Masukหลังจากจบมื้ออาหารข้างทางแสนอร่อย เวกัสรีบลุกขึ้นจ่ายเงินก่อนที่มุกดาจะทันใช้โทรศัทพ์สแกนค่าอาหารมื้อนี้ ป้าเจ้าของร้านที่เห็นก็ส่งยิ้มให้ทั้งคู่จนแก้มปริ
มุกดาเดินตามเขาออกมานอกร้าน บรรยากาศในซอยเริ่มเงียบสงบลงแล้ว เหลือเพียงแต่แสงไฟจากถนนที่เริ่มเปิดส่องสว่างข้างทาง “ไปที่ไหน”คนตัวสูงเอ่ยถามสั้นห้วน หันมองใบหน้าสวยของเธอเต็มตา นิ้วเรียวเล็กชี้ไปทางสวนหย่อมเล็ก ๆ ข้างหอของเธอ “มีสวนหย่อมค่ะ มีเก้าอี้ม้าหินอ่อนให้นั่ง เดินไปแป๊บเดียวเอง” เวกัสพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะทำสิ่งที่ทำให้มุกดาแทบหยุดหายใจ ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำ คือมือหนาของเขายื่นมือมาให้เธอ "จับมือ" คนตัวเล็กมองมือของเขาสักพักอย่างชั่งใจ มีความลังเลเกิดขึ้นเพียงนิด ก่อนจะตัดสินใจวางมือเล็กของเธอลงไปทันที ทันทีที่สัมผัสกัน มันให้ความแปลกใหม่แบบที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน รู้สึกหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ ไม่แน่ใจนักว่าเป็นเสียงหัวใจของเขาหรือของเธอกันแน่ที่ดังรัวอยู่ตอนนี้ ทั้งสองคนพากันเดินไปเงียบ ๆ จับมือกันแน่นแบบนั้นไปตลอดทาง จนถึงสวนหย่อมที่เธอบอกกับเขา เวกัสพาเธอนั่งลงบนม้าหินอ่อนตัวเดียวกัน มันใกล้จนไหล่สัมผัสกันเบา ๆ ท้องฟ้ากำลังเริ่มเปลี่ยนสีเป็นมืดครึ้ม แต่ทว่ามีแสงไฟส่องสว่างให้ความรู้สึกแปลกใหม่ไปอีกแบบ อีกทั้งบรรยากาศก็เงียบสงบมาก ไม่มีคนอยู่แถวนี้ในเวลานี้เลยสักคน "เงียบดีจังนะคะ"มุกดาเป็นคนเอ่ยทำลายความเงียบออกมา แต่ทว่าคนตัวสูงไม่ได้สนใจที่จะฟังคำพูดของเธอ เอาแต่มองเสี้ยวหน้าสวยของเธออย่างเดียว “อืม” มุกดาหันกลับมา เจอดวงตาคมที่จ้องเธออยู่ ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้จนหัวใจเธอเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกครั้ง “ขออะไรอย่างได้ไหม”เสียงทุ้มแหบพร่า พูดแทบจะชิดใบหน้าเธอ “ขะ...ขออะไรคะ” แทนคำตอบ เวกัสยกมือขึ้นประคองแก้มนวลของเธอเบา ๆ นิ้วโป้งลูบไล้ที่พวงแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ แล้วก้มลงมาประกบริมฝีปากจูบลงบนกลีบปากนุ่มเบา ๆ เขาพยายามทำทุกอย่างช้า ๆ ทั้งที่ภายในใจเกิดอาการปั่นป่วนอย่างรุนแรง ลมหายใจติดขัดอย่างหนัก เลือดลมในกายพลุ่งพล่าน ส่วนมุกดาที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้ ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจ ก่อนจะถูกความวาบหวามเข้าครอบงำ ปิดตาลงโดยอัตโนมัติ มือเล็กยกขึ้นจับเสื้อช็อปของเขาแน่น ตอบรับจูบแสนบางเบา ที่ค่อย ๆ กลืนกินคำพูดและลมหายใจของเธอ มันรู้สึกยาวนานจนเธอเหมือนขาดอากาศ ไม่นานเขาก็ถอนริมฝีปากออกมาเพียงนิด ดวงตาคมยังคงหลอมละลายความรู้สึกของเธอ ก่อนจะเอ่ยกระซิบเสียงเบาแต่ทว่าชัดเจน “รู้สึกยังไง” มุกดาเม้มปากแน่น ใจเต้นรัว ความรู้สึกแรกของเธอคือกลัวที่เรื่องของเรามันเดินเร็วเกินไปขนาดนี้ เธอปล่อยให้เขาจูบเธอ คงเพราะก่อนหน้าที่เขาขอจับมือ เธอก็ให้เขาจับได้ง่าย ๆ เลยทำให้เขาคิดว่าเธอง่ายหรือเปล่า ถึงได้กล้าจูบเธอขนาดนี้ “กลัวฉันเหรอ”เขาถามขึ้นมาอีกครั้ง ขณะจมูกโด่งกำลังปัดป่ายจมูกของเธอแผ่วเบา ก่อนเขาจะผละหน้าออกและดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอด พยายามระงับสติตัวเองที่กำลังกระเจิดกระเจิง เขาไม่สามารถทนมองแววตาใส่ซื่อของเธอได้นาน สัมผัสได้ว่าคนในอ้อมกอด ยังคงแก้มร้อนผ่าวจากจูบเมื่อครู่ เธอหลบสายตาไม่กล้าสบตากับเขา แต่หัวใจของเธอเต้นแรงจนเขารู้สึกได้ เวกัสถอนหายใจยาวหนึ่งที ทุกอย่างในหัวเขายังเอาแต่วนเวียนคิดถึงริมฝีปากของเธอ มันอยากรุกล้ำเข้าไปให้มากกว่านี้ อยากลิ้มรสความหวานในโพรงปากของเธอ ไวเท่าความคิด เขาดึงเธอออกจากอกแกร่งเล็กน้อย ให้หน้าเธอห่างจากเขาเพียงแค่นิดเดียว สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแสนซื่อของเธอ “มุก”เสียงทุ้มของเขาสั่นพร่า เรียกชื่อเล่นของเธอด้วยความสนิทสนม ก่อนเขาจะก้มหน้าลงมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นจูบที่ไม่มีความนุ่มนวลอยู่เลยแม้แต่น้อย มันทั้งดุเดือดและเร่าร้อน ลิ้นร้อนสอดลึกเข้าไปในโพรงปากนุ่มของเธอทันที ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งกอบกุมท้ายทอยของเธอไว้แน่น อีกข้างเลื่อนลงไปกอดรอบเอวคอดกิ่ว ออกแรงบีบแน่นจนเสื้อนักศึกษาของเธอยับย่น "อืม" มุกดาส่งเสียงครางออกมาจากในลำคอโดยไม่สามารถควบคุมได้ มือเล็กจิกลงบนเสื้อช้อปของเขาแน่นจนเห็นเส้นเลือด จูบทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ลิ้นร้อนของเขาพันเกี่ยวลิ้นเล็กเธออย่างเมามันส์ ดูดดุนจนเธอรู้สึกแข้งขาไร้เรี่ยวแรง ลำตัวอ่อนระทวยในวงแขนแกร่งของเขา มือหนาที่กอดเอวคอดกิ่วเอาไว้ ลูบไล้ขึ้นมาบนแผ่นหลังบาง ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าจนสัมผัสได้ถึงความร้อนของผิวเนื้อของเธอ เขาขบกัดที่ริมฝีปากล่างของเธอ แล้วดูดเม้มจนเธอสะดุ้งเสียว ความต้องการของเขาที่เก็บกดเอาไว้กำลังจะระเบิดออกมา ความรู้สึกตอนนี้ของเขาคืออยากจับเธอกดลงบนม้านั่งหินอ่อนเดี๋ยวนี้ อยากลิ้มรสทุกตารางนิ้วของร่างกายเธอ ตามใจปรารถนาส่วนลึกที่ต้องการ อยากได้ยินเสียงเธอร้องครางชื่อเขา แต่ทว่าเสียงในหัวค้านขึ้นอย่างได้สติ ตรงนี้เป็นที่สาธารณะ มันไม่เหมาะสมที่จะมาทำเรื่องโจ่งแจ้งแบบนี้ จึงได้แต่ข่มใจตัวเองเอาไว้"จะไปไหนคะ" โมจิที่เห็นคนตัวสูงกำลังจะวิ่งตามผู้หญิงคนนั้นออกไป เธอก็รีบเดินมาจับแขนของเขาเอาไว้ทันที จากตอนแรกที่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือผู้หญิงที่เขาดีลมานอนด้วยเหมือนทุกครั้ง ทว่าตอนนี้มันกลับไม่ใช่เมื่อเธอรู้สึกว่าเขาแคร์ผู้หญิงคนนั้นมากกว่าเธอ "ก็ไหนบอกว่ารอโม สรุปว่าพี่โกหกโมเหรอคะ" "ฉันไม่ได้โกหก" "หึ แล้วพี่จะวิ่งตามเธอไปทำไมคะ พี่ก็แค่ปล่อยเธอไปไม่ใช่เหรอ" คนตัวสูงส่ายหน้ารัวทันที"ฉันปล่อยไปไม่ได้" โมจิยิ้มออกมาอย่างข่มขื่น นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่เคยเห็นท่าทางสับสนและอ่อนไหวของเขาขนาดนี้ ครั้งสุดท้ายน่าจะคือตอนที่เธอตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อเมืองนอก ตอนนั้นเขาเองก็ทำท่าทางแบบนี้กับเธอเหมือนกัน "พี่เปลี่ยนใจไปชอบเธอแล้วเหรอคะ" เวกัสนิ่งเงียบ ใบหน้ายังคงหงุดหงิดที่ไม่สามารถวิ่งตามมุกดาออกไปได้ ส่วนผู้หญิงตรงหน้าก็เอาแต่ตั้งคำถามกับเขาไม่หยุด "พูดมาสิคะ วันก่อนพี่ยังบอกฉันอยู่เลยว่ารอโมกลับมา" "....." เวกัสยังคงนิ่ง เขายกมือขึ้นปัดผมไปมาด้วยความหงุดหงิดกับสถานการณ์ตอนนี้ คนตรงหน้าเขาก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ ส่วนคนที่เพิ่งวิ่งออกไป เขาก็อยากจะตามเธอกลับมา สรุปแล้วความรู้สึก
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงที่ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำ จนมุกดาต้องอ้อนวอนให้เวกัสหยุดรังแกเธอเสียเสียที เขาถึงได้ยอมผละร่างกายตัวเองออกและจัดการอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว ก่อนจะออกมานั่งรออาหารที่สั่งในห้องนั่งเล่นด้วยกัน กริ๊ง! กริ๊ง! ไม่ถึงสิบนาที ก็มีเสียงกดกริ่งหน้าห้องดังขึ้น มุกดาเป็นคนลุกขึ้นไปเปิด เพราะคิดว่าเป็นอาหารที่คนตัวสูงสั่งมา แต่ทว่าเมื่อเปิดประตูออกมานั้น เธอกลับเจอกับหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่ง ยืนส่งยิ้มร่าเริงอยู่ตรงหน้าประตู ในมือเธอคือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ "เอ่อ ไม่ทราบว่าคือคุณคือใครคะ" เสียงเล็กนี้ไม่ใช่เสียงของมุกดา แต่เป็นเสียงของผู้หญิงตรงหน้าที่เอ่ยถามเธอออกมาด้วยความสงสัย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน พลางสอดส่องสายตาเข้ามาในห้อง ก่อนจะเจอกับร่างสูงของเวกัสที่เดินตรงมาทางนี้พอดี "พี่เว" "ตัวเล็ก" สรรพนามที่ทั้งสองคนเรียกกันนั้น ทำให้ขาเล็กของมุกดาแข็งไปทันที ทุกอย่างรอบตัวพลันหยุดชะงักเหมือนกับลมหายใจของเธอที่แทบจะหยุดลงไปในเวลานั้น ความสงสัยที่ถูกเก็บกดไว้ เฉลยออกมาทันที จนเธอต้องหันไปมองสำรวจผู้หญิงคนนั้นชัด ๆ อีกครั้ง ถึงได้เห็นว่าเธอส่งยิ้มให้กับคนตัวสู
“โอ้ยยย พี่เบาหน่อย อ๊าสสส”มุกดาร้องครางแทบขาดใจ แต่ทว่าเขากลับยิ่งชอบใจ ตอกอัดเร็วขึ้น เอ็นร้อนจ้วงแทงลึกสุดโคนทุกครั้ง หัวแดงก่ำครูดผนังอ่อนนุ่มด้านในแรงจนเธอเสียวซ่านสุดขีด มือข้างหนึ่งตบก้นเธอแรง ๆ หลายครั้ง จนขึ้นรอยแดง อีกข้างเลื่อนลงไปสะกิดติ่งสีสดจนเธอตัวเกร็ง มุกดาเสียวจนตาพร่ามัว ร้องครางไม่เป็นภาษา น้ำสีใสพุ่งทะลักหลายรอบ แต่เขาก็ยังไม่หยุด ยังคงกระแทกดุเดือดต่อเนื่องนาทีแล้วนาทีเล่า ซอยถี่ยิบไม่ผ่อนแรง จนในที่สุดร่างเล็กก็ตัวสั่นสะท้านสุดขีด “อ๊าสสสส ไม่ไหวแล้ว อร้ายย”เสียงเธอแผ่วลง จังหวะเดียวกับที่ร่องรักบีบรัดแน่นสุดกำลัง ก่อนที่ร่างเธอจะทรุดฮวบลงกับเตียง หมดสติไปทันที เวกัสสูดลมหายใจแรง กระแทกต่ออีกไม่กี่ครั้ง น้ำรักอุ่นร้อนพุ่งทะลักเข้าไปเต็มโพรงอ่อนนุ่มของเธออีกครั้ง "อึก อ๊าสสส โอ้ววว"เขาคำรามดังลั่น ก่อนจะทิ้งร่างลงทาบทับร่างอ่อนปวกเปียกของเธอ มือลูบผมเธอแผ่วเบา กระซิบข้างใบหูเล็ก “จำไว้นะ ว่าเธอเป็นของฉัน ถ้าฉันไม่ให้ไป เธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น" เช้าต่อมา เป็นเวลาเกือบบ่ายโมงแล้ว ทั้งที่วันนี้มุกดามีเรียนเช้า แต่ทว่าเวกัสที่ไม่มีเรียน และตื่นก่อนเธอต
"เธอก็รู้นิ ว่าฉันอยากให้เธอทำอะไร"คนตัวสูงเอ่ยตอบ สองมือหนาบีบสะโพกกลมกลึงของเธอแน่นจนเกิดรอยแดง กดร่องเธอลงไปให้เสียดสีกับท่อนเนื้อร้อนผ่าวของเขา มุกดาไม่รอช้า เธอยกสะโพกตัวเองขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นร่องรักอวบอูมที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำสีใสที่ไหลเยิ้ม ก่อนจะจับเอ็นร้อนของเขาตั้งตรงรูร่องที่ขมิบตอดลมตุบ ๆ แล้วค่อย ๆ กดตัวลงไปอย่างเชื่องช้า "อ๊าสสส จะ จุก อื้อ~"เธอร้องครางเสียงหลง แต่ทว่าไม่คิดหยุด กดลงไปจนหัวเห็ดบานฉ่ำนั้นทะลุเข้าไปในรูร่องที่ตอดรัดแน่น ท่อนเนื้อหนาแทรกเข้ามา ยืดผนังเนื้อนุ่มให้ขยายออกกว้าง เธอรู้สึกเหมือนร่องรักถูกฉีกขาดออกจากกัน แต่ทว่าเป็นความเจ็บปนเสียวซ่านที่ทำให้เธอสุขสม คนตัวเล็กเริ่มโยกตัวช้า ๆ ก่อน ขย่มขึ้นลงเบา ๆ เพื่อให้รูร่องกลืนกินเอ็นร้อนทั้งท่อนจนมิดด้าม เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพลั่ก ๆ ผสมกับเสียงน้ำสีใสที่ไหลเยิ้มตามจังหวะ เวกัสกัดฟันกรอด มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปบีบอกอวบของเธอ ที่กำลังกระหวัดกวัดแกว่งไปมาต่อหน้าเขา ใช้นิ้วเรียวบีบบี้หัวนมที่แข็งเป็นไตจนเธอร้องครางดังลั่น "อ๊าสสส สะ เสียว" "เร็วขึ้น ขย่มให้แรงกว่านี้ ซี้ดด"เขาสั่งเสียงกร้าว สองมือจั
คนตัวสูงยังคงตวัดลิ้นรัวเร็ว หยอกเย้าร่องรักของเธออย่างบ้าคลั่ง เขาไม่มีหยุดจังหวะให้เธอหายใจเลย จนกระทั่งความคั่งค้างที่อยู่ภายในถูกปลดปล่อยออกมาเป็นของเหลวสีใสที่พุ่งทะลักเข้าไปในโพรงปากของเขาทุกหยาดหยด "อร้ายยยย" มุกดากรีดร้องออกมาด้วยความเสร็จสม สะโพกสวยกระตุกหลายครั้งจนหมดแรงฟุบลงตรงบ่าของเขา เป็นจังหวะให้คนตัวสูงที่จัดการร่องรักของเธอเสร็จแล้ว ยกตัวเธอขึ้นอุ้มเดินไปยังโซฟาในห้องนั่งเล่น เขาวางเธอให้นอนหงายลงบนโซฟาตัวยาว ขณะที่เขายืนจ้องมองร่างกายขาวผ่องของเธอ พลางถอดเสื้อผ้าบนร่างกายของตัวเองออกจนหมดทุกชิ้น เมื่อเขาเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า แก่นกายยาวใหญ่ที่ขึ้นแข็งตั้งลำก็ปรากฏต่อหน้าของเธอ ถึงแม้จะเห็นมาหลายครั้ง ทว่าเธอก็ไม่สามารถทำใจให้ชินกับความอลังการและน่ากลัวของมันได้เลย ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่เห็น เธอก็จะรู้สึกเสียวท้องน้อยวูบวาบ มือและเท้าจิกเกร็งขึ้นมาทันที เพราะเคยสัมผัสความเสียวซ่านและน่ากลัวของมันมาแล้ว ทำให้ทุกครั้งจะรู้สึกตื่นเต้น ใจกระหน่ำเต้นรัวราวกับมีใครเข้ามาตีกลองอยู่ในอกของเธอ เวกัสที่เห็นใบหน้าของหญิงสาวขึ้นสีแดงก่ำ ก็ยิ้มกริ่มออกมา อีกทั้งยังท้าทายสายต
เวกัสยกยิ้มมุมปากกับประโยคนั้นของเธอ มันฟังดูคล้ายว่าเธอกำลังมีความรู้สึกพิเศษให้กับเขามากกว่าสถานะคู่นอน "ฉันบอกเธอตอนไหน ว่าฉันไม่เห็นค่าของเธอ" "....." "ที่ตามเธอเหมือนคนบ้า ยอมแลกรถกับไอ้เลโอเพื่อไม่ให้เธอจำได้ ขับรถมาดักรอเธออยู่ที่ตรงหน้าซอยหอพักของเธอ แบบนี้เรียกว่าฉันไม่เห็นค่าเธอหรอกเหรอ" มุกดาเม้มปากแน่น ความคิดของเธอตอนนี้กำลังสับสนอย่างหนัก ไม่เข้าใจว่าประโยคที่เขาพูดออกมานั้น เพื่อต้องการให้เธอกลับไปอยู่ในสถานะเดิม หรือเขารู้สึกตามคำพูดของตัวเองจริง ๆ "ฉันไม่ได้บอกว่ามันไม่มีโอกาสที่ฉันจะรู้สึก แค่อยากขอเวลาได้หรือเปล่า" "ขอเวลา?" "....." "ขอเวลาอะไรคะ" "ก็ขอเวลาให้ฉัน ได้เรียนรู้เธอบ้างยังไงล่ะ" มุกดาชะงักนิ่งไปทันที เมื่อได้ยินประโยคนั้น เธอแทบจะหยุดหายใจ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในความฝัน เพียงแค่เธอหนีหน้าเขาไม่กี่วัน มันทำให้เขาเปลี่ยนความคิดไปได้ขนาดนี้เลยหรือ ทั้งที่ล่าสุดที่เราเจอกัน เขายังมองเธอเป็นแค่ที่ระบายความใคร่ของเขาอยู่เลย "พี่คิดแล้วใช่ไหมคะ ถึงได้พูดออกมา" "....." "ขอร้องเถอะค่ะ อย่าทำให้ฉันคิดไปไกลมากกว่านี้เลย ถ้าพี่ไม่ได้รู้สึกอย่างที







