนีมูนที่นี่”คนตัวสูงละสายตาจากผืนน้ำทะเลเบื้องหน้ามามองเสี้ยวใบหน้าสวยของเธอ ที่ตอนนี้ดูอิ่มเอิบมากขึ้นกว่าเดิม เพราะอะไรหลายอย่างในชีวิตเธอที่ดีขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นอา
ยามบ่ายที่เขาใหญ่อากาศกำลังเย็นสบาย ออสตินลดกระจกหน้าต่างรถลงเล็กน้อย ให้สายลมเย็นพัดเข้ามาปะทะใบหน้า เขาหันไปมองนินิวที่นั่งข้าง ๆ กำลังป้อนขนมปังให้นาโนที่นั่งคาร์ซีทด้านหลัง ส่วนพี่ชายอย่างออกัสที่นั่งข้างน้องสาว เอาแต่ชี้สองข้างทางด้วยความตื่นเต้น “ปะป๊า ดูนั่นสิ ต้นไม้ต้นนั้นใหญ่จัง”เด็กชายตะโกนเสียงใส “ใช่ครับ ยิ่งตอนไม้ใหญ่ยิ่งมีประโยชน์นะรู้ไหม”ออสตินตอบพลางยิ้มกับความช่างพูดของลูกชาย “ตินขับช้า ๆ หน่อย นิวกลัวลูกเมารถ”ถึงแม้จะเคยมาที่นี่แล้ว แต่ทว่าตอนนั้นลูกของเธอสองคนก็ยังเด็กอยู่มาก เธอกลัวว่านั่งรถนาน ๆ จะทำให้ลูกเวียนหัว “ตินรู้หรอก ไม่ขับเร็วเลยเห็นไหม”ออสตินตอบพร้อมยิ้มกว้าง ก่อนจะหักหัวรถเลี้ยวเข้าถนนลูกรังแคบ ๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และดอกไม้ป่า ก่อนจะเห็นบ้านพักตากอากาศสไตล์โมเดิร์นทำจากไม้สักทั้งหลังปรากฏขึ้นตรงหน้า มีระเบียงกว้างและสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน “ถึงแล้วครับ”ออสตินจอดรถ ดับเครื่องยนต์ แล้วรีบลงไปเปิดประตูรถให้ทุกคน ตุ้บ!! ออกัสรีบกระโดดลงจากรถทันที วิ่งไปรอบ ๆ บริเวณบ้านด้วยความตื่นเต้น ส่วนนาโนนั้นเดินเกาะขานินิวแน่นเข้าไปในบ้าน “แม่คะ
หลังจากมื้ออาหารเย็นจบลง ออกัสกับนาโนยังคงตื่นเต้นกับการได้มาบ้านตากับยาย เลยยังไม่มีอาการง่วงนอนแม้แต่น้อย จนคนเป็นตาต้องยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ “คืนนี้หลานตานอนกับตากับยายนะ ไปอาบน้ำเตรียมตัวนอนกันดีกว่า” “เย้!! ได้ค่ะ/ครับ คุณตา”ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกัน เดินขึ้นห้องนอนชั้นสองที่เคยเป็นห้องนอนของนิรินลูกสาวคนเล็กที่แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ถูกจัดใหม่ ให้มีเตียงขนาดคิงส์ไซส์และเตียงเด็กเล็กสองเตียงวางชิดกัน นิสาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนลายการ์ตูนที่เตรียมไว้ให้หลานออกมาวางเอาไว้ “ออกัสใส่ชุดอุลตร้าแมน นาโนใส่ชุดเจ้าหญิงเอลซ่านะคะ” ออกัสพยักหน้าก่อนจะถอดเสื้อผ้าวิ่งเข้าไปอาบน้ำ หลังจากนาโนเดินห่อผ้าเช็ดตัวออกมาให้เธอช่วยเช็ดตัวและสวมชุดนอนให้ “หนูอยากฟังนิทานค่ะ”นาโนพูดขณะเดินขึ้นนอนบนเตียงของตัวเอง ส่วนคนเป็นตาก็เดินไปหยิบหนังสือนิทานออกมา เตรียมตัวจะเล่านิทานให้หลานตัวน้อยฟัง ก่อนออกัสที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็กระโดดขึ้นเตียงข้าง ๆ นอนตาแป๋วฟังคนเป็นตาที่กำลังจะเริ่มเล่านิทาน นินิวกับออสตินกำลังยืนมองจากประตูห้องนอน ทั้งสองคนอยากรู้ว่าลูกจะนอนกับคนเป็นตากับยายได้หรือเปล่า แ







