LOGINมุกดากลับถึงหอพักของเธอตอนสี่โมงเย็น เป็นหอพักซอยข้างมหาลัย เหตุที่เธอไม่ได้ไปอยู่คอนโดหรูเหมือนแอริน เพราะที่บ้านเธอไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้น จัดว่ามีฐานะระดับปานกลาง ไม่ได้ถึงกับขัดสน เธอก็ยังมีเงินใช้ได้สบาย
พ่อกับแม่ของเธอรับราชการด้วยกันทั้งคู่ เธอเป็นลูกคนเดียวที่คนเป็นพ่อค่อนข้างหวง แต่ที่อนุญาตให้มาอยู่หอพัก เพราะบ้านของเธออยู่เขตชานเมือง การจะเดินทางมาเรียนด้วยรถโดยสารทุกวัน จึงไม่ค่อยสะดวก ติ้ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น เธอกดเปิดหน้าจอดู หัวใจดวงน้อยก็กระหน่ำเต้นรัวทันที เมื่อเห็นรายชื่อของคนที่ส่งข้อความมาหาเธอ เวกัส: เลิกเรียนหรือยัง เธอยังไม่ได้กดเข้าไปอ่านข้อความนั้น แต่อ่านผ่านหน้าจอที่แจ้งเตือน ไม่แน่ใจว่าควรจะตอบข้อความของเขาดีหรือเปล่า เพิ่งเป็นครั้งแรกที่มีผู้ชายทักมาหาเธอแบบนี้ ปกติเธอไม่เคยให้ช่องทางติดต่อกับผู้ชายคนไหน เพราะไม่เคยรู้สึกถูกใจใครสักคน กระทั่งเขาที่เธอรู้สึกปลื้ม หากแอรินไม่จัดการทุกอย่าง เธอก็ยังไม่แน่ใจว่าจะกล้าให้ไลน์เขาไปหรือเปล่า เวกัส: ทำไมไม่ตอบ ขณะที่กำลังชั่งใจและสับสน เขาก็กดส่งเข้ามาอีกข้อความ เป็นข้อความห้วน ๆ ที่ทำให้นึกถึงใบหน้าเรียบเฉยของเขา พลันเมื่อดวงตาสีดำสนิทแวบเข้ามา นิ้วเรียวเล็กก็กดเปิดข้อความทันที มุกดา: ฉันกลับห้องแล้วค่ะ เวกัส: เป็นเด็กดีจัง มุกดา: คะ? เวกัส: อยากไปหา คำว่าอยากไปหาของเขา ทำให้มือเล็กกำโทรศัพท์ในมือแน่นทันที ดวงตากลมโตสั่นระริก ไม่เข้าใจว่าผู้ชายทุกคนเวลาคุยกับผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว เขาจะพูดจารุกขนาดนี้หรือเปล่า มันจะน่ากลัวเกินไปไหม หากเขาพูดแบบนี้ออกมา มุกดา: พูดเล่นใช่ไหมคะ เวกัส: ฉันไม่เคยล้อเล่น มุุกดา: เราเพิ่งเจอกันนะคะ พี่จะมาหาฉันทำไม เวกัส: เคยมีผู้ชายจีบหรือเปล่า มุกดา: ไม่รู้หรอกค่ะ เพราะไม่เคยคุยกับผู้ชายคนไหน เวกัส: ซื่อดีแฮะ ด้านเวกัสที่ตอนนี้มือหนึ่งกำลังคีบบุหรี่ที่เพิ่งจุดสูบ อีกมือกำลังกดพิมพ์ข้อความหาความแปลกใหม่ในชีวิตที่เขาเพิ่งเคยเจอ เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาทำอะไรแบบนี้ ในชีวิตไม่เคยต้องมาคิดประดิษฐ์คำพูดอะไรของตัวเอง เพียงเพราะอยากจะได้ผู้หญิงคนไหน แค่เขากระพริบตา ผู้หญิงพวกนั้นก็พร้อมจะกระโดดขึ้นเตียงกับเขาทันที เวกัส: แต่ฉันชอบ ข้อความได้รับการเปิดอ่านทันที แต่ทว่าคราวนี้เธอเงียบหายไปหลายนาที ไม่ตอบกลับข้อความนั้นของเขา ถ้าให้เดาตอนนี้หน้าเธอคงแดงก่ำ เหมือนตอนที่เขานั่งจ้องเธอที่ห้องสมุด ผู้หญิงคนนี้มีอะไรบางอย่างดึงดูดความสนใจของเขาไม่น้อย เธอก็เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่ดูจะชอบเขา แต่ที่ไม่เหมือนคือเธอไม่ได้อยากจะเข้าหาเขาเหมือนผู้หญิงคืนอื่น อีกทั้งเขายังต้องเป็นฝ่ายขอช่องทางการติดต่อจากเธอเองด้วยซ้ำ แค่คิดว่าอยากจะทำให้เธอติดกับของเขา รอยยิ้มมุมปากก็ผุดขึ้นมาทันที ก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นสูดเข้าปอด พ่นควันสีขาวออกมาคลุ้งไปทั่วบริเวณระเบียงหรูของคอนโดตัวเอง เวกัส: ทำไมไม่ตอบ มุกดา: จะให้ตอบว่าอะไรคะ เวกัส: ตอบอะไรก็ได้ที่อยากตอบ อย่างเช่น… เวกัส: ชอบฉันหรือเปล่า มุกดายกมือขึ้นบีบตรงอกข้างซ้ายของตัวเองทันที ทำไมใจเธอถึงได้เต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมานอกอกขนาดนี้ เธอเพิ่งคุยกับเขาไม่กี่ประโยคเองนะ ทำไมใจต้องเต้นแรงเพราะคำพูดที่เธอยังไม่รู้เลยว่าเขาพูดออกมาจากใจหรือเปล่า มุกดา: เร็วเกินไปหรือเปล่าคะ ที่จะพูดคำนี้ เวกัส: เร็วตรงไหน ก็ถูกใจ ถึงได้อยากสานต่อ มุกดา: เราควรจะทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ก่อนค่ะ เวกัส: เธอจะให้โอกาสฉันหรือเปล่าล่ะ มุกดา: ถ้าพี่อยากรู้จัก ฉันก็จะให้โอกาสค่ะ มือเล็กสั่นเล็กน้อย เมื่อพิมพ์ประโยคนั้นกลับไป เธอไม่อยากปฏิเสธตัวเองว่ากำลังรอคอยข้อความตอบกลับจากเขา ทว่าเขากลับไม่ตอบอะไรกลับมา ทำให้ความมั่นใจของเธอหดหายไปทันที รู้สึกอยากจะลบข้อความนั้นทิ้ง เพราะพออ่านทวนไปมา พบว่าเธออาจจะดูง่ายเกินไป ผู้ชายก็เลยกลัวจนไม่กล้าตอบ ไวเท่าความคิด เธอจึงรีบยกเลิกข้อความที่ส่งไป ทั้งที่มันขึ้นว่าอ่านแล้วมานานหลายนาที ก่อนจะรีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์เอาไว้กับโต๊ะหนังสือข้างเตียงนอนขนาดห้าฟุต ด้วยใจที่ระทึก ทว่าจังหวะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ กลับได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นอีกครั้ง ติ้ง! เวกัส: ยกเลิกข้อความทำไม มุกดา: ส่งผิดค่ะ เวกัส: หึ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวทันที คิดถึงใบหน้าหล่อเหลาตอนนี้คงกำลังนั่งหัวเราะเยาะเธอที่เป็นคนหย่อนเบ็ดมาให้เธอ แล้วเธอตอบรับทันที ได้แต่ยกมือขึ้นทุบหัวตัวเอง ที่ตอบกลับข้อความของเขาง่ายเกินไป เวกัส: ตอนนี้...ฉันอยู่หน้าหอเธอ “ว้ายยย” โทรศัพท์ที่อยู่ในมือหล่นร่วงบนพื้นทันที ร่างเล็กรีบเดินออกไปนอกระเบียง เธอก้มลงไปมองที่หน้าหอพักของเธอ เห็นรถคันสีดำสนิทจอดอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเห็นร่างสูงคุ้นตาเดินลงมาพิงประตูรถ เขายังอยู่ในชุดช็อปนักศึกษา ในมือถือโทรศัพท์และกำลังพิมพ์อะไรยุกยิกอยู่ในนั้น ติ้ง! เวกัส: ลงมาสิ ไหนบอกจะให้โอกาส ตึกตัก ตึกตัก เสียงหัวใจของมุกดาเต้นรัวทันที ตอนแรกก็เต้นจนเธอควบคุมไม่ได้อยู่แล้ว แต่ทว่าตอนนี้กลับเต้นหนักจนเธอกลัวว่าตัวเองจะรับไม่ไหว ในหัวเอาแต่คิดว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอพักที่หอนี้ เธอไม่ได้เอ่ยเชิญชวนให้เขามาหา แล้วทำไมเขาถึงได้มาหาเธอทันที แค่เพียงเธอบอกไปว่าจะให้โอกาสเขา"จะไปไหนคะ" โมจิที่เห็นคนตัวสูงกำลังจะวิ่งตามผู้หญิงคนนั้นออกไป เธอก็รีบเดินมาจับแขนของเขาเอาไว้ทันที จากตอนแรกที่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือผู้หญิงที่เขาดีลมานอนด้วยเหมือนทุกครั้ง ทว่าตอนนี้มันกลับไม่ใช่เมื่อเธอรู้สึกว่าเขาแคร์ผู้หญิงคนนั้นมากกว่าเธอ "ก็ไหนบอกว่ารอโม สรุปว่าพี่โกหกโมเหรอคะ" "ฉันไม่ได้โกหก" "หึ แล้วพี่จะวิ่งตามเธอไปทำไมคะ พี่ก็แค่ปล่อยเธอไปไม่ใช่เหรอ" คนตัวสูงส่ายหน้ารัวทันที"ฉันปล่อยไปไม่ได้" โมจิยิ้มออกมาอย่างข่มขื่น นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่เคยเห็นท่าทางสับสนและอ่อนไหวของเขาขนาดนี้ ครั้งสุดท้ายน่าจะคือตอนที่เธอตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อเมืองนอก ตอนนั้นเขาเองก็ทำท่าทางแบบนี้กับเธอเหมือนกัน "พี่เปลี่ยนใจไปชอบเธอแล้วเหรอคะ" เวกัสนิ่งเงียบ ใบหน้ายังคงหงุดหงิดที่ไม่สามารถวิ่งตามมุกดาออกไปได้ ส่วนผู้หญิงตรงหน้าก็เอาแต่ตั้งคำถามกับเขาไม่หยุด "พูดมาสิคะ วันก่อนพี่ยังบอกฉันอยู่เลยว่ารอโมกลับมา" "....." เวกัสยังคงนิ่ง เขายกมือขึ้นปัดผมไปมาด้วยความหงุดหงิดกับสถานการณ์ตอนนี้ คนตรงหน้าเขาก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ ส่วนคนที่เพิ่งวิ่งออกไป เขาก็อยากจะตามเธอกลับมา สรุปแล้วความรู้สึก
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงที่ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำ จนมุกดาต้องอ้อนวอนให้เวกัสหยุดรังแกเธอเสียเสียที เขาถึงได้ยอมผละร่างกายตัวเองออกและจัดการอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว ก่อนจะออกมานั่งรออาหารที่สั่งในห้องนั่งเล่นด้วยกัน กริ๊ง! กริ๊ง! ไม่ถึงสิบนาที ก็มีเสียงกดกริ่งหน้าห้องดังขึ้น มุกดาเป็นคนลุกขึ้นไปเปิด เพราะคิดว่าเป็นอาหารที่คนตัวสูงสั่งมา แต่ทว่าเมื่อเปิดประตูออกมานั้น เธอกลับเจอกับหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่ง ยืนส่งยิ้มร่าเริงอยู่ตรงหน้าประตู ในมือเธอคือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ "เอ่อ ไม่ทราบว่าคือคุณคือใครคะ" เสียงเล็กนี้ไม่ใช่เสียงของมุกดา แต่เป็นเสียงของผู้หญิงตรงหน้าที่เอ่ยถามเธอออกมาด้วยความสงสัย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน พลางสอดส่องสายตาเข้ามาในห้อง ก่อนจะเจอกับร่างสูงของเวกัสที่เดินตรงมาทางนี้พอดี "พี่เว" "ตัวเล็ก" สรรพนามที่ทั้งสองคนเรียกกันนั้น ทำให้ขาเล็กของมุกดาแข็งไปทันที ทุกอย่างรอบตัวพลันหยุดชะงักเหมือนกับลมหายใจของเธอที่แทบจะหยุดลงไปในเวลานั้น ความสงสัยที่ถูกเก็บกดไว้ เฉลยออกมาทันที จนเธอต้องหันไปมองสำรวจผู้หญิงคนนั้นชัด ๆ อีกครั้ง ถึงได้เห็นว่าเธอส่งยิ้มให้กับคนตัวสู
“โอ้ยยย พี่เบาหน่อย อ๊าสสส”มุกดาร้องครางแทบขาดใจ แต่ทว่าเขากลับยิ่งชอบใจ ตอกอัดเร็วขึ้น เอ็นร้อนจ้วงแทงลึกสุดโคนทุกครั้ง หัวแดงก่ำครูดผนังอ่อนนุ่มด้านในแรงจนเธอเสียวซ่านสุดขีด มือข้างหนึ่งตบก้นเธอแรง ๆ หลายครั้ง จนขึ้นรอยแดง อีกข้างเลื่อนลงไปสะกิดติ่งสีสดจนเธอตัวเกร็ง มุกดาเสียวจนตาพร่ามัว ร้องครางไม่เป็นภาษา น้ำสีใสพุ่งทะลักหลายรอบ แต่เขาก็ยังไม่หยุด ยังคงกระแทกดุเดือดต่อเนื่องนาทีแล้วนาทีเล่า ซอยถี่ยิบไม่ผ่อนแรง จนในที่สุดร่างเล็กก็ตัวสั่นสะท้านสุดขีด “อ๊าสสสส ไม่ไหวแล้ว อร้ายย”เสียงเธอแผ่วลง จังหวะเดียวกับที่ร่องรักบีบรัดแน่นสุดกำลัง ก่อนที่ร่างเธอจะทรุดฮวบลงกับเตียง หมดสติไปทันที เวกัสสูดลมหายใจแรง กระแทกต่ออีกไม่กี่ครั้ง น้ำรักอุ่นร้อนพุ่งทะลักเข้าไปเต็มโพรงอ่อนนุ่มของเธออีกครั้ง "อึก อ๊าสสส โอ้ววว"เขาคำรามดังลั่น ก่อนจะทิ้งร่างลงทาบทับร่างอ่อนปวกเปียกของเธอ มือลูบผมเธอแผ่วเบา กระซิบข้างใบหูเล็ก “จำไว้นะ ว่าเธอเป็นของฉัน ถ้าฉันไม่ให้ไป เธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น" เช้าต่อมา เป็นเวลาเกือบบ่ายโมงแล้ว ทั้งที่วันนี้มุกดามีเรียนเช้า แต่ทว่าเวกัสที่ไม่มีเรียน และตื่นก่อนเธอต
"เธอก็รู้นิ ว่าฉันอยากให้เธอทำอะไร"คนตัวสูงเอ่ยตอบ สองมือหนาบีบสะโพกกลมกลึงของเธอแน่นจนเกิดรอยแดง กดร่องเธอลงไปให้เสียดสีกับท่อนเนื้อร้อนผ่าวของเขา มุกดาไม่รอช้า เธอยกสะโพกตัวเองขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นร่องรักอวบอูมที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำสีใสที่ไหลเยิ้ม ก่อนจะจับเอ็นร้อนของเขาตั้งตรงรูร่องที่ขมิบตอดลมตุบ ๆ แล้วค่อย ๆ กดตัวลงไปอย่างเชื่องช้า "อ๊าสสส จะ จุก อื้อ~"เธอร้องครางเสียงหลง แต่ทว่าไม่คิดหยุด กดลงไปจนหัวเห็ดบานฉ่ำนั้นทะลุเข้าไปในรูร่องที่ตอดรัดแน่น ท่อนเนื้อหนาแทรกเข้ามา ยืดผนังเนื้อนุ่มให้ขยายออกกว้าง เธอรู้สึกเหมือนร่องรักถูกฉีกขาดออกจากกัน แต่ทว่าเป็นความเจ็บปนเสียวซ่านที่ทำให้เธอสุขสม คนตัวเล็กเริ่มโยกตัวช้า ๆ ก่อน ขย่มขึ้นลงเบา ๆ เพื่อให้รูร่องกลืนกินเอ็นร้อนทั้งท่อนจนมิดด้าม เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพลั่ก ๆ ผสมกับเสียงน้ำสีใสที่ไหลเยิ้มตามจังหวะ เวกัสกัดฟันกรอด มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปบีบอกอวบของเธอ ที่กำลังกระหวัดกวัดแกว่งไปมาต่อหน้าเขา ใช้นิ้วเรียวบีบบี้หัวนมที่แข็งเป็นไตจนเธอร้องครางดังลั่น "อ๊าสสส สะ เสียว" "เร็วขึ้น ขย่มให้แรงกว่านี้ ซี้ดด"เขาสั่งเสียงกร้าว สองมือจั
คนตัวสูงยังคงตวัดลิ้นรัวเร็ว หยอกเย้าร่องรักของเธออย่างบ้าคลั่ง เขาไม่มีหยุดจังหวะให้เธอหายใจเลย จนกระทั่งความคั่งค้างที่อยู่ภายในถูกปลดปล่อยออกมาเป็นของเหลวสีใสที่พุ่งทะลักเข้าไปในโพรงปากของเขาทุกหยาดหยด "อร้ายยยย" มุกดากรีดร้องออกมาด้วยความเสร็จสม สะโพกสวยกระตุกหลายครั้งจนหมดแรงฟุบลงตรงบ่าของเขา เป็นจังหวะให้คนตัวสูงที่จัดการร่องรักของเธอเสร็จแล้ว ยกตัวเธอขึ้นอุ้มเดินไปยังโซฟาในห้องนั่งเล่น เขาวางเธอให้นอนหงายลงบนโซฟาตัวยาว ขณะที่เขายืนจ้องมองร่างกายขาวผ่องของเธอ พลางถอดเสื้อผ้าบนร่างกายของตัวเองออกจนหมดทุกชิ้น เมื่อเขาเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า แก่นกายยาวใหญ่ที่ขึ้นแข็งตั้งลำก็ปรากฏต่อหน้าของเธอ ถึงแม้จะเห็นมาหลายครั้ง ทว่าเธอก็ไม่สามารถทำใจให้ชินกับความอลังการและน่ากลัวของมันได้เลย ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่เห็น เธอก็จะรู้สึกเสียวท้องน้อยวูบวาบ มือและเท้าจิกเกร็งขึ้นมาทันที เพราะเคยสัมผัสความเสียวซ่านและน่ากลัวของมันมาแล้ว ทำให้ทุกครั้งจะรู้สึกตื่นเต้น ใจกระหน่ำเต้นรัวราวกับมีใครเข้ามาตีกลองอยู่ในอกของเธอ เวกัสที่เห็นใบหน้าของหญิงสาวขึ้นสีแดงก่ำ ก็ยิ้มกริ่มออกมา อีกทั้งยังท้าทายสายต
เวกัสยกยิ้มมุมปากกับประโยคนั้นของเธอ มันฟังดูคล้ายว่าเธอกำลังมีความรู้สึกพิเศษให้กับเขามากกว่าสถานะคู่นอน "ฉันบอกเธอตอนไหน ว่าฉันไม่เห็นค่าของเธอ" "....." "ที่ตามเธอเหมือนคนบ้า ยอมแลกรถกับไอ้เลโอเพื่อไม่ให้เธอจำได้ ขับรถมาดักรอเธออยู่ที่ตรงหน้าซอยหอพักของเธอ แบบนี้เรียกว่าฉันไม่เห็นค่าเธอหรอกเหรอ" มุกดาเม้มปากแน่น ความคิดของเธอตอนนี้กำลังสับสนอย่างหนัก ไม่เข้าใจว่าประโยคที่เขาพูดออกมานั้น เพื่อต้องการให้เธอกลับไปอยู่ในสถานะเดิม หรือเขารู้สึกตามคำพูดของตัวเองจริง ๆ "ฉันไม่ได้บอกว่ามันไม่มีโอกาสที่ฉันจะรู้สึก แค่อยากขอเวลาได้หรือเปล่า" "ขอเวลา?" "....." "ขอเวลาอะไรคะ" "ก็ขอเวลาให้ฉัน ได้เรียนรู้เธอบ้างยังไงล่ะ" มุกดาชะงักนิ่งไปทันที เมื่อได้ยินประโยคนั้น เธอแทบจะหยุดหายใจ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในความฝัน เพียงแค่เธอหนีหน้าเขาไม่กี่วัน มันทำให้เขาเปลี่ยนความคิดไปได้ขนาดนี้เลยหรือ ทั้งที่ล่าสุดที่เราเจอกัน เขายังมองเธอเป็นแค่ที่ระบายความใคร่ของเขาอยู่เลย "พี่คิดแล้วใช่ไหมคะ ถึงได้พูดออกมา" "....." "ขอร้องเถอะค่ะ อย่าทำให้ฉันคิดไปไกลมากกว่านี้เลย ถ้าพี่ไม่ได้รู้สึกอย่างที







