LOGINเขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ฝืนความต้องการของตัวเอง กัดฟันข่มอารมณ์วาบหวามที่เกิดขึ้น ดึงตัวเองออกจากจูบที่แสนเร่าร้อนนั้นอย่างกะทันหัน
คนตัวสูงพ่นลมหายใจหนัก หัวคิ้วหนาขมวดมุ่น หน้าผากหนาพิงกับหน้าผากเล็กของเธอ หน้าอกแกร่งกระเพื่อมตามระดับการหายใจที่แรงขึ้น ส่วนมุกดาเองก็หอบหายใจอย่างหนัก ริมฝีปากอวบอิ่มบวมเป่ง จากการถูกบดจูบอย่างรุนแรงยาวนาน ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำอย่างชัดเจน “ขอโทษ”เวกัสยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่น กำลังหักห้ามใจตัวเองสุดชีวิต เสียงทุ้มของเขาแหบพร่าจนฟังแทบไม่ได้ยิน “เกือบเลยว่ะ” มุกดาส่ายหน้าช้า ๆ เธอไม่ได้โกรธเขา นึกแปลกใจตัวเองที่มีความคิดไม่อยากให้เขาหยุด เธอรู้สึกชอบจูบเมื่อกี้ มันทำให้เธอได้ปลดปล่อยความรู้สึกออกมา “ฉะ ฉันไม่โกรธค่ะ”เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ"ฉัน ชะ ชอบ" คำนั้นเหมือนเป็นการจุดระเบิดความรู้สึกของเขา คนตัวสูงร้องครางในลำคอ ดึงเธอกลับเข้ามากอดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ซุกหน้าลงที่ไหล่บางของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใส่ซอกคอหอมของเธอ “อย่าพูดแบบนี้ เธอกำลังเล่นกับอะไรอยู่ รู้ตัวหรือเปล่า” เขากัดฟันเอ่ยออกไป ทำตัวเหมือนเป็นคนดี ทั้งที่ในใจมันเริงโลด แค่จูบก็ดูเหมือนเธอจะติดใจเขาไม่น้อย แสดงว่าเขาคิดไม่ผิด เรื่องที่เธอดูเหมือนจะชอบเขา แบบนี้อะไรก็คงไม่ยาก มันช่างน่าสนใจเสียจริง เพิ่งจะเคยโดนผู้หญิงหน้าซื่อ ตาใสแบบนี้สนใจ ความรู้สึกเหมือนตอนเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่ม รู้สึกคลั่งท่าทางของเธอแทบบ้า “กลับกันเถอะ”เขาหยุดนิดนึง สูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ "ค่ะ"มุกดาพยักหน้าหงึกหงัก ซุกหน้าลงอกแกร่งของเขาด้วยหัวใจที่เต้นตึกตัก คนตัวสูงกอดเธอแน่นอยู่นาน จนร่างกายทั้งคู่เริ่มสงบลง จึงลุกขึ้นจากม้าหิน ก่อนจะจับมือกันเดินกลับหอของเธอ ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก แต่ทว่าทั้งคู่รู้ดีว่าเหตุการณ์เมื่อกี้คือจุดเริ่มต้นของไฟที่กำลังจะลุกโชน และครั้งหน้าอาจจะไม่มีใครหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป ถึงหน้าหอพักของมุกดา เวกัสปล่อยมือเธอออกช้า ๆ นิ้วเรียวยาวเกี่ยวกันไว้นิดหนึ่งก่อนจะหลุดออกจริง ๆ “ขึ้นไปได้แล้ว” มุกดาพยักหน้า หน้าแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีเพียงแสงไฟ“พี่ขับรถระวัง ๆ นะคะ” เขาพยักหน้าแค่ครั้งเดียว แล้วหันหลังทันที กลัวว่าถ้ายังยืนมองหน้าเธออย่างนั้น จะเปลี่ยนใจลากเธอขึ้นรถไปคอนโดของเขาตอนนี้ คนตัวเล็กยืนมองเขาจนรถของเขาเคลื่อนที่ออกไปด้วยความเร็ว ไฟท้ายรถหายไปกับความมืด ก่อนจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเองเบา ๆ ยังรู้สึกถึงร่องรอยของการสัมผัสและบดขยี้ ด้านเวกัสเมื่อกลับถึงคอนโด ประตูห้องปิดสนิท เขาถอดเสื้อผ้าออก ไม่เปิดไฟสักดวง เดินร่างกายเปลือยเปล่าเข้าไปในห้องน้ำทันที กล้ามเนื้อแผ่นหลังเกร็งแน่นจากความอัดอั้นที่เก็บกดเอาไว้มานานนับชั่วโมง คนตัวสูงเปิดฝักบัวแรงสุด น้ำเย็นจัดพุ่งลงมาที่ศีรษะ ไหลลงตามซอกคอ ตามร่องอกแกร่ง ตามกล้ามท้องที่ขึ้นเป็นลอนชัดเจน แล้วไหลลงไปจนกระทั่งถึงส่วนกลางกายของเขา ที่ยังคงแข็งตัวเต็มที่ แต่ทว่าความเย็นกลับไม่ช่วยเลยแม้แต่น้อย เอ็นร้อนตึงจนรู้สึกเจ็บปวด ปลายหัวบานขึ้นสีแดงก่ำ หัวใจกระหน่ำเต้นแรง ระงับอารมณ์กระสันจนเส้นเลือดที่คอขึ้นปูดโปน ก่อนเขาจะหลับตาลงแน่น ภาพคนตัวเล็ก แววตาแสนซื่อ ลอยขึ้นมาชัดเจนราวกับเธอยืนอยู่ตรงหน้าเขา ริมฝีปากบวมแดงที่เขาขบเม้มจนบวม ซอกคอหอมที่ยังมีกลิ่นกายของเธอติดอยู่ที่จมูกของเขา เสียงครางแผ่วเบาของเธอที่หลุดออกมาตอนเขาดูดลิ้นเล็กแสนซนนั้นแรง ๆ “เชี่ย!!!”เขาสบถเสียงสั่น เมื่อความอดทนใกล้สิ้นสุดลงเต็มที ก่อนมือหนาจะเลื่อนลงต่ำช้า ๆ ผ่านกล้ามหน้าท้องแข็ง จนถึงจุดตั้งลำที่ร้อนผ่าว มือหนากำแน่นรอบลำที่แข็งจนปริแตก ผิวเนื้อร้อนฉ่าตึงจนรู้สึกได้ถึงเส้นเลือดที่ปูดโปนใต้ฝ่ามือ เริ่มขยับมือสาวรูดช้า ๆ ก่อน แล้วเร็วขึ้นตามอารมณ์กระสัน น้ำจากฝักบัวยังไหลแรง แต่กลับกลบเสียงครางกระเส่าในลำคอของเขาไม่มิด "อ๊าสส ซี้ดดด" ในหัวนึกถึงตอนที่มือเล็กของเธอจิกเสื้อช้อปเขาแน่น นึกถึงเอวเล็กที่เขาบีบจนเสื้อนักศึกษายับย่น นึกถึงหน้าอกอวบอิ่ม ที่แนบชิดอกแกร่งของเขา ตอนเธอซบลงมาแบบหมดแรง ฝ่ามือหนาขยับมือเร็วขึ้นอีก นิ้วเรียวยาวบี้ส่วนหัวบานแรง ๆ ทุกครั้งที่รูดขึ้นลงจนสุด “อ๊าสสส มุกดา โอ้วว เธอกำลังทำฉันคลั่ง” เสียงทุ้มแหบพร่า ครางชื่อคนตัวเล็กทุกครั้งที่สาวรูดแก่นกาย น้ำเย็นไหลผ่านลงมาตามซอกขา แต่ไม่ทำให้ความร้อนรุ่มในกายของเขาลดลงเลย กลับยิ่งจินตนาการถึงภาพของเธอคุกเข่าลงต่อหน้าเขา ใช้ปากเล็กที่อ้าออกตอนเขาจูบ อมลำใหญ่ของเขาเข้าไป นึกถึงตอนที่เขาจะดึงกระดุมเสื้อเธอออกทีละเม็ดอย่างช้า ๆ เพื่อเปิดเปลือยร่างกายขาวผ่องของเธอ ทุกอย่างกำลังพุ่งถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ เวกัสร้องครางชื่อเธอดังลั่น ลำตัวเกร็งกระตุกแรง "อ๊าสสส โอ้วว" น้ำสีขาวขุ่นพุ่งออกมาอย่างรุนแรง หยดลงบนมือหนา บางส่วนกระสาดเซ็นติดแผ่นกระเบื้องข้างฝา เขายังขยับมือต่ออีกหลายจังหวะ จนหยดสุดท้ายหลั่งออกมาจนหมดภายในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง อัญชันนอนอยู่บนเตียงของผู้ป่วย ใบหน้าซีดเซียวแต่ทว่ายังคงความสวย ถึงแม้จะเพิ่งผ่านการผ่าตัดคลอดลูกมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เธอหลับตาพริ้ม ผมยาวสีดำขลับกระจายเต็มหมอน ข้างเตียงมีรถเข็นเด็กจอดอยู่ อาเธอร์ ลูกชายคนเล็กที่เพิ่งคลอด นอนหลับปุ๋ยในผ้าห่มสีฟ้า ใบหน้าแดงระเรื่อ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ แกร๊ก!!! เสียงประตูห้องเปิดเข้ามาโดยขุนเขาคนเป็นสามี ในมือถือของพะรุงพะรังเดินเข้ามา คนตัวสูงลงไปซื้อของจากร้านค้าด้านล่างของโรงพยาบาล มีข้าวต้มของอัญชันและของใช้อีกหลายอย่าง ก่อนจะวางถุงลงบนโต๊ะข้างเตียง และก้มตัวลงจูบหน้าผากของอัญชันด้วยความรัก คนตัวเล็กบนเตียง ขยับเปลือกตาเปิดขึ้น เมื่อรู้สึกเหมือนถูกรบกวน ลืมตาขึ้นมาเจอหน้าสามีหนุ่มก็ส่งยิ้มหวานให้ทันที “ตื่นแล้วเหรอครับ รู้ไหมว่าเมียพี่เก่งที่สุด” เสียงทุ้มของเขานุ่มนวล ใช้ฝ่ามือลูบผมนุ่มของเธอแผ่วเบา “อาเธอร์หลับอยู่หรือเปล่าคะ” “หลับสนิทเลย”ขุนเขาตอบพลางหันไปมองลูกชาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจอย่างไม่คิดปิดบัง “หน้าตาเหมือนพี่ไอริสตอนเกิดเลย” “จริงเหรอคะ อัญอยากเห็นลูกชัด ๆ จังเลยค่ะ” “พยาบ
กระแทกไม่นานทั้งคู่ก็ถึงจุดสุดยอดพร้อมกันอีกครั้ง อัญชันเกร็งกระตุก น้ำสีใสพุ่งทะลัก ขุนเขาเองก็ปล่อยลาวาอุ่นร้อนเข้าไปข้างในตัวเธอจนมันเอ่อล้นออกมา หลังจากปลดปล่อย เขาก็ทิ้งตัวลงนอนกอดเธอแน่น หายใจหอบถี่ จูบซับใบหน้าชื้นเหงื่อของเธออย่างแสนรัก “พี่รักอัญมากนะครับ” อัญชันหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า ได้ยินคำว่ารักแสนหวานของเขาก็คลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะผล็อยหลับไปทันที เวลาต่อมา แสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า สาดส่องผ้าม่านผืนบางของบ้านพักวิลล่าเข้ามา ขุนเขากระพริบตาตื่นจากภวังค์ตั้งแต่ช่วงบ่าย จากบทรักที่สูบพลังเขาและอัญชันไปจนหมด ร่างกายแกร่งยังคงเปลือยเปล่า มีอัญชันนอนขดตัวอยู่ด้านข้าง ผมยาวสลวยสีดำสนิทกระจายบนหมอน ผิวเนียนละเอียดสีขาวผ่อง ร่างกายของเธอยังคงมีส่วนเว้าส่วนโค้งสวยงาม ถึงแม้จะอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ อกอวบใหญ่กระเพื่อมขึ้นลงตามลมหายใจสม่ำเสมอ ขุนเขายกยิ้มมุมปากเมื่อรู้สึกถึงความตื่นตัวที่ส่วนกลางกายของเขาอีกครั้ง ราวกับว่าร่างกายยังรู้สึกไม่พอ อยากจะลิ้มรสความหอมหวานจากร่างกายของเธออีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ โน้มลงไปยังอกอวบของอัญชัน ริมฝีปากร้อนผ
ขุนเขาคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ตัวยาว มือหนาดึงสายบิกินี่ส่วนบนของอัญชันลงจากไหล่ทั้งสองข้าง เนื้อผ้าสีฟ้าร่วงลงบนพื้นไม้ทันที เต้าอวบคู่งามที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และจุกยอดสีหวานชูชันขึ้นท้าทายสายตาของเขา ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงดูดเม้มจุกยอดข้างหนึ่งทันที ลิ้นร้อนตวัดดูดเลียวนเป็นวงกลมอย่างหิวกระหาย มืออีกข้างบีบเค้นเต้าอีกข้างอย่างแรง จนเนินเนื้อปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้ว อัญชันแอ่นอกครางออกมา มือจิกกลุ่มผมหนาของเขาด้วยความแรง “พี่ อื้อ~ เบา ๆ สิ” แต่ทว่าคนตัวสูงไม่ฟังเสียงเธอ ยังคงสลับเปลี่ยนไปดูดอีกข้าง ขบเม้มแรงจนจุกยอดบวมเป่งทั้งสองข้าง มือหนาลากต่ำลงไปคลายปมสายเส้นเล็กข้างสะโพก เนื้อผ้าบิกินี่ส่วนล่างร่วงลงตามแรงดึง เผยเนินเนื้ออวบอิ่มไร้ขนที่เปียกชุ่มจากความเสียวซ่าน ก่อนเขาจะจับขาเรียวเธอแยกออกกว้าง แล้วก้มลงดูดเลียช่วงล่างทันที ลิ้นร้อนสอดลึกเข้าไปในร่องแคบ เลียวนขึ้นลงบนความเปียกชื้น ดูดเม้มกลีบเนื้อนุ่มจนอัญชันตัวเกร็ง มือเล็กจิกลงบนขอบเก้าอี้แน่น น้ำสีใสไหลทะลักเข้ามาในปากของเขา “อร้ายยย”เธอครางออกมาเสียงดังอย่างเสร็จสม คนตัวสูงยกใบหน้าขึ้นมอง ริมฝีปากหนาเลอะเปรอะเปื้อน ก่อนจะดึงก
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านบางของบ้านพักวิลล่าสุดหรูบนเกาะมัลดีฟส์ ขุนเขานั่งกอดก่ายร่างเล็กของอัญชันอยู่ที่ระเบียง ที่ตอนนี้หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากอายุครรภ์ที่มากขึ้น ด้านหน้าคือท้องทะเลสีฟ้าครามที่ใสจนมองเห็นพื้นทรายด้านล่าง กระทบกับแสงของดวงอาทิตย์จนระยิบระยับไปทั่ว ทั้งสองคนตัดสินใจมาฮันนีมูนกันที่นี่ เป็นความต้องการของขุนเขาที่อยากพาเธอมาสัมผัสทะเลที่สุดแสนจะโรแมนติกนี้ ตัวเขาเองเคยมาถ่ายโฆษณาที่นี่เมื่อประมาณสองปีก่อน ความสวยงามของมันดึงดูดเขาจนเผลอแอบคิดว่าหากแต่งงาน เขาอยากจะพาภรรยามาฮันนีมูนที่นี่สักครั้ง ไม่คิดว่าหลังจากนั้นแค่สองปี เขาจะมีวันนี้จริง ๆ “พี่เคยมาที่นี่ใช่ไหมคะ อัญจำได้ตอนนั้นพี่น่าจะถ่ายโฆษณาอะไรสักอย่าง เราสองคนกำลังถ่ายละครด้วยกัน”อัญชันเอ่ยถามขึ้น มือเล็กลูบหน้าท้องกลม ๆ ของตัวเองที่ตอนนี้ลูกน้อยกำลังออกแรงดิ้นจนเธอรู้สึกได้ “อืม พี่มาแล้วติดใจ ก็เลยคิดว่าหากแต่งงานจะพาเมียมาฮันนีมูนที่นี่”คนตัวสูงละสายตาจากผืนน้ำทะเลเบื้องหน้ามามองเสี้ยวใบหน้าสวยของเธอ ที่ตอนนี้ดูอิ่มเอิบมากขึ้นกว่าเดิม เพราะอะไรหลายอย่างในชีวิตเธอที่ดีขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นอา
ยามบ่ายที่เขาใหญ่อากาศกำลังเย็นสบาย ออสตินลดกระจกหน้าต่างรถลงเล็กน้อย ให้สายลมเย็นพัดเข้ามาปะทะใบหน้า เขาหันไปมองนินิวที่นั่งข้าง ๆ กำลังป้อนขนมปังให้นาโนที่นั่งคาร์ซีทด้านหลัง ส่วนพี่ชายอย่างออกัสที่นั่งข้างน้องสาว เอาแต่ชี้สองข้างทางด้วยความตื่นเต้น “ปะป๊า ดูนั่นสิ ต้นไม้ต้นนั้นใหญ่จัง”เด็กชายตะโกนเสียงใส “ใช่ครับ ยิ่งตอนไม้ใหญ่ยิ่งมีประโยชน์นะรู้ไหม”ออสตินตอบพลางยิ้มกับความช่างพูดของลูกชาย “ตินขับช้า ๆ หน่อย นิวกลัวลูกเมารถ”ถึงแม้จะเคยมาที่นี่แล้ว แต่ทว่าตอนนั้นลูกของเธอสองคนก็ยังเด็กอยู่มาก เธอกลัวว่านั่งรถนาน ๆ จะทำให้ลูกเวียนหัว “ตินรู้หรอก ไม่ขับเร็วเลยเห็นไหม”ออสตินตอบพร้อมยิ้มกว้าง ก่อนจะหักหัวรถเลี้ยวเข้าถนนลูกรังแคบ ๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และดอกไม้ป่า ก่อนจะเห็นบ้านพักตากอากาศสไตล์โมเดิร์นทำจากไม้สักทั้งหลังปรากฏขึ้นตรงหน้า มีระเบียงกว้างและสวนหย่อมเล็ก ๆ หน้าบ้าน “ถึงแล้วครับ”ออสตินจอดรถ ดับเครื่องยนต์ แล้วรีบลงไปเปิดประตูรถให้ทุกคน ตุ้บ!! ออกัสรีบกระโดดลงจากรถทันที วิ่งไปรอบ ๆ บริเวณบ้านด้วยความตื่นเต้น ส่วนนาโนนั้นเดินเกาะขานินิวแน่นเข้าไปในบ้าน “แม่คะ
หลังจากมื้ออาหารเย็นจบลง ออกัสกับนาโนยังคงตื่นเต้นกับการได้มาบ้านตากับยาย เลยยังไม่มีอาการง่วงนอนแม้แต่น้อย จนคนเป็นตาต้องยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ “คืนนี้หลานตานอนกับตากับยายนะ ไปอาบน้ำเตรียมตัวนอนกันดีกว่า” “เย้!! ได้ค่ะ/ครับ คุณตา”ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกัน เดินขึ้นห้องนอนชั้นสองที่เคยเป็นห้องนอนของนิรินลูกสาวคนเล็กที่แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ถูกจัดใหม่ ให้มีเตียงขนาดคิงส์ไซส์และเตียงเด็กเล็กสองเตียงวางชิดกัน นิสาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนลายการ์ตูนที่เตรียมไว้ให้หลานออกมาวางเอาไว้ “ออกัสใส่ชุดอุลตร้าแมน นาโนใส่ชุดเจ้าหญิงเอลซ่านะคะ” ออกัสพยักหน้าก่อนจะถอดเสื้อผ้าวิ่งเข้าไปอาบน้ำ หลังจากนาโนเดินห่อผ้าเช็ดตัวออกมาให้เธอช่วยเช็ดตัวและสวมชุดนอนให้ “หนูอยากฟังนิทานค่ะ”นาโนพูดขณะเดินขึ้นนอนบนเตียงของตัวเอง ส่วนคนเป็นตาก็เดินไปหยิบหนังสือนิทานออกมา เตรียมตัวจะเล่านิทานให้หลานตัวน้อยฟัง ก่อนออกัสที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็กระโดดขึ้นเตียงข้าง ๆ นอนตาแป๋วฟังคนเป็นตาที่กำลังจะเริ่มเล่านิทาน นินิวกับออสตินกำลังยืนมองจากประตูห้องนอน ทั้งสองคนอยากรู้ว่าลูกจะนอนกับคนเป็นตากับยายได้หรือเปล่า แ







