LOGIN“ประกาศออกไป...ใครทำให้ยัยนั่นมาสยบแทบเท้าฉันได้ ฉันจะรับเข้าแก๊งตำแหน่งที่หก...” เวกัสประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลุยส์ถึงกับผิวปากตอบรับทันที “หัวหน้าเอาจริงว่ะ” “มันถึงเวลาแล้ว...ที่เราควรจะจัดการกับยัยนั่นให้สาสมสักที” โชนเสริม “แล้วแบบไหน...ถึงเรียกว่าสาสม” ริกเตอร์เอ่ย “จะแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น แค่ให้ยัยนั่น...ยอมก้มหัวให้ฉันก็พอ”
View More“공작가에 하녀가 암살시도 했다지?”
“제일 끗발 없는 서출 공녀한테 무슨….”
“그러니까 웃긴 일 아니냐.”
사내들의 말에 헤이든은 테이블에 맥주를 거칠게 내려 두었다.
“다 튀잖아!”
“튀기는. 그리고 귀족네들 이야기 하지마. 그런 거 이야기해서 좋은 꼴 본 적이 없어.”
“아니, 그렇잖아. 공작가에 아무리 적장녀가 실종되었다만, 서출 공녀까지 그러는게 이상하지 않냐?”
“이상은 무슨? 주인도 없는 자리, 탐내는거겠지.”
“그래서 암살자를 날려?”
“왜, 가서 호위라도 해주게?”
“아서라. 난 내 목숨이 더 소중하니까.”
혀를 끌끌 차는 헤이든에 사내들은 손가락질하며 한마디 얹었다.
“이거, 진 돌아온다고 이러는 거 아냐?”
“진 녀석 돌아온대?”
헤이든이 놀란 듯 눈썹을 올리자, 사내들은 헤이든의 얼굴을 보며 웃음을 터트렸다.
“야, 그렇게 좋냐? 하여튼, 성격 특이해.”
“아까 저기 광장에서 정리하고 있더라. 좀 있으면…”
순간 벌컥 하고 열린 문으로 들어온 진은 요란하게 그들을 향해 인사를 하곤 바 테이블 앞 의자에 앉았다.
풀풀 날리는 먼지에, 헤이든은 손부채질하며 진의 얼굴을 훑어보았다.
사막에서 꽤나 고생한 모양인데.
안 그래도 얇은 몸이 더 얇아진 것 같기도 하고.
그런 거 말고 좀 쉬운 거로 하라니까…
“왔으면 집을 가야지, 왜 바로 여기를 오냐.”
“기껏 여기까지 왔더니 말이 많아.”
시끄럽게 주변의 다른 이들에게 인사를 하는 진에 헤이든은 진의 옆자리에 앉아 고개를 내저었다.
“좀 쉬어. 너 방금 돌아왔다며.”
“쉬는 건 죽어서도 할 수 있어.”
단호한 진의 말에 헤이든은 고개를 저으며 한숨을 크게 뱉었다.
어디서 땡그랑 소리만 나면 눈부터 밝히는 돈에 미친 것이라는 게 다시금 떠올랐다.
오죽했으면 용병단 안에서 진을 찾을 땐 길바닥에 돈을 뿌리란 말이 있을까.
그런 그의 마음을 아는지 모르는지 진은 헤이든의 옷깃을 덥석 잡았다.
“뭐, 뭔데!”
“빨리빨리 일할 거리 찾아달란 말이야!”
옷깃을 쥐고 짤짤 흔드는 진에 헤이든은 한껏 인상을 찡그렸다.
사내놈들 행세하면서 진짜 사내라도 된 줄아는거야?
왜 이렇게 힘이 무식하게 센 거야?
“야! 일이 들어와야지!”
“그럼 너가 물어와야 할 거 아냐!”
고래고래 소리를 지르는 진에 헤이든은 거칠게 옷깃을 풀어내었다.
진짜 무식하게 힘만 세서는!
“좀 들어가서 쉬어!”
“쉴 틈이 없다니까? 나 돈 벌어야 하는 건 너가 제일 잘 알잖아.”
입을 삐죽이며 말하는 진에, 헤이든은 진의 입을 손가락으로 잡아당겼다.
“누가 그걸 모르냐. 너가 방금 왔는데 일이 널 기다리는 줄 알아?”
헤이든의 손을 덥석 하고 잡은 진은 그의 손을 왁 하고 깨물었다.
“아파!”
헤이든의 외침에 진은 킥킥거리며 직원이 가져다준 맥주를 한입 꿀떡하고 넘겼다.
“헤이든 너무 괴롭히는 거 아냐?”
헤이든의 옆에 앉아있던 올리버의 말에 진은 우뚝, 행동을 멈추고 천천히 고개를 돌렸다.
“오랜만이다 올리버?”
“어, 어엇”
“오자마자 이렇게 반가운 얼굴을 보다니.”
그 말과 동시에 날아오르듯 자신을 뛰어넘는 진에 헤이든은 피곤한지 미간을 꾹 눌렀다.
벌써 시작이구만.
쿠당탕탕 넘어지는 올리버에 진은 속이 시원한지 머리를 쓸어올렸다.
내가 이날을 얼마나 기다렸던지.
정말 보고싶어 죽는줄 알았네.
“나, 너가 너무 그리웠어. 올리버.”
진은 올리버에게 다가가 그의 옷깃을 잡아 올렸다.
“돈 내놔!”
“이 구두쇠가 진짜!”
올리버는 켁켁거리며 진을 떨어트리곤 자리에서 벌떡 일어났다.
“꼴랑 50실버 하나로 이렇게 쥐잡듯이 잡냐!”
“꼴랑…? 꼴랑이랬냐…?”
서서히 올리버에게 다가가는 진에 헤이든은 고개를 저으며 유리 잔들을 하나씩 치우기 시작했다.
이제 시작이려나.
참 힘이 넘친다고 해야하나….
“50실버면… 맥주가 열잔이야!”
다시금 시끄러워지는 홀에 헤이든은 의자에 앉아 밖으로 나가는 사내들을 바라보며 미소를 지었다.
저것들이 그냥 내빼?
전부다 외상 달아야지 지들이 먹은 건 돈 내야 할 거 아냐.
“하나만 더 깨트려 봐 10배로 물릴 거니까”
“악덕 사장!”
순간 넘어지는 진에, 헤이든은 진의 허리를 단단하게 잡곤 깊게 한숨을 쉬었다.
“괜찮아?”
@VENIKA CLUBภายในห้องส่วนตัวของผู้บริหารที่อยู่ด้านบนสุดของผับ เวกัสนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว มือหนาถือแก้วเหล้าใส่น้ำแข็งที่ละลายช้า ๆ ข้างกันคือ ชานิกา เพื่อนสนิทที่นั่งกุมขมับอยู่เคร่งเครียดบรรยากาศในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงกระดาษที่ถูกเปิดเรียงหน้าดังแผ่ว ๆ และเสียงของ คุณแฟ้ม ผู้จัดการร้านและลูกน้องคนสนิท กำลังนั่งเปิดสมุดบัญชีและรายงานต่อผู้เป็นเจ้านายอย่างเคร่งเครียดไม่แพ้กัน“ค่าใช้จ่ายรอบนี้…สูงเกินกว่าปกติหลายเท่าเลยครับ...คุณเวกัส คุณนิกา...” คุณแฟ้มเริ่มรายงาน“เงินก้อนใหญ่ถูกใช้ไปกับการว่าจ้างทีมวิศวะเคมี...นี่คือยอดถอนเงินสดออกจากบัญชีครับ”เวกัสเอนตัวพิงพนักโซฟาหนังแท้ กางแขนยาววางบนพนักพิงอย่างผู้มีอำนาจ ใบหน้าคมดุดันไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่บัญชีค่าใช้จ่ายที่คุณแฟ้มยื่นมาให้ดู“ตามที่คุณเวกัสสั่งครับ ผมจ่ายเป็นเงินสดให้ทุกคนและสั่งให้ทุกคนทำลายหลักฐานการว่าจ้าง รวมถึงสั่งให้คนเก็บภาพขณะทำงานเพื่อเซฟฝั่งเรา”“แล้ววิธีการของพวกนั้นล่ะ จะแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่มีใครจับพิรุธได้”เป็นชนิกาที่เกิดความกังวล ในขณะที่เวกัสกลับนั่งมองเอกสารอย่างสบายอารมณ์“พวกนั้นผสมสารแคล
หลายวันต่อมา...ขณะที่ใบหยกกับคณะกำลังร่วมประชุมหาลือกันในเรื่องโปรเจกต์อยู่นั้น ฝนห่าใหญ่ก็กระหน่ำลงมาอย่างไม่มีความปรานี ท้องฟ้าที่เคยแดดจ้ากลับมืดครึ้มจนดูน่ากลัว ราวกับสวรรค์จงใจจะใช้พายุฝนมาทดสอบความสามารถของทุกคนในไซต์งานแห่งนี้ครื้นนนน!!!เสียงฟ้าร้องคำรามประสานเข้ากับแรงลมที่โหมซัด จนผ้าใบกันแดดปลิวสะบัดไปตามทิศทางลม โครงเหล็กสูงตระหง่านที่กลุ่มวิศวกรรมโยธาร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นกว่าครึ่งทาง สั่นไหวอย่างแรงจนโคลงเคลงเห็นได้ชัด“เฮ้ย! นที...ดูนั่น!” กลุ่มวิศวกรรมโยธาต่างกรูเข้ามารวมกันที่หน้าต่างห้องประชุม เพื่อที่จะดูว่าโครงสร้างที่พวกเขาช่วยกันทำไว้ จะรอดพ้นจากพายุร้ายที่กำลังโหมกระหน่ำในตอนนี้หรือไม่ใบหยกที่ยืนอยู่ใต้ชายคาอาคารเดียวกันกับทุกคนในกลุ่ม สองมือกำเข้าหากันแน่น ดวงตากลมสั่นระริกเต็มไปด้วยแววแห่งความหวาดกลัว“ได้โปรด…อย่าพังนะ…”คำภาวนานั้นดังก้องอยู่ในใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับบทสวด แต่แล้วในเวลาต่อมาก็เกิดเสียงดังสนั่นออกมาจากฐานเหล็กด้านล่าง ตรงจุดที่น่านนทียืนยันนักหนาว่าแข็งแรงตามแบบฉบับ แต่มาตอนนี้กลับแตกร้าวเสียงดัง และเพียงไม่กี่นาทีต่อจากนั้น โครงสร้า
เช้าวันต่อมา...รถหรูของเวกัสแล่นเข้ามาจอดรถหน้าบ้านของใบหยกตั้งแต่เช้า พอพ่อของเธอออกมาเห็นก็ยิ้มรับอย่างเอ็นดู ก่อนจะตะโกนเรียกลูกสาวให้รีบออกมา ใบหยกที่ยังมึน ๆ งง ๆ เลยต้องยอมขึ้นรถมากับเขา เพราะไม่อยากให้พ่อตั้งคำถาม แต่ในใจก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่า...ทำไมเขาต้องอยากมารับมาส่งเธอแบบนี้ด้วยทว่าพอรถเคลื่อนออกไปได้ไม่นาน ใบหยกก็หันไปต่อว่าเขาทันทีเพราะแทนที่เขาจะพาไปดูงาน แต่กลับพาเธอมาที่ร้านอาหาร“ฉันจะไปดูงาน ไม่ได้จะมากินข้าวนะ” เวกัสเหลือบสายตาคมมามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ถ้าเธอไม่กินข้าว ร่างกายจะไม่ไหว งานก็ไม่เดิน แล้วสุดท้ายเธอจะกลายเป็นภาระของกลุ่ม”คำพูดหนักแน่นนั้นทำให้ใบหยกเงียบไป เธอรู้ดีว่าที่ผ่านมาเธอดื้อกับร่างกายตัวเองเกินไป จึงจำใจต้องเดินตามเขาเข้าไปในร้านอาหาร บรรยากาศภายในหรูหรามาก จนเธอได้แต่คิดในใจว่าจะเอาปัญญาที่ไหนมาจ่ายพอมานั่งลงบนโต๊ะอาหาร เขาก็สั่งอาหารมาหลายอย่างมาก และอาหารทั้งหมดล้วนเป็นเมนูพิเศษที่เธอแทบไม่เคยได้ลิ้มรสมาก่อน ใบหยกจึงหันไปต่อว่าเขา“นายสั่งเยอะไปหรือเปล่า เยอะขนาดนี้กินไม่หมดหรอก”“กินเท่าที่ไหว เหลือก็ห่อกลับ”
ในห้องโดยสารที่มีเพียงเสียงเครื่องยนต์กับจังหวะหายใจของทั้งสอง บรรยากาศกลับเงียบกว่าที่ควรจะเป็น ใบหยกนั่งตัวเกร็ง มือกำชายกระโปรงไว้แน่น พยายามไม่เหลือบสายตาไปมองคนข้าง ๆ แต่กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่โชยมาจากร่างสูงกลับก่อกวนหัวใจของเธอให้เต้นระส่ำทว่าเงียบได้ไม่นานนัก รถก็เกิดเบรกกะทันหัน เพราะมีมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า ร่างเล็กของใบหยกเกือบจะโผไปชนคอนโซลข้างหน้า โชคดีที่แขนแกร่งของเวกัสคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ทัน“ระวังหน่อยสิ!” ใบหยกอุทานทั้งตกใจทั้งเขิน รีบสะบัดแขนเขาออก แต่เวกัสกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วใช้โอกาสนั้นโอบรอบเอวเธอแทน ก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามาใกล้ จนแนบชิดอกแกร่ง“เฮ้! ปล่อยนะ” เธอโวยเสียงดัง ทั้งที่แก้มยังแดงจัดแต่แทนที่จะปล่อย เขากลับเอนตัวนิด ๆ มองตรงไปข้างหน้าอย่างใจเย็น “นั่งเฉย ๆ จะได้ไม่เจ็บตัว”ใบหยกถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างแรง เพราะไม่อยากปะทะกับเขาตอนนี้ ร่างกายเธอไม่มีแรงจะทำศึกกับใคร เลยต้องยอมปล่อยเลยตามเลย ทว่าคนข้าง ๆ กลับแอบอมยิ้มบาง ๆ มุมปากยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัวกระทั่งรถหรูแล่นเข้ามาจอดตรงหน้าปากซอยซึ่งเป็นทางเข้าบ้านของเธอ เวกัสก็เดินลงมาเปิดประตูให้ราวกับสุภาพบุรุ
ห้องออกแบบเงียบสงบ หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น ทุกคนทยอยกลับกันหมดแล้ว เหลือเพียงใบหยกที่นั่งอยู่กลางโต๊ะ ก้มหน้าขีดเขียนแก้ไขแปลนงานอย่างตั้งอกตั้งใจ แสงไฟจากโคมเพดานส่องลงมาบนใบหน้าของเธอ ทำให้ดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายเปล่งสว่างยิ่งกว่าแสงไฟใด ๆเธอยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อมองแปลนที่ปรับแต่งจนเสร็จสมบ
เวลานี้ที่ห้องประชุมใหญ่ของสถาบันดูคึกคักมากกว่าปกติ เพราะวันนี้...เป็นวันแรกที่กลุ่มสภานักศึกษาของใบหยก ได้ร่วมโต๊ะทำงานกับกลุ่มวิศวกรรมโยธาที่จะรับผิดชอบด้านการก่อสร้างชิ้นงานกระทั่งได้เวลาประชุม กลุ่มวิศวกรรมโยธาก็เดินเข้ามาทีละคน ร่างสูงล้วนอยู่ในเสื้อช็อปที่ดูทะมัดทะแมง“สวัสดีครับ!!!” เสียงท
โต๊ะไม้ตัวยาวที่ตั้งอยู่กลางห้องสภานักศึกษา ถูกปกคลุมไปด้วยกระดาษแปลนสีฟ้าเข้มและสมุดสเก็ตช์ภาพที่เต็มไปด้วยเส้นสายและรายละเอียดครบถ้วนใบหยกยืนกอดอกก้มลงมองแบบร่างที่อยู่ตรงหน้า ด้วยแววตาสดใสและส่องประกายแห่งความภาคภูมิใจ ไม่ต่างจากเพื่อนสนิททั้งสองคนวิเวียนเลื่อนแว่นตาที่ใส่สำหรับอ่านรายละเอียดใ
เช้าวันต่อมา...แต่บนเตียงเล็ก ๆ ภายในห้องนอนขนาดย่อม ใบหยกนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ด้วยอาการเหม่อลอย เหมือนต้องการตัดขาดจากโลกภายนอก เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวก็ดังขึ้นไม่หยุด ปลายสายมีทั้งเพื่อนและรุ่นน้องในสภานักศึกษา การที่เธอไม่ไปเรียนวันนี้คงเป็นที่แปลกใจของพวกเพื่อน ๆ และรุ่นน้องหลาย ๆ คนเพ
reviews